จิตสำนึกของหลงเทียนเฟย (龙เทียน非) ยืดเส้นยืดสายอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้หยกในมิติเร่งเวลา (光阴秘境) หลังจาก "ลงทุนลงแรง" บ่มเพาะพลังจนทะลวงสู่ระดับ ััปราณ (感气) ขั้น 8 (ระดับ 8) และทำความคุ้นเคยกับ 'คัมภีร์ดาบหมื่นสรรพสิ่ง' (万象剑诀) แล้ว เขาก็รู้สึกว่าเพียงพอสำหรับการพักผ่อนในคราวนี้แล้ว
'ดูท่าการพักผ่อนของข้าในมิติแห่งนี้คงต้องยุติลงชั่วคราว' เขาพึมพำกับตัวเอง 'เื่น่าเหนื่อยหน่ายในโลกภายนอกคงจะรอข้าอยู่เป็แน่'
ด้วยความคิดที่แสนจะจำใจนั้น หลงเทียนเฟยตัดสินใจที่จะสิ้นสุดการบ่มเพาะ เขาหลับตาลงอย่างเชื่องช้า สั่งระบบในใจให้เตรียมการกลับสู่โลกภายนอก จิตสำนึกของเขาพลันถูกดึงดูดด้วยกระแสพลังที่พลิกผัน ทิวทัศน์รอบกายบิดเบี้ยวไปชั่วขณะหนึ่งราวกับภาพวาดที่กำลังถูกฉีกขาดและประกอบขึ้นใหม่ด้วยความเร่งรีบ
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเขายังคงนั่งสงบนิ่งอยู่ที่เดิมในช่องหินลับหลังม่านน้ำตก แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องกระทบใบหน้า ความชื้นและกลิ่นดินในอากาศที่คุ้นเคยโชยมาปะทะจมูก เขารับรู้ถึงกระแสเวลาที่ไหลไปตามปกติ ราวกับโลกภายนอกกำลังเคลื่อนที่ช้าลงไปเล็กน้อยในความรู้สึกของเขา 'อ่า...กลับมาแล้วสินะ' เขาพึมพำกับตัวเอง 'โลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายที่รอข้าอยู่เป็แน่'
หุบผาหินทรายแดงแห่งนี้ยังคงเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำตกและเสียงลมพัดแ่เบาเท่านั้นที่ดังให้ได้ยิน เสียงจอแจจากงานชุมนุมยอดฝีมือไม่ได้เล็ดลอดเข้ามาถึงที่นี่ หลงเทียนเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อหวนนึกถึงซูโม่ (苏墨) ชายหนุ่มบัณฑิตปริศนาผู้มองทะลุกลิ่นอายของเขาได้ และเื่ 'เนตรแห่งจิต' (心眼) ที่เขาพูดถึง
เขาหวนนึกถึง 'หญ้าิญญาหมอกมายา' (幻雾灵草) ที่เก็บไว้ในแหวนมิติของร่างหลัก และ 'ััแห่งความโกลาหล' (混沌触感) ที่เขาเพิ่งได้รับมา มันคือวัตถุดิบและตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญสำหรับการสังเคราะห์ 'เนตรแห่งจิต'
'การลงทุนลงแรงเพียงครั้งเดียว เพื่อให้สามารถมองทะลุกลอุบายของคนน่ารำคาญเช่นซูโม่ และหลีกเลี่ยงเื่ยุ่งยากในอนาคต ย่อมเป็สิ่งที่คุ้มค่ากับการออกแรงอยู่บ้าง' เขาคิดอย่างรอบคอบ 'หากข้าสามารถมองเห็นภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นได้ก่อนใคร ย่อมช่วยให้ข้าสามารถหาทางหลีกเลี่ยงมันได้อย่างง่ายดาย'
หลงเทียนเฟยหยิบ 'หญ้าิญญาหมอกมายา' ออกมา มันเรืองแสงสีครามจางๆ ในความมืดสลัวของช่องหิน
[ระบบ: กำลังสังเคราะห์... 'หญ้าิญญาหมอกมายา' ผสานกับ 'ััแห่งความโกลาหล' และ 'พลังิญญา' ของผู้ใช้]
[ระบบ: ตรวจพบความเข้ากันได้สูง โอกาสสำเร็จ 70% อาจเกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด]
'เอาล่ะ...อย่างน้อยก็ไม่ใช่ 50% ก็แล้วกัน' เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "ดำเนินการ" เขาออกคำสั่งในใจ
พลังิญญา (魂力) ในร่างของเขาพลันปั่นป่วน หญ้าิญญาสลายตัวเป็ละอองแสงสีครามละเอียดอ่อน ลอยวนรอบจิตสำนึกของเขา ก่อนที่ 'ััแห่งความโกลาหล' จะแผ่ออกไปโอบอุ้มละอองแสงเ่าั้ บิดเบือนพวกมันให้ก่อร่างใหม่
[ระบบ: การสังเคราะห์สำเร็จ การกลายพันธุ์เกิดขึ้น! ได้รับทักษะติดตัว: 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ (无序之眼)' (ขั้นต้น)]
[ระบบ: สรรพคุณ: ผู้ใช้สามารถมองเห็น 'เส้นสายแห่งความโกลาหล' ที่บิดเบี้ยวในสิ่งรอบข้างได้ชัดเจนขึ้น สามารถมองทะลุภาพลวงตาและกลไกที่อิงกับการบิดเบือนความเป็จริงในระดับต่ำได้]
[ระบบ: ผลข้างเคียง: เมื่อใช้ทักษะเป็เวลานาน อาจรู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย และอาจมองเห็น 'สิ่งแปลกประหลาด' ที่ไม่มีอยู่จริง]
ดวงตาของหลงเทียนเฟยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบงั้นรึ' เขาพึมพำกับตัวเอง 'ไม่ได้ชื่อว่าเนตรแห่งจิตอย่างที่ข้าคาดไว้...และยังแถมผลข้างเคียงให้ข้าต้องมานั่งวิงเวียนศีรษะอีก'
เขาถอนหายใจยาวเหยียด แต่ก็ยอมรับผลลัพธ์นั้นอย่างไม่เต็มใจนัก
'เอาเถอะ อย่างน้อยก็ใช้ประโยชน์ได้'
เขาลองเปิดใช้งาน 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' ทันที โลกทั้งใบพลันเปลี่ยนแปลงไปในสายตาของเขา ผืนผาหินทรายแดงยังคงเป็สีแดงฉาน แต่บัดนี้เขาสามารถมองเห็นเส้นสายสีดำเล็กๆ ที่บิดเบี้ยวและหมุนวนอยู่บนพื้นผิวของหิน ราวกับเป็ภาพลวงตาที่ซ้อนทับกันอยู่
เขาหันไปมองม่านน้ำตก แผ่นน้ำที่ร่วงหล่นไม่ได้มีเพียงความใสสะอาด แต่เขาสามารถมองเห็นกระแสพลังงานที่ซ่อนอยู่ภายในสายน้ำ ราวกับเส้นด้ายสีเทาที่พันกันยุ่งเหยิง นั่นคือพลังงานที่บิดเบี้ยวที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์กับป่าหมอกมายา
'น่าสนใจ' เขากล่าวอย่างเงียบเชียบ 'ดูท่าทักษะนี้จะใช้ได้ผลจริง'
ความคิดหนึ่งพลันผุดขึ้นในใจ หลงเทียนเฟยยกมือขึ้นััใบหน้าของตนเอง พลางพยายาม 'มองทะลุ' 'ใบหน้าที่ซื่อตรงจริงใจ' ของตนเองที่โลกภายนอกรู้จัก
ทว่า...เขาไม่เห็นสิ่งใด เส้นสายแห่งความโกลาหลที่บิดเบี้ยวไม่ได้ปรากฏบนใบหน้าของเขา ราวกับความซื่อตรงจอมปลอมนั้นคือความจริงอันสมบูรณ์แบบที่แม้แต่ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' ก็ไม่อาจมองทะลุได้
'ยอดเยี่ยม!' เขากล่าวอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มแฝงเลศนัยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา 'แสดงว่าหน้ากากนี้ยังคงใช้การได้ดีเยี่ยม แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่อาจมองทะลุความจริงได้ทั้งหมด'
เขาเก็บ 'ศิลาจันทรามายา' และอุปกรณ์ทั้งหมดลงในแหวนมิติ พลางครุ่นคิดถึงซูโม่ หาก 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' สามารถมองทะลุความบิดเบี้ยวของพลังงานได้ มันย่อมช่วยให้เขาเข้าใจกลอุบายของซูโม่ได้ดียิ่งขึ้น
หลงเทียนเฟยก้าวออกจากช่องหินลับอย่างเชื่องช้า 'ย่างก้าวเปลวเพลิง' ส่งร่างเขาทะยานผ่านหุบผาหินทรายแดงที่เงียบสงัดอย่างรวดเร็ว เสียงลมที่พัดผ่านใบไม้และเสียงน้ำตกเริ่มจางหายไป เมื่อเขาพ้นจากหุบผา และเข้าสู่เขตแดนของ 'ป่าหมอกมายา' (幻雾之森) อีกครั้ง
ป่าหมอกมายายังคงมืดสลัวและเต็มไปด้วยไอเย็นชื้น ต้นไม้โบราณบิดเบี้ยวและมีมอสส์เรืองแสงเกาะตามลำต้น เขาลองเปิดใช้งาน 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' อีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นเส้นสายพลังงานที่บิดเบี้ยวถักทออยู่ทั่วบริเวณอย่างชัดเจน นั่นคือกลไกของค่ายกลภาพลวงตาและที่ซ่อนของอสูริญญาที่สำนักวางไว้
'เอาล่ะ...ต่อไปก็คือการตามหาเส้นชัยสินะ' เขาถอนหายใจอย่าง เกียจคร้าน 'ช่างเป็เื่ที่น่าเหนื่อยหน่ายใจยิ่งนัก แต่ก็ต้องทำให้เสร็จ'
'การประลองครั้งนี้ควรจะจบลงที่ลำดับกลางๆ ไม่สูงเกินไปจนเป็ที่จับตามอง แต่ก็ไม่ต่ำเกินไปจนตระกูลต้องเสียหน้า' เขาวางแผนในใจอย่างรอบคอบ 'หากข้าสามารถหลีกเลี่ยงเื่ยุ่งยากและภัยคุกคามที่มองไม่เห็นได้โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก ย่อมดีที่สุด'
ขณะที่เขากำลังเยื้องย่างไปตามเส้นทางที่ 'เนตรแห่งความไร้ระเบียบ' ชี้ทางให้ หลงเทียนเฟยก็พลันได้ยินเสียงแ่เบา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของสัตว์อสูร แต่เป็เสียงของมนุษย์ที่กำลังปะทะกัน
'ดูท่าข้าจะได้พบเจอกับผู้ฝึกตนอื่นเสียแล้ว'
(จบตอนที่ 28)