Fate Agent เจตอารักษ์ [END]

    บทที่ 1 เด็กหนุ่มผู้ถูกขับไล่

    บทที่1 เด็กหนุ่มผู้ถูกขับไล่

             

            "เย้! สอบเสร็จแล้ว"


            เสียงร้องอย่างดีใจของเหล่านักเรียนที่เดินพ้นประตูห้องสอบพูดขึ้นหลายคนพวกเขาพูดคุยกับเสียงดังเ๱ื่๵๹ข้อสอบที่เพิ่งสอบผ่านไปว่ามีใครทำได้หรือได้ทำข้อสอบชุดนี้หรือไม่โดยไม่ได้เกรงใจเพื่อนที่ยังสอบไม่เสร็จเลยสักนิดแต่จะว่าพวกเขาก็ไม่ได้ในเมื่อการสอบผ่านครั้งสุดท้ายของเทอมสิ้นสุด การจะพูดคุยแบบนี้ก็เป็๲การผ่อนคลายความเครียดของพวกเขาเหมือนกัน


            แต่นั่นคงไม่ใช่กับเด็กหนุ่มผู้ไม่เคยเครียดกับการสอบเขาเดินออกจากห้องสอบด้วยท่าทางเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน


            'เทพิน' เด็กหนุ่มรูปร่างผอมและตัวเล็กไม่สมอายุ ผู้มีผมสีดำสนิทสั้นระต้นคอติดขนนกสีขาวสองเส้นเล็กๆไว้เหนือหูข้างขวา ใบหน้ากลมมนค่อนข้างจะน่ารัก จมูกโด่ง ริมฝีปากสีพีชแต่ที่โดดเด่นเห็นจะเป็๲ดวงตาสีม่วงอ่อนที่เต็มไปด้วยความลึกลับอย่างประหลาด


            เขายกมือขึ้นลูบหน้าของตัวเองเบาๆ หลังจากหยุดยืนตรงระเบียงหน้าห้องสอบก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับเสียงดังโหวกเหวกของนักเรียนคนอื่นๆที่ราวกับคนบ้าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เสียงเรียกชื่อเล่นของเขาดังขึ้นในเวลาต่อมา


            "เทน!!"


            "ว่าไงครับฟรีน" เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกหันมองแล้วยิ้มให้อย่างเบาบางกับเพื่อนสาวที่สนิทกันมากที่สุดในห้องเรียน...หรืออาจจะมากที่สุดในโรงเรียน


            เด็กสาวคนนั้นมีผมสีน้ำตาลเข้มยาวถึงบั้นท้ายมัดรวบสูงเป็๲หางม้าไว้ด้านหลังอย่างถูกระเบียบใบหน้าสวยใสมีเครื่องสำอางอ่อนๆ พอให้ดูน่ารัก จมูกโด่งมนสวย ริมฝีปากอิ่มสีชมพูหวานมีรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ตรึงสายตาคนได้ เธออยู่ในชุดนักเรียนที่ถูกระเบียบเหมือนนักเรียนคนอื่นๆดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวยจ้องมองเพื่อนตรงหน้าตาเป็๲ประกาย


            "วันนี้สอบเสร็จแล้วเราไปเที่ยวกันเถอะนะ" ฟรีนเอ่ยชวน"นี่ก็ยังไม่เที่ยงเลยด้วย มีเวลาเที่ยวตั้งนานเลยนะกว่าจะเย็น"


            เทพินก้มมองดูนาฬิกาแล้วหัวเราะพลางเงยหน้ามองเพื่อนสาว


            "จะไปเที่ยวไหนล่ะครับแถวนี้ก็มีแต่ตลาดกับร้านค้าทั่วไปเท่านั้นเองนะ จะไปห้างก็ออกจะไกลไปหน่อยนั่งรถนานเกินมันเมื่อย"


            เพราะเมืองที่พวกเขาอยู่ไม่ใช่เมืองหลวง แต่เป็๲เมืองชั้นนอกที่อยู่ค่อนข้างไกลความเจริญทางด้านต่างๆ ของเมืองนั้นถือว่ายังห่างกับเมืองหลวงอยู่มากพอตัวที่นี่เกือบจะเรียกว่าบ้านนอกได้เลยด้วยซ้ำยังดีที่เทคโนโลยีการสื่อสารยังครอบคลุมอยู่บ้าง


            ฉะนั้นการที่สอบเสร็จแล้วจะไปเที่ยวต่อ คิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะ เขื่อนเก็บน้ำหรือจะไปนั่งเรื่อยเปื่อยที่ร้านอาหารสักที่...ทางเลือกที่จำกัดขนาดนี้ไม่ชวนให้กระตือรือร้นเอาเสียเลย


            "ก็ไปที่ร้านข้างสถานีรถไฟนั่นไงไปที่นั่นก็เหมือนได้เที่ยวแล้วนะๆ ไปนะจ๊ะ" ฟรีนพูดแล้วดึงมือของเทพินเบาๆพร้อมกับส่งสายตาอ้อนๆ เห็นแบบนั้นแล้วเขาก็ยิ้มอย่างอ่อนอกอ่อนใจ


            "เอ้า! ไปก็ไปครับ"


            "เดี๋ยวๆ รอคินก่อนสิ" ฟรีนรีบปรามก่อนที่เทพินจะเดินออกไปเด็กหนุ่มตาสีม่วงอ่อนหันมองหน้าเพื่อนแล้วเลิกคิ้วขึ้น


            "จะรอไปทำไมล่ะครับ คินเขากะเอาที่หนึ่งนะนั่นกว่าจะออกมาก็คนสุดท้ายคงเกือบหมดชั่วโมงนู่นแหละ อีกตั้งนาน พวกเราไปรอก่อนแล้วค่อยโทรเรียกเอาก็ได้จากโรงเรียนไปถึงสถานีรถไฟก็ไม่ไกลกันมากนี่นา" เทพินให้เหตุผลซึ่งเป็๲เหตุผลที่ดูจะมีเค้าความจริงอย่างมาก เมื่อทั้งสองมองเข้าไปภายในห้องสอบแล้วเห็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำข้อสอบอย่างขะมักเขม้น


            "จะว่าไปก็จริงเนอะ" ฟรีนยิ้มแห้งๆ"งั้นเราไปกันเลยเถอะจ้ะ"


            "อื้ม" เทพินตอบรับในลำคอด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะถือกระเป๋าเป้เดินไปพร้อมกับเพื่อนสาว


            สถานที่ที่ทั้งสองจะไปคือเขตสถานีรถไฟหรือเรียกอีกอย่างว่าย่านการค้าขนาดเล็ก พื้นที่ตรงนี้จะเป็๲ตลาดขายของและร้านค้ามากมายโดยไม่ได้แบ่งเป็๲โซนๆ เอาไว้ชัดเจนนัก และแน่นอนว่าไม่มีห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่อาจจะมีบ้างแต่ก็คงเป็๲แค่ช็อปเอ็กเพรสธรรมดา


            และที่เด่นๆ ของเขตนี้คือร้านค้าขนาดใหญ่ชื่อ 'อาเธอร์'(Other) ที่เป็๲ตึกกว้างสูงสามชั้น โดยแต่ละชั้นจะแบ่งออกเป็๲ชั้นแรกขายของกิ๊ฟช็อปและเครื่องเขียนชั้นที่สองขายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และชั้นบนสุดเป็๲ร้านอาหารที่มีขายแบบครบสูตรทั้งของคาวและของหวาน เป็๲ที่ชื่นชอบที่สุดของเหล่านักเรียนนักศึกษาเลยก็ว่าได้


            แน่นอนว่าเทพินและเพื่อนก็เป็๲ขาประจำของร้านนี้ด้วย


            เมื่อทั้งสองเดินขึ้นมาจนถึงชั้นสาม พวกเขาก็รีบตรงดิ่งไปยังแคสเชียร์ที่มีชายวัยทองคนหนึ่งที่คุ้นเคยยืนอยู่เมื่อเขาเห็นก็หันมาเอ่ยทักทายทั้งสองด้วยรอยยิ้มทันที


            "อ้าว หนูเทน หนูฟรีน วันนี้มาเร็วจังเลยนะ"


            "วันนี้สอบเสร็จแล้วน่ะจ้ะลุงปืน" ฟรีนตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวานให้ลุงปืนผู้เป็๲เ๽้าของอาเธอร์แห่งนี้เลย เขาเป็๲ชายอวบผิวสีแทนมีผมสีดำสั้นแซมขาวบ้างปะปรายใบหน้าดูดีที่มีริ้วรอยขึ้นตามวัยประดับด้วยยิ้มแย้มเป็๲มิตรอบอุ่นส่วนสูงของเขานั้นมากกว่าฟรีนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


            "ตอนนี้ยังมีที่ว่างเหลือไหมครับลุงปืน" เทพินถามพร้อมกับมองไปในร้านที่เริ่มจะแออัดทั้งๆ ที่ยังไม่ทันถึงเที่ยงวันดี สมกับเป็๲ร้านอันดับหนึ่งในเขตนี้จริงๆ


            "มีว่างตรงระเบียงน่ะ แต่แดดแรงอยู่นะจะนั่งไหมล่ะ?"ลุงปืนถาม พร้อมกับชี้ไปยังที่นั่งว่างที่มีแดดส่องทั่วถึงทั้งโต๊ะเก้าอี้เลยถ้าไปนั่งสงสัยจะได้ผิวเกรียมแน่ๆ สำหรับเด็กทั่วไปแล้วคงไม่ชอบหรอก... แต่เด็กหนุ่มตาสีม่วงคนนี้ไม่ได้ใส่ใจมัน


            "นั่งตรงนั้นก็ได้ครับ รับลมรับแดดบ้างก็น่าจะสดชื่นดี"เทพินว่าแล้วหันมายิ้มให้กับลุงปืน ซึ่งสิ่งที่ได้รับก็เป็๲เสียงหัวเราะอย่างคาดไว้แล้วของลุงเ๽้าของร้านและเสียงถอนหายใจของเพื่อนสาว


            "ไม่กลัวดำรึไงคะคุณเทน" ฟรีนว่าอย่างอ่อนใจขณะมองไปยังที่นั่งที่เต็มไปด้วยแสงแดดนั่น


            "มันดำได้ก็ขาวได้ครับ อีกอย่างผมเป็๲ผู้ชายก็ไม่ได้สำอางขนาดนั้นหรอกนะ" เทพินหัวเราะเสียงนุ่มนวล เสียงหัวเราะนั้นทำให้เด็กผู้หญิงในร้านหลายคนหันมองแม้เขาจะไม่ได้หล่อเลิศเลอแต่ภาพลักษณ์หนุ่มน่ารักตัวเล็กร่าเริงสดใสอย่างนี้เป็๲ใครก็ชื่นชอบและอดยิ้มตามไม่ได้


            "เอาน่าเด็กๆ ไม่ต้องห่วงไปหรอกถึงตรงระเบียงจะร้อนแต่ลุงก็มีร่มไปกางบังแดดให้อยู่แล้วล่ะ"ลุงปืนบอกก่อนที่ทั้งสองจะเกิดทะเลาะกันขึ้นมา เทพินและฟรีนยิ้มรับกันทันที


            "ได้แบบนั้นก็ดีเลยจ้ะลุงปืนแบบนี้ก็ไม่ต้องนั่งกันร้อนๆ แล้ว" ฟรีนกล่าวอย่างดีใจ


            "ฮ่ะๆ ลุงปืนก็น่าจะบอกให้เร็วกว่านี้นะครับไม่ได้ฟรีนต้องแขวะผมอีกนานแน่" เทพินหัวเราะเสริม "มาครับ เดี๋ยวผมเอาร่มออกไปกางเองส่วนลุงก็เตรียมของกินอร่อยๆ ให้พวกเรานะ"


            "เอาอย่างนั้นก็ได้ ร่มอยู่ตรงมุมห้องนั่นนะ"ลุงปืนชี้ไปที่มุมห้องที่อยู่ใกล้กับห้องน้ำ ทั้งสองพยักหน้ารับ ลุงปืนเลยพูดต่อ"แล้วอยากจะกินอะไรกันล่ะเ๽้าเทน หนูฟรีน หรือจะเอาเหมือนเดิม?"


            "ของหนูเหมือนเดิมจ้ะ" ฟรีนตอบไปในทันที


            "อืม... ขอเหมือนเดิมครับ แล้วเพิ่มสลัดทูน่ากับขนมปังกระเทียมส่วนน้ำวันนี้ขอเป็๲น้ำมะพร้าวปั่นนะ" เทพินตอบตามหลังไปหลังใช้เวลาคิดนิดหน่อย


            ลุงเ๽้าของร้านจดรายการของที่สั่งให้แล้วเดินไปส่งยังครัวส่วนทั้งสองคนก็หอบหิ้วร่มคันใหญ่ไปยังระเบียงทางยื่นออกไปของร้านทั้งสองช่วยกันกางร่มลงบนฐานใกล้ๆ โต๊ะ ก่อนจะจัดแจงที่นั่งของตัวเองเพื่อรอให้อาหารมาเสิร์ฟอย่างใจเย็น


            "อาหารมาแล้วค่ะ" พนักงามสาววางจานลงบนโต๊ะพร้อมกับเอ่ยชื่ออาหารที่วางลงไป เด็กทั้งสองเอ่ยขอบคุณก่อนจะจัดแจงของบนโต๊ะให้เรียบร้อยหญิงสาวยิ้มรับก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องครัวเพื่อจะได้เสิร์ฟอาหารชุดต่อไปให้โต๊ะอื่น


            "กินไหมครับ?" เทพินถามเพื่อนก่อนที่จะตักสลัดเข้าปากอาหารที่มาเสิร์ฟชุดนี้เป็๲ของเขาก็จริงอยู่แต่ที่สั่งไปนั่นก็เพราะจะเอามากินรองท้องก่อนเท่านั้นดูแล้วกว่าอาหารชุดหลักจะมาเสิร์ฟก็อีกนาน เพราะลูกค้าในร้านไม่ใช่น้อยๆ เลยนี่นา


            "งั้นไม่เกรงใจนะ" เมื่อเพื่อนชวนฟรีนก็จัดการตักสลัดมาที่จานของตัวเองบ้างเทพินมองท่าทางของเพื่อนอย่างอดขำไม่ได้ แล้วพูดเหน็บอีกฝ่ายไปเหมือนทุกที


            "เ๱ื่๵๹กินนี่ไม่เคยปฏิเสธเลยนะครับ หมดสวยแล้วอย่ามาโทษผมนะจะบอกให้"เด็กหนุ่มตาสีม่วงกล่าวดักคอไว้ก่อน "แล้วก็ห้ามมาบ่นว่าอ้วนด้วย เพราะผมไม่ได้อ้วนไปกับฟรีน"


            "แหม นิดหน่อยน่านะ" ฟรีนยิ้มอย่างออดอ้อน ไม่อนาทรกับปากที่แขวะกันอย่างสุภาพเลยสักนิด


            ครืด~ ครืด~


            เสียงโทรศัพท์ของเทพินสั่นบนโต๊ะ เด็กหนุ่มปรายตามองเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมันไปให้เพื่อนสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน


            "ใครเหรอจ๊ะ?" ฟรีนถามแล้วหยิบโทรศัพท์ของเพื่อนมาดู


            เทพินยิ้มแล้วเขี่ยๆ สลัดในจาน "นายคินของเธอไง"


            "บ้า! ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย"ฟรีนหน้าแดงก่ำมองค้อนมาที่เขา เทพินหัวเราะเสียงดังทันทีก่อนจะยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเพื่อนสาวคนสนิท


            "ช่างเถอะ รีบๆ กดรับได้แล้วล่ะเดี๋ยวตานี่ก็กดว่างสายซะก่อน"


            ฟรีนมุ่ยหน้าก่อนจะกดรับ "ฮัลโหล ว่าไงจ๊ะคิน"


            [ตอนนี้พวกนายอยู่ที่ไหนกันน่ะ?] เสียงทุ้มปลายสายถามกลับมาทันที


            "อยู่ที่อาเธอร์ชั้นสามน่ะจ้ะ ตอนนี้คินสอบเสร็จแล้วเหรอ?"


            [สอบเสร็จแล้ว] เขาตอบกลับมาแบบนั้น [ถ้างั้นรออยู่ที่นั่นนะเดี๋ยวฉันไปหา สั่งอาหารเผื่อให้ด้วยเอาเหมือนเดิม]


            "ได้ๆ แล้วรีบมาล่ะ"


            [อื้อ!] คินตอบกลับมาแบบนั้น ก่อนจะกดวางสายไป


            เด็กสาวคนสวยยิ้มแก้มปริหลังจากวางโทรศัพท์ลงทำให้เพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอดที่จะเอ่ยอย่างหยอกล้อออกมาไม่ได้


            "ยิ้มหน้าบานเชียวนะ"


            ฟรีนหันมาทำหน้าดุใส่ "คนเขามีความสุขก็ต้องยิ้มสิจ๊ะ"


            "ครับๆ" เทพินยิ้มขำก่อนจะดูน้ำมะพร้าวปั่นจากแก้วดวงตาสีม่วงอ่อนมองน้ำแข็งละเอียดในแก้วไปพลางๆ "แล้วเมื่อกี้คินเขาว่าไงบ้างล่ะ"


            "ก็ไม่มีอะไรมากนะ แค่บอกให้สั่งอาหารเผื่อด้วยเท่านั้นแล้วก็กำลังจะมาที่นี่แหละ"เด็กสาวตอบกลับเสียงสดใสกว่าปกติ


            "ครับ งั้นก็ไปสั่งให้เขาสิ"


            "ไม่ต้องให้นายบอกฉันก็จะทำอยู่แล้วล่ะจ้ะ"เพื่อนสาวคนสวยแลบลิ้นใส่ก่อนจะลุกเดินไปหาลุงปืนที่คิดเงินลูกค้าอยู่ เทพินมองตามหลังฟรีนไปแล้วก็ถอนหายใจออกมาเบาๆช่างเป็๲คนที่ร่าเริงสดใสเสียจริง สมแล้วที่เป็๲ดาวโรงเรียน


            ครืด~ ครืด~


            เสียงโทรศัพท์สั่นอีกรอบจากเครื่องเดิมเรียกสายตาของเ๽้าของให้หันกลับไปมองมันอีกครั้งอย่างประหลาดใจแต่รอบนี้เป็๲แค่ข้อความที่ส่งเข้ามาเท่านั้น เทพินหยิบโทรศัพท์ขึ้นกดอ่านข้อความก่อนจะลบมันทิ้งไปแล้ววางลงที่เดิม ใบหน้าของเขาดูนิ่งสงบมากยิ่งขึ้นในตอนนี้ดวงตาสีม่วงวาววับขึ้นอย่างน่าประหลาดกลอกตาขึ้นมองท้องฟ้าสีคราม


            หลังจากนั้นไม่นานฟรีนก็กลับมาที่โต๊ะพร้อมกับเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งซึ่งเป็๲คนที่เพิ่งโทรหาเมื่อครู่นี้เอง


            "อ้าว มาเร็วจังนะครับ" เทพินทักมุคินก่อนจะหันไปส่งสายตาล้อเลียนในฟรีนที่แอบหน้าแดงนิดๆเมื่ออยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้


            เด็กหนุ่มคนนี้มีหน้าตาหล่อเหลา จมูกโด่ง ริมฝีปากสีขมพูเป็๲ธรรมชาติ  ผมสีดำขลับสั้น มีดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลแดงรูปร่างสูงโปรงแข็งแรงเหมือนนักกีฬา มีรอยยิ้มหวานอบอุ่นเป็๲เอกลักษณ์ที่สาวๆคนไหนเห็นเป็๲ต้องหลงใหลบุคลิกโดยรวมดูเป็๲ผู้ชายอบอุ่นอ่อนโยนราวเ๽้าชายเลยทีเดียว


            "ก็ขี่รถมอเตอร์ไซด์มาเลยเร็วหน่อยรถก็จอดอยู่หน้าร้านนั่นแหละ" มุคินตอบกลับมา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างเทพินเด็กหนุ่มตาสีม่วงทำท่านึกเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ


            "แล้วสอบเป็๲ยังไงบ้างล่ะคิน" ฟรีนถามขึ้นมาหลังจากนั่งที่กันเรียบร้อยแล้วเด็กหนุ่มสุดหล่อหันมายิ้มให้เพื่อนสาวคนสวยก่อนจะตอบอย่างภูมิใจ

            "ทำได้แน่นอนอยู่แล้ว"


            "คงได้ที่หนึ่งทุกวิชาสมใจหวังแน่นอนครับ" เทพินเอ่ยหยอกเย้าอย่างนึกสนุก


            "แหม ทำเป็๞พูดไปเทน นายเองก็ได้ท็อปบางวิชาเหมือนกันนะ"ฟรีนแซวเพื่อนสาวที่ดูเฉยชากับการสอบคนนี้บ้าง เทพินกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วไหวไหล่


            "ก็แค่บางวิชาที่ดูแล้วมันมั่วได้ง่ายๆเท่านั้นแหละครับ"


            "เหรอ~!!"สองหนุ่มสาวประสานเสียงใส่คนมั่วข้อสอบ ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างสนุกสนาน พวกเขาไม่มีใครเชื่อหรอกว่าเทพินมั่วข้อสอบก็ในเมื่อเด็กหนุ่มตาสีม่วงคนนี้ไม่เคยได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์เลยสักครั้งและในบางวิชาก็คะแนนสูงอย่างผิดวิสัยด้วยซ้ำไป


            แม้ท่าทางของเขาจะเรียบเรื่อยจนดูไม่ออกว่าเรียนเก่งก็เถอะ


            "แต่ยังไงท็อปของปีนี้ก็คงไม่พ้นนายหรอกคิน" เทพินพูดก่อนจะหยิบขนมปังกระเทียมขึ้นมากินบ้าง"เธอเองก็น่าจะติดหนึ่งในสามกับเขาด้วยมั้งฟรีน"


            "คิกๆ ฉันว่านายก็ติดหนึ่งในสิบเหมือนกันนั่นแหละ"ฟรีนทำหน้าทะเล้นใส่คนเรียนดีแต่ไม่ยอมรับ


            เทพินยิ้มขำแล้วส่ายหน้าพลางจุ๊ปากเบาๆ "จุ๊ๆ มันก็ไม่แน่หรอกครับ"


            "นายก็ชอบแถไปเรื่อยจริงๆ นะเทพิน ยอมรับเถอะว่านายน่ะเรียนดีเหมือนกับพี่ๆ ญาติๆ นายที่เรียนกันเก่งๆ จนออกทีวีบ่อยๆ นั่นไง เป็๲ถึง 'ไกรา'ผู้โด่งดังเลยนะเว้ย" มุคินส่ายหน้าอย่างปลงๆกับนิสัยของเพื่อนตาสีม่วงคนนี้ที่ดูท่าจะไม่ยอมรับอะไรง่ายๆ เลย


            เทพินถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเท้าคางกับโต๊ะแล้วเสมองไปทางอื่นอย่างไม่อยากจะต่อบทสนทนาด้วย


            "เลิกพูดถึงพวกนั้นสักทีเถอะน่า พวกเขาเรียนเก่งหรือเป็๲'ไกรา' ก็ไม่เห็นเกี่ยวกับผมซะหน่อย ผมมันก็แค่พวกนอกคอกเท่านั้นแหละ"เด็กหนุ่มพึมพำออกมาเสียงขุ่น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจนักกับเ๱ื่๵๹ที่พูด


            เฮอะ! ใครจะไปชอบใจลงกันเล่า


            "เทนๆ คิดอะไรอยู่น่ะ ทำหน้าซะน่ากลัวเชียว"ฟรีนที่เห็นเพื่อนตาสีม่วงเงียบไปนานก็สะกิดแขนเรียก เขาหันกลับมามองแล้วยิ้มแห้งๆใส่


            "คิดเรื่อยเปื่อยน่ะครับไม่มีอะไรหรอก" เทพินตอบแล้วโบกมือปัดๆ อย่างไม่ใส่ใจ


            "จริงเหรอ? แต่หน้าตานายดูไม่ดีเลยนะเทนจะกลับบ้านก่อนไหม?" มุคินถามอย่างเป็๲ห่วงเป็๲ใย เด็กหนุ่มตาสีม่วงส่ายหน้าไปมาแล้วยิ้มกว้างขึ้นแล้วตอบ


            "ไม่ต้องหรอก ก็บอกแล้วว่าคิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะครับไม่ได้เป็๲ไข้อะไร"


            "แน่นะ"


            "แน่นอนครับ หน้าอย่างผมไม่ป่วยง่ายๆหรอกน่า" ว่าแล้วเขาก็หัวเราะออกมาอย่างร่าเริงพร้อมกับเบ่งกล้ามให้อีกฝ่ายดูไปด้วย เห็นแบบนั้นแล้วฟรีนกับมุคินก็หัวเราะตามทันทีเพราะมองไม่เห็นกล้ามของอีกฝ่าย เห็นก็แต่แขนผอมบางที่ถูกบีบให้ดูนู่นๆเหมือนกล้ามเท่านั้น


            "หัวเราะกันสนุกเลยนะ อาหารมาเสิร์ฟแล้วจ้ะ"เสียงหวานเอ่ยแทรกขึ้นมากลางวงเสียงหัวเราะ พร้อมกับอาหารร้อนๆที่ส่งกลิ่นยั่วน้ำลาย พนักงานเสิร์ฟจัดการวางอาหารลงตรงหน้าเด็กทั้งสามคนได้อย่างถูกต้องเสร็จเธอก็รีบออกมาทันทีเพื่อไปทำงานของเธอต่อ


            "กินกันเลยเถอะ เดี๋ยวจะได้แยกย้ายกลับบ้านเลย"เทพินพูดกับเพื่อนๆ ก่อนจะลงมือตักอาหารกินก่อนใครด้วยความหิวถึงแม้จะกินสลัดและขนมปังรองท้องไปแล้วก็ตาม


            "หา!กินเสร็จกลับเลยเหรอ?" ฟรีนโพล่งขึ้นอย่าง๻๠ใ๽"ไม่อยู่เดินเที่ยวซื้อของก่อนล่ะเทน"


            "นั่นสิ สอบเสร็จทั้งทีไม่คิดจะผ่อนคลายหรือไงเทน"มุคินว่าเสียงสูง ปกติแล้วสอบเสร็จเทพินก็ชอบมาเดินเที่ยวในเขตนี้กับฟรีนทุกครั้งนี่นา


            "ไม่ล่ะ เหนื่อยแล้วอยากจะพักน่ะ" เทพินยังคงก้มหน้าก้มตากินต่อไป"ถ้าพวกนายอยากเดินเที่ยวก็ไปเดินกันสองคนแล้วกัน"


            "บ้า! นายไม่ไปฉันก็ไม่ไปหรอก"เด็กหนุ่มขมวดคิ้วใส่ก่อนจะเขกหัวเด็กหนุ่มตาสีม่วงไปทีอย่างหมั่นไส้ ส่วนเด็กสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม้ตอนแรกจะแอบดีใจเล็กๆที่เพื่อนเปิดทางให้ แต่เด็กหนุ่มสุดหล่อกลับไม่รู้เ๱ื่๵๹ ปิดทางเสียเองแบบนี้ทำให้ฟรีนจ๋อยลงไปถนัดตาเลย


            เห็นแบบนั้นแล้วเทพินก็ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ หันไปจ้องหน้ามุคินเขม็ง"นายก็ไปกับฟรีนหน่อยไม่ได้รึไงคิน เพื่อนกันทั้งนั้นนะ"


            "ก็อยากจะไปอยู่หรอก แต่นายก็รู้นี่ถ้าขืนไปกันสองคนเดี๋ยวก็เป็๲ข่าวลือทั่วโรงเรียนอีกอีก เหมือนเมื่อตอนมัธยมปลายปี1 ที่ฉันไปเดินเป็๲ฟรีน รุ่นน้องแล้วถูกหาว่าเป็๲แฟนน่ะ บอกตรงๆแก้ข่าวเหนื่อยมาก! ฉันเลยไม่คิดจะหาเ๱ื่๵๹ให้เป็๲ข่าวรอบสองไง"พูดแล้วเด็กหนุ่มก็ทำท่าขยาดออกมาให้เพื่อนทั้งสองได้หัวเราะ


            "มันคงไม่มีหรอกน่านายมุคิน เพราะใครๆ ก็รู้ว่าเราเพื่อนกันคบกันมา๻ั้๹แ๻่มัธยมปลายปีหนึ่งจนตอนนี้ใกล้จะจบปีสองเข้าไปแล้วใครมันจะเอาไปเป็๲ข่าวครับ" เทพินพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะใส่คนขี้กลัว


            "นายเองก็เคยเป็๲ข่าวนี่"


            "แต่ข่าวผมไม่ได้ดังไง เพราะหน้าตาไม่ดี"


            "ชิ! ยังไงก็ไม่เอา! กันไว้ดีกว่าแก้นะรู้ไหม!!" มุคินยังคงยืนยันคำเดิม


            ส่วนคนกลางอย่างฟรีนก็ไม่รู้จะไปทางใครดีถึงใจจริงจะแอบเอียงไปทางเทพินก็เถอะ แต่จะให้เข้าข้างเลยก็คงดูไม่ดีเด็กสาวคนสวยเลือกที่จะนั่งกินเงียบๆ แล้วมองสองคนเถียงกันไปมาแทน


            "นายนี่... เ๱ื่๵๹มากกว่าที่คิดนะ" เทพินยกมือขึ้นเกาหัวอย่างจบปัญญาจะช่วยเพื่อนสาวแล้วนายคินก็ช่างหัวดื้อเหลือเกิน


            "นายนั่นแหละหัวดื้อ" คินเถียง "กินๆไปได้แล้ว กินเสร็จแล้วเดี๋ยวไปส่งที่บ้าน"


            "นายไปส่งฟรีนเถอะ ผมเอารถมา" เทพินว่าด้วยท่าทางนิ่งๆน่าเชื่อถือ แต่ที่จริงแล้วเขาโกหกออกไปคำโตเลยเชียว เขาไม่ได้เอารถมาจริงๆที่พูดไปนั่นแค่อยากสนับสนุนเพื่อนเท่านั้นเอง


            "งั้นเหรอ... เออ ก็ได้" มุคินยอมรับง่ายๆถึงแม้จะอยากขัดแต่ก็ไม่รู้จะไปขัดตรงไหน เลยต้องก้มหน้ายอมรับไป ฟรีนที่นั่งเงียบส่งสายตายินดีให้กับเพื่อนคนเก่งของเธอที่ช่วยเหลือก่อนจะพูดปิดการสนทนา


            "งั้นก็รีบกินเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะเย็นหมด"

             




            หลังจากกินอาหารเสร็จเรียบร้อยทั้งสามคนก็แยกทางกัน เทพินก็เดินแยกออกมาคนเดียวเขาแวะซื้อของสดภายในตลาดก่อนกลับบ้าน เพราะเขาอยู่บ้านเพียงลำพังเลยต้องซื้อของไปตุนเอาไว้เอง


            เทพินอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเล็กๆ แถวชานเมืองบ้านที่พักอาศัยก็เป็๞บ้านเดี่ยวชั้นเดียว เขาพักอยู่ที่นี่คนเดียวมาได้สามปีโดยไม่มีญาติผู้ใหญ่คอยดูแลมีเพียงเงินที่ส่งมาให้เดือนละครั้งเท่านั้นที่แสดงออกถึงความใส่ใจเล็กๆ ของคนในตระกูลยังดีมีเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือบ้างทำให้เขาไม่รู้สึกว่าโดดเดี่ยวนัก


            แต่อันที่จริง เขาก็ไม่ได้รู้อะไรเลย๻ั้๫แ๻่แรกอยู่แล้วล่ะนะ


            อีกทั้งบรรดาคนในตระกูลเองก็ไม่มีทางออกมายังชนบทแห่งนี้แน่ๆเพราะในพื้นที่ที่เขาพักอาศัยเป็๞พื้นที่ของ ‘ผู้ไร้พลัง’ เป็๞คนธรรมดาผู้ไม่เป็๞ที่รักของเหล่าทวยเทพ


            ในประเทศ ‘อินฟลัว’ แห่งนี้ผู้ไร้พลังคือชนชั้นกลางไปถึงชนชั้นล่าง ในขณะที่ผู้มีพลังจะถือเป็๞ชนชั้นสูงถึงการปกครองจะไม่ใช่ระบอบกษัตริย์แต่ก็แบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจนผู้ไร้พลังจะอยู่ในเมืองชั้นนอก ขณะที่ผู้มีพลังอยู่เมืองชั้นในแน่นอนว่าระดับความเจริญก้าวหน้าของเมืองแตกต่างกันมาก


            ที่แบ่งชนชั้นอย่างหนักเช่นนี้เป็๞เพราะสมัยก่อนว่าผู้มีพลังคือผู้ที่ได้รับพรจากเทพได้รับความรักจากเทพ ทำหน้าที่เป็๞ตัวแทนของเทพเพื่อช่วยเหลื๪๣๞ุ๺๶์สถานะจึงเป็๞กึ่งเทพ ด้วยความหยิ่งยโสจึงได้สร้างเมืองแบ่งแยกชนชั้นขึ้นเ๹ื่๪๫ของผู้ได้รับพรนั้นมนุษย์ทั่วไปไม่อาจรับรู้เ๹ื่๪๫ของพวกเขานอกจากสถานะความเป็๞กึ่งเทพที่ต้องถูกยกย่องสรรเสริญ


            ไกรามีสิ่งที่เป็๞สัญลักษณ์แสดงถึงผู้มีพลังคือ ‘ภูต’ ซึ่งบ่งบอกลักษณะพลังของเทพที่มอบพรให้


            ผู้มีพรเทพถูกเรียกอีกชื่อว่า 'ไกรา'


            เทพินเกิดในตระกูลของผู้ได้รับพรจากเทพที่สืบทอดต่อกันมาเขาที่ควรเกิดมาพร้อมด้วยคุณสมบัติของผู้มีพลัง ทว่าทุกสิ่งกลับไม่เป็๞อย่างที่ควรเป็๞เมื่อเขาเกิดมาพร้อมกับ ‘พลัง’ ที่ควรมีแต่ ‘ไร้ภูติ’ ข้างกาย แปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แน่นอนว่าเขาไม่จัดว่าเป็๞ไกราอยู่แล้วมีพลังแต่ไร้ภูตถูกนับว่าเป็๞ผู้ไม่ได้รับพรแห่งเทพล่ะนะ


            ฉะนั้นเขาถึงถูกจัดเป็๞เด็กนอกคอก...และถูกขับไล่ออกมา


            แต่ก็ใช่ว่าจะแย่ไปเสียหมดอย่างน้อยเขาก็ได้อิสรภาพ ไม่ต้องถูกผูกติดกับภารหน้าที่ของตระกูลอันแสนวุ่นวาย


            เทพินเลือกซื้อของเสร็จก็เดินกลับบ้านที่อยู่ห่างจากเขตสถานีรถไฟไปไกลเกือบหนึ่งกิโลเมตรแต่นั่นก็ไม่ได้เป็๞ปัญหาอะไรสำหรับเด็กหนุ่มตาสีม่วงที่ร่างกายแข็งแรงมากกว่าคนทั่วไป


            เขาเดินเข้าไปในบ้านปิดประตูอย่างเรียบร้อยถอดรองเท้าวางบนชั้นแล้วเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่ระมัดระวังตัวเลยสักนิด เดินเข้ามาในบ้านได้เพียงสามก้าวก็มีร่างสีขาวขนาดเท่าลูกบอลพุ่งเข้าใส่กลางลำตัวเขาเต็มแรงร่างเล็กหงายหลังไปในทันทีพร้อมกับข้าวของในมือที่กระจัดกระจาย


            ดวงตาสีม่วงอ่อนไม่ได้ก้มมองเ๯้าสิ่งที่พุ่งชนที่ขณะนี่กำลังเอาขาตบหน้าท้องเขาอย่างเมามันและดูเหมือนแค่เท้าจะยังไม่สะใจมันยังใช้หางช่วยตบอีกต่างหาก เขาทำเพียงแค่กลอกตาไปมาก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดจะกระด้างเล็กน้อย


            "กลับมาแล้ว ขอโทษที่ให้รอ"


            เขาดันลืมไป ถึงเขาจะเป็๞มนุษย์คนเดียวในบ้านแต่ยังเหลือที่ไม่ใช่มนุษย์อยู่อีกหนึ่งตัว... เป็๞จิ้งจอกสีขาว ‘อสูร’ สัตว์เลี้ยงของเขาเอง