ความรักสำหรับอันจื่อเทาหากให้กล่าวตามตรงคือเื่พวกนี้ไม่เคยมีในสมอง อย่าว่าแต่รักเลยความไว้ใจเขายังไม่กล้าให้ใครสักคน ความรู้สึกพวกนั้นมันไร้สาระพอๆกับคำพูดของผู้ชายคนนั้น ทุกคนรอบกายเป็เพียงสิ่งมีชีวิตประดับโลกไม่ให้ดูว่างเปล่าจนเกินไป ต่อให้หายไปย่อมมีมาทดแทน เช่นเดียวกับลูกน้องใต้สังกัดต่อให้ตายไปก็มีคนใหม่มาเพิ่มอยู่ดีเขาคิดอย่างนั้น
จนกระทั่งได้มายังโลกนิยายแห่งนี้ ได้รู้จักกับคำว่าคุณค่าของชีวิต ได้ัักับการมีครอบครัวที่แท้จริง ได้ลองเรียนรู้ความรู้สึกใหม่ๆที่ไม่เคยคิดว่าคนอย่างเขาจะมีได้ แม้จะยังไม่ให้ความไว้วางใจไปทั้งหมดแต่ก็เปิดใจไปเกือบครึ่งแล้ว
เช่นเดียวกันกับความรู้สึกแปลกใหม่ในยามนี้ หัวใจมันพองฟูร่างกายร้อนวูบวาบไปหมดเมื่อยามสบกับดวงตาคมทอประกายความปรารถนาลึกซึ้งเจือความอ่อนหวานอยู่ในที อันจื่อเทาเม้มปากเสสายตามองไปทางอื่น
“ยังไม่ใช่ตอนนี้”
ยอมรับว่าชอบหลัวเจิ้งเหยียนไปแล้ว แต่ยังไม่ลึกซึ้งถึงขั้นอยากเชื่อมผสาน หลัวเจิ้งเหยียนเงียบไปการกระทำทุกอย่างหยุดนิ่งมีเพียงเสียงหอบหายใจจากการจูบไม่หยุดพักคลอคล่ำไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน
“ข้าจะไม่ทำถึงขั้นสุดท้าย”เสียงนุ่มทุ้มกระซิบแ่เบาข้างหูหลังจากเงียบอยู่นาน อันจื่อเทาหันกลับมาอีกครั้ง ทำให้จมูกโด่งรั้นแตะกับคน้า ยามรับรู้ได้ถึงกลิ่นลมหายใจของกันและกัน ดั่งต้องมนต์สะกดั์ตาประกายลึกล้ำดึงดูดให้ไม่สามารถละสายตาไปไหนได้ ริมฝีปากอ่อนนุ่มทาบทับลงมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เพียงปากแตะปากไม่ได้ลุกล้ำไม่นานก็ผละออก มุมปากยังประดับรอยยิ้มไม่คลายรอคำอนุญาตจากอีกคนอย่างใจเย็น
ไม่บ่อยเลยที่คนอย่างเขาสามารถเลือกได้ อย่างที่เคยกล่าวไปั้แ่เล็กจนกระทั่งถึงตอนนี้น้อยมากที่อันจื่อเทาสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง การดำเนินชีวิตในแต่ละวันถูกตีกรอบให้ทำตามความ้าของคนๆหนึ่งอย่างกับหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกนึกคิด แรกเริ่มคือจากผู้เป็พ่อที่กำหนดทุกอย่างไว้ให้และต้องทำตามห้ามบิดพริ้วจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต
เมื่อยามมีชีวิตใหม่ก็ต้องขับเคลื่อนไปตามคำบอกของเทพจันทรา ดีหน่อยที่เจ๊ไม่ได้จำกัดอิสระเหมือนผู้ชายคนนั้นแต่บางอย่างเขาก็ไม่สามารถเลือกได้ต้องทำตามเท่านั้น การกระทำของหลัวเจิ้งเหยียนในครั้งนี้อาจเป็เพียงเื่เล็กน้อย แต่สำหรับอันจื่อเทาคิดว่านี่คือการให้เกียรติ ซึ่งหากต้องใช้ชีวิตอยู่กับใครสักคนสิ่งนี้คือสิ่งสำคัญพอๆกับความซื่อสัตย์
ไร้ซึ่งคำพูดจากปาก อันจื่อเทาวาดแขนคล้องลำคอแกร่งขยับเข้าหาเอง ริมฝีปากนุ่มนิ่มลิ้นชื้นที่แตะรอยแยกดั่งคำตอบรับ หลัวเจิ้งเหยียนไม่รอช้าเปิดปากรับพร้อมทั้งขยับปลายลิ้นไปทักทาย
สองร่างแนบชิดแทบจะหลอมรวมเป็คนเดียว เรียวขาขาวถูกแยกออกแทนที่ด้วยเรือนกายแกร่ง มือใหญ่กอบกุมสองแท่งร้อนชูชันเข้าไว้ด้วยกันก่อนเริ่มขยับช้าเร็วสลับกันตามแรงอารมณ์
“อืมม”เสียงครวญครางสอดผสานยามความ้าพุ่งถึงขีดสุด หลัวเจิ้งเหยียนปล่อยมือเปลี่ยนมาตะกองกอดร่างขาวให้แแ่ มือใหญ่ข้างหนึ่งดันพื้นส่งกายให้ลุกนั่งมืออีกข้างโอบอุ้มอีกคนขึ้นตาม จงใจเสียดสีส่วนนั้นก่อนใช้สองมือประคองสะโพกมนขยับพร้อมกดให้แนบชิด แท่งหยกสองขนาดเสียดสีรู้สึกดีจนเผลอหลุดเสียงครางออกมา
เรือนร่างงดงามขยับโยกยามกระทบแสงจันทร์ช่างงดงามสะกดสายตาให้มิอาจละไปไหน ั์ตาคมกล้าเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ฉุดให้ชายหนุ่มจมสู่กามารมณ์ลืมสิ้นสิ่งรอบกาย
“อาา ที่รักเ้างดงามเหลือเกิน”หลัวเจิ้งเหยียนครางผะแ่ริมฝีปากไปยังตุ่มใตสีสวยอย่างห้ามใจไม่อยู่ เพียงปลายลิ้นแตะทำเอาขนในกายลุกชันปลายเท้าจิกเกร็งด้วยความกระสันมือโอบศีรษะอีกคนไว้แล้วแอ่นอกให้เชยชมตาม้า
"เจิ้งเหยียน อืมมม ข้า…"ไม่ทันได้จบประโยคความอุ่นร้อนพลันพรั่งพรูออกจากส่วนปลายเปรอะเปื้อนตามหน้าท้องไปจนถึงแผ่นอกเปล่าเปลือย อันจื่อเทาเชิดหน้าปลดปล่อยความสุขสมทุกหยาดหยด
"ที่รัก ช่วยสามีด้วย อืมมม"เสียงกระเส่าร้องขอ อันจื่อเทาขบริมฝีปากดวงตาคู่งามหยาดเยิ้มสบผสานกับคนด้านล่างขณะขยับกายอีกครั้ง ความงดงามเย้ายวนอย่างเป็ธรรมชาติทำหลัวเจิ้งเหยียนแทบคลั่งกระหน่ำสะโพกระรัว
"อื้ออ"ร่างเพรียวระหงสะดุ้งเมื่อริมฝีปากอีกคนอ้างับลำคอขาว อันจื่อเทารับรู้ได้ถึงของเหลวไหลซึมออกมา คล้ายไปจุดบางอย่างในกาย ความร้อนรุ่มหวนกลับคืนส่วนล่างตั้งตรงสู้ศึกอีกครั้ง
"ฮ่า ที่รัก"กลิ่นหอมหวานติดปลายลิ้นยิ่งชวนให้ลุ่มหลงเมื่อเ้าของมันให้ความร่วมมือเป็อย่างดีส่วนล่างยังสวนกลับตามจังหวะ ความสุขสมอัดแน่นยังส่วนปลายเมื่อมือขาวจับใบหน้าหล่อคมคายขึ้นรับจูบ เรียวขาเนียนเกี่ยวรัดแน่นส่งให้สองแท่งหยกเบียดชิดแทบหลอมรวม บดขยี้ตามแรงส่งของเ้าของมันจนกระทั่งรับรู้ถึงความเฉอะแฉะอาบรดร่างกาย เสียงครวญครางด้วยความสุขสมดังส่งท้ายก่อนถูกกลบด้วยเสียงของหนักกระทบผืนน้ำพร้อมกับสองร่างร่วงหล่นลงไป
ตู๊มม!!!
คนทั้งสองผุดขึ้นเหนือผิวน้ำลูบหน้าลูบตาให้หยาดน้ำออกไปจากทัศนวิสัยการมองเห็น สายตาสองคู่สบผสานก่อนหัวเราะออกมาพร้อมกัน
"รีบอาบรีบขึ้น"คนงามถลึงตาใส่ทว่ามุมปากยังอมยิ้มน่ารักชวนให้คนมองหลงจนไม่รู้จะหลงยังไงแล้ว หลัวเจิ้งเหยียนเข้าไปคลอเคลียลำคอขาวสูดดมกลิ่นหอมให้ชื้นปอด
"อาบให้หน่อย"ไม่ว่าเปล่าสองขาเกี่ยวเอวเล็กแขนก็กอดคอซบหน้าลงอย่างกับเด็กน้อย
"เ้าเด็กซน ข้าพึ่งอาบให้เ้าไปเอง"เมื่อสติกลับมาความผิดชอบชั่วดีก็ตามมาติดๆ อันจื่อเทาล่ะอยากฟาดเด็กโข่งสักที แต่ที่น่าตีกว่าคงจะเป็ตัวเขาเองที่หลงระเริงไปกับััแปลกใหม่จนลืมไปว่าเ้าหนูนี้าเ็อยู่ ดูเอาเถอะแผลเปียกชุ่มขนาดนี้คงไม่พ้นอักเสบอีกตามเคย
แล้วก็เป็อย่างนั้นจริงๆ วันต่อมาหลัวเจิ้งเหยียนจับไข้เพราะพิษาแบวกกับแช่น้ำนานไปทำให้เป็หวัดอีกต่อ ถึงตรงนี้อันจื่อเทาไม่รู้จะขำหรือสมน้ำหน้าดี หน้าหล่อๆที่ระริกระรี้เมื่อคืนตอนนี้ซีดอย่างกับกระดาษร่างกายหนาวสั่นเดือดร้อนผู้เป็ภรรยาต้องหาผ้ามาห่อร่างใหญ่ๆเอาไว้ไม่ให้หนาวตายไปซะก่อน
“จะรอดถึงพรุ่งนี้มั้ยนั่น”หลี่ซูเซียนยื่นผ้านวมของตนเองให้ขณะเอ่ยถาม คนฟังหลุดขำรับผ้ามาห่มให้คนป่วยอีกชั้น
“พูดไป”อาการของพ่อพระรองก็น่าเป็ห่วงจริงๆนั่นแหละ แผลนี่เหวอะวะเฉียดเน่า ท่านหมอเฉียนถึงกับกุมขมับรีบจดชื่อสมุนไพรให้พี่ใหญ่เร่งไปซื้อจากเมืองที่พึ่งผ่านมาเป็การด่วน
"แล้วไปทำอิท่าไหนให้แผลเน่าได้ล่ะ เขาไม่รู้หรอว่าอาจถึงตายได้"หลี่ซูเซียนก็คือหลี่ซูเซียนบ่นทุกอย่างไม่มีเก็บอย่างกับเป็สาวไปแล้วจริงๆ
อันจื่อเทาแตะมือไปยังหน้าผากคนเจ็บที่กว่าจะนอนได้ก็งอแงจะหนุนตักเขาท่าเดียวทำเป็ไม่ได้ยินหันไปหยิบจับนู้นนี้ต่อ จะให้ตอบออกไปได้ยังไงว่าทำท่าไหนไปบ้างพ่อพระรองถึงได้มีสภาพอนาถอย่างนี้
การเดินทางไม่อาจยืดเยื้อได้อีก หลังจากทำแผลให้หัวหน้าหน่วยหลัวเสร็จขบวนเดินทางก็เร่งเดินทางต่อทันทีไม่หยุดพัก จากการคำนวนของอี้หย่งหยางเจี๋ยหากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันไม่เกินสามวันถึงจุดหมาย ส่วนหัวหน้าหน่วยหลัวที่เคยขี่ม้านำขบวนอย่างองอาจเป็อันต้องมานอนซมบนรถม้าคันเดียวกันกับหลัวสุ่ยิผู้เป็พี่ชาย รถม้าคันใหญ่ทว่าบรรจุคนถึงสี่ชีวิตดูคับแคบทันตาเลยทีเดียวเชียว
“ขาข้าตะคริวกินแล้ว”คนที่นั่งกอดเข่าซุกมุมรถม้างึมงำมือทุบขาตัวเองตุบๆ ทำไมชีวิตผมต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้ด้วยนะ! ที่สำคัญฉากนี้ไม่มีในบทอ่ะครับเกิดอะไรขึ้นกับนิยายของผมกัน!
“ไปขี่ม้ามั้ยล่ะ ยืดเส้นยืดสายได้ดีทีเดียว"คำพูดของเฮียคนดีทำแดเนียลย่นจมูกเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้แล้วหน้าเ้าคนหัวรุนแรงแล่นเข้ามาในหัว
“เฮียอ่ะ!”อันจื่อเทาเลิกคิ้วเมื่อโดนเด็กเกรียนค้อนขวับใส่ไม่พอยังสบัดหน้าหันหนีไปอีกทาง ได้แต่สงสัยในใจแต่ไม่คิดจะเอ่ยถาม เ้าเด็กนี่ปากเปราะออกถ้าเ้าตัวอยากพูดเดี๋ยวก็พูดออกมาเองไม่มีกั๊กหรอก
ดวงตาคู่งามของอดีตมาเฟียละจากเด็กเกรียนหันกลับมาสนใจคนเจ็บที่กำลังทำตัวไร้กระดูกเอนกายพิงไหล่ตนอีกครั้ง หลัวเจิ้งเหยียนสีหน้าดูมีสีสันขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองวันก่อน ร่างกายนับว่าฟื้นตัวได้ดีทีเดียวไข้ก็ลดลงั้แ่เมื่อวาน หมอเฉียนให้พักฟื้นอีกหน่อยกันไม่ให้แผลฉีก เ้าตัวเลยต้องมานั่งซึมกระทือมองออกไปนอกหน้าต่างตาระห้อยแบบนี้ไง
“ข้าก็อยากออกไปขี่ม้ายืดเส้นยืดสาย”พ่อพระรองงอแงเงยหน้าส่งสายตาออดอ้อนมาให้
แต่โทษทีเขาไม่รักเด็ก
โดยเฉพาะเด็กดื้ออย่าได้มาอ้อนเชียวไม่ได้ผลหรอกนะบอกเลย
“อย่าได้คิดจะไปไหนเชียว”คนงามดุผ่านสายตาไม่คิดโอนอ่อนผ่อนปรนให้เลยสักนิด “พักผ่อนเสียจะได้หายไวๆ”
คล้ายเห็นหูกับหางลู่ลง หลัวเจิ้งเหยียนหันกายกลับมาซบอกภรรยาหลับตาพริ้มอย่างว่าง่าย เรียกสายตาขบขันระคนเอ็นดูจากคนมอง เ้าคนมาดขรึมในคราแรกหายไปไหนกันหนอถึงได้เหลือเพียงเด็กโข่งช่างอ้อนไว้แทนเนี่ย
“แหมมม ผมยังอยู่นะครับเฮลโหลวววว”แดเนียลละจากการถามนู้นนี่กับหลัวสุ่ยิหันมาใช้ภาษาบ้านเกิดโบกไม้โบกมือทั้งส่งสายตาแซวเต็มที่ ก่อนหน้ายังเห็นรับไม่ได้อยู่เลยที่พระรองสุดคูลเปลี่ยนมาเป็แมวั์ช่างอ้อน มาตอนนี้ดูจะชอบใจเหลือเกินนะ
“อย่ารบกวนคนป่วยสิ”เอ่ยไม่จริงจังก่อนหันออกไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง มีเสียงเจื่อนแจ้วเอ่ยแซวตามมาพอเขาไม่สนใจก็หันไปนินทาในระยะเผาขนกับหลัวสุ่ยิที่นั่งเป็ตอมองไปนอกหน้าต่างไม่พูดไม่จา อันจื่อเทาไม่ได้ใส่ใจสักเท่าไหร่ ั์ตาลุ้มลึกฉายแววอ่านยากเรียบเรียงถึงเส้นเื่สำคัญที่ใกล้จะถึงเงียบๆคนเดียวขณะสองแขนยังโอบกอดร่างใหญ่ของผู้เป็สามีไม่คลาย
เข้าเขตแคว้นหลานเทียนรอบด้านเต็มไปด้วยูเาน้อยใหญ่มองไปทางไหนก็เหมือนๆกันไปหมด นับว่าเสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตีเป็อย่างมากขบวนคุ้มภัยจึงต้องตื่นตัวตลอดเวลากันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอย่างคราวก่อนอีก มาถึงตรงนี้หลัวเจิ้งเหยียนไม่ยอมอยู่เฉยอีกแล้ว สลัดภาพลักษณ์แมวั์ช่างอ้อนกลับมาผ่าเผยบนหลังม้าอีกครั้งคอยระแวดระวังภัยอยู่หน้าขบวนระหว่างรออี้หย่งหยางเจี๋ยที่ควบม้าล่วงหน้าไปก่อนเพื่อดูลาดเลากลับมา
เห็นความมุ่งมั่นนั่นแล้วอันจื่อเทาไม่คิดห้ามปรามแต่ก็ไม่ปล่อยไปซะทีเดียว สุดท้ายจึงเปลี่ยนมาโดยสารม้าตัวเดียวกันเหมือนอย่างคราแรกที่เริ่มเดินทาง
"อย่าเอนมามากประเดี๋ยวจะโดนแผลเอาได้"อันจื่อเทาร้องเตือนเมื่อััจากคนด้านหลังขยับเข้าใกล้จนรับรู้ได้ถึงแผ่นอกกำยำชนหลังมาสักระยะแล้ว
"อย่าได้ห่วงไปข้ามิเจ็บแล้ว"วงแขนใหญ่โอบเอวคนด้านหน้าไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว อันจื่อเทาพลูลมหายใจเอ่ยออกมา
"อย่าดื้อ"
"สามีเ้าแข็งแรงออกปานนี้ แผลเล็กๆนับเป็อันใดได้กัน"
ไม่ใช่เพราะแผลเล็กๆนี้หรอทำเ้าจับไข้หลับไปหนึ่งวันเต็ม อันจื่อเทาได้แต่แย้งในใจคร้านจะเอ่ยออกไป
ดวงตาคู่งามพลันแปรเปลี่ยนเมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติรอบกาย แต่เหมือนจะช้ากว่าคนด้านหลังไปมากเมื่ออึดใจต่อมาเ้าตัวกระตุกบังเหียนกระทันหันอาชาสีขาวสะอาดร้องกึกก้องก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ทำให้คนที่เหลือหยุดชะงักตามไปด้วย
ไม่ทันมีใครได้กล่าวสิ่งใดกลุ่มคนจำนวนมากพลันปรากฏกายอยู่ด้านหน้าพร้อมกับคนที่เหลือทยอยแสดงตัวออกมาจากที่ซ้อนล้อมรอบขบวนเดินทางไว้ทั้งหมด
**************