จอมมารหวนคืน

    ตอนที่ 42: หุบเขาไร้เสียงและการหลอมรวมศัสตราเทวะ

    ท่ามกลางทิวเขาที่สลับซับซ้อนและปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบตลอดทั้งปี "หุบเขาไร้เสียง" ตั้งตระหง่านอยู่ราวกับดินแดนที่ถูกกาลเวลาลืมเลือน ที่นี่ไม่มีเสียงนกซ้องสาธุการ ไม่มีเสียงลมหวีดหวิว

    มีเพียงความเงียบงันที่กดทับโสตประสาทจนน่าอึดอัด รถม้าที่บรรทุกเยี่ยฉินและพรรคพวกเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางหุบเขาอย่างช้าๆ

    แรงกดดันจากค่ายกลธรรมชาติที่เยี่ยฉินเคยสร้างไว้เมื่อห้าร้อยปีก่อนยังคงทำงานอย่างเข้มแข็ง

    เยี่ยฉินก้าวลงจากรถม้า ดวงตาเนตรโลหิตของเขากวาดมองไปที่ถ้ำศิลาเบื้องหน้า "มู่หย่ง... วางร่างของหลี่เยี่ยนไว้ที่ 'แท่นศิลาเย็น'

    ส่วนเจ้าและเสี่ยวรู่ จงไปเฝ้าที่ปากทางเข้าหุบเขา อย่าให้มดสักตัวเล็ดลอดเข้ามาได้"

    "รับทราบครับนายน้อย!" ทั้งสองขานรับพร้อมกัน แม้จะเหนื่อยล้าจากการปะทะที่นครหลวง

    แต่ประกายไฟแห่งความภักดีในดวงตาพวกเขากลับโชติช่วงยิ่งกว่าเดิม


    เยี่ยฉินเดินเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ ที่นั่นมีเตาหลอมโบราณขนาดมหึมาที่สร้างจากอุกกาบาตทมิฬ เขาวาง เศษศิลาวิญญาณบรรพกาล

    ที่แตกสลายลงบนฝ่ามือ แสงสีแดงหม่นของมันเริ่มทำปฏิกิริยากับ กระบี่อนธการนิรันดร์ จนเกิดเสียงครางหึ่งๆ ในอากาศ

    ‘ศิลานี้... แท้จริงแล้วมันคือเศษเสี้ยวของ "ดวงตาสวรรค์" ที่ตกลงมาเมื่อครั้งบรรพกาล’ เยี่ยฉินพินิจพิจารณา ‘หลี่เทียนใช้มันเพื่อเฝ้ามองโลกเบื้องล่าง

    แต่ข้าจะใช้มันเพื่อ "ปิดตา" ของพวกมัน และ "เปิดทาง" ให้กับความมืดของข้าเอง’

    เขาเรียกใช้ ภูตแกนกลางกาลเวลา และ ภูตแกนกลางชีวิต พร้อมกัน พลังชีวิตของเขากลั่นตัวเป็นหยดเลือดสีทองหยดลงบนเศษศิลา พริบตานั้น เปลวเพลิงสีม่วงดำลุกพรึบขึ้นในเตาหลอมโบราณ


    เยี่ยฉินโยนกระบี่อนธการนิรันดร์ลงไปในเปลวเพลิง ตามด้วยเศษศิลาวิญญาณ เขาต้องใช้สมาธิระดับสูงสุดในการผสานสถาปัตยกรรมทางวิญญาณที่ซับซ้อน ความร้อนจากเตาหลอมทำให้ผิวหนังของเขาเริ่มปริแตก แต่กายามังกรนิรันดร์ก็สมานแผลเหล่านั้นได้ในชั่วพริบตา

    "จงหลอมรวม! ด้วยนามแห่งจอมมารที่หวนคืน!"

    เสียงระเบิดของปราณวิญญาณดังสะท้อนไปทั่วถ้ำ เศษศิลาที่แตกสลายเริ่มหลอมละลายและไหลเข้าไปฝังตัวอยู่ตรงกึ่งกลางโกร่งกระบี่ กลายเป็นรูปร่างเหมือนดวงตาปีศาจสีแดงฉานที่กระพริบได้


    วูมมมมม!


    คลื่นกระแทกจากการบรรลุของศาสตราทำให้หมอกในหุบเขาไร้เสียงสลายไปในทันที รัศมีสีดำแผ่ซ่านออกไปนับสิบลี้ สัตว์อสูรที่บังอาจหมอบคู้อยู่รอบๆ ต่างกระอักเลือดตายด้วยแรงกดดันที่เหนือชั้น



    ในขณะที่เยี่ยฉินกำลังชื่นชมอาวุธใหม่ที่บัดนี้มีชื่อว่า "กระบี่เนตรอเวจี" สัมผัสวิญญาณของเขาก็ตรวจพบความผิดปกติบนฟากฟ้า ท้องฟ้าที่เคยหมองหม่นกลับฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีทอง แสงสว่างจ้าสาดส่องลงมายังหุบเขาไร้เสียง

    "มาเร็วกว่าที่คิดสินะ..." เยี่ยฉินแค่นยิ้ม เก็บกระบี่เข้าสู่มิติจิตวิญญาณแล้วก้าวออกไปที่ปากถ้ำ

    ร่างของนักรบในชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์สามคนลอยเด่นอยู่กลางอากาศ พวกเขาไม่ได้ขี่สัตว์อสูร แต่กลับยืนอยู่บน "เมฆาสวรรค์" กลิ่นอายพลังของพวกเขานั้นแตกต่างจากยอดฝีมือทั่วไป เพราะนี่คือ "นักรบเทพฝึกหัด" จากดินแดนเบื้องบนที่มีระดับพลัง ราชันย์นภา ขั้นที่ 7 เป็นอย่างน้อย!

    "ผู้ต้อยต่ำเบื้องล่าง... เจ้าบังอาจทำลายศิลาพยากรณ์และนครหลวงเทียนเทียน" หนึ่งในนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ "จงมอบเศษศิลามา และยอมรับการพิพากษาด้วยการสลายวิญญาณตนเองซะ!"


    มู่หย่งและเสี่ยวรู่เตรียมจะพุ่งออกไป แต่เยี่ยฉินยกมือห้ามไว้ "พวกเจ้าถอยไป... นี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่พวกเจ้าจะรับมือได้"


    เยี่ยฉินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเผชิญหน้ากับนักรบเทพทั้งสามเพียงลำพัง "พิพากษารึ? แม้แต่เจ้านายของพวกเจ้าอย่างหลี่เทียน ยังไม่กล้าพูดคำนี้ต่อหน้าข้าเลย!"


    "กระบี่เนตรอเวจี: เบิกเนตรสังหาร!"

    เยี่ยฉินชักกระบี่ออกมา ดวงตาสีแดงบนตัวดาบลืมโพลงขึ้น พริบตานั้น นักรบเทพทั้งสามรู้สึกเหมือนร่างกายของตนถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น พลังกาลเวลารอบตัวพวกเขามันหมุนวนผิดปกติจนทำให้การร่ายมนตราสะดุดลง

    "นี่มันวิชาอะไรกัน! ทำไมปราณเทพของข้าถึงติดขัด!" นักรบเทพคนหนึ่งร้องอย่างตื่นตระหนก

    เยี่ยฉินหายตัวไปจากสายตาของพวกเขา และปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังในพริบตา

    ฉับ!

    เพียงการตวัดดาบครั้งเดียว หัวของนักรบเทพคนแรกก็หลุดออกจากบ่า เลือดสีทองสาดกระจายไปในอากาศ เยี่ยฉินใช้กระบี่ดูดซับเลือดและวิญญาณนั้นเข้าไปทันที เพื่อเติมเต็มพลังให้กับเศษศิลา

    สัญญาณเตือนถึงสวรรค์

    อีกสองคนที่เหลือเห็นเพื่อนถูกสังหารในพริบตาก็เริ่มเสียสติ พวกเขาพยายามจะจุดชนวนสัญญาณแจ้งเหตุกลับไปยังดินแดนเบื้องบน แต่เยี่ยฉินไม่เปิดโอกาสให้ทำเช่นนั้น เขาสะบัดมือเรียก ภูตหยาดน้ำสังหาร ออกมา กลายเป็นหอกน้ำแข็งสีดำพุ่งทะลุอกของทั้งสองคนพร้อมกัน

    เขายืนอยู่ท่ามกลางซากศพของนักรบเทพที่กำลังสลายกลายเป็นผงธุลี แววตาของจอมมารจ้องมองไปยังรอยแยกสีทองบนท้องฟ้าที่กำลังปิดลง

    "หลี่เทียน... ข้าส่ง 'ของขวัญ' ชุดแรกไปให้เจ้าแล้วนะ"


    เยี่ยฉินร่อนลงสู่พื้นดิน เขาหันไปหาหลี่เยี่ยนที่ดูเหมือนจะสติเลื่อนลอย "เจ้าเห็นไหม? นักรบเทพที่เจ้าเทิดทูนนักหนา... ก็แค่เศษเนื้อที่ถูกข้าสับเล่น"

    หลี่เยี่ยนน้ำตาไหลพราก นางเริ่มตระหนักแล้วว่าเยี่ยฉินในชาตินี้ไม่ใช่แค่คนที่มีพรสวรรค์ แต่เขาคือ "ภัยพิบัติ" ที่จะล้างบางทุกสิ่งที่ขวางทาง


     ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ได้วัดจากระดับพลังเพียงอย่างเดียว แต่คือการรู้จักจุดอ่อนของศัตรูและบดขยี้มันอย่างไร้ความปราณี จอมมารได้อาวุธใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม และการสังหารนักรบเทพครั้งนี้ คือการประกาศสงครามกับดินแดนเบื้องบนอย่างเป็นทางการ!


    …………………………………….


    เยี่ยฉินจะทำอย่างไรเมื่อกองทัพเทพชุดใหญ่เตรียมจะยกทัพลงมา? และ "หุบเขาไร้เสียง" จะกลายเป็นกับดักที่ใช้ฝังศพเหล่านักรบเทพไ

    ด้อย่างไร? สงครามข้ามมิติกำลังจะเริ่มขึ้น!



    คล้ายกับเรื่องจอมมารหวนคืน ที่คุณอ่าน