บทที่ 11 ชะตากรรมต่อจากนี้ของคุณคือการติดคุก
ฉินเหยียนจินมองดูใบหน้าของหญิงสาวตัวเล็กอย่างตั้งใจ ไม่ได้เห็นว่าเธอสูญเสียแม่ไป แต่อีกฝ่ายกลับบอกว่าแม่ของเธอเสียชีวิตไปแล้ว นับว่าเป็เื่ที่มีเงื่อนงำน่าสงสัยมาก
เมื่อคิดถึงเื่นี้แล้วเธอจึงใช้ศาสตร์ลับแห่ง์เพื่อตรวจดูดวงชะตาและอดีตที่ผ่านมาของอีกฝ่ายโดยตรง
ชื่อของเธอคือกวนิจู ซึ่งก็เป็ไปตามความหมายของชื่อ เธอเป็ลูกสาวคนสำคัญที่ครอบครัวอุ้มชูดูแลราวกับเป็ไข่ในหิน และไม่เคยปล่อยให้ต้องเจอกับเื่ลำบากใด ๆ
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือแม่ของเธอไม่ได้เป็อย่างนั้นมาั้แ่แรก เธอถูกแม่ตัวเองทำร้ายร่างกายั้แ่ยังเล็ก เคยถูกใช้เข็มแทง ทำน้ำร้อนลวก และถึงขั้นพยายามควักลูกตาลูกลับหลังคนอื่น
เื่ทั้งหมดเกิดขึ้นั้แ่กวนิจูยังแบเบาะ อายุยังไม่ถึงขวบดี โชคดีที่พ่อของเธอจับได้ก่อนจึงป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมา
หลังจากนั้นแม่ของกวนิจูก็ถูกวินิจฉัยว่ามีภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง พ่อของเธอจึงจำใจขังภรรยาเอาไว้เพื่อให้ลูกปลอดภัย
แต่หลังจากที่แม่เริ่มอาการดีขึ้น ก็เริ่มรู้สึกผิดกับเื่ที่เคยทำไว้ในอดีต และกลับมาแสดงความรักต่อลูกสาวเหมือนเดิม
เธอมอบความรักอย่างเต็มที่แก่ลูกสาว ดูแลอย่างดีเหมือนเป็แก้วตาดวงใจ
ทำให้สำหรับกวนิจู แม่คือคนที่มีความสำคัญกับเธอมาก
แต่เมื่อเธออายุได้เจ็ดปีก็มีเื่ร้ายเกิดขึ้นกับแม่ของเธอ
มีคนมาแจ้งข่าวว่าแม่ของเธอเสียชีวิตแล้ว
สาเหตุการเสียชีวิตของแม่ยังคงเป็ปริศนา ทุกคนในครอบครัวบอกว่าแม่เธอฆ่าตัวตายด้วยการะโลงมาจากที่สูง มีเพียงกวนิจูเท่านั้นที่เชื่อว่าแม่รักเธอมากและเป็ไม่ได้ที่จะฆ่าตัวตายหนีเธอไป
เมื่อโตขึ้นหญิงสาวจึงพยายามสืบเื่ราวของแม่และพบว่ามีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับพ่อของเธอ
ั้แ่ตอนนั้นเธอจึงตีตัวออกหากจากพ่อและเรียกได้ว่ามีอคติกับเขา เธอไม่กล้าสืบเื่ทั้งหมดต่อเพราะกลัวว่าจะไม่สามารถรับความจริงได้
แต่เมื่อมาเห็นทักษะของการทำนายดวงชะตาที่แม่นยำของฉินเหยียนจินในไลฟ์สด กวนิจูจึงตัดสินใจจะให้อาจารย์ช่วยหาความจริงให้
หลังจากที่รู้เื่ราวทั้งหมดแล้ว ฉินเหยียนจินก็มีอาการลังเลก่อนจะพูดขึ้นว่า “กวนิจู คุณพร้อมจะฟังความจริงทั้งหมดใช่ไหมคะ แม้ว่าความจริงนั้นจะเป็เื่ที่ทำให้คุณต้องเ็ปและยากที่จะยอมรับ”
หัวใจของกวนิจูเต้นรัว ใบหน้าของเธอค่อย ๆ ซีดลง และเริ่มคิดในใจว่าคงจะจริงอย่างที่กลัวมาตลอด พ่อคงเป็ฆ่าแม่แน่ ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยัง้าจะฟัง แม้ความจริงนั้นจะทำให้ต้องใจสลายก็ตาม
“พูดความจริงมาได้เลยค่ะอาจารย์ ฉันเตรียมใจมาแล้ว”
“ดีค่ะ”
ฉินเหยียนจินชี้ไปทางศาลาแห่งหนึ่งแล้วเอ่ยชวน “เราไปคุยกันที่นั่นดีกว่าค่ะ”
จากนั้นเธอก็หันไปพูดกับคนอื่น ๆ ว่า “ทุกคนสามารถเดินชมรอบ ๆ ส่วนด้านหน้าของสำนักได้ทั้งหมดตามสบาย แต่ห้ามเข้าไปด้านหลังของสำนักนะคะ”
ส่วนด้านหลังของสำนักประกอบไปด้วยสวนผักผลไม้และสมุนไพรที่เธอและอาจารย์เคยช่วยกันปลูกเอาไว้
ในบรรดาพืชพรรณที่ปลูกนั้นมีพืชสมุนไพรหายากอยู่หลายชนิดที่ถูกปลูกขึ้นไว้ใช้ทำยาจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อ เธอจึงไม่้าให้คนนอกเข้ามาแล้วเกิดปัญหาโดยไม่จำเป็
นอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรที่ต้องปิดบังเป็พิเศษ
“เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์ คุณไปทำงานเถอะ เราจะเดินเล่นกันอยู่แถว ๆ นี้”
เมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงศาลา ฉินเหยียนจินก็รินน้ำชาที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นให้กวนิจู
สิ่งที่น่าแปลกใจคือ กวนิจูสังเกตเห็นชัดเจนว่าชาในกาไม่ได้ร้อนมากนัก แต่เมื่อถูกรินลงมาอยู่ในถ้วยกลับมีควันลอยขึ้นมา
ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น “อาจารย์คะ ชานี่...”
ฉินเหยียนจินอยู่ในอาการสงบมีท่าทีใจเย็นเช่นเดิม “ไม่ต้องใไปค่ะ นี่เป็เพียงทริกเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง”
กวนิจูนิ่งอึ้ง “...”
การเปลี่ยนน้ำเย็นให้เป็น้ำร้อนโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรแบบนั้นเรียกว่าทริกเล็ก ๆ ได้งั้นเหรอ?
เพื่อหลีกเลี่ยงคำถามอื่น ๆ ฉินเหยียนจินจึงเริ่มเอ่ยด้วยสีหน้าอย่างเคร่งขรึม “มาเถอะ เรามาคุยเื่แม่ของคุณกันดีกว่าค่ะ”
กวนิลู่รีบละความสนใจจากเื่ก่อนหน้าทันที เธอเริ่มเหยียดหลังตรง “อาจารย์ เล่าเื่ทั้งหมดมาได้เลยค่ะ”
“ความจริงแล้วแม่ของคุณยังมีชีวิตอยู่ค่ะ เธอป่วยเป็ซึมเศร้าขั้นรุนแรงและถูกพ่อคุณแยกออกไปกักตัวไว้เพื่อทำการรักษา”
“อาการที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ของคุณมีแนวโน้มจะทำให้คนรอบข้างตกอยู่ในอันตราย คุณอาจจะไม่เคยรู้ แต่ตอนที่คุณยังแบเบาะ แม่ของคุณพยายามจะควักลูกตาคุณออกมา ถ้าพ่อไม่ได้ห้ามเอาไว้เสียก่อน ฉันเกรงว่าคุณคงจะไม่ได้มาอยู่ที่นี่ในวันนี้แล้วค่ะ”
กวนิจูผุดลุกขึ้นด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่จริง อาจารย์คะ เื่แบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้น...”
ฉินเหยียนจินถอนหายใจเล็กน้อย
“ฉันรู้ว่าคุณอาจจะรับเื่นี้ได้ยาก แต่ทั้งหมดเป็ความจริงนะคะ พ่อของคุณต้องแบกรับความกดดันอย่างมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับความไม่พอใจที่คุณมีต่อเขาและอาการของแม่คุณ ทำให้เขาเอาแต่โทษว่าทุกอย่างเป็ความผิดของตัวเองที่ทำให้เื่กลายเป็แบบนี้”
“โชคดีที่พ่อของคุณรักภรรยากับลูกสาวมาก ความรักที่เขามีช่วยให้เขาเข้มแข็งขึ้น ไม่อย่างนั้นคงจะยากมากที่คนทั่วไปจะรับมือกับเื่แบบนี้ได้มาเป็เวลานานหลายปีขนาดนี้”
กวนิจูทิ้งตัวลงนั่งที่ม้าหิน น้ำตาไหลอาบแก้มร้องไห้ออกมาราวกับกำลังจะแหลกสลาย “หากทุกอย่างเป็ความจริงตามที่อาจารย์พูด การที่ฉันทำตัวไม่ดีกับพ่อมาตลอดหลายปีก็แสดงว่า...”
“ฮึก...ฮือ....”
หญิงสาวปิดหน้าร้องไห้อย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่
“พ่อคุณไม่เคยตำหนิคุณเลยสักครั้งนะคะ เขาเอาแต่โทษว่าเป็ความผิดของตัวเองมาตลอด”
ฉินเหยียนจินปลอบใจคนอื่นไม่เก่งนัก สิ่งที่เธอพูดยิ่งทำให้กวนิจูยิ่งเสียใจและโทษตัวเองมากกว่าเดิม
เสียงร้องไห้ของเธอจึงดังต่อเนื่องไม่ยอมหยุด
ผู้ศรัทธาที่กำลังถ่ายภาพภาพรอบ ๆ สำนักก็เริ่มมองตามเสียงมาทีละคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อย่างเห็น
ฉินเหยียนจินกระแอมขึ้นมาสองสามครั้งด้วยความลำบากใจ “อย่าร้องไห้ไปเลยนะคะ ฉันอาจจะช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยของคุณแม่ให้คุณได้ อยากจะลองดูไหมคะ”
กวนิจูหยุดร้องไห้แทบจะทันที รู้สึกว่ามีความหวังขึ้นมาจึงตื่นเต้นจนไม่รู้จะแสดงสีหน้าอย่างไรดี
“จริงเหรอคะอาจารย์ คุณช่วยแม่ฉันได้จริงเหรอ?”
“ถ้าเป็ไปได้ฉันอยากให้คุณพาแม่มาที่นี่...” หลังจากคิดเื่นี้ดูอีกครั้ง ฉินเหยียนจินก็โบกมือ “ไม่เป็ไรค่ะ ฉันจะลงเขาไปกับคุณ บังเอิญว่ามีของที่ต้องออกไปซื้อพอดีด้วย”
กวนิจูรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพูดว่า “ได้ค่ะ ฉันจะโทรหาพ่อให้เขาเตรียมการรอไว้ก่อน”
ฉินเหยียนจินพยักหน้า “คุณต้องเตรียมการทุกอย่างไว้ก่อน ส่วนฉันต้องจัดการธุระที่นี่ให้เรียบร้อยถึงจะไปกับคุณได้”
วันนี้มีคนมากมายเข้ามาเยี่ยมสำนัก แต่การบอกให้ทุกคนกลับไปก่อนก็อาจจะทำให้คนทุกข์ร้อนหลุดรอดจากการช่วยเหลือ ฉินเหยียนจินจึงใช้วิชาของเธอในการคัดกรองหาคนที่เดือดร้อนในบรรดาแฟน ๆ ทั้งหมด
ผู้ศรัทธาที่มาวันนี้เพียงแค่มาเยี่ยมเยือนจึงไม่ได้เจอคนทุกข์ร้อนมากเท่าไรนัก
หลังจากบอกให้กวนิจูไปเตรียมการทุกอย่างรอเธอแล้ว ฉินเหยียนจินก็โบกมือเรียกชายหนุ่มหน้าตาดีที่กำลังมองอย่างสนใจอยู่ให้มาหา “คุณหลิวจิ่งเหอ มาทางนี้ทีค่ะ”
หลิวจิ่งเหอตกตะลึงครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มอย่างสดใสก่อนจะสาวเท้าวิ่งไปหาเธอด้วยดวงตาเป็ประกายแผ่ออร่าของความชื่นชมออกมาจนมองแวบเดียวก็รู้สึกได้
“อาจารย์ครับ คุณสุดยอดมาก รู้จักชื่อผมด้วยเหรอ”
“้าทำนายดวงชะตาเหรอคะ”
“ใช่ครับ อาจารย์ทำนายดวงให้ผมที มีคิวอาร์โคดไหมครับผมสแกนจ่ายเดี๋ยวนี้เลยก็ได้”
“ไม่มีค่ะ แต่โอนเลขบัญชีได้นะคะ”
“งั้นผมขอโอนทางวีแชตอาจารย์ได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะ”
หลิวจิ่งเหอเพิ่มวีแชตของเธอและโอนเงินห้าร้อยหยวนไปให้ทันที จากนั้นก็นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับฉินเหยียนจินแล้วเริ่มถามขึ้น “อาจารย์ช่วยดูหน่อยครับว่าผมจะสอบปริญญาโทผ่านรึเปล่า”
นักพรตสาวพยักหน้า เริ่มใช้ศาสตร์ลับแห่ง์และมองเห็นชีวิตของหลิวจิ่งเหอ
ไม่รู้ว่าเป็เพราะความรู้สึกอันท่วมท้นของหลิวจิ่งเหอเองหรือไม่ แต่เมื่อฉินเหยียนจินเริ่มใช้ศาสตร์ลับแห่ง์ เขาก็พบว่าอากาศรอบตัวดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความสดชื่น
แม้แต่ความเมื่อยล้าจากการจากการเดินขึ้นเขาและความร้อนที่ต้องตากแดดก็ยังบรรเทาลง
ช่างเป็อะไรที่น่าทึ่งมาก
แม้ว่าจะเป็เพียงเวลาชั่วครู่ เขาก็ยังรู้สึกได้อย่างชัดเจน
ฉินเหยียนจินมองเขาแล้วถามขึ้น “คุณอยากจะพิสูจน์ด้วยการตรวจดูอดีตก่อนไหมคะ?”
หลิวจิ่งเหอเกาหัวอย่างลำบากใจ
“ไม่ต้องดูดีกว่าครับ ตอนเด็ก ๆ ผมเป็เด็กเกเรนิดหน่อย ไม่อยากจะให้อาจารย์เห็น ผมเชื่อในตัวอาจารย์ั้แ่รู้ชื่อผมแล้ว”
เธอพยักหน้า “เอาละ ถ้าอย่างนั้น ฉันก็จะบอกคุณตามตรงว่าคุณจะผ่านการสอบปริญญาโทค่ะ”
หลิวจิ่งเหอปรบมืออย่างตื่นเต้น “โอ้ สำเร็จเหรอครับ ในที่สุดฝันของผมก็จะเป็จริงแล้ว”
ฉินเหยียนจินมุมปากกระตุก “คุณหลิวจิ่งเหอ ฉันยังพูดไม่จบค่ะ ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่านั่นจะทำให้คุณมีความสุข”
“อ้าว หมายความว่าฝันของผมจะไม่ได้เป็จริงเหรอครับ?”
“คุณกับแฟนสาวจะได้ทำงานในบริษัทใหญ่โตตามที่ฝันเอาไว้ แต่น่าเสียดาย คุณเข้าไปผิดเวลามาก และทำให้ถูกหลอกไปเป็แพะรับบาปในความผิดที่ไม่ได้ก่อ...”
สีหน้าของฉินเหยียนจินมีแววของความเห็นอกเห็นใจต่อเขาขึ้นมาในดวงตา “หลิวจิ่งเหอ ชะตากรรมต่อจากนี้ของคุณคือการติดคุกค่ะ”