“ทำไมภายในบ้านมันมีแต่ป่าอย่างนี้ล่ะ” ยายสนบ่น
“ฉัน ญินดา จ้ะยาย ส่วนที่มันเป็ป่า ก็เพราะฉันมีกิจกรรมให้ยายทำจ้ะ นั่นก็คือยายจะต้องมาโรยแป้งและหาเลขเอง หากยายเจอและซื้อเลขนั้น ยายก็จะถูกรางวัล” ญินดากล่าว
“อ้าว แล้วมันต่างจากคนอื่นตรงไหนล่ะเนี่ย ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องขอพรก็ได้ สู้ฉันไปโรยแป้งหาเลขเองจะไม่ดีกว่าหรอ” ยายสนบ่น
“โธ่ ยาย มันต่างสิ หากยายเจอ ยายก็จะถูกรางวัลที่หนึ่ง 100 % เลยนะ และกิจกรรมนี้ก็เป็เพียงการทดสอบฝีมือในการหาเลขของยายไง” ญินดากล่าว
“จ้ะ จ้ะ ยายยอมทำก็ได้” ยายสนกล่าว
แต่ด้วยเพราะอายุมาก ยายทำไปได้สักหน่อยก็นั่งพัก เหนื่อยหอบ แม่บ้านต้องคอยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารให้ตลอด พอจะมองเห็นเลขหน่อย สายตาก็ฝ้าฟาง เลยว่า
“นี่ญินดา มาดูเลขให้ยายหน่อยสิ สายตายายไม่ค่อยดี ดูแล้วมันเลือนรางมองไม่ค่อยเห็นเลย” ยายสนบ่น
“ไม่ได้จ้ะยาย ญินดาไม่สามารถช่วยเหลือยายได้ ยายต้องอ่านเลขด้วยตัวของยายเอง หรือยายจะเดาไปเลยก็ได้” ญินดากล่าว
“เห้อ ใจร้ายจริงๆ ยายอ่านเองก็ได้” ยายสนกล่าว
ยายต้องหาเลขตามต้นไม้ตลอดระยะเวลา 8 วัน มองเห็นบ้าง มองไม่เห็นบ้าง จำเลขได้บ้าง จำไม่ได้บ้าง พอได้มาหลายเลขก็ลังเลไม่รู้ว่าจะเลือกเลขตัวไหนดี จนกระทั่งยายก็ปวดหัว ยายก็เลยพัก แล้วเดินออกไปนอกบ้านชั่วคราว
*****************************************
ยายเดินออกมาก็เห็นชายแก่คนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้
“อ้าวตา เป็อะไรไปล่ะ ทำไมมานั่งกอดเข่าอยู่ใต้ต้นไม้แบบนี้” ยายสนกล่าว
“ตารู้สึกผิดน่ะ ิญญาตาเลยไปไหนไม่ได้” ิญญาตาชวดกล่าว
“อ้าวตา ตายไปแล้วรึ” ยายสนใ ยังดีที่ตาชวดปรากฏในสภาพดี
“ใช่แล้วล่ะ กลัวมั้ยล่ะ” ตาชวดกล่าว
“เห้อ อายุก็ป่านนี้แล้ว ฉันมันวัยใกล้ฝั่งเต็มทนแล้วล่ะ ไม่กลัวหรอก ว่าแต่ตารู้สึกผิดเื่อะไรล่ะ” ยายสนถาม
“ก็ตาไม่น่าถูกรางวัลที่หนึ่งเลย” ตาชวดกล่าว
“อ้าวมันก็ดีแล้ว ทำไมว่าอย่างนั้นล่ะ” ยายสนสงสัย
“พอตาได้รางวัล ลูกหลานก็กลับมา ตาก็ดีใจที่ได้เห็นหน้าลูกหลานก่อนที่ตาจะตาย ตาน่ะป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพองเพราะสูบบุหรี่จัด ตายังไม่ทันเขียนพินัยกรรมแบ่งสมบัติให้ลูกหลานอย่างยุติกรรม ตาก็ดันตายไปเสียก่อน” ตาชวดเล่า
“งั้น เื่สมบัติก็ปล่อยให้ลูกหลานจัดการกันเอง ตาก็ไม่น่าจะห่วงแล้วนี่” ยายสนกล่าว
“มันเกิดโศกนาฏกรรมอย่างไรล่ะ” ตาชวดกล่าว
“มันเกิดอะไรขึ้นล่ะตา” ยายสนถาม
“ลูกหลานเข่นฆ่ากันเอง เพียงเพราะอยากสมบัติแต่เพียงผู้เดียว และสุดท้ายคนที่เป็ฆาตกรก็ถูกจับปะาชีวิต ตาไม่เหลือลูกหลานสืบตระกูลเลย เพราะบรรดาลูกหลานถูกฆ่าตายหมด และแล้วสมบัติก็ตกเป็ของแผ่นดินไป” ตาชวดกล่าว
“ตาก็ปลงซะเถอะ เพราะสุดท้ายทุกคนก็หนีความตายไม่พ้น และสมบัติก็เป็เพียงแค่ของนอกกายเท่านั้น ตายไปก็ไม่มีใครนำมันติดตัวไปได้เลยซักคน” ยายสนกล่าว
“ตาก็คงต้องปลงอย่างนั้นนั่นแหละ ขอบใจมากนะยาย ที่รับฟังความทุกข์ เอาล่ะ ท่านมารับดวงิญญาของตาแล้ว ตาต้องไปแล้ว ลาก่อน” ตาชวดหายตัวไปในชั่วพริบตา
“ลาก่อนจ้ะตา” ยายสนได้แต่บ่นพรึมพรำแต่เพียงผู้เดียว
*****************************************
ยายสนได้รับฟังเื่ราวของตาแล้ว ก็ทำให้ยายคิดได้ในระดับหนึ่ง ยายเดินเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ก็เห็นว่าญินดายืนรออยู่แล้ว
“วันนี้ฉันมีข่าวดีจะบอกยาย” ญินดากล่าว
“ข่าวดีอะไรล่ะ หรือว่าจะบอกเลขยายให้เลย” ยายสนกล่าว
“เปล่ายาย ฉันจะมอบแว่นสายตาให้ยายไปดูเลขให้ชัดๆ ไงล่ะ” ญินดาแสดงความเมตตา
“อะ ก็ยังดี ขอบใจก็แล้วกันนะ” ยายสนกล่าว
“และยายไม่ต้องโรยแป้งอีกแล้วจ้า เราจะมอบกระดาษสองใบให้ยายไปจำเอาเฉยๆ แต่ทางเราขอยึดคืนนะจ้ะ ยายต้องจำเลขให้ได้เอง” ญินดากล่าว
“อะ ก็ยังดี” ยายสนกล่าว
ยายก็ได้เห็นเลขอย่างชัดเจน 316482 แต่ทว่ากระดาษอีกใบกลับเป็จดหมายฉบับหนึ่ง ความว่า
ยายจ๋ายายอยู่ที่ไหนนี่มันก็เกือบสองวันแล้วนะ ยายไม่หิวหรอ ขออย่าให้ยายเป็อะไรไปเลย ริสาไม่เหลือใครนอกจากยายคนเดียว ยายกลับมาเถอะนะ หรือยายน้อยใจริสา ที่ริสาเอาแต่เล่นหวย ริสายอมสาบานก็ได้ว่าริสาจะไม่แตะต้องพวกหวยรวยเบอร์นั่นอีก ริสาจะหาเงินมาด้วยตัวเอง ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยโปรดช่วยคุ้มครองให้ยายแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง และกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย ด้วยเทอญ
ริสา
“โถ่ ริสา หลานยาย ยายขอโทษที่ไปไหนไม่บอกกล่าว ปล่อยให้หลานเป็ห่วงอยู่อย่างนี้” ยายสนยอมตัดใจเื่ถูกรางวัลที่หนึ่งและพูดว่า “ยายไม่ขอรับพรแล้วล่ะ ยายจะกลับบ้าน”
“อ้าวยาย อีกแค่สองวันเองนะ นี่ก็จะครบแล้วนี่ ยายไม่เสียดายเงินเป็ล้านหรอ” ญินดากล่าว
“ไม่เสียดงเสียดายแล้ว ปล่อยให้ลูกหลานมันหาเงินกันเองก็แล้วกัน ในเมื่อมันก็ทั้งแข็งแรง สายตาก็ดี ยายเองก็แก่แล้ว ไม่มีเงินทองให้ลูกหลานมันก็ไม่แปลกอะไรนักหรอก แต่หลานสาวสุดที่รักของยายนี่สิ ยายปล่อยให้ริสามันเป็ห่วงมากพอแล้ว และยายกับริสาก็อยู่ด้วยกันสองคนมาเนิ่นนาน ยายควรจะใส่ใจหลานสาวคนนี้สิถึงจะถูก” ยายสนกล่าว
“ยายคิดได้ก็ดีแล้วค่ะ งั้นฉันจะนำทางยายออกจากบ้านเอง แต่ยายอย่าลืมนะว่าห้ามบอกใครเื่นี้เป็อันขาด” อุไรปรากฏตัวแล้วพายายออกจากบ้าน
“ยายสัญญาว่าจะไม่บอกใคร พายายกลับเถอะ” ยายสนยอมตัดใจ
ความเป็จริงแล้วมีคนพบยายนอนสลบในป่าแล้วส่งโรงพยาบาล ยายยังคงนอนหลับเป็เวลาห้าวันห้าคืนติดต่อกัน เหตุเพราะความอ่อนเพลีย แล้วทางโรงพยาบาลก็ยังคงติดต่อญาติให้มารับตัวไม่ได้
ในขณะเดียวกันริสาก็ได้ไปแจ้งความกับตำรวจเป็ที่เรียบร้อย และเมื่อขายของเสร็จทุกวันริสาจะต้องแวะไปหาสารวัตรเพื่อสอบถามข่าวคราวของยาย แต่ก็ผิดหวัง เพราะตำรวจยังหาตัวไม่เจอ เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างกำบังเอาไว้ไม่ให้หาเจออะไรทำนองนั้นเลย