“ท่านพ่อให้นำยามาให้เ้าค่ะ”เด็กสาวพูดพลางก็วางตะกร้าหม้อยาลงบนโต๊ะกลมก่อนที่จะค่อยรินมันลงจอกแล้วเดินนำไปให้คนที่นั่งรออยู่กลางตั่งที่กำลังส่งั์ตาเหยี่ยวมาจับจ้องนางราวกับเหยื่ออย่างเอาเป็เอาตายกระแสสายตาของเขาพานให้กงเหมยออกอาการประหม่าจนมือไม้สั่นจึงปรายสายตาหลบขณะที่กำลังยื่นจอกยาให้เขา
‘หึ’ เสียงอุทานในลำคอทำให้นางหันกลับมามองคนตรงหน้า
“ข ขะ ขออภัยเ้าค่ะ” เด็กสาวเบิกตาโตลนลานหยิบชายแขนเสื้อของตนเช็ดลงบนชายแขนเสื้อของคนตรงหน้าที่มีรอยเปื้อนเป็สีน้ำตาลเข้มดวงใหญ่ท่ามกลางเสียงหัวเราะในลำคอ เด็กสาวรู้สึกได้ทันทีว่ากำลังโดนคนตัวโตหยอกเข้าแล้ว
“เร่งดื่มเข้าสิเ้าคะอย่าได้มัวแต่จะคิดเล่นแต่เพียงอย่างเดียว หากยาเย็นแล้วพิษจะกลับรุนแรงนะเ้าคะแทนที่ยาตำรับนี้จะใช้รักษาก็จะกลายเป็ยาพิษไปพาให้ท่านไปเฝ้าเง็กเซียนได้เร็วขึ้น” เด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแต่พอเห็นสีหน้าแหยเกของคนตรงหน้าขณะที่กรอกยาลงคอก็พอที่จะหายเคืองลงได้
“มีอีกสองจอกนะเ้าคะต้องดื่มอย่างรวดเร็วในคราวเดียว” นางรับจอกยาเปล่ากลับมาพลางก็รินยาใส่จอกใหม่แล้วส่งให้จางหย่งอีก
“ดื่มเลยเ้าค่ะ”น้ำเสียงเล็กคะยั้นคะยอ
“มันยังร้อนอยู่จะให้ลวกคอข้าหรืออย่างไร” คนรับจอกยาออกปาก
“ร้อนสิดีเ้าค่ะลวกคำพูดไม่ดีออกจากคอไปเลย”เด็กสาวพูดทิ้งหางเสียงเบาจนคนที่กำลังประคองจอกยาได้ยินไม่ถนัดหู
“เ้าว่าอย่างไรนะ”
“ดื่มเถิดเ้าค่ะข้าก็พูดบ่นอะไรไปเรื่อย” เด็กสาวพยักพเยิดหน้าให้คนตรงหน้าทำตามคำสั่งของนาง ชายหนุ่มยกจอกยาสุดท้ายเทลงคอเปลือกตาบดบี้เพราะจอกที่สามนั้นรวมก้นเข้มข้นของตำรับยาไว้ด้วย
“เหตุใดจอกสุดท้ายจึงดุเดือดนักข้าร้อนคอ ขมคอไปหมด” เด็กสาวได้ยินก็เยาะยิ้มแต่น้อยในสีหน้า
“ท่านคงรู้สึกไปเองแหละเ้าค่ะท่านก็เห็นอยู่ว่าข้ามิได้ใส่สิ่งใดเพิ่มลงไป รสชาติจะเปลี่ยนไปจากจอกแรกได้อย่างไรเ้าคะ”เด็กสาวรับจอกยาคืนมาแล้วเก็บรวมจอกยาลงใส่ตะกร้า
“ข้าต้องดื่มยาเช่นนี้อีกนานเท่าไร”คนน้ำเสียงผะอืดผะอมเอ่ยถาม
“ข้าเป็แค่คนเดินยาหาใช่ผู้ให้การรักษาไม่ เื่การรักษานี้ท่านคงต้องถามกับท่านพ่อเอง”ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ตระหนักในส่วนที่กงเหมยตอบ
“แม่นาง แม่นางเดินอาหารด้วยหรือไม่ข้ากับไท่เว่ย์ยังไม่ได้รับอาหารเลยขอรับ” สวี่กงเหมยชะงักขาที่กำลังก้าวย่างไปข้างหน้านิดหนึ่งแล้วหันกลับมามองคนถาม
“ท่านควรถามว่าโรงครัวอยู่ตรงไหนมากกว่านะท่านองครักษ์ เพราะถ้าท่านหิว ท่านก็เดินไปรับอาหารได้จากที่นั่นศิษย์พี่รองของข้าปรุงอาหารไม่ต่ำกว่าสี่ถึงห้าสำรับต่อวันทว่าเป็อาหารแบบชาวป่าชาวบ้าน หาได้รสเลิศเหมือนในรั้วในวังไม่”ชายหนุ่มตัวโตหยักไหล่ ขมวดคิ้วให้กับกริยาของเด็กสาว
“นี่ข้ารบกวนนางมากเกินไปหรือขอรับ”เสิ่นเฉิงทอดสายตาอันเต็มไปด้วยคำถามต่อผู้เป็นายทว่าได้คำตอบกลับมาเพียงแค่ปลายนิ้วมือสะบัดเท่านั้นพาให้เสิ่นเฉิงรู้ว่าต่อแต่นี้เขาต้องทำหน้าที่เด็กเดินเสบียงด้วยตนเอง
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอไปจัดสำรับก่อนนะขอรับ”จางหย่งสะบัดหลังมือเบา ๆ เป็การอนุญาตพลางก็หันหน้าหนีเสิ่นเฉิงไปทางอื่น
“ไท่เว่ย์ไหวนะขอรับ”ทั้งที่ท้องหิวจนไส้แทบกิ่วเสิ่นเฉิงก็ไม่วายที่จะเป็ห่วงผู้ที่นั่งทำหน้าหน้าแหยเกตัวเกร็งอยู่บนตั่ง
ก่อนที่จะยื่นใบหน้าของเขาเข้าใกล้ ครั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเป็คำถามให้แน่ใจอีกครั้งจนจางหย่งต้องพยักหน้าเบา ๆด้วยเพราะยาเริ่มเดินไปตามกระแสเืจนปราณขับเคลื่อนให้ลมตีกลิ่นสมุนไพรขึ้นมาแตะจมูกชวนให้สำลักออกมาอยู่รอมล่อ
“ข้าไปนะขอรับ”เสิ่นเฉินยืนดูอาการจางหย่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะออกจากจวนตรงไปยังเรือนประกอบอาหารโดยมีกลิ่นอาหารนำทางให้ไม่หลงทิศ
…
เพียงครู่เดียวสำรับหลายประเภทก็ถูกแต่งอยู่บนโต๊ะกลมกลิ่นหอมหวนของอาหารชวนให้น้ำย่อยในกระเพาะของจางหย่งขับเคลื่อนเขาจึงพาตัวเองมานั่งลงบนเก้าอี้หัวโล้นโดยไม่ต้องรอให้เสิ่นเฉิงกล่าวเชิญ
“นี่สำรับของท่านขอรับไท่เว่ย์”สองตาคมมองสำรับกับข้าวตรงหน้า ที่มีเพียงข้าวสวยหนึ่งถ้วยและปลานึ่งเพียงครึ่งซีกทำให้เขาเหลือบตามององครักษ์คู่ใจในทันที
เสิ่นเฉิงััแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามของจางหย่งได้จึงเอ่ยปากชี้แจง“สำรับของท่านมีเพียงเท่านี้ขอรับ ตั่วฟางซื่อท่านกำหนดมา”
“ตั่วฟางซื่อชังข้าหรืออย่างไรกันจึงให้ลิงั์เช่นข้ากินข้าวเท่ากบาลเซ่นไป๊ฮ้อเฮียตี๋[1]”จางหย่งเอ่ยตัดพ้อทว่ามือหนึ่งคว้าเอาตะเกียบยึดไว้ในมือมั่นส่วนอีกมือกอบถ้วยข้าวไว้ในอุ้งมือด้วยสิอาจทานทนความ้าของร่างกายได้
“ท่านอย่าได้เข้าใจผิดตั่วฟางซื่อเลยขอรับที่ตั่วฟางซื่อสั่งเช่นนี้ก็เพราะยาสมุนไพรขับพิษนั้นก็มีฤทธิ์ขับลมด้วยตั่วฟางซื่อคงเกรงว่าอาหารหลายรสชาติอาจทำให้ท่านอาจผะอืดผะอมจนอยากจะอาเจียนออกมา”คำพูดของเสิ่นเฉิงพาให้จางหย่งเริ่มที่จะเชื่อเช่นนั้น หากแต่เมื่อฟังเขาเอ่ยต่อ
“ตั่วฟางซื่อท่านคงเสียดายของน่ะขอรับ”คำพูดหยอกล้อเช่นมิตรสหายของเสิ่นเฉิง ทำเอาคนตรงหน้ามองเข้มด้วยแววตาปรามจนคนพูดต้อง หัวเราะยิงฟัน ฮี่ ฮี่ แก้เก้อจนเปลือกตาปิดลงด้วยกัน
“เชิญไท่เว่ย์เจี่ยะปึ่ง[2]เถอะขอรับ”เสิ่นเฉิงเอ่ยก่อนที่จะนั่งลงบนเก้าอี้หัวโล้นอีกตัวแล้วใช้ตะเกียบคีบสำรับกินอีกสามสี่อย่างที่เขาตั้งใจจัดมาเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางสายตาริษยาของใครบางคนจ้องมองอยู่
เสิ่นเฉิงกลืนข้าวก้อนใหญ่ลงคอจนกระเดือกคอโป่งด้วยรีบที่จะบอกเื่ที่ลี่อินฝากตนมาแจ้งแก่จางหย่ง
“เห็นว่า่บ่ายจะต้องรักษาด้วยการฝังเข็มนะขอรับ”ทันทีที่จางหย่งได้ยินสิ่งที่เสิ่นเฉินกล่าวก็เผลอทำตะเกียบหลุดจากมือ
“กลัวเหรอขอรับ”เสิ่นเฉิงดูดตะเกียบทำหน้าทะเล้นล้อเลียนนึกถึงตอนที่ตนใช้เข็มบ่งเสี้ยนที่หลังมือให้จางหย่งน้อยใบหน้าที่กลั้นเจ็บจนยับย่นชวนให้ได้ยิ้มในทุกทีที่นึกถึง
“นี่เ้า...!”จางหย่งหน้าถอดสี ก่อนที่จะหยิบตะเกียบที่ตกจากมือขึ้นประคองอีกครั้ง“เ้าไม่ได้บอกเื่นี้แก่ผู้ใดใช่หรือไม่” คนน้ำเสียงกว้างละล่ำละลักพูดจ้องมองั์ตาคนตรงหน้าคาดคั้นเอาคำตอบจนเสิ่นเฉิงยอมที่จะพยักหน้าแล้วให้คำตอบว่า “ยังขอรับ”เพราะเขายังจดจำหวาดเสียวของปลายแหลมเมื่อััลงกับผิวได้ดีแค่เห็นความคมวาวของมันก็ทำให้น้ำในท่อปัสสาวะเดินเลยทีเดียว
[1] ผีเร่ร่อน
[2] กินข้าว