หลวงพ่อชื่นมองหน้าภาคินหลังจากที่ก้มลงกราบแล้วนั่งตัวตรงด้วยกิริยาสำรวมเหมือนกับคนอื่นๆท่านยิ้มก่อนที่จะเอ่ยขึ้น
“ชื่อภาคินหรือ”
“ครับ หลวงพ่อ”
“ชื่อดี หน่วยก้านดีและเป็คนดีสมควรที่ได้รับเลือกไปช่วยผู้อื่นให้พ้นจากความเดือดร้อน”
ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นต่างพากันสงสัยในคำพูดของท่านมีความหมายว่าอย่างไรกันแน่รวมทั้งภาคินที่งุนงง
ได้แต่ถามตัวเองว่าพักนี้ทำไมมีแต่คนพูดกับเขาแปลกๆ ั้แ่หมอดูไพ่ยิปซี แล้วก็มาหลวงพ่อชื่นนี่อีก
“มีอะไรหรือเปล่าครับ คือว่าผมงง”
“ไม่ต้องงงหรอกโยมทุกสิ่งอย่างที่เกิดในโลกนี้มาจากกรรมของแต่ละคนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็กรรมดีหรือกรรมร้าย”
“แล้วเื่ของผมจะดีหรือเปล่าครับ”
ชายหนุ่มถามหลวงพ่อท่านอีกครั้งจึงได้รับคำตอบกลับมาว่า
“ถ้าโยมทำดี คิดดี ย่อมมีสิ่งดีๆกลับคืนมา ก่อนโยมจะกลับก็มาหาหลวงพ่อนะ มีอะไรจะคุยด้วย”
หลวงพ่อชื่นบอกชายหนุ่ม สร้างความสนใจแก่ผู้ที่อยู่รอบข้างอยากรู้ว่าท่านจะคุยอะไรเพราะคนที่ท่าน้าที่จะคุยด้วยนั้นต้องเป็ผู้ที่มีความสำคัญจริงๆ
หลังจากพ่อแม่ของภาคินเสร็จธุระเรียบร้อยเตรียมตัวเดินทางกลับ แต่หลวงพ่อชื่นเรียกชายหนุ่มให้เข้าไปหา
“จะกลับแล้วหรือภาคิน”
“ครับ หลวงพ่อ”
“หลวงพ่อมีของบางอย่างให้โยมไว้แล้วเก็บให้ดี อย่าทำหายเพราะมันสำคัญมาก จงห้อยคอเอาไว้”
ท่านเอาอะไรบางอย่างออกจากย่ามภาคินยื่นมือไปรับ รู้ว่าเป็เชือกผ้าร่มห้อยแก้วคริสตัลสีขาวขนาดเท่ากับหัวนิ้วโป้ง
“ให้ผมทำไมครับ”
“เก็บไว้เพราะสิ่งนี้จะทำให้โยมได้พบกับเื่แปลกๆและเชื่อมโยงหลายสถานที่เข้ามาหาโยมให้ไปช่วยเหลือหรือไปท่องเที่ยวในดินแดนที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน”
ภาคินฟังหลวงพ่อชื่นพูดแล้วยิ่งงงมากกว่าเดิม ไม่เข้าใจว่าคืออะไรกันแน่ เขายังคงนิ่งอยู่พักหนึ่งกระทั่งท่านบอกให้เก็บแก้วคริสตัลเอาไว้ให้ดี
เขายกมือไหว้จบลงเหนือศีรษะแล้วกราบลงแล้วเดินทางกลับบ้านพร้อมกับพ่อและแม่ระหว่างทางนาถลดาได้ถามบุตรชายเกี่ยวกับแก้วคริสตัลลูกนั้น
“หลวงพ่อได้บอกความหมายของแก้วคริสตัลไหมลูก”
“ไม่ได้บอกครับแม่นอกจากให้เก็บไว้ดีๆ”
“ใช้ป้องกันอะไรหรือเปล่า”
“ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ว่ามีความหมายอย่างไรผมยังงงๆ อยู่เหมือนกัน”
“ในเมื่อท่านให้ก็เก็บไว้ให้ดีนะลูกของทุกอย่างที่หลวงพ่อท่านให้ย่อมเป็ของดีทั้งสิ้น”
“ครับพ่อเราจะแวะซื้อของหรือเปล่าครับ”
“ได้จ้ะ เดี๋ยวแวะตรงทางเข้าน้ำตกตรงนั้นก็ได้ภาคินจะลงไปเดินเล่นไหมลูก”
มารดาถามความ้าของบุตรชายและเห็นว่าเขาส่ายหน้าปฏิเสธไม่ไปด้วย เธอจึงชวนสามีไปเลือกซื้อของที่จะเอาไปฝากคนรับใช้ที่บ้านและพรรคพวก
ภาคินนั่งรออยู่ในรถครู่หนึ่ง รู้สึกเบื่อจึงลงไปเดินเล่น แรกทีเดียวตั้งใจว่าจะเลาะเลียบริมถนนเท่านั้น แต่ไปๆ มาๆเขาล้ำเข้าไปตรงน้ำตก
มารู้ตัวอีกทียืนอยู่ที่ริมน้ำตกห่างไกลจากผู้คนพอสมควร เขามองเห็นโขดหินสีขาวนวล โผล่ขึ้นกลางน้ำ มีสายน้ำใสเย็นๆทั้งนกและผีเสื้อสีสวยๆ บินว่อนไปมา
“สวยจัง ยังกับแดน์ เอ๊ะเสียงอะไร”
ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงพึบพั่บ เหมือนนกกระพือปีก มันคงจะต้องเป็นกที่ตัวใหญ่มากเสียงถึงดังขนาดนั้น
และแล้ว เขาอ้าปากค้างเมื่อเห็นร่างสีขาวคล้ายกับคนแต่มีปีก ร่อนถลาลงมายืนอยู่บนโขดหินกลางน้ำ เธอคนนั้นหันหลังให้เขารู้ว่าเป็ผู้หญิงที่รูปร่างดี เกล้าผมสูง มีปิ่นทองปักแล้วห้อยส่วนปลายระย้าลงมา
เนื้อเธอคนนั้นขาว เหมือนสวมเลกกิ้งแนบไปทั้งตัว
“คุณ คุณเป็ใคร”
เขาส่งเสียงเรียกผู้หญิงมีปีกหันมามอง ใบหน้าสวยเหมือนรูปปั้นนางอัปสร คิ้วโก่งเป็เส้นสีดำเล็กๆดวงตากลมรีชี้ขึ้น จมูกโด่ง ปากรูปกระจับและคางเรียวรูปไข่
เธอทำท่าใโบกปีกสะบัดขึ้นไปบนฟ้าแล้วหายลับไปภาคินมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น รู้ว่ามารดาโทร.ให้กลับไปที่รถ เขาเดินด้วยอาการเบลอๆและถามตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็ความจริงหรือว่าฝันไป
มัทรีทำท่าใเมื่อเห็นภาคินยืนอยู่ตรงหน้ายิ้มกว้างเสียจนเธอต้องมองอย่างค้อนๆ แม้ว่าลึกๆ แล้วพึงพอใจเพื่อนรุ่นพี่คนนี้มากแต่ไม่กล้าแสดงออก
ด้วยนิสัยห้าวๆ ไร้ความหวานจึงซ่อนความรู้สึกดังกล่าวเอาไว้
“มีอะไรพี่ภาคินบุกมาถึงร้านอย่างนี้”
“อยากให้มัทรีออกแบบชุดให้หน่อย”
“อ๋อ ชุดเ้าน้ำหวานเหรอ”
“บ้าน่า น้ำหวานไม่ต้องใส่ชุดหรอกขนมันเยอะจะตายไป คือว่าพี่อยากตัดชุดสำหรับใส่ทำงาน”
“ซื้อตามห้างก็เยอะแยะไปถูกกว่าตัดเสียอีก”
หญิงสาวไม่อยากอยู่ตามลำพังกับเขาเพราะกลัวใจตัวเองอาจจะเผยความรู้สึกพึงพอใจออกมา ให้เขารู้ จะกลายเป็ว่าเปิดใจอ้ารับผู้ชายก่อน
“อยากได้เสื้อกับกางเกงที่ใส่ตัวได้พอดีน่ะอ้าว กีตาร์”
ชายหนุ่มอุทานเสียงดังเมื่อเห็นกีตาร์สาวสวยรูปร่างอวบ ทาปากสีแดงจัด ส่งยิ้มมาให้ พร้อมกับถือวิสาสะเข้ามาในร้านของมันทรีโดยที่เ้าของไม่อนุญาต
“สวัสดีค่ะ พี่ภาคินลมอะไรพัดมาแถวนี้คะ แล้วทำไมไม่แวะไปที่ร้านกีต้าร์บ้างวันนี้มีอาหารรสชาติใหม่มาลงขายด้วยนะ”
“รสชาติใหม่ อร่อยไหม”
มัทรีแกล้งถามไปอย่างนั้นเองกีตาร์ค้อนด้วยความไม่พอใจ
“ฉันไม่ใช่หมา จะรู้ได้ไงว่าอร่อย”
“เหรอ คิดว่าก่อนที่จะขายเ้าของร้านต้องชิมก่อนเป็การทดสอบว่าของอร่อยจริงไหม มาค่ะพี่ภาคินเตรียมตัวนะคะ”
เมื่อเห็นเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันเข้ามายั่วลูกค้าหนุ่มเธอยากจะแกล้งบ้าง โดยไม่ให้เขาคุยด้วย
“พี่ภาคินมาตัดเสื้อเหรอคะ”
“อ่าครับ”
“พี่ภาคิน ห้ามพูดค่ะกำลังวัดเอวอยู่นะคะ”
ชายหนุ่มงงกับคำห้ามของดีไซเนอร์สาวเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเวลาวัดตัวเพื่อตัดเสื้อผ้า ห้ามพูดด้วย
แต่รู้นิสัยมัทรีดีว่าไม่ยอมคน ห้าวไร้ความหวาน ถ้าไม่พอใจใครขึ้นมาอาจจะตอบโต้กลับแรงๆ เขาจึงนิ่งเพียงอย่างเดียว
ขณะที่กีตาร์ค้อนขวับ ทำท่าไม่พอและะโหลบแทบไม่ทันเมื่อมัทรีสะบัดสายวัดออกส่วนปลายเฉียดใบหน้ากีตาร์ไปนิดเดียวเท่านั้น
“ระวังหน่อยสิเดี๋ยวสายวัดถูกหน้าฉัน”
“อ้าว ใครให้เธอมายืนเกะกะอยู่ตรงนี้ไม่ทราบยะถอยออกไป คนเขาจะทำงานกันแล้วเธอไม่เฝ้าร้านหรือไงเดี๋ยวไอ้ด่างข้างถนนไปคาบอาหารเม็ดไปกินหรอก”
“ฉันรู้ย่ะ ไม่ต้องบอกหรอกกีตาร์ไปก่อนนะคะพี่ภาคิน”
“ครับ โชคดีมีชัย”
เขาติดคำพูดของยายท่านหนึ่งที่ไปปฏิบัติธรรมเวลาที่เขาลากลับ ท่านจะพูดคำนี้ออกมา และเห็นสองสาวทำหน้างงๆ
เมื่อกีตาร์ออกไปแล้วภาคินวัดตัวเสร็จ นั่งลงเพื่อหาแบบเสื้อ เขาเปิดหนังสือแฟชั่นออกดู สะดุดกับเสื้อผ้าแนวแฟนซีชุดหนึ่ง
ชุดสีขาวเป็ผ้ายืดแนบเนื้อและมีปีกอยู่ข้างหลังและมีคำบรรยายว่า
ชุดกินรี!