“ข้าทำให้เขาหลับเอง”
“อะฮ่า! อย่างนี้นี่เอง เวทมนตร์ที่ทำให้หลับ!โอ้โห”
ลูก้าพยักหน้าหงึก ๆ ดูเหมือนจะได้ข้อมูลดี ๆเอาไปเขียนเพิ่ม
“ไหน ๆ ก็มาแล้วช่วยพาเด็กคนนี้กลับหมู่บ้านหน่อยสิ”
“แล้วท่านจอมเวทล่ะขอรับ”
“ข้ามีที่ที่ต้องไป...”
ทันใดนั้น เอียนก็หรี่ตาลงมองคนตรงหน้า
“ทะ...ทำไมท่านจอมเวทถึงหรี่ตาแบบนั้น...”
แววตานั้นทำให้ลูก้าตัวแข็งทื่อความกลัวที่เขากลั้นไว้เผยออกมาผ่านเหงื่อกาฬ
“...ไม่มีอะไร เ้าไปก่อนเถอะ”
“อา ขะ...ขอรับ! ข้าขอตัวก่อน!”
ลูก้าแบกดักลาสขึ้นหลังอย่างลุกลี้ลุกลน
แม้จะบอกว่าไม่มีอะไรก็น่ากลัวอยู่ดี จริง ๆ นะถึงอย่างไรคงต้องอยู่ห่าง ๆ ไว้ก่อน
อย่างไรเสียก็ได้มาแล้วหนึ่งอย่าง!เวทมนตร์หลับใหลอย่างนั้นหรือ!
ในหัวของลูก้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจระคนหวาดกลัว
ในขณะที่ลูก้าออกจากพื้นที่และมาถึงหมู่บ้าน
“ฮึบ!”
เอียนพลันลุกขึ้นพร้อมกับเสียงฮึดเพื่อรวบรวมกำลังกายเขาเดินเข้าป่ามาได้ครึ่งทางแล้ว
“เ้าเด็กน้อยหรือ”
เสียงแหบแห้งของชายฉกรรจ์ดังขึ้น
“จะไปไหนคนเดียวน่ะ มันอันตรายนะ”
พวกมันไม่ได้มีกันแค่คนสองคนแต่ดูเหมือนจะมีมากกว่าสิบ อีกฝ่ายตีวงล้อมเข้ามาใกล้เอียนเรื่อย ๆ
“ดูเหมือนว่าจะมาจากหมู่บ้านรอยด์นะพวกเราต้องคุยกันหน่อยแล้ว เกิดอะไรขึ้นที่นั่นกันแน่”
ดูเหมือนว่าพวกมันจะเป็พวกเดียวกันกับพวกโจรที่บุกหมู่บ้านรอยด์
“ถึงอย่างไรพวกข้าก็พอจะมีความเป็สุภาพบุรุษเหมือนกันถ้าเชื่อฟังกันดี ๆ ไม่แน่ว่าข้าอาจจะไว้ชีวิตเ้าก็ได้ เข้าใจไหมมันเรียกว่าอะไรนะ ความเมตตา! ข้าจะเมตตาเ้า”
ยิ่งไปกว่านั้น มีเด็กหลายคนที่ถูกจับตัวมาด้วยไม่ใช่แค่เด็กจากหมู่บ้านรอยด์เท่านั้น
เป็โจรที่ไปโจมตีหมู่บ้านอื่นมาหรือเปล่านะ
โจมตีหลายหมู่บ้านพร้อมกันอย่างนั้นหรือ
นี่เป็การกระทำที่อาจหาญเกินไปสำหรับโจรดูเหมือนว่าพวกมันกำลังคิดจะย้ายอาณาเขตปล้นหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนี้
แสดงว่าพวกมันตั้งใจจะมาขูดรีดที่นี่จนหมดสิ้นก่อนจากไป
“ถูกฆ่าไปแล้ว”
เอียนตอบสั้น ๆ
“หา?”
“เขาบอกว่าจะเผาหรือไม่ก็ฝังศพของโจรพวกนั้น”
เขาพูดทวนในสิ่งที่เอริคพูด
“เ้าเด็กนี่มันบอกว่าไงนะ...”
“เพราะถ้าเผาตรงนี้ ไฟก็จะลุกลาม”
เอียนทำไม้ทำมือน้อย ๆ จากล่างขึ้นบน
“พันธนาการ”
จากนั้นสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นทันที
กลุก ๆ ๆ ๆ...
เกิดแรงสั่นะเืเบา ๆ ที่ใต้ฝ่าเท้าไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น
พรวด!
เถาวัลย์น่าเกลียดน่ากลัวแทงทะลุออกมาจากพื้นดิน
“อะ...อะไรกัน...!”
เถาวัลย์ยื่นออกมาจากทุกทิศทางกิ่งก้านของมันมุ่งเป้าไปยังกลุ่มโจรและพันรอบตัวพวกเขาอย่างแ่า
ไม่ใช่แค่นั้นแต่ยังอุดปากและจมูกของพวกเขาหวังให้หายใจไม่ออก
ประหนึ่งฝูงงูั์ที่ออกล่าเหยื่อ
ทั้งแม่นยำและว่องไว
“อั่ก...อั่ก!”
พวกโจรตัวสั่นเทาด้วยความเ็ปทรมาน
เอียนปล่อยพวกเด็ก ๆ จากพันธนาการและที่อุดปาก
“มาจากหมู่บ้านไหนกัน”
“มะ...หมู่บ้านโซอิล...”
“โซอิล”
เขาเพิ่งเคยได้ยินหมู่บ้านนี้เป็ครั้งแรกใช่ว่าหมู่บ้านเล็ก ๆ จะมีแค่แห่งสองแห่งเสียที่ไหน
“ถ้าเดินตรงไปเรื่อย ๆ จะเห็นหมู่บ้าน”
เอียนพูดพร้อมชี้ไปทางหมู่บ้านรอยด์
“พอไปถึงก็บอกว่ามาจากหมู่บ้านโซอิลเล่าไปว่าเกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้าน แล้วก็บอกว่าจอมเวทช่วยจัดการพวกโจรให้แล้วเข้าใจไหม”
เด็ก ๆ พยักหน้าแม้จะมีเด็กที่อายุใกล้เคียงหรืออาจแก่กว่าเอียนแค่ปีสองปีแต่ก็ไม่มีใครที่โต้แย้งคำพูดของเขาเลย
เพราะเมื่อครู่พวกเขาเห็นสิ่งที่เอียนทำหมดแล้ว
“ไปสิ”
เอียนส่งเด็ก ๆ ออกไปจากนั้นเขาก็หันมองพวกโจรอีกครั้ง
พวกนั้นยังคงดิ้นไปมา
“ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนจะทำร้ายใคร”
เถาวัลย์ค่อย ๆ รัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆนั่นไม่ได้มาจากความตั้งใจของเอียนแต่เป็การตัดสินใจของเถาวัลย์เองโดยดูจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว
“ว่าระหว่างฆ่าทิ้งกับไว้ชีวิตแบบไหนจะเป็ภัยกว่ากัน”
เอียนเพ่งมานาไว้ที่ขาด้านซ้ายเพื่อที่จะลองร่ายเวทมนตร์ใหม่
“พวกเ้า”
โครม!
เอียนกระแทกพื้นด้วยเท้าซ้ายเต็มกำลังจากนั้นพื้นดินด้านหน้าก็ทรุดตัวลงเกิดเป็หลุมลึกขนาดใหญ่
“การไว้ชีวิตคงจะเป็ภัยสินะ”
เอียนขยับมือเพียงครั้งเดียวเถาวัลย์ก็เคลื่อนไหว
เถาวัลย์แต่ละเส้นแผ่รากออกมาแล้วเลื้อยเข้าไปในหลุม
แน่นอนว่ากลุ่มโจรที่ถูกเถาวัลย์พันรอบตัวก็ถูกลากตามลงไปด้วย
ความมืดมาเยือนหมู่บ้านรอยด์หลังจากเกิดเหตุการณ์มากมาย
แม้แต่ความวุ่นวายก่อนหน้านี้ก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
“ดักลาส ลูกหลับแล้วหรือยัง”
ในกระท่อมโทรม ๆ ของนักเล่นแร่แปรธาตุเรดิโอ้
เรดิโอ้นอนอยู่บนเตียงไม้แข็ง ๆ แม้จะนอนอยู่แต่เขากลับหลับไม่ลง
“...ยังขอรับ”
ดักลาสนอนอยู่บนเตียงเล็ก ๆ ฝั่งตรงข้ามเด็กหนุ่มเองก็ยากที่จะข่มตาหลับเช่นเดียวกัน
“ข้าได้ยินมาจากบาร์ตันว่ามีจอมเวทเข้ามาในหมู่บ้าน”
“เขาอายุห่างจากข้าแค่ไม่กี่ปีด้วยซํ้า”
“ข้าได้ยินว่าเ้าทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอีกแล้ว”
“...ข้าก็แค่พยายามตามหาดอกไม้”
“ก็เป็เื่ไม่คิดหน้าคิดหลังอยู่ดีข้างนอกหมู่บ้านมันอันตรายมากนะ”
ดักลาสลุกขึ้นพรวดเพราะคำตำหนิของพ่อสีหน้าของเขาเผยความโมโหสุดขีด
“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร!ท่านจอมเวทคนนั้นบอกว่าพ่อจะไม่เป็อะไรแค่ระยะหนึ่งจากนั้นพ่อก็จะกลายเป็แบบนั้นอีก!”
เขาคิดแต่เื่นั้นมาตลอดั้แ่ที่ฟื้นจากเวทมนตร์หลับใหล
ความกังวลที่มีต่อพ่อความหวาดกลัวว่าอาจจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว
“พ่อไม่เป็ไรแล้วตอนนี้ขอเพียงหาบุปผาแห่งรันเดอออร์ได้...”
“แต่ก็ยังหาไม่ได้ไม่ใช่หรือไงขอรับนี่ก็ผ่านมาปีกว่าแล้ว!”
นั่นคือเื่จริง
พวกเขาย้ายมาอยู่ตอนเหนือและพยายามตามหาบุปผาแห่งรันเดอออร์เพื่อที่จะรักษาโรคเสพติดมานามากว่าหนึ่งปีแล้ว
“ท่านจะหายได้ด้วยดอกไม้นั่นจริง ๆ หรือขอรับ”
“ดักลาส...”
“ไม่สิ ดอกไม้นั่นมีจริงหรือเปล่าขอรับ”
เรดิโอ้ไม่สามารถพูดอะไรได้ทั้งสิ้น
เขาจะไม่รู้ความรู้สึกของลูกชายได้อย่างไรแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็พูดอะไรไม่ออก
“มีจริงสิ”
ทันใดนั้น คำตอบก็ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง
นั่นไม่ใช่เสียงของเรดิโอ้
“...!”
สองพ่อลูกกวาดมองรอบข้างจนทั่ว
เสียงนี้ไม่ได้มาจากด้านในแต่ดังมาจากด้านนอกประตู
“คะ...ใครน่ะ”
เรดิโอ้ถามอย่างระมัดระวังพลางลากร่างกายที่เจ็บป่วยของตนเองเข้าใกล้ประตูเขาคว้าขวานตัดฟืนมาถือไว้ในมือ
“บุปผาแห่งรันเดอออร์”
“...?”
“ข้าได้ยินมาว่าพวกเ้ากำลังตามหามันอยู่”
เรดิโอ้ไม่ถามคำถามอีกต่อไป เขาเปิดประตูช้า ๆ
เอี๊ยดดดด...
โลหะเก่า ๆ ส่งเสียงไม่น่าพึงประสงค์ออกมา
เ้าของเสียงพิงอยู่ที่ผนังกระท่อมไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เป็เพียงเด็กคนหนึ่ง
“หมายความว่าอะไร...”
“ขอเสียมารยาทสักครู่นะขอรับ”
เด็กคนนั้นเข้ามาในบ้านอย่างเป็ธรรมชาติ
“เ้า...?”
ดักลาสจำเด็กคนนั้นได้
“ฮึบ!”
เขาปิดปากเงียบทันทีราวกับกลัวว่าจะพลั้งปากพูดอะไรไป
“ดักลาส? รู้จักเด็กคนนี้หรือ”
“ขะ...เขาคือ คือจอมเวทคนเมื่อกี้...”
“...อะไรนะ”
ที่เป็แบบนั้นก็ถูกแล้วเหตุผลที่ดักลาสปิดปากเพราะเขาเผลอพูดภาษาระดับกันเองออกมาโดยไม่รู้ตัวถึงจะอายุไล่เลี่ยกันก็เถอะ
“ขะ...ขออภัยขอรับ! ปะ...เป็ความผิดของข้า...!”
“ไม่เป็ไร แต่ก่อนอื่น”
เอียนพูดกับเรดิโอ้หลังจากที่ดักลาสสงบลงแล้ว
“ข้ามีนามว่าเอียน เพจ”
ในขณะเดียวกันเอียนวางอะไรบางอย่างลงบนโต๊ะที่อยู่ใกล้ ๆ
สิ่งนั้นคือก้อนนํ้าแข็งที่มีขนาดเท่ากำปั้น
“นะ...นั่นมันอะไรหรือขอรับ”
“บางทีท่านอาจ้าสิ่งนี้”
เรดิโอ้ขยับเข้าไปใกล้สิ่งนั้นโดยสัญชาตญาณเขาสำรวจก้อนนํ้าแข็งนั้นอย่างใกล้ชิดกว่าเดิมเล็กน้อย
“นี่มัน...?”