การกระทำของหลินชิงหานทำให้โจวลั่วรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย คืนนั้นยามที่กำลังจะเข้านอน โจวลั่วกระซิบข้างหูหลินชิงหานเบา ๆ
"ขอบใจนะ"
ร่างกายของหลินชิงหานสั่นสะท้านเล็กน้อย นางไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่พลิกตัวกอดเขาไว้เงียบ ๆ ภายใต้แสงจันทร์ โจวลั่วมองหญิงงามในอ้อมกอดพลางคิดในใจว่า นางเพิ่งจะตั้งครรภ์ คงไม่ส่งผลกระทบอะไรหรอกมั้ง ว่าแล้วเขาก็โน้มตัวลงไปทันที
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น โจวลั่วก็เดินออกจากเรือนพักไป ในเมื่อหลินชิงหานตกลงจะเตรียมอุปกรณ์ให้เขาจึงต้องออกไปหาซื้อสมุนไพรมาเตรียมไว้
ไม่นานนักเขาก็มาปรากฏตัวอยู่หน้าอาคารสูงห้าชั้นหลังหนึ่ง หน้าประตูมีผู้คนเข้าออกมากมายดูคึกคักยิ่งนัก
ที่นี่คือสถานที่สำหรับจัดซื้อของตระกูลหลินโดยเฉพาะ มีชื่อว่าหอไป่ฮั่วเก๋อ
หลังจากโจวลั่วเดินเข้าไป เขาก็ตรงไปยังชั้นสี่ทันที ชั้นสี่ของหอไป่ฮั่วเก๋อมีเพียงร้านค้าเดียวเท่านั้น ชื่อว่า 'ไป่เฉาถัง' ซึ่งเป็สถานที่ขายสมุนไพรโดยเฉพาะ เขาชั่งน้ำหนักถุงในมือแล้วเดินเข้าร้านด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม โชคดีที่ก่อนหน้านี้แม่ยายของเขาให้ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรมาบ้าง ทำให้เขามีความมั่นใจที่จะมาที่นี่ มิเช่นนั้นคงไม่ต่างจากคำกล่าวที่ว่า 'ปณิธานยังมิทันบรรลุก็ต้องลาโลกนี้ไปเสียก่อน'
สิ่งที่อยู่ในถุงคือหินปราณ ซึ่งใช้แทนเงินตราในโลกแห่งนี้ แบ่งออกเป็สามระดับคือระดับสูง ระดับกลาง และระดับต่ำ อัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างหินปราณทั้งสามระดับคือ 1 : 100 หินปราณที่อยู่กับตัวโจวลั่วคือหินปราณระดับต่ำหรือก็คือหินปราณทั่วไป ซึ่งเป็เงินตราที่พบเห็นได้บ่อย
ส่วนหินปราณระดับที่สูงขึ้นไปมักจะถูกนำไปใช้ในการฝึกฝนเป็หลัก เขายังประเมินว่าหินปราณระดับต่ำหนึ่งก้อนมีมูลค่าเทียบได้กับสิบตำลึงในชาติก่อน
เมื่อเข้าไปในร้าน โจวลั่วที่มีเป้าหมายอยู่แล้วก็เริ่มเลือกซื้อทันที การเลือกซื้อสมุนไพรในครั้งนี้เขาคัดสรรมาอย่างดี ล้วนแต่เป็สมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อไม่ให้ผู้ใดสังเกตเห็นว่าเขากำลังปรุงยาพิษ
เมื่อเลือกเสร็จแล้ว เขาก็วางสมุนไพรทั้งหมดลงบนโต๊ะไม้ ด้านหลังโต๊ะมีชายชราผมขาวสวมชุดคลุมสีเทาผู้หนึ่ง เขามองสมุนไพรเหล่านี้แล้วเหลือบมองโจวลั่วพลางถามด้วยความสงสัย
"เ้าจะปรุงยาหรือ?"
"แค่ลองดูเล่น ๆ น่ะขอรับ" โจวลั่วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ชายชราไม่ถามอะไรต่อ หลังจากคำนวณราคาเสร็จก็ให้เด็กรับใช้ห่อสมุนไพรเหล่านี้ส่งให้เขา หลังจากจ่ายหินปราณระดับต่ำไปแปดสิบก้อน โจวลั่วก็เดินออกจากร้านไป เมื่อเขาจากไป ชายชราก็พึมพำกับตัวเอง
"เขยแต่งเข้าตระกูลคนหนึ่งกลับคิดอยากจะปรุงยา ช่างน่าสนใจทีเดียว"
ความจริงแล้วทันทีที่โจวลั่วก้าวเข้าประตูมา ชายชราก็มองฐานะของอีกฝ่ายออกในปราดเดียว เพราะปกติที่ชั้นสี่มีคนมาน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็คนคุ้นหน้ากันทั้งนั้น ใบหน้าไม่คุ้นเคยของโจวลั่ว ทำให้ชายชรานึกถึงกลุ่มเขยแต่งเข้าตระกูลที่ตระกูลหลินเพิ่งรับเข้ามาเมื่อเร็ว ๆ นี้
แต่สิ่งที่ทำให้ชายชราฉงนใจก็คือ สมุนไพรที่โจวลั่วซื้อไปนั้นมีหลากหลายประเภทมาก จนแม้แต่ตัวเขาที่เป็นักปรุงยายังดูไม่ออกว่าอีกฝ่าย้าจะปรุงยาชนิดใดกันแน่
อีกด้านหนึ่ง เมื่อโจวลั่วกลับมา หลินชิงหานก็ได้สั่งให้คนย้ายของออกจากห้องเล็กทางด้านซ้ายของเรือน และเตรียมเตาหลอมรวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็สำหรับการปรุงยาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้ามาในห้อง โจวลั่วก็ได้นำฉากกั้นมาบังหน้าเตาหลอมไว้ เช่นนี้แล้วหากคนอื่นไม่เข้ามาในห้องก็จะไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรอยู่ แม้ในเรือนหลังนี้จะมีเพียงเขา หลินชิงหาน และเสี่ยวหลาน แต่เขาก็ยังต้องระแวดระวังไว้ก่อน
หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น โจวลั่วยืนอยู่หน้าเตาหลอมด้วยความตื่นเต้น พลางโยนสมุนไพรที่้าใส่ลงไปในเตา สิ่งที่เขาจะผลิตในครั้งนี้คือยาพิษที่มีชื่อว่า 'โอสถสลายปราณ' อย่าได้มองว่าชื่อของมันดูน่าเกรงขาม ความจริงแล้วมันก็คือยาถ่ายชนิดรุนแรงนั่นเอง
หลังจากกินเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดอาการท้องร่วงไม่หยุดภายในหนึ่งนาที แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกปราณชั้นที่ห้าก็ยังต้องตกม้าตาย
ช่วยไม่ได้ เพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัย สมุนไพรที่เขาซื้อมาจึงปรุงได้เพียงยาพิษระดับเริ่มต้นเท่านั้น อีกทั้งเพราะหาซื้อไม่ได้จึงทำให้ขาดสมุนไพรไปอย่างหนึ่ง ส่งผลให้โจวลั่วเองก็ไม่แน่ใจว่ายาพิษนี้จะสำเร็จหรือไม่ เมื่อใส่สมุนไพรลงในเตาหลอมแล้ว โจวลั่วจุดไฟแล้วเฝ้ามองเตาหลอมด้วยสมาธิอันแน่วแน่ เมื่อเห็นว่าได้เวลาที่เหมาะสม เขาก็เริ่มควบคุมพลังปราณทันที อาศัยความร้อนสูงในการสลายสมุนไพรและหลอมรวมพวกมันเข้าด้วยกันอีกครั้ง
กระบวนการนี้ดำเนินไปอย่างช้า ๆ และต้องใช้ความระมัดระวังเป็พิเศษ หากผิดพลาดเพียงนิดย่อมส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพของยาพิษ ทว่าด้วยความเชี่ยวชาญในวิชายาพิษระดับหนึ่ง ยาพิษระดับต่ำเช่นนี้สำหรับโจวลั่วแล้วจึงเป็เื่ที่ง่ายดายยิ่งนัก ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภายในเตาหลอมก็ปรากฏเม็ดยาสีแดงชาดสามเม็ด โจวลั่วเช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วหยิบมันขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น โอสถสลายปราณสำเร็จแล้ว
เมื่อผลิตยาพิษสำเร็จ ขั้นตอนต่อไปคือการทดลอง ซึ่งเขามี 'หนูทดลอง' อยู่ในใจแล้ว เขาเดินออกจากห้องตรงไปยังห้องครัวทันที ไม่นานนักเขาก็กลับมาที่ห้องเล็กด้วยความพึงพอใจ การทดลองประสบความสำเร็จ แม้จะขาดสมุนไพรไปหนึ่งชนิด แต่ประสิทธิภาพของโอสถสลายปราณกลับไม่ได้รับผลกระทบ อีกทั้งตัวยาชนิดนี้ยังสามารถละลายในน้ำได้ทันที น่าเสียดายที่มื้อเที่ยงวันนี้คงจะกินน้ำแกงไก่ไม่ได้แล้ว
ในวันต่อ ๆ มา นอกจากการบำเพ็ญเพียรแล้ว โจวลั่วก็วุ่นอยู่กับการศึกษาวิจัยการผลิตยาพิษ นอกจากโอสถสลายปราณแล้ว เขายังปรุงยาพิษแปลก ๆ ออกมาได้อีกมากมาย ส่วนหลินชิงหานที่ไม่รู้ความนัย เมื่อเห็นเขาขยันขันแข็งเช่นนี้ก็นำตำราการปรุงยาต่าง ๆ มาให้เขาอย่างเอาใจใส่ เพียงพริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปหนึ่งเดือน
ในที่สุดเื่ที่หลินชิงหานตั้งครรภ์ก็ถูกตระกูลตรวจพบ เมื่อหลินเต๋อทราบข่าวจึงเรียกพบโจวลั่วซึ่งนับเป็เื่ที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนกว่า เมื่อเขาก้าวเข้าสู่โถงใหญ่อีกครั้ง หลินเต๋อที่เคยทำหน้าบึ้งตึงเมื่อคราวก่อน กลับมีรอยยิ้มเต็มใบหน้าในคราวนี้
"นั่งสิ"
เมื่อโจวลั่วนั่งลง หลินเต๋อก็เอ่ยด้วยอารมณ์เบิกบาน "ดีมาก นึกไม่ถึงเลยว่าเ้าจะทำให้หลินชิงหานตั้งครรภ์ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้"
ทายาทรุ่นต่อไปของเขา มีเพียงหลินชิงหานบุตรสาวคนเดียวเท่านั้นที่เป็ผู้สืบทอดสายเื แม้ว่าตัวเขาจะเคยพยายามมีบุตรเพิ่ม แต่เมื่อระดับพลังบำเพ็ญเพียรสูงขึ้น ความยากในการให้กำเนิดทายาทก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เขากับภรรยาพยายามมานานเพียงใดก็ยังไม่มีวี่แวว จึงทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับบุตรสาวคนเดียวเท่านั้น
เมื่อเห็นหลินชิงหานตั้งครรภ์ได้รวดเร็วเช่นนี้ หลินเต๋อจึงมองเห็นความหวังขึ้นมาทันที
ต้องรู้ก่อนว่า เพราะเื่ที่มีทายาทน้อยเกินไป สายเืของเขาจึงถูกสายหลักกดขี่ข่มเหงมาโดยตลอด แม้แต่ทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรก็ยังถูกตัดลดลงอย่างต่อเนื่อง หากบุตรสาวของเขาสามารถสืบทอดทายาทได้มากมาย สายเืของเขาก็อาจจะมีโอกาสกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง
"ล้วนเป็เพราะบุญบารมีของตระกูลหลินขอรับ" โจวลั่วกล่าวอย่างนอบน้อม
หลินเต๋อพยักหน้าด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง "อืม ตระกูลหลินของเราให้รางวัลและบทลงโทษอย่างชัดเจนเสมอ สิ่งเหล่านี้คือรางวัลที่ข้ามอบให้เ้าเป็การส่วนตัว" พูดจบ บ่าวรับใช้คนหนึ่งก็ยกทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรเข้ามา โจวลั่วมองดูทรัพยากรเ่าั้แล้วประเมินคร่าว ๆ ว่าอย่างน้อยคงมีมูลค่าถึงสองร้อยหินปราณระดับต่ำ
หากเป็เขยแต่งเข้าตระกูลทั่วไปคงไม่มีทางได้รับรางวัลล้ำค่าเช่นนี้ โจวลั่วยิ่งตระหนักได้ว่าคำพูดของสวี่ฉางเซิงก่อนหน้านี้นั้นถูกต้องที่สุด การมีที่พึ่งกับไม่มีที่พึ่งนั้นต่างกันราวฟ้ากับดิน หลังจากนั้นหลินเต๋อก็กำชับอีกสองสามประโยค โดยกำชับให้โจวลั่วพยายามต่อไป และอย่าได้ทำให้เขาต้องผิดหวัง
โจวลั่วตอบรับด้วยความยินดีเป็อย่างยิ่ง จากนั้นก็หอบทรัพยากรการบำเพ็ญเพียรเหล่านี้กลับไปยังเรือนพัก ทันทีที่กลับมาถึง หลินฝูผู้เป็ผู้ดูแลก็นำรางวัลที่ตระกูลมอบให้มาส่งถึงที่
ใช่แล้ว นอกจากรางวัลส่วนตัวจากหลินเต๋อแล้ว เมื่อใดก็ตามที่มีสตรีในตระกูลตั้งครรภ์ ตระกูลก็จะมอบรางวัลตามสมควรให้แก่เหล่าเขยแต่งเข้าตระกูลเช่นกัน
แต่สิ่งที่โจวลั่วให้ความสำคัญมากกว่าคือเื่การเข้าสู่แดนศักดิ์สิทธิ์ชีพจรปราณ ซึ่งหลินฝูแจ้งว่า อีกสามวันเขาก็จะสามารถเข้าไปบำเพ็ญเพียรในแดนศักดิ์สิทธิ์ชีพจรปราณร่วมกับเขยแต่งเข้าตระกูลคนอื่น ๆ ได้แล้ว
โจวลั่วรู้สึกฮึกเหิมอย่างมาก วันนี้คือวันที่เขารอคอยมานานแสนนาน เวลาสามวันผ่านไปในชั่วพริบตา โจวลั่วผลัดเปลี่ยนชุดใหม่และเดินออกจากเรือนพักไปภายใต้สายตาที่จดจ้องของหลินชิงหาน