บทที่ 5 แหวนหมั้น
ฉันมองคนที่จับข้อมือฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังนิ้วเรียวของฉันที่มีแหวนสวมใส่ไว้อยู่
“ปล่อย” ฉันพูดออกไปนิ่ง ๆ พลันสายตาของเขาก็หันกลับมาจ้องตาฉัน ภาพที่สะท้อนในดวงตาของฉันคือ เขากำลังสงสัยและ้าคำตอบ แต่ถามว่าฉันต้องสนใจไม่ บอกเลยว่าไม่
อะไรที่ตัดแล้วมันก็ควรตัดเลยสิ แม้ว่าเราจะรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง แต่ฉันเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างย่อมดีขึ้น เมื่อนั้นที่เราหันกลับมามองสิ่งที่เราเคยตัดทิ้ง ที่ครั้งหนึ่งทำให้เราเ็ป มันคงกลายเป็ขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น
ถึงตอนนี้ฉันจะยังรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่มากเท่า่แรกที่ตัดสินใจตัดเขาออกจากชีวิตหรอก
“ปล่อย” ฉันพูดออกมาอีกครั้ง เมื่อเขาไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยข้อมือฉันเลย
“ขอคุยด้วยหน่อย” เขาพูดพร้อมกับทำตาละห้อยส่งมาให้ฉัน
“ไม่มีอะไรต้องคุย ปล่อย”
“ขอร้อง ขอคุยด้วยหน่อย นะครับ” คราวนี้เขาทั้งพูดขอร้องและส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ แน่นอนว่าท่าทางแบบนี้ของเขามันยังมีผลกับฉันอยู่ แต่ก็นั่นแหละเมื่อคิดว่าตัดแล้ว มันก็ไม่ควรจะแสดงอะไรออกไปใช่หรือไม่ ฉันจึงทำเป็เพียงมองเขานิ่ง ๆ และยืนยันความ้าของตัวเองเท่านั้น
“ปล่อย”
“ทิพย์ขอร้องนะครับ คุยกันก่อน”
“แกก็คุยกับพี่เหนือให้รู้เื่ทิพย์ พวกฉันจะไปรอข้างนอก” น้ำพิ้งค์พูด ฉันคิดว่ามันคงทนสายตาและการรบเร้าของเขาไม่ไหวเป็แน่
“ฉันก็จะไปรอข้างนอกเหมือนกัน” น้ำหวานพูดก่อนจะยกยิ้มและเดินออกไป
“คิดให้ดี ถ้าตัดสินใจได้แล้วและมั่นใจก็ทำให้มันจบได้เลย” น้ำมนตร์พูดขึ้นพร้อมกับมือตบไหล่ฉันเบา ๆ แล้วจึงเดินออกไปพร้อมพี่พายุ
ภายในห้องเรียนรวมตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่ฉันกับเหนือนทีเท่านั้น แล้วระหว่างฉันและเขาก็เต็มไปด้วยความเงียบ ความอึดอัดเริ่มเข้ามาแทรกแซง
สายตาของเหนือนทียังคงมองมาที่แหวนที่ฉันสวมใส่อยู่ ั้แ่ที่เขาเห็นแหวนวงนี้ เขาก็แทบไม่ละสายตาไปจากมันเลยด้วยซ้ำ มีแค่ตอนขอร้องให้ฉันอยู่พูดคุยกับเขาเท่านั้นแหละ เขาถึงได้เลิกจ้องมองมัน
“มีอะไรก็ว่ามาฉันมีเวลาไม่มาก” เมื่อทนความเงียบไม่ไหว ฉันจึงได้เป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน
“เรากลับมาคบกันได้ไหม”
“...” ฉันมองสบตาเขาแต่ไม่ได้พูดอะไร
“ขอโทษที่เคยละเลย จะไม่เป็แบบนั้นอีกแล้ว กลับมาเถอะนะ กลับมาคบกันเหมือนเดิม ทิพย์ก็รู้พี่ไม่เคยรู้สึกกับใครเหมือนที่รู้สึกกับทิพย์ อย่าทิ้งพี่เลยนะ พี่เจ็บ”
ถ้าเขาไม่เลือกที่จะสนใจเด็กดารินนั่นมากกว่าฉัน วันนี้จะเป็แบบนี้ไหม ฉันก็เจ็บไม่ต่างไปจากเขาหรอก แล้ววันนี้จะมาพูดขอโทษแล้วให้กลับไปเป็เหมือนเดิม มันง่ายไปรึเปล่า
“ง่ายไปรึเปล่าที่จะมาพูดว่าขอโทษและให้ฉันกลับไป ความรู้สึกที่เสียไปล่ะ มันเรียกร้องคืนกลับมาได้ไหม” ฉันไม่ได้พูดว่าจะกลับไป แต่กลับตั้งคำถามกับเขา โดยไม่สนสายตาเ็ปที่มองมาที่ฉันเลยสักนิด
“ทิพย์จะให้พี่ทำอะไร พี่ยอมหมดเลย ขอแค่ทิพย์กลับมา ได้โปรด”
“เลิกยุ่งเกี่ยวกับเด็กดารินนั่นสิทำได้ไหมล่ะ”
“พี่...” แล้วเขาก็ก้มหน้าหลบสายตาฉันอีกครั้ง ฉันยิ้มเย้ยตัวเอง นี่ฉันยังหวังอะไรอยู่ ตลอดเวลาที่ผ่านมามันไม่ชัดเจนรึไงกับการกระทำของเขา ว่าสุดท้ายแล้วเขาก็เลือกเด็กนั่นก่อนฉันอยู่ดี
“ทำไม่ได้สินะ”
“พี่ขอโทษ แต่นั่นพี่เอ็นดูเหมือนน้องสาวและรู้จักกันมานาน”
“พอเถอะ ถ้านายยังมีดารินในชีวิตนายก็จะไม่มีฉัน เพราะถ้านายยังมีมันแล้วฉันกลับไปคบกับนายอีกครั้ง สุดท้ายคนที่เจ็บก็เป็ฉันอยู่ดี”
“ไม่นะทิพย์ พี่..”
“ฉันเจ็บเหนือนที ฉันไม่พูดไม่ใช่ว่าไม่รู้สึก ก็อยากที่ฉันเคยพูดไว้ ว่าถ้าวันไหนฉันทนไม่ไหวฉันจะถอยออกมา และวันนี้ฉันก็ตัดสินใจแล้ว ที่จะถอยออกมา”
“...”
“บางที.. บางทีฉันก็คิดว่าฉันเหมือนไม่รู้จักนายเลย ที่ตอนนี้นายยังตามฉันอยู่นายอาจจะแค่เสียดายหรือหวงก้างก็ได้ แต่เชื่อสิสักวันนายก็จะลืมฉันไปเอง”
“ไม่ พี่ไม่มีวันลืม”
“นั่นมันก็เื่ของนายแล้วล่ะ ไม่เกี่ยวกับฉัน มีเื่จะพูดแค่นี้ใช่ไหม ฉันจะได้กลับ”
“เราจะกลับมาคบกันไม่ได้จริง ๆ เหรอ”
“ตราบใดที่นายยังมียายเด็กดารินวนเวียนอยู่ในชีวิตนาย นายก็จะไม่มีฉัน ในเมื่อนายตัดเด็กนั่นไม่ได้ นายก็เลิกพยายามเถอะ แล้วสักพักนายก็ลืมฉันเอง อย่างที่ฉันบอก”
“ทิพย์”
“เราเลิกกันแล้วเหนือนที อย่าพยายามกลับเข้ามาในชีวิตฉันอีกเลย ต่างคนต่างอยู่เถอะ” ฉันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทั้ง ๆ ที่ภายในใจของฉันก็เ็ปไม่ต่างกัน
ไม่ใช่ว่าฉันอยากเลิก แต่ถ้าเขายังตัดเด็กดารินนั่นไม่ได้ สุดท้ายมันก็จะเป็แบบเดิม เหมือนเดิม เป็ฉันที่เจ็บ เป็ฉันที่ผิด เป็ฉันที่เสียใจอยู่คนเดียว
คิดว่าวันนั้นวันที่ฉันบอกเลิกกับเขาฉันจะไม่มีความหวังเหรอ ฉันหวัง หวังว่าเขาจะรั้งฉันไว้ กอดฉันไว้แล้วพูดอะไรก็ได้ฉันก็พร้อมที่จะยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว แต่แล้วก็ไม่มี ไม่มีแม้แต่เสียงเรียกชื่อฉันเลยสักนิด
ฉันเสียใจมากแค่ไหน ใครจะรู้ เก็บตัวอยู่กับตัวเอง กอดปลอบตัวเองในวันที่เสียใจ คนที่อยู่ข้าง ๆ ฉันเวลานั้นก็มีเพียงเพื่อน ๆ ของฉันทั้งสามคนเท่านั้น ไร้เงาของคนที่เคยเรียกว่าแฟนอย่างสิ้นเชิง
แล้ววันนี้ วันที่ฉันคิดว่าไม่ควรมีเขาแล้ว มันผ่านไปหลายเดือนแล้ว เขาจะกลับเข้ามาในชีวิตฉันอีกทำไม จะรื้อฟื้นมันขึ้นมาให้ฉันเจ็บอีกทำไม
ถ้าจะบอกว่าฉันใจร้ายไม่ยอมให้โอกาสเขา ก็เป็เขานั่นแหละที่ใจร้ายกับฉันก่อน แล้วในเมื่อเขาร้ายกับฉันก่อน ทำไมฉันต้องดีกับเขาด้วยล่ะ
นี่มันยุคไหนแล้ว มันต้องตาต่อตาฟันต่อฟันเท่านั้น ในเมื่อคบกันแล้วมันเจ็บ สู้ไม่เลิกกันไปดีกว่าเหรอ ดีกว่าต้องทนคบกันแล้วต่างคนต่างไม่มีความสุข เื่แค่นี้ทำไมเขาคิดไม่ได้นะ หึ! เห็นแก่ตัวจริง ๆ
“โชคดีนะ” ฉันสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ กับการตัดสินใจของตัวเอง ก่อนจะพูดกับเขาแล้วหันหลังจะเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อน ขอถามอะไรหน่อย” ฉันหยุดเท้าที่กำลังจะก้าวไปด้านหน้า แต่ไม่หันหลังมามองเขา เพราะกลัวจะทนมองสายตาที่ไหวระริกนั่นของเขาไม่ไหว
“ต้องเลิกกันแบบนี้เ็ปไหม” เขาถามเสียงเบาหวิว คำถามของเขาแน่นอนว่าฉันย่อมเ็ป ฉันเงยหน้ามองบนเพดาล เพื่อที่จะไม่ให้น้ำตาไหลลงมา
“อืม เจ็บสิ”
“เจ็บแล้วทำไมไม่กลับมา”
“เพราะการคบกับนายมันทำให้ฉันเจ็บมากกว่า” จบคำพูดของฉันทุกอย่างก็เงียบอีกครั้ง
“แล้ว... แล้วแหวนนั่นล่ะ แหวนอะไร ทำไมต้องใส่นิ้วนางข้างซ้ายด้วย”
“แหวนหมั้น!” พูดจบฉันก็ไม่รีรออะไรอีก เพราะตอนนี้น้ำตาที่กักเก็บไว้มันจวนจะไหลเต็มทน ฉันรีบเดินออกจากห้องเรียนรวม ก่อนที่เขาจะเห็นความอ่อนแอของฉัน เมื่อออกมาถึงหน้าห้อง ฉันก็เห็นเพื่อนของฉันและเขายืนรออยู่
ฉันมองหน้าเพื่อนทั้งสาม ก่อนที่น้ำตาที่กักเก็บไว้จะพรั่งพรูออกมา
“ฮึก ฮือ... แก มันเจ็บ ฮึก” ฉันร้องออกมาอย่างไม่อายใคร เพราะที่ตรงนี้ไม่มีใครอีกแล้ว นอกจากพวกฉัน ส่วนเพื่อนของเขาก็เดินเข้าไปในห้องเหมือนกัน
“ไม่เป็ไรนะแก ไม่เป็ไร”
“ฮึก ฮือ... ฉันไม่ได้อยากให้เป็แบบนี้ ไม่เลย ฮึก ฮือ” ฉันยืนร้องไห้ กับเพื่อน ๆ โดยมีพวกมันกอดปลอบไม่ไปไหน
ภาพที่ฉันกับเขาเคยกอดกัน ภาพการจับมือ หยอกล้อระหว่างที่เรา คบกัน หลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำ ภาพความสุขที่เราสองคนเคยมีมัน ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ไม่มี...
“ฮึก ฉันทำถูกแล้วใช่ไหม ฮึก เจ็บ ฮือ..”
ภาพความสุขที่เคยได้รับแปเปลี่ยนไป ก่อนจะเป็ภาพของเขาที่เดิน ห้างกับใครอีกคน ใครคนนั้นที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเราเป็แบบนี้
ดาริน!
“ถ้าเจ็บทำไมแกไม่ให้โอกาสพี่เขาล่ะ ฉันดูแล้วพี่เขาค่อนข้างจะรักแกมากนะเว้ย”
“ฮึก ฉันก็อยากให้โอกาสเขา แต่ฉัน ฮึก ฮือ.. อึก ฉันทำไม่ได้ ฮึก ฮือ”
“...”
“เขาตัดเด็กนั่นออกจากชีวิตเขาไม่ได้ ฮึก ถ้าฉันให้โอกาสเขา สุดท้ายก็เป็ฉันที่เจ็บ”
“...”
“ชีวิตรักมันควรจะมีแค่สองคน ไม่ใช่สามคนแบบนี้ ฮึก ถึงเขาจะไม่คิดอะไรกับมัน แต่เด็กนั่นไม่ใช่”
“ใจเย็น ๆ ทิพย์ หยุดร้องก่อน”
“หยุดไม่ได้อะพิ้งค์ มันเจ็บไปหมดเลย ฮือ อึก ตอนแรกฉันคิดว่าผ่านมาหลายเดือนแล้วฉันคงไม่รู้สึกอะไร แต่มันไม่ใช่เลยเว้ย แค่เห็นหน้าเขา ฉันก็เจ็บแล้ว ฮือ ฮือ”
“อยากเข้าไปกอดก็ทำไม่ได้ ฮือ อึก ถ้าเมื่อกี้เขาตัดสินใจว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเด็กคนนั้น ฉันคงให้โอกาสเขาไปแล้ว ในเมื่อเขาทำไม่ได้ ก็ให้มันเป็แบบนี้แหละ ฉันไม่อยากต้องทนความเ็ปแค่คนเดียวว่ะ”
ฉันเงยหน้าที่แดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก มองหน้าเพื่อนทั้งสาม ก่อนจะยกมือปาดน้ำตาที่กำไหลอยู่ออก
“ไม่เป็ไรนะแก พวกฉันอยู่ข้าง ๆ แกเสมอ”
“ขอบคุณนะหวาน พวกแกสองคนด้วยนะ มนตร์พิ้งค์ ขอบคุณที่ไม่ทิ้งฉันให้อยู่คนเดียว ไม่อย่างนั้นฉันคงเจ็บมากกว่านี้” ฉันพูดกับพวกมันยิ้ม ๆ วันนี้เป็ที่ฉันรู้สึกว่าฉันร้องไห้หนักมาก แต่ก็สามารถหยุดมันได้อย่างรวดเร็ว
ฉันส่งยิ้มที่คิดว่าสดใสให้กับเพื่อนของฉัน เพื่อไม่ให้พวกมันเป็กังวล
“เลิกร้องไห้เป็เด็กขี้แยได้แล้ว น้ำตาไม่ได้เหมาะกับเลยสักนิด”
“ใช่ ๆ มนตร์พูดถูก แกอะทั้งสวยทั้งรวย อนาคตต้องมีคนเข้ามาในชีวิตแกอีกแน่”
“จริงอย่างที่หวานพูด ยังไงแกก็ต้องมีคนเข้ามาจีบอยู่แล้ว เผลอ ๆ อาจจะหล่อและดีกว่าพี่เหนือด้วยซ้ำ”
“นั่นสิ ฉันจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว” ฉันเห็นด้วยกับยายพิ้งค์และหวาน ฉันทั้งสวยและรวย ยังไงก็มีคนมาจีบแน่นอน ไม่เห็นต้องสนใจคนที่ทำให้เรามีความทุกข์เลย!
“แต่ถ้าวันหนึ่งพี่เหนือเขาตัดเด็กคนนั้นได้ แกจะให้โอกาสเขาไหม” รอยยิ้มของฉันหุบลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของน้ำมนตร์ ฉันก้มหน้าคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป
“ไม่รู้สิ บอกตรง ๆ ว่าฉันรักเขา แต่ก็ไม่อยากให้ตัวเองเ็ป ถ้า เขาสามารถตัดเด็กเสแสร้งอย่างดารินได้ เมื่อถึงตอนนั้น ค่อยมาว่ากัน” ฉันตอบไปอย่างที่คิด เพราะฉันคิดแบบนี้จริง ๆ ถ้าวันนั้นฉันยังไม่มีใครล่ะ ก็นะ การให้โอกาสเขาก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ตอนนั้นฉันมีสถานะยังไงด้วย
“แล้วแหวนนี่เขาไม่ถามเหรอ”
“ถาม แล้วฉันก็ตอบไปว่าเป็แหวนหมั้น แต่ไม่ได้บอกว่าหมั้นกับพี่ ไฟ” ฉันตอบน้ำหวานยิ้ม ๆ
หึ! คิดมาถึงตรงนี้ก็สะใจ ตอนที่เขาถามเื่แหวน ทำให้ฉันเจ็บมามาก เขาเจ็บบ้างจะเป็ไรไป
เมื่อไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว ฉันและเพื่อนก็รีบเดินออกจากอาคารกลับคอนโดทันที
อา... การเป็โสดที่มีสถานะหมั้นหมายมันก็ไม่ได้แย่นักหรอก
น้ำทิพย์มาแล้วค่ะ go on...
……………………………………………………………..