บทที่8
ผู้ช่วยชีวิต
แสงอรุณสาดส่องผ่านช่องเขาหมู่มวลปักษาขับขานร้องประสานบังเกิดกลายเป็บทเพลงอันไพเราะ สายลมเย็นๆพัดผ่านสถานที่แห่งนี้พื้นเขาทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ใจกลางป่าที่ไร้ซึ่งผู้คนเรือนไม้ขนาดกลางแห่งนึงตั้งอยู่บริเวณใจกลางป่า สถานที่แห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยลำธารที่โอบล้อมทั่วทุกสารทิศ
แสงอรุณที่ส่องผ่านช่องเขาเข้ามามันสาดส่องเข้ามาที่เรือนไม้หลังนี้ผ่านหน้าต่างบานใหญ่พุ่งตรงไปกระทบสู่ใบหน้าของบุรุษที่นอนสลบไสลอยู่บนเตียง
บนใบหน้าของบุรุษที่หล่อเหลาในวัยยี่สิบสี่ปีโดนแสงแดดอุ่นๆกระทบเข้าที่ใบหน้าเปลือกตาทั้งสองข้างค่อยๆขยับอย่างช้าๆเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา
บนใบหน้าของลู่หยางที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงตอนนี้เต็มไปด้วยความซีดเซียวบริเวณริมฝีปากของเขาแห้งจนน่าวิตก
เมื่อเขาค่อยๆได้สติดวงตาทั้งสองข้างมองเห็นภาพที่พร่ามัวทัศนียภาพที่ไม่คุ้นเคยเพดานที่เขานั้นไม่เคยเห็นมาก่อน
ยามที่เขาฟื้นคืนสติขึ้นมาประสาทััทั้ง5 กลับมาทำงานอีกครั้งเขาสามารถได้ยินเสียงของสายน้ำที่ไหลเชี่ยวเหล่านกที่กำลังขับขานเสียงประสานเสียงของธรรมชาติอันสงบสุข
ไม่ได้มีเพียงแค่นั้นจมูกของเขายังได้กลิ่นบางอย่างเขาได้กินยาสมุนไพรที่ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ
สติสัมปชัญญะยังคงกลับมาไม่สมบูรณ์พร้อมลู่หยางที่กำลังนอนได้เร่งอยู่บนเตียงเริ่มค่อยๆเรียบเรียงสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
เมื่อเขาคิดได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นเขาตื่นตัวอย่างรวดเร็วสะดุ้งพยายามขยับร่างกาย ร้องเรียกบุตรสาวของตนเองอย่างสุดเสียง“ หนิงหนิง!!! ”
เขาขยับร่างกายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นความเ็ปแผ่ซ่านลุกขึ้นมาได้เพียงแค่ครึ่งเดียวล้มนอนลงไปเช่นเดิมอีกครั้ง
แต่ผู้ที่อยู่ด้านนอกดูเหมือนว่าจะได้ยินเสียงของเขาเสียงฝีเท้าวิ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้านั้นเต็มไปด้วยความร้อนรน
ประตูไม้ที่ถูกปิดเอาไว้อย่างแ่าเปิดเข้ามาปรากฏร่างเงาของเด็กวัยหกปีพุ่งเข้ามาภายในห้องแห่งนี้“ ท่านพ่อ!!!! ”
หนิงหนิงทำการร้องเรียกบิดาของตนเองที่ฟื้นคืนสติ
ลู่หยางได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดวงตามองตรงไปยังต้นเสียงนั้นอย่างรวดเร็วด้วยความเป็ห่วงมองเห็นหลุดสาวยังคงปลอดภัยดีใบหน้ากระจ่างไร้ซึ่งอาการป่วยเขาก็รู้สึกเบาใจถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่งอก
หนิงหนิงน้อยตรงส่งเข้ามาหาบิดาของตัวเองด้วยความเป็ห่วงนางวิ่งเข้ามาหยุดอยู่บริเวณข้างเตียงใช้ดวงตาใสๆมอง มามองเห็นว่าบิดาของตัวเองฟื้นคืนสติแล้วดวงตานั้นก็เปลี่ยนกลายเป็ดวงตาที่รู้สึกผิด
“ ข้าไม่สามารถช่วยท่านพ่อได้… ” นางพูดออกมาด้วยเสียงอ่อน
ลู่หยางยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นััเข้าไปที่หัวของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน“ ไม่เป็อันใด ตอนนี้ไม่เป็อันใดแล้วอย่างไร พ่อฟื้นแล้ว ”
ลู่หยางเองไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันเขามาอยู่ภายในร่างกายนี้ได้ไม่นานอยู่กับเด็กน้อยผู้นี้ก็ไม่นานเหมือนกันสาเหตุใดเข้าถึงรู้สึกผูกพันขนาดนี้หรือเป็เพราะว่าร่างที่เขาอยู่เป็ร่างของบิดาของนาง
ความรู้สึกผูกพันนี้อาจจะเป็ความรู้สึกผูกพันทางสายเืที่ส่งต่อมาถึงตัวเขาก็ได้
ลู่หยางใช้ดวงตากวาดมองไปบริเวณรอบรอบสถานที่แห่งนี้มันเป็ห้องแห่งหนึ่งที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักนอกจากเตียงที่เขานอนก็มีตู้ไม้เล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณริมห้องมีหน้าต่างสองบานประตูทางเข้าหนึ่งบานนอกจากนั้นก็ไม่มีอันใดเลย
ภายในห้องบรรยากาศปลอดโปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกทั้งแสงแดดและสายลมเข้ามาได้จากทางหน้าต่างทำให้บรรยากาศภายในห้องนั้นร่มเย็น
แต่ว่าเขาไม่เคยเห็นสถานที่แห่งนี้มาก่อนมองดูก็ยิ่งสงสัยก่อนหน้านี้เขาโดนเล่นงานจนาเ็ หลังจากที่เขาสลบไปมีเื่อะไรเกิดขึ้นกันแน่ดวงตามองตรงไปยังบุตรสาวกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย “ หนิงหนิงตอนนี้เกิดอันใดขึ้น?”
หนิงหนิงกำลังยืนอยู่ข้างเตียงนางแสดงใบหน้าที่เศร้าหมองเบะปากเล็กน้อยทำราวกับตนเองนั้นจะร่ำไห้กล่าวด้วยเสียงเจ็บใจ“ ท่านพ่อโดนคนชั่วผู้นั้นเล่นงานจนาเ็ โชคดีได้ผู้าุโเข้ามาช่วยเหลือ ”
ลู่หยางขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันด้วยความสงสัย“ ผู้าุโ? ”
“ ใช่แล้วเ้าค่ะผู้าุโท่านาุโสองท่านนั้น ”หนิงหนิงใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงไปยังบริเวณประตูที่ถูกเปิดเอาไว้
ไม่นานนักปรากฏร่างของคนสองผู้ก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็วลู่หยางเมื่อเขามองไปมองเห็นคนสองผู้นั้น
หนึ่งคนเป็าุโชายมี่อายุอยู่น่าจะราวๆซักประมาณเลขหกแต่งกายด้วยชุดสีดำน้ำตาลที่ดูเรียบง่ายไม่ได้มีอันใดพิเศษแต่ที่พิเศษก็คงจะเป็ร่างกายที่ยังคงดูมีภูมิฐานแตกต่างจากคนวัยเลขหกคนอื่นๆที่มักจะเดินหลังค่อมคนผู้นี้กับสามารถยืนอยู่ด้วยท่าทางที่สง่างามใบหน้าของผู้าุโผู้นั้นมองดูมีสง่าราศีดูมีภูมิฐานกว่าคนภายในวัยเดียวกันบนใบหน้ามีหนวดเคราประดับอยู่เล็กน้อยเรือนผมที่อยู่้าเป็สีดำสลับขาว
แต่ลู่หยางจ้องมองผู้าุโผู้นี้แม้ว่าเขาจะดูเป็คนมีบุคลิกภูมิฐานที่ดีในระดับนึงแต่การวางตัวของเขาน่าจะเป็คนที่ชอบวางตัวสบายๆดูจากการที่เขาขยับเขยื้อนมือของตนเองไปแคะหูแถมยังแสดงใบหน้าที่เบื่อหน่ายตลอดเวลา
แต่กับอีกผู้หนึ่งที่อยู่ข้างๆมันแตกต่างกันอย่างชัดเจนผู้ที่อยู่ข้างๆเป็ผู้าุโเช่นเดียวกันแต่ว่านางเป็สตรี่วัยก็น่าจะอยู่ในวัยไล่เลี่ยกับาุโก่อนหน้านี้นั่นคือวัยประมาณเลขห้าเลขหกนางยืนด้วยท่าทางสง่างามใน่วัยเลขหกบนใบหน้าของนางมีรอยเหี่ยวย่นปรากฏอยู่เล็กน้อยเป็าแที่ได้จากใบมีดแห่งกาลเวลากระนั้นรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของนางกลับไม่สามารถบดบังความงดงามของนางได้เลย
งดงามที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าแสดงออกมาอย่างชัดเจนแต่นางมักจะแสดงใบหน้าบึ้งตึงเ็าสามส่วนไร้ความรู้สึกเจ็ดส่วนแถมนิสัยก็ยังดูแตกต่างจากผู้าุโที่อยู่ข้างๆนางเป็สตรีที่น่าจะมีภูมิฐานที่ดีแถมยังน่าจะเป็คนที่เข้มงวดในขณะที่ยืนอยู่นางยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง
บ่งบอกถึงลักษณะนิสัยที่น่าจะเป็คนเข้มงวดพอสมควร
ทั้งสองมีนิสัยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนพวกเขาก้าวเข้ามาภายในห้องเมื่อเห็นว่าบุรุษที่ตนเองได้ช่วยมาฟื้นคืนสติขึ้นมาแล้ว
ลู่หยางเห็นทั้งสองเดินเข้ามาเขาพยายามจะขยับร่างกายลุกขึ้นมาตามมารยาทเมื่อพยายามจะขยับร่างกายาแที่ตนเองได้รับาเ็มันก็แผ่ซ่านความเ็ปขึ้นมา
บริเวณหน้าอกของเขารู้สึกเ็ปจากาแที่เขาได้รับมาจากฝ่ามือนั้น
ชายที่อยู่ใน่วัยกลางคนคราบเกี่ยวกับวัยชราผู้นั้นกล่าวขึ้นมา“ เ้าหนุ่มเ้าหนุ่ม!! นอนไปไม่จำเป็จะต้องลุกขึ้น ”
ลู่หยางได้ยินเช่นนั้นล้มเลิกความพยายามทิ้งกายนอนลงไปเช่นเดิมเพียงแค่ทำการลุกเขายังแสดงลมหายใจที่เหนื่อยหอบออกมา
สตรีผู้นั้นย่างกายเข้ามาบริเวณข้างเตียงนางใช้มือของตัวเองยื่นเข้ามาััที่บริเวณหน้าอกของลู่หยางอย่างไม่ต้องบอกกล่าวอันใดเมื่อลองใช้มือััดูแล้วเพียงแค่พริบตาเดียวนางก็ยกฝ่ามือของตนเองขึ้นพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ ไม่อันตรายแล้วรักษาาแก็คงจะต้องใช้เวลาประมาณเจ็ดวัน ”
“ เห้อ!!! โชคดีจริงๆ!!! ”
“ เ้านี้โชคดีจริงๆเลยนะเ้าหนุ่มเป็คนธรรมดาแท้ๆโดนฝ่ามือของฝึกฝนวรยุทธที่มีลมปราณอยู่ในระดับ 5 เข้าไปเต็มๆแต่กลับยังรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ได้ตอนแรกเห็นเ้าสลบไปตั้ง 10 วันคิดว่าเ้าจะตายแล้วสิอีก ”าุโที่สวมใส่ชุดสีดำน้ำตาลพูดออกมาอย่างสนิทสนมเขาทำการนั่งลงที่ข้างเตียงอย่างสบายๆไม่ถือสาเื่กาละเทศะ
เขาทำการยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆลู่หยางจ้องมองใบหน้าและกล่าวออกมา “สงสัยว่าเทพแห่งความตายคงยังไม่อยากได้ชีวิตเ้าเป็แน่ ”
ลู่หยางได้ยินเช่นนั้นก็หัวร่อแหะแหะๆ‘ สงสัยจะเป็เช่นนั้นจริงๆ เทพแห่งความตายคงจะไม่อยากพบข้าเร็วเลยเมตตาข้า ’
ลู่หยางเปลี่ยนใบหน้าของตัวเองกลับมาเป็ใบหน้าเช่นเดิมดวงตาของเขามองไปที่าุโทั้งสองที่ดูมีภูมิฐานผิดจากคนธรรมดาก่อนจะกล่าว “พวกท่านทั้งสองคือ? ”
ชายผู้ที่นั่งอยู่ข้างๆกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว“ ข้ามีนามว่าติงหยวน เรียกข้าว่าาุโติงก็ได้ ”
“ ส่วนนั่นภรรยาของข้าเองอ้ายอี้ เ้าเรียกนางว่าาุโอี้ก็ได้ ”เขาทำการแนะนำภรรยาของตนเองให้รู้จัก
ได้ยินเช่นนั้นลู่หยางยังรู้สึกใเลยคนทั้งสองมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน ท่านาุโที่เป็สตรีผู้นี้มองดูภายนอกบุคลิกท่าทางเหมือนกับผู้สูงศักดิ์ที่หาได้ยากยิ่งในหมู่สตรีแต่ว่าพรุ่งนี้กลับมีนิสัยที่สบายๆออกจะไปในทางหยาบกระด้างเสียด้วยซ้ำ
เพราะแบบนั้นตอนที่ทั้งสองปรากฏกายออกมาเขาไม่เคยคิดเลยว่าทั้งสองนั้นจะเป็สามีภรรยากัน
ลู่หยางเพิ่งไปสักพักดวงตาทั้งสองข้างเบิกความขึ้นแสดงใบหน้าตกตะลึงแต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ดึงสติของตัวเองกลับมาส่ายใบหน้าไปมาทำสิ่งที่ตัวเองนั้นสมควรทำมากที่สุดมือทั้งสองยกประสานกันแม้ว่าตนเองจะอยู่ในท่านอน“ ขอบคุณาุโทั้งสองมากที่ยื่นมือช่วยพวกเราสองพ่อลูก ”
“ เื่เล็กเื่เล็ก ฮ่าๆๆๆ ”ติงหยวนกล่าวออกมาพร้อมกับส่งเสียงหัวร่ออย่างสะใจ
ลู่หยางพูดสวนขึ้นอย่างทันควัน“ ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามผู้าุโทั้งสองหน่อยได้หรือไม่ขอรับ ”
ทั้งสองใช้ดวงตามองตรงมาที่เขาด้วยความสงสัยสายตาของเขาราวกับว่ากำลังรอคำถามอยู่
ลู่หยางจึงทำการกล่าวออกไป“ สถานที่แห่งนี้คือที่ไหนขอรับ? ”
ติงหยวนที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงเดียวกับลู่หยางยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจากกล่าว“ ูเาซ่อนเร้นหรืออีกชื่อนึงก็ที่ผู้คนภายในยุทธภพเรียกกันว่าเส้นทางสู่ปรโลก ”
จบบท