“แม่คะ หนูอยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ หนูอยู่ที่นี่ต่อไม่ไหวแล้วค่ะ เพื่อนรุ่นเดียวกันก็เรียนจบกันไปหมดแล้ว มีหนูคนเดียวที่เกรดออกไม่ครบเหมือนกับคนอื่นเขา” เหวินหรงอ้อนแม่ไม่หยุด “นะคะแม่ ให้หนูไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเถอะนะคะ หนูรับรองว่าคราวนี้หนูต้องเรียนจบแน่นอน บางทีถ้าได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมไปใช้ชีวิตในที่ใหม่ๆ อาจจะทำให้หนูประสบความสำเร็จก็ได้นะคะ”
“อยู่ที่นี่แกยังไม่มีปัญญาจะเรียนให้จบ แล้วแกคิดหรือว่าถ้าแกได้ไปเรียนที่ต่างประเทศแล้วแกจะเรียนจบ แม่ไม่เชื่อแกหรอก ตั้งใจเรียนต่อที่นี่ล่ะ ส่วนเื่เกรดของแก เดี๋ยวแม่จะไปคุยกับทางโรงเรียนให้ เื่มหาวิทยาลัยก็เหมือนกัน ไม่ต้องเอาที่ที่มันดีมากนักหรอก เอาแบบกลางๆ ที่พอเวลามีปัญหาแล้วแม่ไปคุยกับเขาให้แกได้ก็พอ แม่ขอแค่ให้แกมีวุฒิการศึกษาติดตัวบ้างเท่านั้น ในอนาคตถ้าแกได้มีโอกาสเข้าไปบริหารงานที่บริษัทร่วมกับเกาจิ้งหยวนกับเกาจิ้งฮวา แกจะไม่ได้น้อยหน้าพวกมัน” เหวินหย่าซินก้มลงไปหยอกล้อกับเด็กชายอายุสองขวบที่กำลังนั่งมองแม่กับพี่สาวคุยกันอยู่อย่างน่ารัก
“แม่ไม่ต้องเอาเื่บริษัทนั้นขึ้นมาอ้างหรอกค่ะ ยังไงหนูก็ไม่มีสิทธิ์ในบริษัทนั้นอยู่แล้ว แม่คิดว่าลูกนอกสายเือย่างหนูน่ะจะเข้าไปอยู่ในบริษัทนั้นได้หรือคะ” เหวินหรงพูดอย่างไม่พอใจ “แม่รู้ไหมคะว่าั้แ่ที่เราย้ายมาอยู่บ้านนี้ แม่ไม่เคยสนใจหนูเลยนอกจากลูกชายของแม่ จริงๆ แล้วในใจของแม่คงมีแต่ลูกชายคนนี้เท่านั้นใช่ไหมคะ”
“น้องยังเด็กอยู่ แม่ก็ต้องดูแลเขามากเป็ธรรมดา แกโตกว่าน้องตั้งเยอะยังจะมาอิจฉาเขาอีกหรือ” เหวินหย่าซินถอนหายใจ “ที่แม่ทำทุกอย่างก็เพื่ออนาคตของแกกับเสี่ยวหลาง แต่ถ้าแกยังไม่เข้าใจ แม่ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายให้แกฟังยังไงแล้วล่ะ”
“กำลังพูดอะไรกันอยู่หรือ ทำไมหน้าตาแต่ละคนดูเครียดกันอย่างนั้นล่ะ” เหวินหรงจุนอุ้มเหวินหลางขึ้น “เสี่ยวหลางของพ่อ วันนี้ลูกได้กวนใจแม่บ้างหรือเปล่า อย่าให้พ่อรู้นะว่าลูกเกเรกับแม่ ไม่อย่างนั้นพ่อไม่ซื้อของเล่นให้นะ”
“เสี่ยวหลางไม่ได้กวนใจฉันหรอกค่ะ แกเป็เด็กเลี้ยงง่ายจะตาย ก็ลูกสาวคุณน่ะสิคะ เรียนมัธยมปลายก็ไม่จบ ยังจะมาขอไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ฉันบอกให้เรียนอยู่ที่นี่แต่แกก็ไม่ฟัง” เหวินหย่าซินพูดอย่างเหนื่อยใจ
“ลูกอยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศหรือ” เหวินหรงจุนหันไปถามลูกสาว “ก็เอาสิ ถ้ามั่นใจว่าไปอยู่ที่โน่นแล้วลูกดูแลตัวเองได้ พ่อส่งหนูไปเรียนต่อไหวอยู่แล้ว”
“จริงหรือ! คุณจะส่งหนูไปเรียนต่อต่างประเทศจริงๆ หรือ” เหวินหรงถามอย่างดีใจ จนป่านนี้เธอก็ยังไม่ยอมเรียกเหวินหรงจุนว่าพ่อสักที ซึ่งเหวินหรงจุนก็ได้แต่รอ เพราะเขาไม่อยากบังคับลูกสาวให้ต้องมีเื่ทะเลาะกันเสียเปล่าๆ การได้เห็นลูกสาวกับลูกชายค่อยๆ เติบโตภายใต้การดูแลของเขา เท่านี้เหวินหรงจุนก็ดูจะมีความสุขมากแล้ว
“ลูกเป็ลูกสาวคนเดียวของพ่อ มีอะไรที่ลูกอยากได้ พ่อจะหามันมาให้ลูกทุกอย่าง ขอแค่ลูกบอกพ่อมา”
ลุงใหญ่ ป้าสะใภ้ เกาจิ้งฮวา โจวซูเจิน และคุณหมออู๋ มาส่งเกาจิ้งหยวนกับหลิวตงเป่าที่สนามบิน ทุกคนยิ้มแย้มกันอย่างสบายใจ มีแต่กัวจื่อลี่เท่านั้นที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“ไปอยู่ที่โน่นก็ดูแลตัวเองให้ดี ไม่ต้องห่วงทางนี้ ลุงกับป้าจะดูแลหวาหวาให้เอง” กัวหยางจิ่นบอกกับหลานชาย
“โทรกลับมาบ้านบ่อยๆ นะจ๊ะ ป้าคงคิดถึงพวกเธอมากแน่ๆ เลย เสี่ยวหยวน เสี่ยวเป่า อยู่ที่โน่นพวกเธอต้องคอยดูแลกันให้ดีนะ ถ้าคิดว่าจะอยู่ที่โน่นไม่ไหวก็รีบกลับมาบ้านเรานะ” กัวจื่อลี่บอกกับหลานชายพร้อมกับน้ำตาคลอ
“ป้าใหญ่ครับ ผมไปเรียนแค่ไม่กี่ปีเองนะครับ เรียนจบกลับมา ผมจะรีบแต่งงานแล้วก็รีบมีหลานให้ป้าใหญ่ช่วยเลี้ยงดีไหมครับ” เกาจิ้งหยวนพูดหยอกป้าสะใภ้
“เสี่ยวหยวนจะแต่งกับใครหรือ ไม่คิดที่จะถามอาสักหน่อยหรือว่าจะยอมรับข้อเสนอของเราหรือเปล่า ถึงตอนนั้นหลานจะเรียนจบกลับมา แต่อาก็คงอนุญาตให้หลานแต่งงานกับลูกสาวอาไม่ได้หรอกนะ เพราะตอนนั้นเจินเจินกับหวาหวาคงยังเรียนไม่จบ” อู๋ต้าฉิงตอบยิ้มๆ
“นั่นสิคะพี่ใหญ่ พี่กับพี่ตงเป่าไปเรียนแค่สี่ปี แต่พวกฉันต้องเรียนตั้งหกปีนะคะกว่าจะเรียนจบ ใครจะว่างมาแต่งงานกับพี่ได้ จริงไหมเจินเจิน” เกาจิ้งฮวาพูดเสริม
“ใช่ๆ ต้องเรียนอยู่ที่โน่นสี่ปี ถึงตอนนั้นเราก็เพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบสอง นายอยากแต่งงานแล้วหรือ ไม่ได้นะ ฉันไม่ยอมให้นายแต่งงานก่อนฉันหรอก” หลิวตงเป่ารีบแย้ง
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย เจินเจินยังไม่เห็นว่าอะไรฉันเลย” เกาจิ้งหยวนหันไปยิ้มให้แฟนสาว
โจวซูเจินได้แต่ยิ้มรับอย่างอายๆ “พี่ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ แล้วก็อย่าลืมโทรกลับมาบ่อยๆ ด้วยล่ะ”
“ไม่เจอกันนานเลยนะครับพี่เฉิน แล้วพี่คนสวยที่ยืนอยู่ข้างพี่คือใครหรือครับ” หลิวตงเป่ายิ้มถามเมื่อมองเห็นคนที่มารับพวกเขาที่สนามบิน
“แฟนพี่เองล่ะชื่อจูหลิน พวกนายจะเรียกเธอว่าพี่หลินก็ได้” เยี่ยอี้เฉินกอดไหล่แฟนสาวไว้ “หลิวตงเป่าเป็ลูกชายของผู้มีพระคุณของผม ส่วนเกาจิ้งหยวนเป็เ้านายและเป็คนส่งให้ผมมาเรียนที่นี่ ดังนั้นที่ผมได้มารู้จักกับคุณก็เพราะความช่วยเหลือของพวกเขา”
“สวัสดีค่ะ พี่ขอเรียกพวกเธอว่าเสี่ยวหยวนกับเสี่ยวเป่าเหมือนกับอาเฉินก็แล้วกันนะ ส่วนพวกเธอก็เรียกพี่ว่าพี่หลินได้เหมือนกัน” จูหลินยิ้มให้สองหนุ่มอย่างสดใส
“พี่จะมาหวานใส่กันต่อหน้าพวกผมอย่างนี้ไม่ได้นะครับ พี่ต้องเห็นใจคนโสดอย่างพวกผมด้วย” หลิวตงเป่าแกล้งโวยวาย
“นายสิโสด ที่ยืนอยู่นี่มีนายโสดอยู่คนเดียว ถ้าว่างมากก็เอาไว้หาสาวผมทองควงเล่นสักคนสิ” เกาจิ้งหยวนบอกเพื่อน
“ไม่ล่ะ ขอใช้ชีวิตโสดต่ออีกสักหน่อย รออีกไม่กี่ปีก็จะไม่โสดแล้ว” หลิวตงเป่ายักไหล่อย่างไม่สนใจ
“ไปเถอะ กลับที่พักกันก่อนอย่าเพิ่งมาทะเลาะกันตอนนี้เลย นั่งเครื่องมาตั้งนานไม่เหนื่อยกันบ้างหรือไง” เยี่ยอี้เฉินช่วยเกาจิ้งหยวนกับหลิวตงเป่าลากกระเป๋าไปลานจอดรถ
อีกฟากหนึ่งของสนามบินก็มีสาวๆ กลุ่มหนึ่งที่ยังตื่นเต้นกับการได้มาชีวิตที่ต่างประเทศ นั่นคือเหวินหรง อ้ายฉิง และอ้ายฉือ
เหวินหย่าซินเป็ห่วงว่าลูกสาวจะลำบากเพราะเหวินหรงไม่เคยไปใช้ชีวิตนอกบ้านมาก่อน งานบ้านทุกอย่างจะมีแม่บ้านคอยทำให้ทั้งหมด ดังนั้นการที่ลูกสาวจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ จึงทำให้เธออดเป็กังวลไม่ได้ เธอจึงให้อ้ายฉือกับอ้ายฉิง เพื่อนสนิทของเหวินหรงตามไปดูแลเหวินหรงที่ต่างประเทศด้วย โดยเหวินหย่าซินจะเป็คนออกค่าใช้จ่ายให้สองพี่น้องอ้ายทั้งหมด เพื่อแลกกับที่สองพี่น้องต้องทำงานบ้านและคอยช่วยเหลือเหวินหรงทุกเื่ ในตอนที่พวกเธออาศัยอยู่ที่ต่างประเทศ
อ้ายฉือกับอ้ายฉิงตอบตกลงในข้อเสนอนี้ทันทีโดยไม่ต้องคิด เพราะถึงอย่างไรทั้งสองคนก็เป็ลูกไล่ของเหวินหรงอยู่แล้ว การที่ต้องมาทำงานบ้านและคอยรับใช้เหวินหรงเพิ่มเข้าไปอีกจึงไม่เป็ปัญหาสำหรับพวกเธอเลย จะมีสักกี่คนกันที่โชคดีได้มาใช้ชีวิตที่ต่างประเทศโดยไม่ต้องเสียเงิน