หลังจากที่เื่ราวสงบลงทางสำนักต้าหลี่ก็เริ่มการประลองเพื่อหาผู้ที่เหมาะสม รับตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักต้าหลี่ภาคกลางขึ้น สำนักต้าหลี่แบ่งออกเป็ 5 เขต คือ เหนือ ใต้ออก ตก และ กลาง ต่างก็คอยรวบรวมข่าวสารจากเขตของตน และส่งมาที่ส่วนกลางและนำข้อมูลส่งให้วังหลวง เป็กำลังที่มีอำนาจขึ้นตรงต่อ ฮ่องเต้ ไม่ขึ้นกับกองกรมใดหากมีขุนนางหรือ ราชนิกุลคนใดสอดมือเข้ามายุ่งนั่นก็หมายความว่า้าท้าทายอำนาจของ ฮ่องเต้ สำนักต้าหลี่มีอำนาจจัดการสืบสวนชาวบ้านหรือขุนนางได้หากคดีนั่นทางการท้องถิ่นไม่สามารถจัดการได้ ซึ่งตรงนี้หลินเยว่อิงก็ทราบดีจึงได้วางแผนทุกอย่างเพื่อให้ตนนั่น ได้สำนักข่าวกรองที่ดีที่สุดมาไว้ในมือเมื่อตัวแทนแต่ละเขตมาเข้าชิงตำแหน่ง ต่างก็เป็ยอดฝีมือของเขตนั่นๆ มีตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกันทุกคน ส่วนตำแหน่งผู้บัญชาการแต่ละเขตนั่นต่างก็มีอำนาจเท่าเทียมกันและสิทธิ์ขาดในการจัดการเขตของตนมีอำนาจขึ้นตรงต่อฮ่องเต้ ทำให้เหมือนเป็การค้านอำนาจกันไปในองค์กรเองด้วยและง่ายต่อการควบคุม
ทางตงฟางรู้ดีว่าครั้งนี้เป็โอกาสที่ดีที่สุดในการกระจายกำลังของหอสดับพิรุณให้มีอำนาจออกไปในแต่ละเขตและควบคุม สำนักต้าหลี่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ด้วยวิชาที่ตนมี บวกกับยาหนอนไหมโลหิตสำหรับข้าราชการระดับเล็กๆ จะมีอำนาจและฝีมือมากแค่ไหน แค่ตงฟาง หลี่ไถ ไปหลี่หลิงเซียง ลงมือก็มากพอแล้วที่จะควบคุม ผู้ที่เป็ตัวแทนเข้าร่วมการประลองอย่างไม่ยากนักและตงฟางก็ได้คนเพิ่มมาอีก 4 คน เข้ามาเป็ 10ผู้ก่อตั้งของ หอสดับพิรุณเมื่อการประลองจบลง ก็เป็ไปตามที่ตงฟาง้าหลี่ไถได้ขึ้นเป็ผู้บัญชาการส่วนกลาง และให้ ไปหลี่กับหลิงเซียง ได้ขึ้นเป็รองผู้บัญชาการคู่กันและตนนั่นได้ขอลาออก และเป็เพียงแค่หัวหน้ากองสืบสวนเล็กๆเพื่อการเคลื่อนไหวของตนเองนั่นสะดวกมากขึ้น และไม่เป็ที่น่าสงสัยของผู้อื่นตงฟางนั่นต้องคอยดูแลควบคุม หอสดับพิรุณทั้งหมด และกระจายกำลังออกไป10คนที่้า ตอนนี้มี 7 คนแล้ว เพื่อที่จะกระจายไปได้มากขึ้นอีกตงฟางจึงคิดที่จะให้ สำนักข่าวที่ดีที่สุดในยุทธภพ เป็กลุ่มของตนอีกจึงได้วางแผนเข้า สำนักโรงเตี๊ยมจอมยุทธที่มีอำนาจในการขายข่าวในยุทธภพที่ขึ้นชื่อที่สุด เพราะโรงเตี๊ยมจอมยุทธไม่ได้มีแค่ในแคว้นนี้เท่านั่น แต่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกแคว้น หากสามารถควบคุมได้ก็เหมือนมีตาอยู่ทุกที่ในแผ่นดินนี้ และแน่นอนการที่จะเข้าควบคุมสำนักที่มีอำนาจข่าวสารในยุทธภพขนาดนี้ไม่ใช่เื่ง่าย การปรากฏตัวขึ้น ของบรรดาเ้าหอต่างๆของ สำนักไร้นามก็มีขึ้น และก็เป็อีกหนึ่งเหตุให้ชื่อเสียงกระจายออกไป
หลังจากที่ผ่านไปสามเดือนถังเทียนก็รวมรวมยาพิษมาให้กับ หลินเยว่อิงได้ครบ หลินเยว่อิงจึงเริ่มฝึกวิชา กายพิษนิรันดร์โดยการดูดกลืนพิษทั้งหมดลงไป เมื่อหลินเยว่อิงดูดกลืนพิษเสร็จสิ้นก่อนจะกลับไปที่จวนของตน ถังเทียนก็รายงานเื่บ้างอย่างให้หลินเยว่อิงฟัง
“คุณหนูตอนนี้คนในสำนักกระบี่สาดส่องได้กลายเป็คนของเราหมดแล้วครับเหลือแต่เพียงแค่คนหนึ่งที่ไม่ยอม และได้พยายามหลบหนีแต่เพราะค่ายกลทำให้นางหนีไปไม่ได้ และข้าได้จับนางขังไว้”
“เื่แค่นี้ เ้าก็กำจัดทิ้งไปก็หมดเื่ไม่เห็นต้องมาบอกข้าเลย”
“แต่มีเื่ที่เกี่ยวกับนางจะบอกท่านข้าคิดว่าท่านควรทราบไว้แล้ว หากท่านคิดว่าจะกำจัดนางก็ค่อยกำจัดหลังจากที่ท่านทราบเื่นี้แล้วครับ”
“เื่อะไร”
“ซินอี๋นางเป็ศิษย์เอกของลุงข้า ตอนแรกนางก็ไม่ได้หนีไป พอค่ายกลสร้างเสร็จและรู้ว่าทุกคนที่อยู่ต่อจะต้องถูกวิชายันต์โลหิตสาบาน นางก็คิดจะหนีแต่ก็ถูกจับไว้ได้ เหมือนนางจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ข้าคิดว่า นางน่าจะเป็คนของเงาทมิฬครับ แต่ตอนนี้นางก็ไม่ยอมฆ่าตัวตายเพราะถูกจับได้ เอาแต่ไม่พูดข้าก็เลยบอกท่านให้ท่านเป็คนตัดสินใจ เพื่อคุณหนูอยากจะสืบสวนนางเอง”
“น่าสนใจ พาข้าไปพบนาง”
หลังจากซินอี๋ ได้พบกับหลินเยว่อิง ไม่นานก็พูดทุกอย่างออกมาจนหมดนางเป็เพียงแค่ศิษย์ของถังจงหนานเท่านั่น แต่ก็รู้ทุกการกระทำของเขาแต่ยังไม่ใช่คนของสำนักเงาทมิฬ
“ในเมื่อนางพูดออกมาหมดแล้ว งันข้าจะทรมานนางสัก 7วันแล้วค่อยให้นางตายก็แล้วกัน”
“ไม่ ไม่ ได้โปรดไว้ชีวิตข้า ข้ายอมสาบานเืข้ายอมขอเพียงท่านไม่ทรมานข้าอีก”
“สายไปแล้ว ตอนเ้ามีโอกาสเ้าไม่คว้าไว้ตอนนี้จะขออีกครั้งคงเป็ไปไม่ได้ ยังไงเ้าก็เคยทำชั่วมา ชดใช้ด้วยชีวิตยังน้อยไปและข้าไม่อยากได้คนไร้ประโยชน์อย่างเ้า”
“ไม่ ไม่ ข้ามีประโยชน์ ข้ารู้ความลับข้ารู้เื่สมบัติล้ำค่า 2 ชิ้น ขอเพียงท่านไม่ทรมานข้าอีก ข้ายอมทุกอย่าง”
การทรมานของหลินเยว่อิงนั่นเป็การทรมานทางจิตใจด้วยขลุ่ยหมื่นทัพใจสลาย ที่นางมีใครที่โดนเข้าไปจะทรมานเหมือนตกนรกหรือจะฆ่าให้ตายก็สามารถทำได้เพราะตกอยู่ใต้การควบคุมของนาง ซินอี๋ ไม่อาจที่จะทานทนได้ให้นางตายไปเลยสะยังจะดีกว่า
“พูดมา หากสิ่งนั่นมีประโยชน์กับข้า ข้าจะรับเ้าไว้”
“บัวเพลิงเหมันต์ และ ดอกเพลิงสีชาด”
“เ้าว่ายังไงนะ พูดมา มันอยู่ที่ไหน”
“บัวเพลิงเหมันต์อยู่ที่สำนักกระบี่เทพธิดาดอกเพลิงสีชาดอยู่ที่สำนักดาบอัคคีโลหิต”
“ดี ถ้ามีสองสิ่งนี้ ข้าก็สามารถกำจัดข้อเสียของกายพิษไปได้ทำไมเ้าถึงไม่โพล่มาให้เร็วกว่านี้ หากรู้แบบนี้ ข้าก็คงไม่ต้องลำบากกับวิชานี้ น่าเสียดายเมื่อเริ่มฝึกแล้วก็ไม่สามารถหยุดได้แล้วแต่ก็ดี เมื่อข้าฝึกสำเร็จเมื่อไร ข้าจะไปเอามันเอง”
“คุณหนูแล้วทำไมเราไม่ไปชิงมาเลยครับ”
“ไม่ได้ เพราะดอกไม้สองชนิดนี้เป็สมุนไพรหายากเมื่อมันถูกเด็ดออกมันจะตายทันที มันไม่สามารถที่จะถอนหรือเด็ดได้หากอยากได้มันต้องเด็ดกลีบของมันและกินเข้าไปทันที ถึงจะได้สรรพคุณของมันที่เราหาพวกมันมานาน ก็เพราะมามันไม่ใช่สมุนไพรที่หาซื้อได้ที่ที่มันอยู่จะต้องมีพลังหยินหยางที่คู่ควรกับมัน สำนักกระบี่เทพธิดาอยู่ทางเหนือในหุบเขาที่มีความเย็นตลอดปี มันต้องมีธารน้ำเย็นที่ดอกบัวเพลิงเหมันต์เติบโตอยู่ได้แน่ๆ และดอกเพลิงสีชาดต้องอยู่ในหุบเขาที่มีความร้อนระอุอยู่ตลอด”
“เช่นนั่นหากข่าวนี้ รู้ออกไป คนจะไม่ไปแย่งชิงกันหรือครับ”
“ฉะนั่นเราต้องปิดข่าว และส่งคนเข้าไปในสองสำนักนี้ปกป้องของๆข้าไว้ให้ดี”
“เช่นนั่นจะทำยังไงกับนางครับ”
“นางยังมีประโยชน์อยู่ บอกข้ามาใครรู้เื่นี้อีก”
“มีเยี่ยนฟางอีกคนที่รู้ มีแค่นาง”
“ตอนนี้นางอยู่ที่ใด”
“ข้าไม่รู้ แต่ข้าช่วยตามหานางได้นางอยากได้ข้าเป็คนของนาง นางบอกว่า หากวันใดไม่มีที่พึ่งให้ข้าไปหานาง”
“ดีงันข้าจะปล่อยเ้าไปแล้วเ้าก็แฝงตัวเข้าไปในสำนักเงาทมิฬ และหาทางกำจัดนางสะนี้คืองานที่เ้าต้องทำให้ข้า”
“ได้ ได้ ข้าจะทำให้ท่าน” แล้วหลินเยว่อิงก็ใช้วิชาผูกจิตคุ้มิญญากับซินอี๋ หากนางคิดทรยศแม้เพียงนิด นางจะตายในทันที
“ถึงข้าจะใช้วิชานี้กับเ้าแต่มันต่างไปจาก บริวารของข้าหากเ้าขัดขืนแม้เพียงนิด ข้อจำกัดที่ข้าตราิญญาไว้ จะฆ่าเ้าทันทีคิดว่าเ้าเองคงรับรู้ได้แล้ว”
“ข้าน้อยรับทราบ ขอบคุณนายท่าน ขอบคุณนายท่าน”
“รักษานางให้ดี และวางแผนปล่อยตัวนางไป อย่าให้ใครสงสัยอย่างน้อยมีคนแฝงตัวเข้าไปสักคนก็ดีเหมือนกัน”
“ครับ”
หลังจากนั่นทางแดนเหนือคนของหอสดับพิรุณก็เริ่มส่งคนเข้าไปแฝงตัวทั้งสองสำนักและเปลี่ยนบ้างคนให้เป็คนของเขา และคอยเฝ้าดูและส่งข่าวมาหลินเยว่อิงก็เก็บตัวฝึกวิชากายพิษนิรันดร์ต่อไป
2 ปีผ่านไป ณ จวนของหลินเยว่อิง
เซียงหยางกำลังถูกหลินเจียงเฟย ไล่ตามอย่างไม่ลดละ เวลานี้พวกเขา ก้าวเร็วดังก้าวพริบตารวดเร็วจนมองแถบไม่ทัน เห็นเป็ภาพ ผลุบโพล่ๆ ไปมา รอบจวนของหลินเยว่อิง
“พี่เซียงหยาง ข้าตามท่าก้าวของท่านทันแล้วถ้าท่านไม่เพิ่มความเร็วข้าจะจับท่านทันแล้วนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“คุณชาย จับข้าให้ได้ก่อน คอยคุยโว” ฟุบฟับ ฟุบฟับ ทั้งสองยังคงไล่ตามกัน
“2ปีแล้วนะเ้าก็ยังเดินหมากไม่ได้เื่เหมือนเดิม”
ปึง! ปึง! เสียงการวางหมากของ หลินเยว่อิง และหลินเจียงผิง ดังกังวาน และออกเป็แสงรัศมี ครั้งนี้สองปีผ่านไปพวกเขาไม่ได้เล่นหมากในกระดานกันอีกต่อไปแล้ว ทั้งสองยืนประจันหน้ากัน กลางเรือนกลับปรากฏ ตารางหมากล้อมขนาดใหญ่ และทั้งสองก็ใช้พลังปราณวางหมากในอากาศดูแล้วตื่นตายิ่งใจนัก และเพียงหมากสุดท้าย ที่หลินเยว่อิงวางกระดานหมากที่ปรากฏในอากาศ ก็แตกกระจายออก พรึบ! กลายเป็ลำแสงปราณออกไปหลินเจียงผิง ถูกแรงกระแทก ทำให้เสียหลักเล็กน้อย แต่มิได้าเ็อันใด
“ตอนนี้เ้าเป็หนี้ข้าสามหมื่นตำลึงทองแล้วนะ”
“โอย!...ท่านดีใจไปเถอะหากข้าชนะท่านได้ ท่านก็ต้องจ่ายข้า สองแสนตำลึงเช่นกัน”
“ไม่หรอกเ้าเอาชนะ พี่ไม่ได้หรอก”
“ทำไมข้าถึงชนะท่านไม่ได้”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เพราะพี่เป็พี่ของเ้ายังไงละฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“น่าหงุดหงิด น่าหงุดหงิด ข้าเกลียดท่าน”
“เอาละ เ้าแพ้แล้ว นอกจาก วางเดิมพันแล้ว วันนี้พี่จะให้เ้าฝึกวิชาอีกวิชาหากเ้าฝึก พี่ก็ยังจะเล่นหมากกับเ้าอยู่”
“ข้าไม่ชอบฝึกวิชายุทธของท่านเลยมีแต่วิชาฆ่าคน ถ้าข้าไม่ฝึกท่านก็ไม่ยอมเล่นหมากกับข้าอีก ท่านหลอกข้าตลอด”
“แล้วเ้าจะฝึกไหม”
“ส่งเข้ามาในกระแสจิตข้าเลย ยังไงข้าก็ต้องยอมท่านอยู่แล้ว เงินของข้าสองแสนตำลึง”
ตลอด 2 ปี หลินเยว่อิง ก็ถ่ายทอดวิชายุทธให้หลินเจียงผิงใช้จุดอ่อนของนางในการหลอกล่อเพื่อฝึกวิชาตอนนี้แม้นางจะดูเป็เพียงเด็กสาวที่อ่อนแอ แต่แท้จริงแล้วเป็ผู้เยี่ยมยุทธระดับ5 ไปแล้ว หรือหลินเยว่อิง จะสร้างนางมารขึ้นมาอีกตน
“พี่เซียงหยาง ข้าตามท่านทันแล้ว”
ด้านหลินเจียงเฟย ก็ได้หยุดไล่ตาม เพราะเจียงเฟยสามารถจับแขนเสื้อของเซียงหยางไว้ได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็จับท่านได้พี่ใหญ่ พี่ใหญ่” หลินเจียงเฟยวิ่งเข้ามาหาหลินเยว่อิงด้วยความดีใจ
“ท่านพี่ข้าจับนางได้แล้ว ในที่สุดข้าก็ทำได้ท่านต้องทำตามสัญญาที่ให้ข้าไว้ได้แล้ว”
“ได้สิ เมื่อเ้าทำได้ พี่ก็ทำตามสัญญาแต่ข้าไม่ไปที่นั่นกับเ้าหลอกนะ”
“ท่านไม่ไป แล้วข้าจะไปยังไงขืนข้าไปคนเดียว ข้ามีหวังถูกท่านแม่ๆตีข้าแน่ ยิ่งตอนนี้ แม่รองนางดูน่ากลัวขึ้นทุกวัน”
“ที่นางน่ากลัวเพราะนางกำลังอยู่ใน่แตกฉานวิชากระบี่นางจึงมีเื่ที่ต้องคิดและเข้าใจมาก และเหนื่อยล้ากับการฝึกเ้าไปสร้างเื่ให้นางต้องปวดหัว นางก็ต้องลงโทษเ้า่นี้เ้าก็อย่าไปกวนท่านแม่เลย หากสำเร็จไม่นาน พวกเ้าจะได้มีแม่ที่ดังไปทั่วแผ่นดิน ถึงตอนนั่นพวกเราคงไม่สามารถซ่อนตัวกันได้อีกแล้วเพราะฉะนั่นเดี๋ยวข้าให้คนพาเ้าไป และพี่มีงานให้เ้าทำ”
“พี่ใหญ่มีอะไรให้ข้าทำสั่งข้ามาได้เลย”
“เ้าไปเล่นสนุกได้แต่เ้าห้ามยุ่งกับผู้หญิงเด็ดขาด หากเ้ายังไม่อายุ 18 เ้าเข้าใจไหม และจากนี้เ้าต้องทำตัวเที่ยวเล่นให้มากที่สุด ให้คนทั้งเมืองว่าเ้าเป็ผู้ชายเสเพลที่สุดในเมืองหลวง เ้าทำได้หรือไม่”
“ข้าไม่เข้าใจทำไมท่านต้องข้ามีชื่อเสียงที่แย่ด้วย”
“ต่อไปเ้าจะเข้าใจเอง แต่ข้าให้เ้าทำเ้าทำได้หรือไม่”
“ได้ครับ ข้าจะทำตามที่พี่ใหญ่บอก”
“จำไว้นะ เ้าเล่นสนุกได้แต่อย่านอนกับผู้หญิงก่อนอายุ 18 เด็ดขาด และห้ามทำเื่ผิดศีลธรรมเข้าใจไหม หากเ้าไม่เชื่อฟังพี่ละก็ข้าจะตีเ้า และทำให้เ้าไม่กล้าไม่เชื่อฟังอีก”
“ได้ครับ ได้ครับ ข้าเชื่อท่านท่านอย่าขู่ข้านักสิ แค่พี่รองคนเดียวข้าก็แย่แล้ว มีแต่ท่านที่ตามใจข้าถ้าท่านใจร้ายอีกคน ข้าคงต้องหนีออกจากบ้านแล้ว”
“เ้ากล้าหรือ!”
“ไม่ ไม่กล้า ข้าแค่ล้อท่านเล่น”
“เอาละ ต่อไปนี้ข้าจะให้ จางหลงค่อยติดตามเ้า จางหลงเป็หัวหน้าหน่วยคุมกันในจวนเรา เขามีวรยุทธเหนือกว่าเ้า ว่างๆเ้าก็ฝึกกับเขาได้จากนนี้ก็ฝึกวิชาสกุลเราให้ดี”
“ทำไมท่านไม่ให้ข้าฝึกกับพี่เซียงหยางต่อละนางมีวรยุทธที่สูงที่สุด รองจากท่านและท่านแม่รอง”
“พี่เซียงหยางของเ้าต้องไปจัดการสิ่งที่อยู่ในใจนางมาหลายปี จากนี้นางคงต้องไปแล้ว”
“คุณหนู นี้ท่าน!”
“เ้านะ อยู่ในระดับหกขั้นสูงสุดแล้วชำนาญในวิชายุทธที่ข้ามอบให้ หากไม่เจอกับระดับหกหลายคน หรือระดับเจ็ดในยุทธภพนี้คงยากที่จะมีใครทำร้ายเ้าได้ ข้าเคยบอกเ้าไว้ว่าเ้าพร้อมเมื่อไรเ้าค่อยไปได้ ตอนนี้ เ้าควรไปทำในสิ่งที่เ้า้าได้แล้ว เ้าพร้อมแล้ว”
“คุณหนู ข้าไม่เคยพูดว่าจะจากท่านไป”
“เราอยู่กันมาหลายปี เปรียบเหมือนพี่น้องที่โตมาด้วยกัน เื่แค่นี้มีหรือที่ข้าจะไม่รู้ รีบไปจัดการเื่ที่ค้างคาใจให้จบเสีย แล้วค่อยกลับมา”
“แต่ว่าคุณหนู พลังของท่านยังไม่กลับมาใครจะดูแลท่าน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตอนนี้มียอดฝีมือของสำนักเราที่เ้าฝึกมาเองกับมือ อยู่เป็ 10 คนเ้าว่าพวกเ้าจะปกป้องข้าไม่ได้เลยหรือ อีกอย่าง กายพิษนิรันดร์ข้าฝึกมันสำเร็จแล้ว”
“นี้คุณหนูฝึกสำเร็จแล้วหรือเ้าค่ะ”
“ใช่ ข้าฝึกสำเร็จแล้วไม่ว่าพิษใดก็ไม่สามารถทำร้ายข้าได้อีก เพียงแต่ จากนี้อีกครึ่งปีพลังของข้าถึงจะกลับมาดังเดิม และยังต้องทนต่ออาการพิษในคืนเดือนมืดอยู่จากนี้ข้าคงต้องไปเอา ดอกเพลิงสีชาด และ ดอกบัวเพลิงเหมันห์ เพื่อแก้ไขข้อเสียต่างๆ หากได้ สมุนไพร 2 ชนิดนี้ ข้าก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีก”
“อีกตั้งครึ่งปี ถึงตอนนั่นข้าว่าข้าค่อยออกเดินทางก็ได้คุณหนูข้าเป็ห่วงท่าน”
“เ้าจะห่วงอะไรข้ามีน้องที่เก่งเพียงนี้อยู่ถึง 2 คน มีแม่ที่กำลังจะเป็เซียนกระบี่มีสำนักไร้นาม ที่โด่งดังไปทั่วยุทธภพ เ้าว่าใครจะทำร้ายข้าได้อีก เ้านะเหมอลอยไร้จิตใจมานานแล้ว ไปจัดการทุกสิ่ง และเป็ผู้ที่มีความรู้สึกแบบข้าและน้องๆที่อยากจะสุขก็หัวเราะ อยากจะทุกข์ก็ร้องไห้ไปจัดการเื่ราวที่อยู่ในใจให้เรียบร้อย และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข นี้คือยา ที่สกัดจากเืของข้า ข้าให้เ้า 3เม็ด มันสามารถถอนพิษได้ทั้งหมด แต่ผู้ที่กินจะสูญเสียพลังยุทธไประยะหนึ่ง แต่ตอนนี้เ้ากินไว้1 เม็ด มันจะทำให้เ้าสามารถต้านพิษได้ทุกพิษในระยะเวลา 1 ปี 3 ปีคงพอให้เ้าจัดการทุกเื่ที่อยาก หากครบเวลาแล้ว ยังจัดการไม่เสร็จก็กลับมาหาข้าเพื่อพบปะให้หายคิดถึง และข้าจะเตรียมยาไว้ให้อีก และชุดผ้าแพรที่เจียหนิงทำขึ้น ข้ามอบมันให้เ้า จะได้ไม่มีอาวุธใด ทำร้ายเ้าได้และเ้าสามารถสั่งการคนของสำนักเราได้ทุกที่ ข้าบอกกับตงฟางไว้แล้ว”
“ขอบคุณ คุณหนูเ้าค่ะ ท่านช่างดีกับข้ายิ่งนักข้าน้อยจะไปทำสิ่งที่อยู่ในใจของข้าน้อยให้เสร็จสิ้น และจากนั่นข้าจะกลับมารับใช้ท่านชั่วชีวิต” และน้ำตาแห่งความซาบซึ้งก็ไหลออกมา
“นี้พี่เซียงหยาง ไปทำเื่ใดกันท่านต้องจากไปหลายปี แบบนี้ใครจะวิ่งเล่นกับข้า”
เซียงหยางเช็ดน้ำตา “คุณชายท่านไม่ต้องห่วง คุณหนูมีคนให้ท่านเล่นด้วยมากมาย ข้าจากไปไม่นานข้าจะรีบกลับมา ถึงวันนั่นหากท่านอยากเล่นกับข้าอีก ข้าจะเป็เพื่อนเล่นกับท่าน”
“จริงนะ ท่านรีบกลับมาหาพวกเรา พวกเรา เราจะรอท่าน”
“คุณหนู ข้าน้อยขอลา หากท่าน้าใช้ข้าขอคุณหนูเรียกข้า ข้าจะมาหาท่านทันที”
“ไปเถอะ จำไว้อย่างคนของข้าหากข้าไม่อนุญาตห้ามตายเด็ดขาด”
“ข้าน้อยรับทราบ”
แล้วเซียงหยาง ก็หันหน้าเดินออกมาจากเรือนของหลินเยว่อิงไม่นานจากนั่นนางก็เก็บของออกเดินทาง ที่ที่นางจะไป คือชิงโจว นางถูกนำมาขายเพราะครอบครัวถูกตัดสินว่ามีความผิดนางจะกลับไปเพื่อสืบเื่ราวของพ่อนาง ที่ต้องโทษ และตามหาคนในตระกูลที่พลัดพราก
ณ พระราชวังแคว้นต้าเว่ย
“ข้าน้อยคำนับฝ่าา ขอฝ่าาอายุยืนหมื่นปี”
“ท่านแม่ทัพฮัว ไม่ต้องมากพิธี ข้าไม่สบายใจ ท่านให้ข้าทำแบบนี้ดีแล้วจริงๆใช่หรือไม่ท่านมีลูกแค่คนเดียว หากเกิดอะไรขึ้นมา ข้าคงรู้สึกผิดต่อเ้า” ฮ่องเต้แห่งแคว้นคนปัจจุบัน
“ขอฝ่าา อย่าได้กังวลเื่นี้เป็ข้าเองที่เสนอถึงลูกเขยข้าจะเพิ่งแต่งงานกับลูกสาวบุญธรรมของกระหม่อม แต่การได้รับใช้ฝ่าาเป็เื่ที่สมควรแล้ว การไปชิงโจวครั้งนี้นอกจากจะไปรับใช้ฝ่าาเพื่อสืบหาความจริงแล้วทางลูกสาวข้านั่นก็อยากกลับไปจัดการเื่ที่บ้านเกิดให้เสร็จสิ้นด้วย”
“เื่อันใดกันข้ารู้ว่านางเป็ลูกบุญธรรมคนเดียวของท่าน ที่ท่านรับมาเลี้ยงจากสหายแต่ไม่รู้ว่าลูกของท่านมีสิ่งใดต้องไปจัดการกัน”
“เรียนฝ่าา เจียลี่ นางเป็บุตรสาวของสหายข้าเขาเป็พ่อค้าที่มีกิจการร่ำรวยที่สุดในชิงโจว แต่เพราะพ่อแม่ของนางเสียไปั้แ่ยังเด็กข้าน้อยจึงรับมาเลี้ยงตามคำขอร้องของสหาย ส่วนสมบัติของครอบครัว ถูกป้าสะใภ้ของนางเอาไปดูแลนางสัญญาว่าหาก เจียลี่แต่งงานจะคืนทุกสิ่งให้แก่นาง ครั้งนี้จึงให้ ลูกเขย เฮอป๋อเหวิน เป็ผู้ตรวจการ ไปทำงานรับใช้ฝ่าาและจัดการเื่ในครอบครัวให้เรียบร้อย”
“เื่เป็เช่นนี้ แต่ท่านก็รู้ว่าคนที่ข้าส่งไปก็ตายอย่างปริศนา เป็โรคตาย โดนโจรปล้นระหว่างทางพร้อมใจกันตายเมื่อไปชิงโจว เราต่างก็รู้แค่ใจ ที่นั่นเป็ที่ของสกุลโจวที่ชิงโจวเป็เหมืองแร่เหล็ก ข้าได้ข่าวทางลับมาว่า มีการทำเหมืองเหล็กมากกว่าที่ส่งให้ราชสำนักกว่าเท่าตัวแต่เราส่งคนไปตรวจสอบก็ไม่พบอะไรผิดปรกติ แต่พอเราส่งผู้ตรวจการไปกลับตายอย่างน่าสงสัยเ้าจะให้ข้าคิดอย่างไร ตอนนี้พอข้าจะส่งใครไปก็ต้องแขนขาหัก ป่วยกะทันหันใช้ไม่ได้เลยสักคน พวกขุนนางไร้ประโยชน์ ข้าไม่เชื่อว่าคนของสำนักต้าหลี่ พวกเขาจะส่งข่าวเท็จป๋อเหวินลูกเขยของเ้า จะรับมือกับคนของ สกุลโจวไหวหรือไม่”
“ป๋อเหวิน เขาเป็คนมีความสามารถ ตลอดเวลาที่อยู่หน่วยองครักษ์มาก็ทำผลงานเป็ที่ประจักษ์ข้าเชื่อในตัวของเขา ขอฝ่าาอย่าทรงกังวลไปเลยพะยะคะ”
“ถึงยังไงข้าก็ไม่สบายใจอยู่ดีแต่ก็ไม่มีคนที่เชื่อใจได้อีกแล้ว ท่านก็จัดคนที่ฝีมือดีๆไปกับเขาด้วยก็แล้วกันข้าอนุญาตให้ท่านโยกย้ายคนที่ท่านเห็นสมควร”
“กระหม่อม ขอบพระทัยพะยะคะ”
ในถนนเดินทางมีหญิงนางหนึ่งควบม้าด้วยความเร็ว นางใส่ชุดสีดำ หน้าตางดงาม แต่ก็ดูโหดร้ายสง่างามน่าเกรงขาม เหมือนว่า นางจะไม่กลัวสิ่งใด ตาแน่วแน่เป็ประกายความมั่นใจเต็มเปี่ยม ผิดกับเมื่อหลายปีที่แล้ว ใช่แล้วนางคือ เซียงหยางนางเริ่มออกเดินทางเพื่อไปที่ชิงโจว
ในโรงเตี๊ยมพักม้าแห่งหนึ่งมีชาวยุทธและนักเดินทาง เข้าแวะพักมากมาย รวมทั้งขบวนเดินทางของเฮอป๋อเหวินและภรรยาฮัวเจียลี่
“ท่านพี่ ไปครั้งนี้ดูท่านกังวล มีอะไรท่านก็คุยกับข้าได้อย่าปิดบังข้าเลย”
“เจียลี่ ครั้งนี้ไปชิงโจวมีแต่อันตรายข้าขอให้เ้าอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ รอข้ากลับมา ทำไมเ้าถึงขอตามมาให้ได้ขอเป็ห่วงเ้าจริงๆ”
“ท่านพี่ ยิ่งอันตรายเรายิ่งต้องอยู่ด้วยกันเราทั้งสองต่างก็เป็คนๆเดียวกันแล้ว หากสามีข้าต้องเผชิญอันตรายแล้วจะให้ข้าอยู่อย่างสุขสบายได้อย่างไร เรารู้จักกันมาั้แ่เด็กข้าไม่ยอมให้ท่านไปคนเดียวแน่ ต่อให้ท่านหนีข้ามา ข้าก็ตามทันมาเช่นกันขอเพียงเราร่วมแรงร่วมใจ เราจะผ่านมันไปได้”
“ขอบใจเ้ามาก เจียลี่ เราทานข้าวกันเถอะ ตงหนู เซียเว่ยหาญเกอ พวกเ้าก็นั่งลงทานด้วยกันเถอะ จากนี้เราต้องเดินทางลำบาก นั่งทานด้วยกันเว้นการปฏิบัตินายบ่าว เพื่อไม่ให้เสียเวลา”
“ค่ะ คุณชาย” “ครับ”
เวลานั่นเซียงหยางก็เข้ามานั่งในโรงเตี๊ยม ด้วยความสง่างามของนาง เมื่อ ถอดหมวกบังแดดออกก็เผยใบหน้าที่งดงาม ขาวเนียนละเอียดเป็ที่น่าต้องตาต้องใจชายในโรงเตี๊ยมต่างก็จ้องมองไปที่นาง ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มของ ป๋อเหวิน
“คุณหนู...นางหน้าตาคล้ายท่านมาก”
“อืม นางงดงามมาก หน้าตาของนางบ่งบอกว่าเป็คนชิงโจวเหมือนกับข้า นางถึงได้หน้าตาคล้ายข้า7-8ส่วน”
“แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนหน้าคล้ายท่านนะเ้าค่ะท่านมีพี่น้องที่ไหนหรือไม่”
“พ่อแม่แท้ๆของข้าเป็คนชิงโจว มีญาติพี่น้องอยู่ไม่มากก็อาจจะเป็ไปได้ คงต้องสอบถามนางว่าเป็ผู้ใดมาจากตระกูลใด”
“ข้าว่าเราอย่ายุ่งกับนางเลยจะดีกว่า บรรยากาศรอบตัวนางมีรัศมีแปลกๆ เหมือนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป เ้านะเป็คุณหนูที่อ่อนหวาน แต่นางดูดุดันเหมือนคนในยุทธภพมากกว่าท่าทาง สายตานาง พร้อมที่ฆ่าถ้าเป็ศัตรูกับนาง เราอย่ายุ่งกับคนในยุทธภพเลยน่าจะดีกว่า”
“จริงของท่าน ข้าก็แค่ดีใจ ที่ได้เห็นคนหน้าคล้ายเลยคิดว่านางน่าจะมาจากบ้านเดียวกันหรือเป็ญาติกัน ที่ท่านพี่ว่ามาก็มีเหตุผลเราอย่าไปยุ่งกับคนอื่นน่าจะดีกว่า”
“เช่นนั่นก็ทานข้าวต่อเถอะ” แล้วทุกคนก็ยิ้มให้กันและไม่สนใจทานข้าวกันต่อ
“นายท่าน นี้เหล้ากับเนื้อที่ท่านสั่งครับ”
“เติมน้ำเลี้ยงม้าให้ข้าด้วย”
“ได้ครับ”
ในขณะที่เซียงหยางกำลังทานอาหารก็มีชายกลุ่มหนึ่งนั่งจ้องมองนางอยู่ เป็กลุ่มชายท่าทางเป็ชาวยุทธปลายแถวกำลังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ เมาพอสมควร เห็นเซียงหยางหน้าตางดงาม เป็สาวเต็มตัวราว20ปี ก็คิดมิดีมิร้าย จึงเข้าไปหาคิดจะข่มเหง
“แม่นางท่านช่างงดงามยิ่งนัก พวกข้าเห็นแล้วตาตรึกใจยิ่ง หากไม่รังเกรียจดื่มเหล้ากับพวกข้าสักจอกจะได้หรือไม่”
“ข้ารังเกรียจ”
“เ้าว่ายังไงนะ ลูกพี่ข้าชื่นชมเ้า กล้าปากดียังงันหรือ”
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร ผู้หญิงแบบนี้ข้าชอบถ้าตามใจข้าตลอดน่าเบื่อแย่ ต้องแบบนี้สิถึงจะสนุก”
และมือของชายผู้นี้ก็ยื่นมือไปจะจับที่หน้าของซียงหยางเซียงหยางเองไม่ขยับสิ่งใด และคิดในใจว่า หากมือเข้ามาใกล้นางมากกว่านี้จะหักแขนมันทิ้งสะ
“หยุดเดียวนี้!”ป๋อเหวินะโออกเสียงดัง ทุกคนต่างหยุดนิ่งและมองมาที่โต๊ะ
“พวกเ้าเป็ใครกัน ถึงมายุ่งกับพวกข้าต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรือไง” พวกชายเมากล่าวขึ้น
“พวกโจรหยาบช้า ฟังให้ดี ท่านผู้นี้คือผู้ตรวจการเฮอป๋อเหวิน หากเ้ายังทำเื่น่าอาย พวกข้าจะจับส่งทางการสะ”
“พี่ๆ คนของทางการ ข้าว่าเราไปเถอะ”
“ขออภัย ขออภัย ข้าก็แค่ดื่มมากไป ขอท่านโปรดอภัยข้าไปแล้วข้าไปแล้ว พวกเ้าไป”
เมื่อกลุ่มชายที่เมาเหล้ารู้ว่าเป็คนของทางการก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยว รีบหนีออกไปในทันที แต่การทำอย่างนั่นก็สร้างความไม่พอใจให้เซียงหยาง เซียงหยางได้ปล่อย ชามเหล้าบินออกไปนอกโรงเตี๊ยมชามกระแทกเข้าที่ขาของชายที่มาเสียมารยาทกับนาง จนทำให้ชายคนนั่นเดินต่อไม่ไหวกลุ่มชายเห็นดังนั่นก็เข้าใจว่าเป็กลุ่มของ ป๋อเหวิน จึงกลัวมากขึ้นรีบพยุงกันหนีไปอย่างไว
เซียงหยางลุกขึ้นเพราะการเสียมารยาทของคนพวกนั่น เซียงหยางจึงคิดจะสั่งสอนให้หนักขึ้น
“แม่นางโปรดใจเย็น พวกเขาแค่เมาเหล้า ไม่เห็นต้องฆ่าแกงกัน”
“ท่านคิดว่าท่านช่วยข้าเช่นนั่นหรือ”
“เปล่าข้าช่วยพวกเขา หากเมื่อครู่ข้าช้าเพียงนิดชายคนนั่นคงเสียแขนไปแล้ว”
“คนชั่วแบบนั่น เ้าช่วยไว้ทำไมข้าแค่จะสั่งสอนพวกมันให้หลาบจำ จะได้ไม่ไปละลานใครอีก ไม่ได้คิดจะฆ่า วันข้างหน้าพวกมันไปรังแกชาวบ้านอีกจะทำเช่นไร”
“เป็ข้าน้อยเองที่คิดน้อย แต่บ้านเมืองก็มีกฎหมาย การทำร้ายคนก็มีโทษ ใยแม่นางต้องลำบากด้วยเื่เล็กน้อยเพียงนี้”
“เอาละ เอาละ แม่นาง ปล่อยเื่นี้และไปเถอะพวกนั่นก็คงกลัวไปสักพัก ท่านไม่เป็อะไรก็ดีแล้วข้าว่าเรามาทำความรู้จักกันไว้จะดีกว่า ดีกว่ามาทะเราะกัน”
“ท่านคือ”
“ข้าเป็ภรรยาของเขา เจียลี่”
“ขอบคุณพี่หญิงเจียลี่ ถ้าท่านจะเลี้ยงเหล้าข้าข้าก็ไม่ปฎิเสธ”
“ดี ดี เชิญท่านนั่ง”
“ข้า เซียงหยาง เป็แค่ชาวยุทธ พเนจร ไม่ได้สังกัดสำนักใด”
“น้องเซียงหยาง ข้าบอกตามตรง เ้ามีหน้าตาคล้ายข้ามากไม่ทราบว่าเ้าเป็คนที่ไหน กำลังเดินทางไปที่ใด”
“ข้าเป็คนชิงโจว กำลังจะกลับไปเยี่ยมบ้านที่ชิงโจว”
“พอดีเลย ข้าก็เป็คนชิงโจว สามีข้าเป็ผู้ตรวจการกำลังไปรับตำแหน่งที่ชิงโจวพอดี นานแล้วที่ข้าไม่ได้พบคนบ้านเดียวกันข้ามองหน้าตาท่านแล้ว เหมือนเป็ญาติกัน พ่อแม่ของท่านคือผู้ใดกัน”
“อ่อ พ่อแม่ข้า เป็พ่อค้าธรรมดา พวกเขาตายไปั้แ่ข้ายังเล็กข้าเลยจำไม่ได้แล้วว่าพวกเขาเป็คนที่ไหน แม้แต่ชื่อข้าก็จำแทบไม่ได้แล้วรู้แต่เป็คนชิงโจว เลยจะกลับไปสืบหาเื่พวกเขาดู”
“ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้เ้าต้องเสียใจ”
“อ่อ ไม่เป็ไร ข้าสบายดี ท่านไม่ต้องกังวล”
“ข้าก็เช่นกัน พ่อแม่ของข้าเป็พ่อค้าพวกท่านก็เสียไปั้แ่เด็ก เราสองคนมีชะตาคล้ายกัน มีวาสนาได้พบจริงๆ”
“เหอะ เหอะ เหอะ อย่าพูดเื่เศร้ากันเลยมาทานเหล้ากันเถอะ”
เซียงหยางหัวเราะแห้งๆในใจก็คิด นี้ข้าแต่งเื่หรอกๆไป ไงกลายเป็ตรงกับชีวิตนางได้อะไรมันจะพอดีขนาดนั่น
“จริงสิ ไหนๆ เ้าก็จะเดินทางไปชิงโจว เราเองก็เช่นกัน ข้าว่าเราร่วมทางกันจะดีหรือไม่”
“จะดีหรือ พี่สาว สามีท่าน น่าจะไม่พอใจนะ”
“ไม่ ข้าไม่ได้ไม่พอใจ หากแม่นางยิ่งดี ข้าก็ไม่มีปัญหาเพียงแต่ข้าไม่รู้ที่มาของท่าน ข้าจึงไม่ไว้ใจชาวยุทธเช่นท่าน”
“เอาเถอะ ในเมื่อท่านไม่ไว้ใจข้า เราต่างคน ต่างเดินทาง เพื่อความสบายใจทั้งสองฝ่าย”
“เดี๋ยวเถอะ ท่านพี่ น้องเซียงหยางเป็หญิงจะให้นางเดินทางคนเดียวมันอันตราย ให้เราร่วมทางกัน จะได้ช่วยกันดูแลอีกอย่าง ข้าได้เดินทางกับคนบ้านเดียวกัน จะได้มีเื่ให้พูดคุยด้วยข้าเชื่อใจนาง”
“ได้ ได้ ได้ แม่นางเซียงข้าขออภัย หากแม่นางไม่รังเกรียจเดินทางด้วยกันเทอญ”
“ข้ารังเกรียจ...ท่าน แต่ข้าชอบพี่สาวเจียลี่ข้ายินดีร่วมทาง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ทุกคนต่างก็หัวเราะแต่ในใจพวกของป๋อเหวิน ก็ไมไว้ใจเซียงหยางอยู่ดี
หลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนก็เตรียมออกเดินทาง เจียลี่ชวน เซียงหยางนั่งรถม้าไปด้วยกัน ส่วนป๋อเหวินก็นั่งรถม้าอีกคันนำหน้าไป
“หาญเกอ เ้าให้คนค่อยจับตานางให้ดีมีอะไรผิดปรกติรายงานทันที”
“ครับ”
การเดินทางของกลุ่มผู้ตรวจการเป็ไปอย่างปลอดภัยจนออกนอกเขตความเจริญ และลงใต้ไปเรื่อยๆ ผ่านเมืองหงเฟย ผ่านเมืองเล็กใหญ่ใช้เวลากว่า 2 เดือน เดินทางผ่านอีกไม่กี่เมืองก็จะถึงเขตชิงโจว เมืองหลักชิงโจวเป็เมืองห่างไกล ทุรกันดาร เต็มไปด้วยเทือกเขาสูง จึงมีเหมืองแร่เหล็กอยู่ที่นี้พื้นที่เกษตรทำได้น้อย
การเดินทางผ่านูเาแม่น้ำที่สวยงามมากมาย เซียงหยางได้เปิดหูเปิดตา เที่ยวชมเพื่อพักผ่อนเตรียมตัวสำหรับเื่ที่นางจะทำเมื่อถึงเมืองชิงโจว ตลอดทางด้วยความอ้างว้างที่จากบ้านเกิดไปนาน เจียลี่จึงมองเซียงหยางเป็เหมือนกับน้องสาวหากทั้งสองยืนข้างกัน ก็ไม่มีใครรู้ว่า สองคนนี้ไม่ใช่พี่น้องกันคนหนึ่งเปรียบเหมือนความอ่อนโยนเพียบพร้อมด้านกุลสตรี อีกคนดูลีกลับ สง่างามน่าหลงใหล แม้หน้าตาจะคล้ายกัน แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกัน ทางป๋อเหวินเมื่อได้เดินทางมานาน และไม่มีท่าทีชวนสงสัย เขาก็วางใจในตัวของเซียงหยางมากขึ้นแม้ยังไม่สนิทใจ แต่ก็วางใจในระดับหนึ่ง
ที่พักข้างทางร้านน้ำชา
“ภาคใต้นี้ร้อนเสียจริง ฝนก็ตกตลอดปี เดินทางยากลำบากนักคุณหนูท่านเหนื่อยแย่เลย”
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวพอถึงชิงโจวแล้ว ได้อยู่จวนผู้ตรวจการทุกอย่างคงดีขึ้น”
“นายท่านน้ำชามาแล้วครับ เชิญพวกท่านดื่มได้”
เ้าของโรงน้ำชานำน้ำชามาเสริฟเพื่อคล้ายร้อน ให้กลุ่มของป๋อเหวินดื่มกันแต่เมื่อเซียงหยางยกน้ำชาขึ้นดื่ม ก็รู้สึกถึงบ้างสิ่ง
“อย่าดื่ม ชามีพิษ”
เมื่อเซียงหยางพูดขึ้นทุกคนก็ใ รีบวางน้ำชาลง และอ้วกออกมา ในเวลานั่น เ้าของโรงน้ำชาก็เผยตัวชักดาบออกมา และมีคนที่ดักซุ่มอยู่โพล่ออกมาอีกร่วม 10 คน
โจรพุ่งเข้าโจมตีไม่รอช้าทางคนของป๋อเหวิน ร่วม 5 คน ก็เป็คนที่พ่อของเจียลี่ คัดมาอย่างดีสามารถรับมือกับโจรร้ายได้ ส่วนเซียงหยาง นางไม่คิดจะลงมือแต่เพียงยืนคอยปกป้องเจียลี่และคนใช้อีก 2 คนอยู่เมื่อมีคนเข้ามาใกล้นางก็ฆ่าทันที เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้มีคนถูกจับสองสามคน แต่ไม่นานพวกมันก็ฆ่าตัวตายไม่ยอมให้จับสอบถามใดๆ
“คุณชาย พวกมันตายหมดแล้ว”
“ใครเป็คนส่งมา เรายังไม่ทันถึงชิงโจวพวกมันก็ลงมือแล้วช่างชั่วช้าจริงๆ เราออกเดินทางกันก่อน ออกจากที่นี้”
“ครับ”
“การเดินทางกับ ท่านผู้ตรวจการ ดูท่าว่าจะมีแต่เื่ให้ชวนตื่นเต้นไม่น้อย นี้พวกท่านมีศัตรูมากเพียงใด”
“ขอบคุณน้องเซียงหยางที่ช่วยปกป้องภรรยาข้าไว้”
“ไม่เป็ไร แค่พวกปลายแถว คิดจะทำร้ายพี่สาวเจียลี่สมควรตายแล้ว แต่หากท่านยังไม่รู้ว่าผู้ใดลงมือ การเดินทางจากนี้คงลำบากกันแล้ว”
“ท่านพี่ ข้ากลัวเหลือเกิน เราจะทำเช่นไร”
“เ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องเ้าด้วยชีวิตจะไม่ให้ทำร้ายเ้าได้ เรารีบออกจากที่นี้กันก่อน”
หลังจากเกิดเื่ขึ้นครั้งแรกทุกคนก็ระวังตัวมากขึ้น รวมทั้งเซียงหยาง เซียงหยางรู้สึกว่านี้ไม่ใช่เื่ของตน แต่จะไปโดยไม่สนใจก็ทำใจลำบากเพราะเป็ห่วงเจียลี่ ตลอดทางนางดีกับเซียงหยางเหมือนนางเป็น้องสาวทำให้ใจของเซียงหยางลำบากใจหากจะทิ้งนางไป แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า สามีและคนเขาก็มีฝีมือพอตัวหากนางไม่อยู่ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่จะเอ่ยปากขอแยกตัวก็ดูจะแล้งน้ำใจเกินไปนางจึงตัดสินใจที่จะอยู่ต่อเพื่อตอบแทนน้ำใจของเจียลี่และค่อยแยกตัวไปเมื่อถึงเมืองชิงโจว