บทที่ 20 ปฏิเสธอย่างไม่ลังเล
“บ้านฉันอยู่ชั้นสอง พวกเธอเลือกชั้นสี่หรือชั้นห้าก็ได้นะ จะเลือกอยู่ตรงข้ามกับบ้านลุงของเธอเลยก็ได้”
“ฉันไม่สนบ้านลุงหรอก ฉันจะเลือกอยู่ข้าง ๆ บ้านเธอ”
“ได้สิ แล้วเสี่ยวอินล่ะ?”
“พ่อแม่ฉันก็ตกลงแล้ว บอกว่าเที่ยงนี้จะไปดูที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’” อวี๋เสี่ยวอินกล่าวด้วยความยินดี
“งั้นเลิกเรียนแล้วเรากลับไปพร้อมกันเลย”
ฟ่านจิ่นเฉิงฟังทั้งสามคนคุยกันพลางถอนหายใจอยู่ในใจ หลบหลีกเถียนซือซือได้คนหนึ่ง แต่ก็ดันมีซ่างตงโผล่มาอีก คนพวกนี้ช่างน่าปวดหัวจริง ๆ
เวลาเรียน่เช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงกริ่งดังขึ้น ฟ่านซีซีเก็บหนังสือแล้วชวนลู่เหยาและอวี๋เสี่ยวอินวิ่งออกไป
ฟ่านจิ่นเฉิงเดินตามหลังไปเงียบ ๆ มองดูฟ่านซีซีที่ร่าเริงสดใส พลางอมยิ้มอย่างเอ็นดู
เถียนซือซือออกมาเห็นภาพนั้นพอดี เธอเผลอกำหมัดแน่น ดวงตาฉายแววแห่งความมืดมนออกมา
ทำไมไม่ว่าเธอจะดีหรือไม่ดี ฟ่านจิ่นเฉิงก็ไม่เคยมองเห็นเธอเลย
เหมือนตอนนี้ แค่เขาหันกลับมาก็เห็นเธอแล้ว
แต่ในสายตาของเขามีแต่ฟ่านซีซีเท่านั้น
ขณะที่เถียนซือซือกำลังจะกระทืบเท้าและสาปแช่งด้วยความไม่พอใจ เสียงผู้ชายเ็าก็ดังขึ้นจากด้านหลังเธอ
“เถียนซือซือ ตอนนั้นจดหมายรักที่ฟ่านซีซีเขียนให้ฉัน เป็การแกล้งของเธอใช่ไหม?”
สีหน้าของเถียนซือซือเปลี่ยนไป เธอค่อย ๆ หันหลังกลับมา
“น้องชาย ใครพูดเหลวไหลแบบนั้นให้นายฟัง นาย...”
“อย่ามาทำตัวเป็ผู้ใหญ่ต่อหน้าฉัน เธอรู้ดีว่าฟ่านซีซีเกลียดเธอ แต่ยังหลอกให้ฉันไปซื้อบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ เธอทำเพื่อตัวเองใช่ไหม!”
“นายซื้อแล้วเหรอ?” ดวงตาของเถียนซือซือเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น
แม่ของเธอบอกว่าวันนี้จะไปซื้อ แต่เช้านี้แม่กลับบอกว่าเงินไม่พอ ใครจะรู้ว่าแม่จะซื้อหรือเปล่า
แต่สำหรับเธอแล้ว ต่อให้ราคาบ้านเฉลี่ยที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ จะอยู่ที่สองหมื่นหยวนต่อตารางเมตร เธอก็ยังรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะซื้อ เพราะในอนาคตราคาเฉลี่ยของที่นั่นอย่างน้อยก็ต้องหนึ่งแสนถึงสองแสนกว่าหยวนต่อตารางเมตร
“ไม่ต้องมายุ่งว่าฉันซื้อหรือไม่ซื้อ ฉันแค่อยากเตือนเธอ อย่าคิดจะมานั่งคำนวณเื่ของฉัน พ่อแม่ฉันมีเงิน ฉันเองก็ใช้ไม่ใช่น้อยแต่นั่นมันเงินของฉัน ฉันกับเธอไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น”
พอพูดจบ ซ่างตงก็สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินหันหลังกลับไป
เถียนซือซือมองซ่างตงที่เดินจากไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยสีหน้าโกรธเคือง คิดว่าตัวเองวิเศษนักหรือไง อีกไม่กี่ปีพ่อนายก็ต้องโดนสอบสวนอยู่ดี
เธอมีความทรงจำจากโลกอนาคต ขอแค่มีเงินทุนให้เธอหน่อย เธอก็สามารถกลายเป็เศรษฐีได้
ไม่เห็นต้องซื้อบ้านที่นั่นเลย ซื้อที่ไหนก็เหมือนกัน ซื้อที่เขตหมี่ซีที่ไหนก็ขึ้นราคา
เมื่อคิดได้แบบนั้น เธอก็รีบวิ่งกลับบ้านทันที
เธอจะเอาเงินไปซื้อบ้านที่อื่น ซื้อมันซะหลาย ๆ หลัง ผ่านไปอีกไม่กี่ปี เธอก็จะไม่ต้องกังวลว่าไม่มีเงินใช้ ไม่มีบ้านอยู่
แต่พอเธอกลับมาถึงบ้านแล้วเอ่ยปากขอยืมเงินแม่ เธอกลับต้องพบเจอกับเื่ราวฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ
“เงินใช้หมดแล้ว ซือซือ เราไม่ซื้อบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ แล้วนะ เช้านี้แม่ไปดูมาแล้ว อยู่ ๆ ราคาก็ขึ้น ตอนนี้ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 18,000 หยวนต่อตารางเมตร ขูดเืขูดเนื้อกันชัด ๆ แม่เลยเอาเงินทั้งหมดไปซื้อบ้านที่ ‘จินเตี๋ยฮวาหยวน’ ทีเดียวห้าหลัง อนาคตลูกอยากอยู่หลังไหนก็อยู่”
เถียนซือซือถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่ร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าสงสาร
แม่เธอเนี่ยตาถึงจริง ๆ ‘จินเตี๋ยฮวาหยวน’ ถึงแม้ชื่อจะฟังดูดี แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเป็โครงการบ้านจัดสรรมีปัญหา เพดานเคยพังถล่มลงมาทับคนตายด้วยนะ ข่าวใหญ่โตออกสื่อทุกช่องเลย
“แม่ ไปขอเงินคืนเถอะ! ฮือ...”
“จะทำแบบนั้นได้ยังไง แม่จ่ายเงินสดไปเต็มจำนวนแล้วนะ”
“ฮือ ๆ...” เถียนซือซืออยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ได้แต่อารมณ์เสียอยากจะเอาหัวโขกกำแพง
“ร้องไห้ทำไม นี่เื่ดีนะ อนาคตก็ทิ้งไว้ให้ลูกทั้งนั้นแหละ”
“ขายทิ้งไปสิ แล้วเอาเงินไปซื้อที่อื่น หนูไม่เอา ‘จินเตี๋ยฮวาหยวน’ หรอก” เถียนซือซือปาดน้ำตาพลางเถียงแม่ของเธอ
แต่ครั้งนี้แม่ของเธอกลับไม่สนใจ แม่เถียนคิดว่า ‘จินเตี๋ยฮวาหยวน’ วิวสวย สงบ เหมาะกับการแอบไปพบปะผู้ชายมาก
……
ในขณะที่เถียนซือซือกำลังร้องไห้น้ำตาไหลพราก ฝั่งฟ่านซีซีกลับยิ้มแก้มปริ
ลู่เหยาได้เป็เพื่อนบ้านกับฟ่านซีซีสมใจ เธอเลือกชั้นสี่ของตึกเดียวกัน
ส่วนอวี๋เสี่ยวอินเลือกชั้นหก เพราะราคาถูกกว่า แถมยังมีห้องใต้หลังคาให้ด้วย
บ้านคุณลุงของลู่เหยาเลือกชั้นสองของตึกข้าง ๆ ซึ่งถือว่าใกล้กัน ดังนั้นทุกคนจึงมีความสุข
หลังจาก่บ่ายที่คึกคักผ่านไป ตอนเย็นฟ่านจิ่นเฉิงก็พาครอบครัวอื่น ๆ ไปที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ อีกครั้ง และขายบ้านสำหรับเด็กเรียนเก่งได้อีกห้าหลังรวด
ตอนเลิกงาน หลินเยี่ยนตั้งใจไปที่ร้าน เธอซื้อของมาฝากเฉินเยว่อิงและหลิ่วซิ่งฟาง พร้อมกับพูดติดตลก “ฉันว่าซีซีกับจิ่นเฉิงสองคนนี้เป็อัจฉริยะด้านการขายชัด ๆ แค่พวกเขาช่วยแนะนำ ก็ขายบ้านไปได้เป็สิบกว่าหลังแล้ว”
เดือนนี้เธอได้โบนัสไม่น้อย แม้แต่เ้านายยังมองเธอยิ้มแฉ่ง
หลิ่วซิ่งฟางหัวเราะ “โรงเรียนมัธยมปลายที่สามมีเด็กเรียนเก่งเยอะเหมือนกันนะ”
“จริงด้วย วันนี้ฉันได้ยินนักเรียนที่มาซื้อบ้านคนหนึ่งบอกว่า จิ่นเฉิงเป็เทพแห่งการเรียนเลยนะ ได้ที่หนึ่งของโรงเรียนตลอด”
“จริง ๆ แล้วผลการเรียนของซีซีก็ดีมาก ครั้งนี้เธอข้ามชั้นจากมัธยมปลายปี 2 ไปมัธยมปลายปี 3 เรียนห้องเดียวกับจิ่นเฉิง ผลการเรียนดีมาก” หลิ่วซิ่งฟางถือโอกาสอวดฟ่านซีซี
“ดีจังเลย อิจฉาพวกเขาจริง ๆ” หลินเยี่ยนพูดด้วยรอยยิ้ม
“วัยหนุ่มสาวช่างดีจริง ๆ”
ใคร ๆ ก็มองออกว่าฟ่านจิ่นเฉิงชอบฟ่านซีซีมากแค่ไหน ดวงตาของเขาเวลาที่มองเธอมันช่างเปล่งประกาย
ถ้าความรู้สึกของทั้งคู่ยังคงอยู่จนโต ฟ่านซีซีคงเป็ผู้หญิงที่โชคดีที่สุด
การได้เห็นคู่รักวัยเด็กที่คบกันมายาวนานอย่างนี้ ทำให้เธอในวัย 26 ปี อยากมีความรักบ้าง!
……
ด้วยชื่อเสียงของ ‘บ้านเด็กเรียนเก่ง’ ทำให้มีการบอกต่อและพูดคุยกันอย่างลับ ๆ ระหว่างเด็กเรียนเก่งด้วยกัน ทำให้ฟ่านซีซีและคนอื่น ๆ ไม่ต้องแนะนำอะไรอีก พวกเขาก็พร้อมใจกันมาขอซื้อบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’
เพียงชั่วข้ามคืน บ้านแถว ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ก็กลายเป็ประเด็นร้อนในหมู่คนเขตหมี่ซี
ส่วนฟ่านซีซีไม่สนใจเื่ราคาบ้านอีกต่อไป หลังจากที่บ้านแถว ๆ นั้นขายหมดเกลี้ยง
พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ฟ่านซีซีก็เริ่มใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับพื้นที่เพาะปลูกของเธอ ส่วนฟ่านจิ่นเฉิงก็ดูเหมือนจะยุ่ง ๆ และมักจะออกไปข้างนอกเสมอ
ทั้งสองต่างก็มีความลับ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็น เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับเื่ของตัวเอง
ฝ่ายผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านก็ยุ่งอยู่กับการบริหารร้าน จึงไม่ได้สนใจพวกเขา
ฟ่านจิ่นซินกลับคอยจับตาดูฟ่านซีซีอยู่เสมอ เธอเห็นรถขนต้นไม้เข้าออกพื้นที่เพาะปลูกของฟ่านซีซีตลอด ดูยุ่งมาก
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์วันหนึ่ง ฟ่านซีซีกำลังจะไปพื้นที่เพาะปลูกก็ถูกฟ่านจิ่นซินเรียกไว้
“นี่! ฟ่านซีซี ่นี้เธอหาเงินได้เยอะใช่ไหม? ขอยืมหน่อยสิ”
ฟ่านซีซีมองเธออย่างแปลกใจ “เธอจะเอาไปทำอะไร?”
จะขอยืมเงินทั้งทียังทำท่าทางแบบนี้ เธอไม่ได้เป็หนี้บุญคุณฟ่านจิ่นซินสักหน่อย
ฟ่านจิ่นซินอดทน พยายามคุมน้ำเสียงตัวเอง “ฉันมีธุระ เธอขายต้นไม้ต้นละตั้งสามพัน ฉันเห็นเธอขายไปเยอะแล้ว ขอยืมหนึ่งหมื่นได้ไหม ไม่ต้องห่วง ฉันจะคืนให้แน่นอน”
ฟ่านซีซีมองเธอั้แ่หัวจรดเท้า “เหตุผลล่ะ ทำไมฉันต้องให้เธอยืมด้วย?”
“ให้ยืมก็ยืม ไม่ให้ยืมก็ไม่ต้องยืม ถามมากมายทำไม” ฟ่านจิ่นซินขมวดคิ้ว บนใบหน้าฉายแววรำคาญ
ก็รู้อยู่หรอกว่าฟ่านซีซีไม่ใช่คนใจกว้าง
“อ้อ งั้นไม่ให้ยืม” ฟ่านซีซีเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง แล้วปฏิเสธอย่างไม่ลังเล
ฟ่านจิ่นซิน “...”