กล่องอาหารที่กินเหลือถูกโยนใส่หน้าของข้าราชการวัยกลางคนทำให้เขาเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำแกงและซอสเต็มใบหน้าและร่างกาย
นึกไม่ถึงเลยว่าคนลงมือจะเป็กวนหลิงเด็กผู้หญิงที่ใจนร้องไห้เมื่อก่อนหน้านี้!
เธอโยนเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารใส่ข้าราชการวัยกลางคนไปพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ไม่...ไม่ได้นะ...หนูจะตายไม่ได้...หนูยังต้องไปหาแม่ที่หนานจิน!”
ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำแกงแถมห้องโดยสารยังโคลงเคลงไปมาสุดท้ายความกดดันอันมหาศาลทำให้ข้าราชการวัยกลางคนะเิอารมณ์ทั้งหมดออกมาดวงตาสีแดงเืจับจ้องไปที่กวนหลิงอย่างโเี้และกล่าวว่า
“ให้ตาย! อีตัวต่ำช้า! นังสารเลวแกกล้าคิดจะฆ่าฉันงั้นเหรอ! ยังไงก็ตายเหมือนกัน งั้นก่อนฉันตาย ฉันจะทำแกให้สาสม!ฉันจะข่มขืนแกให้มันสุดๆ ! ถึงตายฉันก็จะเป็ผีเ้าสำราญ!”
ข้าราชการวัยกลางคนพูดพร้อมกับพุ่งเข้าไปคว้าตัวกวนหลิงเขาพยายามถอดเสื้อผ้าของเธอออก ผมอยากจะเข้าไปช่วยเธอแต่ระยะทางไกลเกินไปห้องโดยสารยังคงสั่นไหวตลอด ทำให้ผมไม่สามารถไปถึงได้ได้ยินเพียงเสียงร้องคร่ำครวญของกวนหลิงอย่างน่าะเืใจ
ใน่เวลาที่สถานการณ์กำลังวิกฤติทันใดนั้นก็มีคนหนึ่งก้าวออกมาจัดการ ผมเห็นเพียงเงาสีเทาผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด เขาเข้าประชิดตัวข้าราชการวัยกลางคนจากด้านหลังสองแขนรัดคอของข้าราชการวัยกลางคนไว้แน่นแล้วบิดอย่างแรง
ได้ยินแค่เสียงกร๊อบ!
เงาสีเทาบิดคอของข้าราชการวัยกลางคนจนหักในทันที!
เมื่อข้าราชการวัยกลางคนเสียชีวิตเครื่องบินที่เคยสั่นไหวอย่างรุนแรงก็กลับมาบินอย่างมั่นคงอีกครั้ง
ในตอนนี้ผมจึงสังเกตว่าคนฆ่าสวมชุดคล้ายกับแรงงาน เป็วัยรุ่นหน้าตาไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ใบหน้าเขาคล้ายกับนักแสดงที่ชื่อหวังเป่าเฉียง
ผมไม่คาดคิดเลยว่าคนแบบนี้จะกล้าฆ่าคนและทำได้อย่างรวดเร็วและเฉียบขาดขนาดนี้
ข้าราชการวัยกลางคนตายแล้วภายในห้องโดยสารเงียบสงบลงทันตา ไม่มีใครพูดอะไร
ชายหนุ่มหน้าซื่อที่เพิ่งฆ่าคนเสร็จไม่มีท่าทางอาเจียนหรือสะอิดสะเอียนแต่อย่างใดเขาเพียงโยนศพของข้าราชการวัยกลางคนไปอีกด้านหนึ่งอย่างไร้เยื่อใยจากนั้นก็ถอดเสื้อแจ็กเก็ตของตนเองออกแล้วคลุมกวนหลิงที่เสื้อผ้าถูกข้าราชการฉีกขาด
“ผมชื่อหวังเฉียงเป็ทหารปลดประจำการ คนที่ถูกฆ่าเป็ฝีมือผมเอง ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวไม่ต้องกลัว”
หวังเฉียงพูดจบก็นั่งลงไปด้านข้างและไม่พูดอะไรอีก
สถานการณ์ค่อยๆ กลับมาสงบ ทุกคนต่างมีความรู้สึกปนเปกันอยู่ในใจเมื่อมองศพของข้าราชการวัยกลางคนและในใจผมเองก็ตัดสินใจอย่างชัดเจนว่า ผมจะต้องจริงจังกับเกมนี้เสียที
ผมจะต้องรอดไปให้ได้!
ในตอนนี้ผมฉุกคิดขึ้นมาว่าผมเป็กัปตันทุกครั้งหลังจากการโหวตสามารถตรวจสอบตัวตนของคนอื่นได้หนึ่งคน
แต่จะดูของใครดีนะ
ซางจื้อหย่วน เฉียนตัวตัว กวนหลิง และหวังเฉียงสี่คนนี้ดูไม่น่าไว้ใจเลยสักคน ผมต้องหาทางแน่ใจให้ได้ว่าใครเป็มิตรหรือศัตรู
แต่จะเริ่มจากใครก่อนดี
ตอนนั้นผมยังตัดสินใจไม่ได้แต่ว่าเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมง ก็คงต้องค่อยๆ สังเกตไปก่อนพอใกล้ถึงเวลาโหวตรอบที่สองแล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย
เวลาผ่านไปเร็วมาก ชั่วโมงแรกหลังจากมีคนตายโดยภาพรวมไม่มีใครพูดจา รอจนถึงชั่วโมงที่สองผู้คนถึงจะเริ่มพูดคุยกันเป็กลุ่มเล็กกลุ่มน้อย
ผมเอาแต่จ้องซางจื้อหย่วน เฉียนตัวตัว กวนหลิงและหวังเฉียงมาตลอด จนสังเกตเห็นว่าทั้งสี่คนนี้รวมตัวกันอยู่ในกลุ่มเดียวกันและยังมีผู้หญิงอีกคนเข้ามาร่วมด้วย
ผิ่นชวนเซี่ย!
แม้ผมจะไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแต่ผมตัดสินใจเดินเข้าไปสมทบกับพวกเขา
ซางจื้อหย่วนเห็นผมเดินมาจึงส่งยิ้มบางๆให้ผมและกล่าวว่า “ขอบคุณเมื่อกี้นี้นะนายมาเข้าร่วมกับพวกเรา ตอนนี้เราก็มีกันหกเสียงแล้วนับว่าเป็กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในเครื่องบินลำนี้เลย”
คำพูดของซางจื้อหย่วนทำให้ผมไม่สบายใจเล็กน้อยผมจึงกล่าวตอบอย่างเ็า “ผมแค่มาคุยด้วยไม่ได้บอกว่าจะทำตามคุณ”
ซางจื้อหย่วนส่ายหน้าอธิบาย “ไม่ใช่ว่าจะให้ทำตามผมหรอกเราแค่มาหารือกันว่าใครเป็ผู้โหยหวนเพื่อที่เวลาโหวตเราจะได้เดินหน้าไปพร้อมกันนั่นเอง”
ผมรู้สึกอึดอัดกับท่าทีของซางจื้อหย่วนที่เหมือนจะชอบเป็ผู้นำเสียจริงผมจึงส่ายศีรษะและพูดว่า “ไปในทิศทางเดียวกัน?แล้วถ้าหนึ่งในพวกเรามีผู้โหยหวนจะทำอย่างไร”
“ใช่ๆฉันก็สงสัยเื่นี้เหมือนกัน!”
คนที่พูดต่อขึ้นมาคือผิ่นชวนเซี่ยผมแปลกใจเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าเธอจะมีความคิดตรงกับผม
แต่ซางจื้อหย่วนยังไม่ทันได้ตอบเฉียนตัวตัวกลับพูดขึ้นมาก่อน
“ไม่ว่ากลุ่มเราจะมีผู้โหยหวนหรือไม่ก็ตามตราบใดที่เราคุมเสียงโหวตได้ั้แ่แรก เราก็จะอยู่รอดได้นานกว่าคนอื่นเข้าใจไหม!”
เพิ่งมีคนตายไปแค่คนเดียวแต่สถานการณ์กลับโหดร้ายถึงเพียงนี้แล้วหรือ
ผมนั่งลงอย่างเงียบๆ ไม่อยากพูดอะไรอีก
และในตอนนี้ซางจื้อหย่วนก็พูดต่อ “เมื่อกี้นี้ตอนที่ทุกคนหยิบการ์ดตัวตนผมสังเกตสีหน้าของคนอื่นๆ รู้สึกว่าชายหนุ่มที่ย้อมผมสีเหลืองและมีรอยสักบนแขนคนนั้นแสดงสีหน้าแปลกๆผมว่าเขาน่าจะเป็ผู้โหยหวน ลองเลือกเขาในการโหวตครั้งที่สองดีไหม”
เฉียนตัวตัวหัวเราะออกมาอย่างไม่ใส่ใจ “ผมยังไงก็ได้ แค่ผมไม่ตายก็พอ”
ผิ่นชวนเซี่ยกลับคิดเยอะกว่าหน่อย “ถ้าเด็กผมทองคนนั้นเป็แค่ผู้โดยสารล่ะการฆ่าเขาจะทำให้พวกผู้โดยสารอ่อนแอลงแล้วสุดท้ายเราก็ต้องตายเหมือนกันถ้าฝ่ายผู้โดยสารแพ้”
กวนหลิงไม่พูดอะไร
หวังเฉียงพึมพำอย่างเ็า “ผมจะไม่รับหน้าที่ฆ่าใครอีก”
ผมเองก็ไม่แสดงท่าทีใดๆ แค่นั่งมองพวกเขาเงียบๆบนเก้าอี้
ควรจะดูตัวตนของใครดีนะ
เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนกระทั่งผมรู้สึกเหมือนตอนที่เครื่องบินขึ้นอีกครั้งหัวของผมเริ่มมึนงงและเปลือกตาหนักขึ้น ผมหลับไปในทันที
ถึงเวลาหลับไหลแล้วเหรอ
ไม่รู้ว่าใครเป็ผู้โหยหวน และใครจะถูกผู้โหยหวนฆ่าทิ้ง
หวังว่าจะไม่ใช่ผมนะ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนผมโชคดีมากที่ได้ตื่นขึ้นมา
แต่ทันทีที่ตื่นขึ้นมาผมก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังสนั่น
ชายผมทองที่ซางจื้อหย่วนเคยพูดถึงในการโหวตก่อนหน้านี้ตายแล้ว!
เขานั่งอยู่บนเก้าอี้โดยที่คอถูกบิดจนหักตาของเขาถลนออกมา ลักษณะการตายเหมือนกับข้าราชการวัยกลางคนเป๊ะ
คราวนี้หวังเฉียงกลายเป็เป้าหมายของทุกคนทันที!
ถ้าหากหวังเฉียงไม่ใช่ผู้โหยหวนแปลว่าผู้โหยหวนพยายามลอกเลียนวิธีการฆ่าของหวังเฉียงเพื่อใส่ร้ายเขาแต่ไม่ว่าจะอย่างไร ในการโหวตครั้งนี้ หวังเฉียงก็ตกอยู่ในอันตรายอย่างหนักแน่นอน!
ผมมองศพของชายผมทอง แล้วหันไปมองซางจื้อหย่วนด้วยท่าทีเหน็บแนม
ซางจื้อหย่วนมองศพของชายผมทองพลางกระซิบกับพวกเรา“เลือกผู้หญิงที่กรี๊ดคนนั้นเถอะผมรู้สึกว่าเสียงกรีดร้องของหล่อนแปลกมากเอาเป็ว่าปกป้องหวังเฉียงก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
แต่ในตอนนี้เฉียนตัวตัวกลับเปลี่ยนคำพูด
“ไม่เอาน่า!ผมว่าควรจะโหวตหวังเฉียงออก ตอนนี้เขากลายเป็เป้าหมายของทุกคนแล้วบนเครื่องบินลำนี้มีแค่สิบห้าคน ตอนนี้ตายไปแล้วสองคน ถึงเราจะปกป้องหวังเฉียงได้ก็มีแค่หกเสียงถ้าอีกเจ็ดคนที่เหลือคิดว่าหวังเฉียงเป็ผู้โหยหวนการรักษาหวังเฉียงก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย แถมเรายังจะกลายเป็ศัตรูกับพวกนั้นอีกมันไม่คุ้มหรอก!”
หวังเฉียงได้ยินคำนี้ก็ไม่พูดอะไรแต่ผิ่นชวนเซี่ยกลับลุกขึ้น
“เฉียนตัวตัว นายจะทำแบบนี้ไม่ได้!พวกเราตกลงกันว่าจะร่วมมือเดินหน้าไปด้วยกัน! อีกอย่างนายมั่นใจเหรอว่าทั้งเจ็ดคนที่เหลือจะคิดเหมือนกันหมดว่าหวังเฉียงเป็ผู้โหยหวน ถ้ามีสักคนโหวตเลือกคนอื่นล่ะทำไมเราไม่ลองเสี่ยงเพื่อหวังเฉียงสักหน่อย”
เฉียนตัวตัวเหลือบมองสภาพการตายของชายผมทอง ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มไม่แยแส“ขอโทษนะการเดิมพันนี้อัตราชนะต่ำเกินไป และผมเองก็ไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วหวังเฉียงเป็ผู้โหยหวนหรือเปล่า!”
ผิ่นชวนเซี่ยพยายามจะพูดต่อแต่ถูกซางจื้อหย่วนดึงแขนไว้ เพราะการอภิปรายอย่างเป็ทางการได้เริ่มขึ้นแล้ว
ซางจื้อหย่วนเริ่มเปิดประเด็น
“ทุกคนคิดว่าครั้งนี้ควรเลือกใคร ใครน่าจะเป็ผู้โหยหวน”
ผู้หญิงที่กรีดร้องเพราะการตายของชายผมทองเป็คนแรกที่ะโออกมาเธอมีดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้ น้ำตาและน้ำมูกไหลพรากเธอชี้นิ้วไปที่หวังเฉียงและพูดอย่างโมโห
“เขา! เขาต้องเป็ผู้โหยหวนแน่ๆ !หลินชวนถูกฆ่าด้วยวิธีเดียวกับข้าราชการนั่น! เขานี่แหละที่ฆ่าหลินชวน!”
สำหรับเื่นี้ หวังเฉียงแค่ตอบออกมาเพียงหนึ่งประโยคอย่างเฉื่อยชา
“ผมไม่ได้เป็คนฆ่าหลินชวนผมเป็ผู้โดยสาร ไม่ใช่ผู้โหยหวน!”
แต่ผู้หญิงคนนั้นยังคงไม่ถอดใจและชี้หน้าด่าหวังเฉียง
“แกเป็ฆาตกร!ถึงแม้แกจะไม่ใช่ผู้โหยหวน! แต่ที่แกฆ่าข้าราชการคนนั้นก็เป็ฆาตกรแล้ว! เราโหวตฆ่าแกก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร!”
คำพูดนี้ถูกจุดประเด็นสำคัญเข้าให้หลายคนเริ่มหันมองกันและพูดคุยกันอย่างเ็าจากนั้นก็มองมาที่หวังเฉียงอย่างไร้ความรู้สึก
หวังเฉียงดูเหมือนไม่กลัวความตายเขานั่งอยู่อย่างสงบโดยไม่พูดอะไรทั้งนั้น
ผมมองดูท่าทางทหารแกร่งและกล้าหาญของหวังเฉียงอดะเืใจไม่ได้ จึงแอบหยิบมือถือขึ้นมาตรวจดูตัวตนของหวังเฉียง
ที่แท้หวังเฉียงก็เป็ผู้โดยสารเขาไม่ได้ฆ่าชายผมทอง
แต่ผมควรจะช่วยหวังเฉียงดีไหม ถ้าผมช่วยเขาผมก็ต้องเปิดเผยตัวตน ซึ่งอาจทำให้ผมถูกผู้โหยหวนฆ่าในตอนหลับใหลครั้งต่อไปได้!
ขณะที่ผมกำลังคิดว่าจะเปิดเผยตัวตนเพื่อช่วยหวังเฉียงดีไหมจู่ๆ ก็เกิดเื่ที่ผมไม่คาดคิดขึ้น...