การแลกเปลี่ยนอิทธิวิธี
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจไกล่เกลี่ยความรักต้องห้ามของไป๋ซู่เจินและบัณฑิตหนุ่ม พร้อมทั้งได้รับบุญกุศลมหาศาลจากการวางรากฐานพุทธธรรม จื่อหลันก็รีบกลับมาที่กระท่อมเหมืองชายแดนทันที ภารกิจต่อไปคือการรับมือกับลิงั์ที่มีชื่อในภายหน้าว่าซุนหงอคง ซึ่งเป็ภารกิจระดับS-Class ที่มีผลตอบแทนสูงถึง 2,000,000 แต้มบุญ แต่ก็มีความเสี่ยงถึงตายเช่นกัน
จื่อหลันเปิดหน้าต่างของระบบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
[แต้มบุญคงเหลือ:483,990 แต้มบุญ]
เธอเลื่อนลงไปดูรายการแลกเปลี่ยนอภิญญาแบบถาวร ที่ยังขาดอยู่
อภิญญาที่แลกเปลี่ยน
ราคาแต้มบุญ
คำอธิบายและวัตถุประสงค์
อิทธิวิธี
300,000 แต้ม
แบบถาวร: ความสามารถในการแสดงฤทธิ์ได้ตามใจปรารถนา เช่น การย่อขยาย, การเหาะเหินเดินอากาศ, การแปลงกาย (จำเป็สำหรับการเดินทางและการหลบหนีในยามวิกฤต)
“นี่แหละที่ฉัน้าที่สุด”จื่อหลันพึมพำ“การจะเข้าใกล้สนามรบของลิงั์กับกองทัพ์โดยที่ไม่มีความสามารถในการเหาะเหินเดินอากาศนั้นเป็การฆ่าตัวตายชัด ๆ”
[ยืนยันการแลกเปลี่ยน:บริโภค 300,000 แต้มบุญ]
[แต้มบุญคงเหลือ:183,990 แต้มบุญ]
วูบ
ทันทีที่การแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น พลังที่จื่อหลันไม่เคยรับรู้ก็ได้รับการกลั่นกรองจากการแลกเปลี่ยนอิทธิวิธีได้หลั่งไหลเข้าสู่จิติญญาของจื่อหลันอย่างรุนแรง ความรู้เกี่ยวกับอิทธิวิธีทั้งหมดถูกถ่ายทอดสู่จิตใต้สำนึกของเธออย่างสมบูรณ์แบบ
จื่อหลันสูดลมหายใจลึก เมื่อเธอลืมตาขึ้น เธอรู้สึกว่าร่างกายของเธอเบาราวกับขนนก เธอเพียงแค่ขยับความคิด ร่างกายของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้นได้ทันที
“เยี่ยม”จื่อหลันยิ้มด้วยความมั่นใจ “ถึงเวลาไปเฉินโจวแล้ว ไม่ว่าซุนหงอคงจะแข็งแกร่งเพียงใด ในฐานะที่ฉันเป็ผู้ที่เคยดูไซอิ๋วมาแล้วนับสิบรอบ ฉันย่อมรู้จุดอ่อนของเขาดี”
จื่อหลันหยิบโคมเป่าเหลียนเติงมาถือไว้ในมือ ก่อนจะใช้อิทธิวิธีเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่ซึ่งไอพลังมหาศาลของการต่อสู้กำลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
สมรภูมิในเฉินโจว
การต่อสู้ระหว่างกองทัพเทพ์และลิงั์ (ซุนหงอคง)กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือดที่เฉินโจว แหล่งกำเนิดของมัน
พื้นดินในบริเวณนั้นถูกทำลายจนราบเรียบเป็หน้ากลอง ูเาที่เคยเขียวชอุ่มถูกเผาไหม้กลายเป็เถ้าถ่านและแม่น้ำก็เหือดแห้งหายไป ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันหนีตายอย่างอลหม่าน เพราะการต่อสู้ของเทพกับปีศาจนั้นรุนแรงเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้
ลิงั์ซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สูงราวห้าถึงหกชั้นของตึก มันมีิัที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าและดวงตาสีทองที่เปี่ยมด้วยความดุร้าย ลิงั์ตัวนี้สามารถพ่นไฟที่ร้อนแรงจนสามารถหลอมละลายหินผาออกจากปากของมันได้ อีกทั้งยังมีพละกำลังมหาศาลจนสามารถเหวี่ยงทหาร์นับสิบคนให้กระเด็นออกไปพร้อมๆ กันได้ด้วยการเหวี่ยงแขนเพียงครั้งเดียว
ทหาร์าเ็ล้มตายเป็จำนวนมาก ชุดเกราะของพวกเขาแตกหักกระจัดกระจายไปทั่วสนามรบ แม้แต่ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ต่างเข้าร่วมต่อสู้อย่างเต็มกำลัง แต่ก็ยังไม่สามารถกำราบลิงั์ตนนี้ได้ พวกเขาสามารถทำได้เพียงชะลอการโจมตีของมันเท่านั้น
“จอมทัพ พลังของลิงั์ตนนี้ไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ เราต้องขอความช่วยเหลือจากเอ้อหลางเสินแล้ว” กว่างมู่เทียนหวาง(ท้าววิรูปักษ์) หนึ่งในจตุโลกบาละโด้วยความสิ้นหวัง
ในขณะที่สถานการณ์กำลังย่ำแย่ลงอย่างถึงที่สุดและกองทัพ์กำลังจะถูกทำลาย ลำแสงสีรุ้งส่องประกายอันเจิดจ้าก็เคลื่อนที่มาด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ มันพุ่งทะลุทะลวงผ่านก้อนเมฆและพายุที่เกิดจากการต่อสู้ราวกับลูกศรศักดิ์สิทธิ์
ทหาร์ทุกนายต่างแสดงท่าทางระมัดระวังอย่างสูงสุด พวกเขาหยุดการต่อสู้ชั่วขณะและหันมาจ้องมองลำแสงที่พุ่งมานั้นด้วยความไม่ไว้ใจ
แต่เมื่อพวกเขาเห็นว่าทิศทางที่ลำแสงนั้นพุ่งมานั้น พุ่งตรงไปหาลิงั์โดยตรง ทหาร์ทุกคนก็รีบถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงแรงปะทะที่กำลังจะเกิดขึ้น พวกเขารู้ดีว่าพลังระดับนี้ไม่ธรรมดาและไม่ใช่ศัตรูของพวกเขา
ดาบเพลิงโคมวิเศษตัดหางลิงั์
จื่อหลันที่กำลังเหาะอยู่ภายในลำแสงนั้น มีใบหน้าที่เคร่งเครียดและมุ่งมั่น เธอรู้ดีว่าเธอมีโอกาสเพียง ครั้งเดียวเท่านั้นในการจบการต่อสู้นี้
เธอรวบรวมพลังปราณของตนเองผสานเข้ากับอิทธิวิธีที่เพิ่งแลกมา และถ่ายเทพลังทั้งหมดเข้าไปที่ โคมเป่าเหลียนเติงที่ถืออยู่ในมือ
เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ในโคมไม่เพียงแต่ส่องสว่างเป็แสงสีรุ้งอีกต่อไป แต่มันถูกบีบอัดและยืดออกไปในอากาศกลายเป็ดาบเลเซอร์สีรุ้งที่มีความคมกริบและแผ่รังสีแห่งการชำระล้างออกมาอย่างรุนแรง มันดูราวกับ ดาบพลังงานในภาพยนตร์าอวกาศ แต่มีรัศมีแห่งธรรมะอยู่ภายใน
จื่อหลันใช้อิทธิวิธีในการย่นระยะทาง
วูบ
ด้วยสิ่งที่คล้ายการวาร์ป ความเร็วที่เหนือความคาดหมายของลิงั์และทหาร์ ดาบเพลิงศักดิ์สิทธิ์จากโคมวิเศษฟันเข้าใส่หางของลิงั์อย่างแม่นยำ
ฉับ
หางของลิงั์ซึ่งเป็จุดกำเนิดและเก็บกักพลังส่วนใหญ่ของมันถูกตัดออกอย่างง่ายดายราวกับตัดกระดาษ ไม่มีเืไหลออกมา มีเพียงไอปราณสีทองที่รั่วไหลออกมาจากรอยตัดราวกับน้ำท่วม
โฮกกกกกกก
ลิงั์ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน ทันทีที่หางของมันถูกตัดออก ไอปราณมหาศาลของมันก็รั่วไหลออกไปในอากาศอย่างควบคุมไม่ได้
ร่างที่สูงใหญ่มหึมาของมันก็เล็กลงอย่างรวดเร็วจนกระทั่งขนาดของมันเหลือเท่ากับลูกลิงตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น มันทรุดตัวลงบนพื้นดินอย่างอ่อนแรงไม่สามารถขยับตัวได้อีกต่อไป
จื่อหลันร่อนลงมาอย่างสง่างามท่ามกลางซากปรักหักพังด้วยโคมในมือและดาบเพลิงที่ค่อย ๆ สลายตัวกลับคืนสู่เปลวไฟในโคมตามปกติ
“หยุดก่อน”จื่อหลันกล่าวเสียงดังขณะที่ทหาร์กำลังจะพุ่งเข้าไปสังหารลิงั์ที่หมดพลัง
การเจรจากับทัพ์
ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ และทหาร์ต่างมองจื่อหลันด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมสตรีผู้นี้จึงห้ามไม่ให้พวกเขาสังหารลิงั์ที่เป็อันตรายต่อ์และโลกมนุษย์
ฉือกั๋วเทียนหวาง (ท้าวธตรฐ)ก้าวออกมาและกล่าวด้วยความไม่พอใจ “เหตุใดท่านจึงมาขัดขวางการกำจัดปีศาจของกองทัพ์หรือ ปีศาจลิงตัวนี้เป็ภัยต่อสามภพ ต้องรีบกำจัดมันตอนที่มันอ่อนกำลังลง”
จื่อหลันส่ายหน้าอย่างใจเย็น“ข้าไม่ได้ขัดขวาง แต่ข้ากำลังช่วยพวกท่านประหยัดแรง และ สร้างคุณธรรมให้กับโลกนี้”
“ลิงตัวนี้มีภารกิจที่ยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้า มันถูกชะตากำหนดให้เป็กำลังสำคัญในการคุ้มครองพุทธธรรมและปราบปรามความชั่วร้าย แต่หากพวกท่านสังหารมันตอนนี้พวกท่านก็จะทำลายชะตานี้ลง”
“ข้าจะนำลิงตัวนี้ไปหาผู้ที่จะสามารถสั่งสอนมันได้ ให้มันได้เรียนรู้ผิดชอบชั่วดี และขัดเกลาจิตใจที่โกรธเกรี้ยวของมันให้บริสุทธิ์ ในภายหน้า มันจะเป็ขุนพลที่มีคุณธรรม และเป็กำลังให้กับเหล่าเทพได้อย่างแน่นอน”
ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย แต่คำพูดของจื่อหลันนั้นเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นและเมตตาจิตที่พวกเขาไม่เคยรู้สึกจากใครมาก่อน
เจิงจ่างเทียนหวาง (ท้าววิรุฬหก)จึงตัดสินใจสื่อสารกับเทพหูทิพย์และเทพตาทิพย์ที่กำลังเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ที่ท้องพระโรงหลิงเซียวทันที(ผ่านการใช้ทิพยอำนาจของตนเอง)
ไม่นานนัก ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ก็ได้รับทราบถึงความจริงเกี่ยวกับสตรีผู้นี้
นางคือผู้ที่สร้างคุณงามความดีโดยการจับปีศาจปลาทองที่หนีมาจาก์ของไท่ซ่างเหล่าจวินได้
นางยังเป็ผู้มอบบทสวดศักดิ์สิทธิ์ที่ขับไล่ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางและคุ้มครองเมืองหลวงทั้งเมืองได้
นางไม่ใช่ศัตรูแต่นางคือ ผู้มีบุญกุศล ที่กำลังดำเนินการตามแผนที่สูงส่งกว่าที่พวกเขาจะเข้าใจ
เมื่อเข้าใจดังนั้น ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ก็รีบขอตัวลากลับในทันที
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะไม่ขัดขวางผู้มีบุญ พวกเราขอตัวลากลับไปรายงานเื่นี้ต่ออวี้หวงต้าตี้โดยเร็วที่สุด”
เมื่อกองทัพ์กลับไปแล้ว จื่อหลันก็เดินเข้าไปอุ้มลิงั์ที่ตอนนี้กลายเป็ลิงน้อยที่กำลังสลบไม่ได้สติขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
“เอาล่ะเ้าลิงน้อย”จื่อหลันยิ้มอย่างอ่อนโยน “ชะตาของเ้าได้เปลี่ยนไปแล้ว ถึงเวลาไปเข้าเรียนกับอาจารย์คนแรกของเ้า”
จื่อหลันใช้อิทธิวิธีในการพาลิงน้อยเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้งมุ่งหน้าไปยัง เขาหลิงไถ้ที่ซึ่งเป็ที่พำนักของเทพผู่ถีโจวซือ ผู้รอบรู้แห่ง์
การมอบศิษย์และการเปลี่ยนแปลงชะตา
เทพผู่ถีโจวซือกำลังสอนตำราโบราณให้กับลูกของเทพและเซียนที่มาเข้าเรียนที่ถ้ำบนยอดเขาของเขาอย่างสงบ แต่จู่ ๆเขาก็ััได้ว่ามีผู้ทรงพลังที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ที่พำนักของเขาอย่างรวดเร็ว
เขายิ้มอย่างลึกลับและหยุดสอนหนังสือ ก่อนจะเดินออกมาที่หน้าประตูถ้ำเพื่อรอต้อนรับแขกผู้มาเยือน
เพียงไม่นานนัก แสงสีรุ้งอันบริสุทธิ์ที่มาจากโคมเป่าเหลียนเติงก็ส่องสว่างอยู่หน้าประตูถ้ำ จื่อหลัน ค่อย ๆ ร่อนลงมาอย่างสง่างาม ในอ้อมกอดของเธอมีลิงน้อยตัวหนึ่งกำลังสลบไม่ได้สติอยู่
“ขอคารวะเทพผู่ถีโจวซือ”จื่อหลันกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม
“แม่นางคงเป็ผู้ที่กำลังวุ่นวายกับการปราบปรามปีศาจใน่นี้สินะ”ผู่ถีโจวซือกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความรอบรู้“ไม่ทราบว่าแม่นางมาที่นี่ด้วยเหตุอันใด?”
จื่อหลันกล่าวแนะนำตัวอย่างรวบรัด“ข้ามีนามว่า จื่อหลัน ข้ามาที่นี่เพื่อฝากให้ท่านผู่ถีโจวซือดูแลสั่งสอนลิงน้อยตัวนี้ให้เป็ศิษย์ของท่าน”
เมื่อได้ยินคำขอ ผู่ถีโจวซือก็ยิ้ม แต่ก็ยิ้มอย่างรู้ทัน เขาจึงลองทำนายดวงชะตาของลิงน้อยในอ้อมแขนของจื่อหลันดูทันที
วูบ
ใบหน้าของผู่ถีโจวซือเปลี่ยนสีทันที เขาเห็นถึงอนาคตที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ลิงน้อยตัวนี้ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา มันจะก่อความวุ่นวายครั้งใหญ่บน์ และโลกมนุษย์ เป็ภัยต่อทวยเทพและมนุษย์อย่างร้ายกาจที่สุด
“ข้าคงไม่อาจรับไว้ได้ แม่นาง” ผู่ถีโจวซือกล่าวด้วยความหนักใจ “ลิงน้อยตัวนี้มีไอมารที่รุนแรงและมีชะตาที่จะทำลายทุกสิ่ง หากข้ารับมันไว้ ข้าก็จะพลอยได้รับบาปกรรมที่มันก่อไปด้วย”
จื่อหลันไม่ได้โต้เถียง เธอยิ้มและหลับตาลงอย่างสงบ เธอรู้ดีว่าการเปลี่ยนชะตาของซุนหงอคงต้องใช้พลังที่ยิ่งใหญ่กว่าคำพูด
เธอเริ่ม สวดมหากรุณาธารณีสูตรอีกครั้ง
ทันทีที่เสียงสวดเริ่มต้น ร่างของจื่อหลันก็แผ่แสงสีทองที่เต็มไปด้วยพลังเมตตาอันบริสุทธิ์ออกมาอย่างมหาศาล พลังเมตตาจิตนี้ไม่ใช่พลังปราณ แต่เป็พลังแห่งบุญกุศลที่เกิดจากการช่วยเหลือสรรพสัตว์นับไม่ถ้วน
ลิงน้อยในอ้อมกอดของจื่อหลันที่กำลังสลบอยู่ ััได้ถึงความอบอุ่น และความปลอดภัยที่ไม่เคยได้รับมาก่อน ไอมารที่โกรธเกรี้ยวในจิตใจของมันถูกชำระล้างอย่างรวดเร็ว ลิงน้อยค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ และมองไปยังจื่อหลันด้วยดวงตาที่ยังคงสับสน
ผู่ถีโจวซือที่เป็เทพระดับสูงััได้ถึงแสงแห่งเมตตาที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยััจากทวยเทพใดๆ ใน์ เขาสังเกตเห็นว่าไอมารของลิงน้อยเบาบางลงอย่างน่าอัศจรรย์ เขาเริ่มเข้าใจสิ่งที่จื่อหลัน้าจะสื่อนั่นคือการสั่งสอนต้องใช้เมตตาธรรม ไม่ใช่การใช้กำลัง
จื่อหลันหยุดสวดพระสูตร ก่อนจะหยิบสำเนาของมหากรุณาธารณีสูตร และอมิตายุสสูตรที่คัดลอกไว้ในแผ่นหยกมอบให้กับผู่ถีโจวซือ
“ท่านอาจารย์ ให้ลิงน้อยนี้สวดและฟังพระสูตรทั้งสองนี้ทุกวัน สองพระสูตรนี้จะช่วยขจัดนิสัยติดตัวคือความโกรธและความไม่รู้ของมันและจะขัดเกลาจิตใจและิญญาของมันให้บริสุทธิ์ได้ในที่สุด ขณะเดียวกันท่านก็ต้องคอยสั่งสอบผิดชอบชั่วดี เมื่อมันเกิดสติปัญญาขึ้น มันจะก้าวหน้าในวิชาต่าง ๆหรือแม้แต่วิชาะที่ท่านมีอยู่ มันก็สามารถฝึกได้”
ผู่ถีโจวซือรับแผ่นหยกมาด้วยความนอบน้อม ก่อนจะลองทำนายอนาคตของลิงน้อยอีกครั้ง
วูบ
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง อนาคตของลิงน้อยได้เปลี่ยนไปแล้ว ภายหน้าลิงน้อยผู้นี้จะได้เป็หนึ่งในขุนพล์ที่มีคุณธรรมและสุขุม มันจะมีความ เมตตา ต่อเทพ, มนุษย์, และุ์มันจะสามารถปกครองุ์ไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนให้กับมนุษย์ได้
“นี่เป็บุยของข้าแล้วที่ได้รับเ้าลิงน้อยนี้เป็ศิษย์”ผู่ถีโจวซือกล่าวด้วยความยินดีอย่างแท้จริง
จื่อหลันยิ้มและส่งลิงน้อยให้กับผู่ถีโจวซือ “ข้าได้ตั้งชื่อลิงน้อยนี้ว่า ซุนหงอคง”
“กาลข้างหน้า”จื่อหลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง “เขาจะได้เป็ ต้าเซิ่งโฝจู่ หรือ อรหันต์ผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าผู้คุ้มครองโลก”
ผู่ถีโจวซือไม่เคยได้ยินคำว่าอรหันต์ มาก่อน จื่อหลันจึงอธิบายให้เขาฟังอย่างคร่าวๆ ถึงแก่นแท้ของพุทธธรรม ก่อนจะแนะนำให้เขาไปสนทนาธรรมกับไต้ซือฝาไห่ที่วัดจินซาน เพื่อจะได้เข้าใจสัจธรรมของโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
จื่อหลันทำหน้าที่ของเธอเสร็จสิ้น เธอจึงกล่าวลาและใช้อิทธิวิธีเหาะกลับไปที่เหมืองชายแดนทันที ทิ้งให้ซุนหงอคงที่เพิ่งฟื้นคืนสติมองเธอห่างออกไปจนลับสายตา ก่อนจะหันมามองผู่ถีโจวซือที่กำลังอุ้มมันอยู่ด้วยความสับสน
ผู่ถีโจวซือมองลิงน้อยด้วยความเมตตา ก่อนจะเรียกชื่อมันว่า “หงอคง”และพามันกลับเข้าไปในห้องเรียนเพื่อเริ่มการฝึกเ้าลิงน้อยตัวนี้
การกลับสู่กิจวัตรและแผนของปีศาจจิ้งจอก
จื่อหลันกลับมาถึงที่พักในเหมืองชายแดน เธอรีบทำหน้าที่ประจำของเธอ นั่นคือการช่วยเหลือคนงานเหมืองและผู้คุมเหมืองในการจัดหาอาหารและดูแลความเป็อยู่ของพวกเขา เธอรู้สึกว่า่หลังเธอออกไปทำภารกิจบ่อยเกินไปแล้ว ซึ่งระหว่างที่เธอกำลังทำอาหารให้กับผู้คุมและคนงานอยู่นั้น ระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมา
[แจ้งเตือนระบบ:ภารกิจหลักสำเร็จ]
· ภารกิจ:กำราบลิงั์ (ซุนหงอคง)
· ผลตอบแทน:+2,000,000 แต้มบุญ
[แจ้งเตือนระบบ:รางวัลพิเศษ การเปลี่ยนแปลงชะตาครั้งยิ่งใหญ่]
· คำอธิบาย:ท่านได้เปลี่ยนแปลงชะตาของซุนหงอคงไม่ให้ก่อความวุ่นวายบน์และโลกมนุษย์ได้สำเร็จ ท่านได้ทำให้หลายชีวิตรอดตายจากาที่ซุนหงอคงก่อขึ้น
· ผลตอบแทน:+500,000 แต้มบุญ (บุญกุศลจากการเปลี่ยนแปลงชะตาและช่วยชีวิตนับล้าน)
[แต้มบุญคงเหลือ:183,990 + 2,000,000 + 500,000 = 2,683,990 แต้มบุญ]
จื่อหลันยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างที่สุด แต้มบุญของเธอพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เธอตัดสินใจแลก เจโตปริยญาณแบบถาวรมาทันที
สินค้าที่แลกเปลี่ยน
ราคาแต้มบุญ
คำอธิบายและวัตถุประสงค์
เจโตปริยญาณ
100,000 แต้ม
แบบถาวร: ความสามารถในการล่วงรู้ความนึกคิดและเจตนาของผู้อื่น
[ยืนยันการแลกเปลี่ยน:บริโภค 100,000 แต้มบุญ]
[แต้มบุญคงเหลือ:2,583,990 แต้มบุญ]
จื่อหลันรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เธอสามารถรับรู้ถึงความนึกคิดของผู้คุมและคนงานที่กำลังมองเธอด้วยความเคารพและความขอบคุณ
จื่อหลัน (คิดในใจ) “ดีเลย ตอนนี้ฉันมีอภิญญาสำคัญใกล้ครบแล้ว ทิพพจักขุ(ตาทิพย์), ทิพพโสต (หูทิพย์), อิทธิวิธี(แสดงฤทธิ์), และเจโตปริยญาณ (รู้วาระจิตของผู้อื่น) พร้อมแล้วสำหรับภารกิจต่อไป”
แต่ในขณะที่จื่อหลันกำลังหั่นผักอยู่ที่เหมืองชายแดน
ในเมืองชายแดนซึ่งเป็ที่ตั้งของหอนางโลม ชิงหลิน (จิ้งจอกเก้าหางที่สิงร่างอยู่)กำลังดำเนินการตามแผนการร้ายของนางอย่างเงียบ ๆ
ภายในห้องลับที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ชิงหลินที่สังวาอยู่บนเตียงกำลังเสพสังวาสกับชายวัยร่างกายกำยำ นางกำลังสูบเอาปราณ และชะตาของรองแม่ทัพอย่างไม่รีบร้อน
นับั้แ่ที่นางสิงร่างของชิงหลิน นางก็เริ่มต้นด้วยการสูบปราณของพวกพ่อค้าและขุนนางระดับล่างก่อน เมื่อพลังของนางกลับมาส่วนหนึ่ง นางก็เริ่มใช้วิชาของนางในการครอบงำจิตใจของผู้คนที่มาใช้บริการจนกระทั่งเริ่มครอบงำพลทหารที่มาใช้บริการ และขยับขึ้นไปถึงพวกเสนาธิการในกองทัพ
และในวันนี้ รองแม่ทัพที่ร่างกายสูงใหญ่กำยำและอายุเพิ่งเข้า40ปีก็กลายเป็เหยื่อรายล่าสุดของนาง
รองแม่ทัพมีพลังปราณที่แข็งแรงกว่าคนทั่วไปมาก รวมถึงชะตารองแม่ทัพที่เป็เกราะป้องกันทางโลกิญญา นางได้ดูดซับชะตารองแม่ทัพจนหมดในคราวเดียวใน่ที่อีกฝ่ายถึงจุดสูงสุดของการเสพสังวาส ซึ่งเป็่ที่จิตใจไร้เกราะป้องกัน ส่งผลให้รองแม่ทัพผู้นั้นมีร่างกายที่ทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของเขาซีดเผือดและร่างกายอ่อนแอลงทันตาเห็น แม้จะยังไม่ตาย แต่จากนี้ไปเขาจะค่อย ๆ อ่อนแอลงอย่างช้า ๆ และจะไม่ทำให้คนอื่นเกิดความสงสัย
ชิงหลิน (คิดในใจ)“ข้าได้ชะตาของรองแม่ทัพมาแล้ว ข้าต้องดูดซับชะตานี้ให้หมดเสียก่อน เพื่อให้ข้าสามารถดูดซับชะตาจอมทัพจากแม่ทัพชายแดนได้โดยที่ทัณฑ์์จะไม่เล่นงานข้า เมื่อข้าได้ชะตาของแม่ทัพมาแล้ว อำนาจของข้าจะมั่นคงอย่างแท้จริง ข้าจะครอบงำกองทัพชายแดนทั้งหมด และค่อย ๆ ครอบงำกองทัพอื่นตามแนวชายแดน ไม่นานเกินรอ ข้าจะต้องล้างแค้นอาณาจักรซางที่บังอาจใช้บทสวดบ้า ๆ นั่นทำร้ายข้า”
ชิงหลินใช้พลังครอบงำจิตใจอย่างเต็มที่ไปที่รองแม่ทัพที่กำลังอ่อนแอหลังเสร็จกิจ ดวงตาของรองแม่ทัพตอนนี้ไร้ประกายแสง เขาอยู่ในสภาพที่เหมือนคนไร้ิญญาได้แต่รับคำสั่งอย่างเงียบๆ
“เ้าจงไปหาโอกาสที่จะพาข้าไปพบแม่ทัพเสีย ข้าจะเริ่มแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่านี้”ชิงหลินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเ็า