12
เลือกอาชา
“เรามาถึงแล้วเข้าไปกันเถอะ” เซี่ยอ๋องพูดแล้วเดินนำเข้าไปในคอกม้าหลวงอิงมี่ก็เห็นม้าหลากหลายสายพันธุ์ถูกจับแยกห้องกันไว้แต่ละตัวมีรูปร่างลักษณะดีทั้งนั้น
พลันสายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับม้าตัวหนึ่งที่มีสีขาวราวหิมะรูปร่างของมันก็โดดเด่นกว่าม้าตัวอื่น แต่ทำไมถึงได้อยู่คอกท้ายๆ
…อย่างไรนางก็ต้องใจอาชาตัวนี้เสียแล้ว
“พี่เฟยชงเ้าคะข้าชอบอาชาตัวนี้เ้าค่ะ” นางพูดแล้วเดินนำเซี่ยอ๋องไปที่หน้าคอกม้าตัวนั้นเมื่อเห็นอาชาตัวนั้น สีหน้าของเขาก็เริ่มบ่งบอกถึงความเครียด
“ในรายงานเขียนไว้ว่าเ้าตัวนี้…ยังไม่ได้รับการฝึกให้เชื่องเลยนะน้องอิงมี่ ั้แ่มันมาอยู่ที่นี่น่ะ”
“อ้าว...ทำไมหรือเ้าคะ?”
“มันเป็ม้าป่าที่มีสัญชาตญาณป่าสูงมากไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ ขนาดใช้ไม้แข็ง มันก็ไม่ยอม แล้วก็น้องอิงมี่ถอยออกห่างๆดีกว่า พี่เกรงว่ามัน…”
ไม่ทันขาดคำอิงมี่ก็เดินไปหาอาชาตัวนั้นด้วยความสนใจเ้าม้าตัวนั้นทำเสียงฟืดฟาดใส่อิงมี่ด้วยความหงุดหงิดและเป็การเตือนว่าอย่าเข้ามาใกล้ แต่อิงมี่ก็ไม่สน นางกลับหันไปทักทายมัน
“สวัสดีเ้าอาชาขาว” เมื่อเ้าม้าเห็นดังนั้นมันก็ทำหน้างงเล็กน้อยเฟยชงก็ทำหน้างงเช่นกันเมื่อเห็นนางกำลังพูดกับม้า
“ท่านพี่เฟยชงเปิดประตูคอกให้ข้าเดินเข้าไปหามันได้หรือไม่”และแน่นอนว่า…
“ไม่ได้เด็ดขาด!มันไม่เชื่องนะน้องอิงมี่ มีคนฝึกม้าหลายคนถูกดีดแข้งขาหักหลายคนแล้ว”
“พี่เฟยชงวางใจเถิด…”
“มิได้ยังไงก็มิได้เด็ดขาด...”เซี่ยอ๋องยืนกรานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“โธ่งั้นข้าเปิดเองก็ได้เ้าค่ะ” อิงมี่พูดแล้วดึงประตูออกท่ามกลางความใของเฟยชงทันทีที่ประตูถูกเปิดออก เ้าอาชาขาวก็เดินออกมาด้วยท่าทางเอาเื่แต่มันก็เดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าอิงมี่แล้วจ้องหน้านางไม่วางตา
เซี่ยอ๋องจะเข้าไปช่วย แต่ก็ถูกอิงมี่ยกมือห้ามไว้นางเดินไปจ้องหน้ามันกลับแล้วพูดกับมันเบาๆ
“สวัสดีข้าชื่อหานอิงมี่ ข้าเพียง้าความช่วยเหลือจากเ้า” เมื่อเห็นมันไม่มีท่าทีใดๆนางจึงเดินเข้าไปใกล้อีก
“เ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ทหารของเรากำลังจะยกทัพไปตีตงหยวนและข้า้ากำลังของอาชาฝีเท้าดีเพื่อใช้เป็พาหนะในการไปออกรบเพื่อบ้านเมือง”เ้าม้านิ่งฟังด้วยความสงบ ส่วนอิงมี่ก็พูดต่อไป
“และข้าคิดว่าอาชาตัวนั้นคือเ้า...ได้โปรดให้ข้าขี่เ้าไปรบเถิด”
ในขณะที่อิงมี่กำลังพูด เฟยชงก็คิดในใจว่า
‘นางกำลังทำกระไรอยู่คุยกับอาชาเนี่ยนะ…นี่น้องข้าแต่งงานกับสตรีประเภทไหนกัน...’
รู้ตัวอีกทีก็เห็นตอนนางเข้าไปลูบหัวอาชาตัวนั้นและมันก็เลียมือนางด้วยความเป็มิตร
“ข้าให้เ้าชื่อว่าไป๋หลิวละกัน”เมื่ออิงมี่พูดจบ เ้าไป๋หลิวก็พยักหน้าแล้วส่งเสียงฮี้ๆด้วยความยินดีในชื่อของมัน แล้วอิงมี่ก็พูดกับเซี่ยอ๋องว่า
“น้องได้อาชาแล้วเ้าค่ะต่อไปรบกวนพี่เฟยชงต้องสอนกระบวนการรบให้น้องหน่อยนะเ้าคะ”
“ดะ…ได้สิ” เซี่ยอ๋องตอบไปทั้งที่ยังไม่หายประหลาดใจแล้วเขาก็เดินไปเอาบังเหียนกับอานม้ามาให้นาง นางจึงรับมาแล้วหันไปใส่ให้ไป๋หลิวจากนั้นนางก็ขึ้นขี่บนหลังมันอย่างคล่องแคล่ว โดยมีเฟยชงมองตามด้วยความประหลาดใจ
‘ฮูหยินของเ้ายังมีอะไรให้ข้าแปลกใจเพิ่มอีกหรือไม่เฟยหง!’
แต่ถ้าเซี่ยเฟยชงจะยืนคิดสักนิดเขาก็จะไม่แปลกใจเลยอย่าลืมสิว่าตอนเด็กๆ หานอิงมี่ซุกซนและชอบเล่นผาดโผนขนาดไหนอะไรที่เด็กผู้หญิงทั่วไปทำ นางหาทำไม่
“แล้วม้าของพี่เฟยชงล่ะเ้าคะ?”
“อ๋อ…อยู่ที่ลานจัดทัพน่ะ”
แล้วเซี่ยอ๋องก็เดินนำไปที่ลานจัดทัพโดยมีอิงมี่ขี่ม้าตามเป็การกลับไปแบบเงียบๆไร้ซึ่งการสนทนาใดๆ
ลานจัดทัพ ยามอู่
เมื่อกลับมาถึง เฟยชงก็ตรงไปหาอาชาฝูหู่ของตนส่วนอิงมี่ที่ยืนรออยู่ได้มองลงไปข้างล่าง ดูการฝึกซ้อมของพวกทหารโดยมีเฟยหงเป็ผู้นำ ก็รู้สึกชื่นชมในท่าทางของเขา
‘หากตัดเื่นิสัยแย่ๆออกไปได้จะเป็สามีที่ดีมากสำหรับนาง’
หืม...นี่นางกำลังสนใจบุรุษเสเพลคนนั้นหรือ มิได้ๆคนที่นางควรจะสนใจควรจะเป็ท่านพี่เฟยชงต่างหากล่ะ!
“น้องอิงมี่พวกเราไปฝึกที่ลานฝึกม้ากันเถอะ” เซี่ยอ๋องพูด แล้วควบม้านำไปที่ลานฝึก
“ว่าแต่น้องอิงมี่มีอาวุธหรือยัง”
“มีแล้วเ้าค่ะนี่เ้าค่ะ” อิงมี่พูดพลางหยิบมีดสั้นมายื่นให้เซี่ยอ๋องดู
“นี่มัน…มีดของเชื้อพระวงศ์นี่...” เขาพูดออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ใช่แล้วเ้าค่ะฮ่องเต้ทรงพระบรมาานุญาตให้ยืม”
“อ๋อ…”เซี่ยอ๋องพยักหน้า พลางคิดในใจ
พอกันทั้งฝ่าาทั้งอิงมี่!
แล้วเริ่มสอนกลยุทธ์ต่างๆ ให้นาง แล้วลองให้นางทำตามซึ่งอิงมี่ก็พอทำตามได้ถึง่แรกจะดูเงอะงะอยู่บ้างแต่่หลังนางก็ทำได้ดีทีเดียว เซี่ยอ๋องมองร่างบางด้วยความชื่นชมเขามิคิดเลยว่าเด็กแก่นแก้วห้าวๆ ตัวเล็กๆ ที่เอาแต่ทำตัวซุกซนไปวันๆในตอนนั้นจะโตขึ้นมาเป็สตรีที่ทั้งงดงามและมากด้วยพร์ขนาดนี้มาก่อน
รู้สึกดีเสียจริงที่เฟยหงไม่ปล่อยให้นางหลุดมือไปถึงแม้บางเื่นางจะแปลกๆ ก็เถอะ
ข้าจะมองพวกมันเป็เพียงจุดดำบนกระดาษขาวละกัน
“ข้าอยากให้เ้าลองใช้อาวุธชิ้นนี้น่ะ”เซี่ยอ๋องพูดแล้วหยิบคันเกาทัณฑ์ของตนขึ้นมา
“เ้ายิงธนูเป็รึไม่?”เซี่ยอ๋องถาม
“ไม่เป็เ้าค่ะ”อิงมี่ตอบพลางส่ายหน้า
“เพราะข้าคิดว่าแค่มีดบินอย่างเดียวคงมิพอดอกมีดบินว่องไวก็จริงแต่ระยะทางไปได้มิไกลเท่าเกาทัณฑ์หากจะสู้รบระยะไกลและชัยภูมิได้เปรียบ ใช้ธนูจะดีกว่า” แล้วเซี่ยอ๋องก็ออกแรงง้างคันเกาทัณฑ์ออกนำลูกศรมาใส่ แล้วเล็งใส่เป้าหมาย ซึ่งก็คือกลางต้นไม้ที่อยู่ถัดไป 8 จั้ง
ฟิ้ว! เพียงชั่วพริบตาลูกศรที่ถูกยิงออกไปก็ปักอยู่ตรงกลางต้นไม้อย่างแม่นยำ
“ท่านพี่เฟยชงสุดยอดเลยเ้าค่ะ!! ข้าขอลองบ้างๆ”
“ได้สิ”เซี่ยอ๋องส่งคันศรให้อิงมี่ แล้วหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
“อย่าเล็งมาทางหัวข้าละกัน”
“เ้าค่ะ”อิงมี่รับคำแล้วรับคันเกาทัณฑ์ไปถือไว้ นางพยายามง้างคันแล้วใส่ลูกศรเข้าไป จากนั้นก็เล็งไปที่เดียวกับเซี่ยอ๋อง แต่จังหวะที่ปล่อยลูกศร นางเผลอเอียงตัวไปทางขวาแล้วชูมือขึ้นทำให้…
ฟิ้ว! ลูกศรที่ปล่อยออกไป พุ่งเลยต้นไม้ออกไปท่ามกลางความใของอิงมี่และเซี่ยอ๋อง นางจึงรีบควบเ้าไป๋หลิวให้พาไปเก็บ แต่ไม่กี่อึดใจก็เห็นร่างสูงที่คุ้นตาลอยมาพร้อมกับถือลูกศรที่นางยิงออกไปเมื่อชั่วครู่ไว้ในมือ...