3
การมาเยือนที่ไม่คาดฝันของโอรส์
“บุรุษอะไรทั้งหน้าด้านหน้าทนหน้าเงิน!! คนพรรค์นี้ขออย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย!!” แม้จะผ่านมาสองวันแล้ว จีลู่ฟางก็ยังแค้นเคืองไม่หายที่เงินห้าอีแปะของนางถูกบุรุษผู้นั้นเก็บไปอย่างหน้าด้านๆ พอไปตามคืนก็โดนขู่ว่าให้ไปคุยกันที่สถานีแจ้งความเสียอย่างนั้น
ตอนอยู่ตามลำพังกับเว่ยถิงแล้วนึกถึงเื่นี้ทีไร เป็อันต้องด่าทุกที
ทว่าสิ่งที่ต้องเผชิญในวันนี้ ทำให้ความหงุดหงิดในใจของจีลู่ฟางมลายหายไปทันที และถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวแทน เพราะอยู่ๆ ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือนจวนบิดามารดาของนาง…
และแขกผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน ต้าเทียนฮ่องเต้นั่นเอง!!
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ!!” บิดามารดาของจีลู่ฟางพูดพลางทำความเคารพต้าเทียนฮ่องเต้ ที่อยู่ๆ ก็นั่งรถม้ามาหาพวกเขาเฉยเลยโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าใดๆ ทั้งสิ้น
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก ใต้เท้าจี จีฮูหยิน เจิ้นเพียงแค่อยากจะมาดูหน้าบุตรสาวของพวกเ้าเท่านั้นแหละ” โอรส์ในคราบของคุณชายตอบด้วยท่าทางสบายๆ
สิ้นคำพูดของต้าเทียนฮ่องเต้ สองสามีภรรยาตระกูลจีก็ลอบมองหน้ากันด้วยความกังวล
หรือว่าพระองค์จะทรงสนพระทัยในตัวบุตรีของพวกเขา!?
กระนั้นก็ไม่กล้าพูดออกไป ได้แต่ให้คนไปตามจีลู่ฟางที่นอนอยู่บนเตียงให้ออกมาหาฝ่าา พร้อมกับเชิญต้าเทียนฮ่องเต้และ ‘อาสวี่’ องครักษ์ส่วนพระองค์เข้ามานั่งรอในเรือนใหญ่ของจวน
“ขะ...ขอเชิญพระองค์เสด็จเข้ามารอในเรือนใหญ่ก่อนนะเพคะ” จีฮูหยินกล่าว
“ขอบใจ” ต้าเทียนฮ่องเต้เอ่ยก่อนเดินเข้าไปตามคำเชิญ
หลังจากนั่งรอสักพัก จีลู่ฟางที่หน้าซีดราวกับศพเดินได้ เพราะแกล้งใช้แป้งผัดจนขาวยิ่งกว่าน้ำนมก็ค่อยๆ ก้าวขาออกมาอย่างเชื่องช้า โดยมีเว่ยถิงคอยประคองคุณหนูของตนไม่ให้หกล้ม
วินาทีที่ย่อตัวทำความเคารพ ดวงตาเรียวของนางก็แอบเหลือบมองพระพักตร์ของบุรุษตรงหน้าพลางคิดในใจ
นี่ต้องมาเอาข้าไปเป็สนมแน่ๆ ถึงจะชอบความคิดความอ่านหลายอย่างของเขาก็เถอะ
เพราะเพียงไม่ถึงสิบปีที่ขึ้นครองราชย์ต่อจากเป่าซือฮ่องเต้ ผู้เป็บิดา ต้าเทียนฮ่องเต้ก็ทำให้อาณาจักรเจริญรุ่งเรือง ภายนอกเข้มแข็งมิมีผู้ใดเข้ามารุกราน ภายในมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นมามากมาย แถมตัวของพระองค์ยังทรงพระหน้าตาดีด้วย
แต่ข้าก็ไม่อยากไปเป็เมียของผู้ชายที่มีสตรีหลายคนนะ!!
ยิ่งเป็สนมฮ่องเต้ ชีวิตยิ่งโคตรไม่ปลอดภัย
ฮ่องเต้ก็ฮ่องเต้เถิด! ข้าจะรับบทเป็ตัวภาระที่น่ารังเกียจที่สุดให้ดู!
“ไม่ต้องมากพิธีหรอกคุณหนูจี เจิ้นได้ยินมาว่าร่างกายของเ้าไม่ค่อยแข็งแรงมิใช่หรือ!? นั่งลงก่อนเถอะเจิ้นอนุญาต”
“ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ” ร่างบางพูดพลางค่อยๆ นั่งลงอย่างช้าๆ
“ใต้เท้าจี จีฮูหยิน เจิ้นขอคุยกับแม่นางลู่ฟางตามลำพัง พวกเ้าออกไปก่อนเถิด!”
รับสั่งที่อยู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของต้าเทียนฮ่องเต้ ทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นยกเว้นอาสวี่ ผู้ที่ชินกับนิสัยนายของตนใแทบสิ้นสติ แต่มิมีผู้ใดกล้าขัดใจอีกฝ่าย
“พ่ะย่ะค่ะ / เพคะ” จีซ่งเหียน จีฮูหยิน เว่ยถิงรับคำแล้วรีบออกไปโดยมีจีลู่ฟางมองตามด้วยแววตาละห้อย ก่อนที่ต้าเทียนฮ่องเต้จะชวนนางคุย
“ปีนี้อายุเท่าใดแล้ว?”
“สิบเก้าหนาว...เ้าค่ะ” จีลู่ฟางตอบพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ
“อืม…” ต้าเทียนฮ่องเต้ตอบรับพลางใช้มือลูบคางเบาๆ
“สิบเก้า...งั้นหรือ? พ้นวัยที่ควรออกเรือนมานานแล้วนี่นา”
ถึงในโลกเดิมของข้าอายุเท่านี้จะถือว่าเร็วไปก็เถอะ! วัชรวีร์คิดในใจ
“พะ…เพคะ...” จีลู่ฟางรับคำด้วยน้ำเสียงแ่เบา พลางก้มหน้างุดด้วยความอาย ในใจคิดว่าเมื่อไรโอรส์ผู้นี้จะกลับไปเสียที
“เ้าไม่อยากออกเรือนหรอกหรือ!?” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ขนมผิงถึงกับสะดุ้งแต่ยังเก็บอาการไว้ได้ จึงทำทีเป็เอียงอายแล้วพูดว่า
“หม่อมฉันเป็สตรี เื่พวกนี้…”
“คิดสิ่งใดก็พูดออกมาเถิด เ้าก็รู้ว่ายุคของเจิ้นเนี่ย ทุกคนเท่าเทียมกัน”
“หม่อมฉัน… มิกล้าคิดเื่นี้หรอกเพคะ… พระองค์ก็น่าจะทรงรู้ว่าหม่อมฉันเป็อะไร…”
“ทุกคนมีสิทธิ์จะคิดคุณหนูจี หากเ้าไม่อยากออกก็แค่บอกว่าไม่อยากออก หรือหากเ้าอยากออก เจิ้นก็จะหา...ผะ...เอ่อ…สามีให้” ตรงท้ายประโยค ต้าเทียนฮ่องเต้รีบเปลี่ยนคำพูดทันที เกือบไปแล้วภาพลักษณ์โอรส์ที่ทรงเกียรติของเขา!
“…….” คำพูดของต้าเทียนฮ่องเต้ทำให้จีลู่ฟางนิ่งไปราวกับถูกสาป ในหัวเต็มไปด้วยสีขาวโพลนด้วยมิรู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป ครั้นบอกไม่อยากออกเรือน ถ้าต้าเทียนฮ่องเต้ปะติดปะต่อเื่ได้ก็รู้น่ะสิว่านางแกล้งป่วย
แต่ครั้นบอกอยากออก แหม่ ฝ่าาพูดชัดเจนขนาดนี้แล้วว่าจะหาสามีให้ ในที่สุดจึงตัดสินใจใช้วิธีสิ้นคิด…
ตุบ!! ร่างบางแสร้งหลับตาแล้วล้มตัวนอนบนพื้นเป็ลมหมดสติประดุจนางเอกในละครหลังข่าวช่องหลากสีต่อหน้าโอรส์
แต่คิดหรือว่าทักษะการแสดงของนางจะสามารถตบตาคนกะล่อนปลิ้นปล้อนที่ข้ามภพมาอย่างวัชรวีร์ได้ เพียงมองแวบเดียวตัวเขาในร่างต้าเทียนฮ่องเต้ก็รู้แล้วว่า
สตรอว์เบอร์รีมาทั้งสวนเลยทีเดียว นี่คนอื่นดูไม่ออกกันเลยเหรอ เฟคขนาดนี้ ไม่ใช่เฟคสิ...โคตะระเฟคต่างหาก!!
หมอที่มาตรวจปล่อยผ่านไปได้ไงวะ
ช่างเถิด! เอาเป็ว่างิ้วฉากนี้ข้าร่วมด้วยละกัน
คิดพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงใพร้อมกับเข้าไปเขย่าตัวสตรีตรงหน้า
“คุณหนูจี!!!”
“คุณหนูจีตื่นสิ!!!”
มาถึงขั้นนี้แล้ว ไหนดูซิว่าจะเอาอะไรกับข้าอีกไหม ขนมผิงคิดพลางแสยะยิ้มในใจ ขณะเดียวกันก็รำคาญไม่น้อยที่ถูกอีกฝ่ายเขย่า
“เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ!?” อาสวี่รีบวิ่งเข้ามาถามด้วยความใ ตามด้วยจีซ่งเหียนกับจีฮูหยิน และเว่ยถิง รวมถึงบ่าวรับใช้คนอื่นๆ
หมับ!
ต้าเทียนฮ่องเต้ไม่พูดอะไรนอกจากช้อนร่างของจีลู่ฟางขึ้นมาในอ้อมแขนแล้วถามว่า
“ห้องนอนของนางอยู่ที่ใด?”
“ทะ...ทางนี้พ่ะย่ะค่ะ” จีซ่งเหียนกล่าวพลางปรายตามองร่างซีดขาวของบุตรสาวที่ถูกโอร์อุ้มอยู่ด้วยความกังวลใจ
นะ...นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย!? ฮ่องเต้ผู้นี้ควรจะระวังตัวสิ ไม่ใช่เข้ามาอุ้มข้าด้วยตนเองแบบนี้!?
ขนมผิงที่ทำทีหลับตาพริ้มกรีดร้องในใจ ก่อนจะรู้สึกว่าตัวของนางถูกยกเดินไปตามทาง ซึ่งคงเป็ห้องของตนตามที่ได้ยินทุกคนพูดกัน
กระทั่งต้าเทียนฮ่องเต้ค่อยๆ วางร่างของนางลงบนเตียงนุ่มๆ พลางเอ่ยเสียงเรียบ
“รักษาตัวให้ดีคุณหนูจี” ก่อนจะหันไปลาคนอื่นๆ แล้วขึ้นรถม้ากลับวังหลวง
เมื่ออยู่ตามลำพังกับเว่ยถิง จีลู่ฟางก็ดีดตัวขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วถอนหายใจออกมา
โล่งอกไปทีนึกว่าจะโดนจับได้แล้ว...
ฮ่องเต้ทรงเห็นขนาดนี้ก็คงไม่คิดอยากเอาข้าไปเป็สนมแล้วล่ะ!
ณ วังหลวง
“ใจเย็นๆ ก่อนต้าเทียน” มี่เยี่ยนปรามสหายของตนที่กำลังสบถคำด่าต่างๆ ออกมาอย่างอารมณ์เสีย ตอนต้าเทียนฮ่องเต้ไปจวนสกุลจีเขาก็อยู่ด้วย เพียงแต่ไม่ได้แสดงตัว เพราะเป็องครักษ์เงา
“ใจยงใจเย็นบ้าอะไรมี่เยี่ยน เ้าก็เห็นว่าเด็กคนนั้น…ปลอมมาก!!” ต้าเทียนฮ่องเต้เอ่ยด้วยความหมั่นไส้ จะบอกเฟคก็กลัวไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าขนมผิงในร่างของจีลู่ฟางก็เป็คนยุคเดียวกับตนที่ข้ามภพมาเพื่อแก้สถานการณ์ชีวิตของจีลู่ฟางคนเก่า จึงคิดว่านางจงใจแกล้งป่วยเพื่อตบตาไม่ให้ตนเอาไปเป็สนม
ข้ายังไม่ได้บอกสักคำว่า้าเอานางเข้าวัง ที่จงใจแกล้งป่วยร่อแร่แบบนี้ก็เพราะกลัวโดนเอาไปเป็สนมล่ะสิ แกล้งเป็ลมด้วยคิดว่าสมจริงนักหรือ!?
เอ่อ…ถึงจะตบตาคนอื่นได้ก็เถอะ แต่ตบตาข้าไม่ได้หรอก!
บอกแล้วว่าไม่เต็มใจก็ไม่บังคับ ไม่เห็นต้องใช้วิธีนี้เลย แกล้งป่วยมาตั้งหลายปี…เล่นใหญ่มาก ทำเป็เมินกฎหมายใหม่ที่ข้าบัญญัติ!
อีกอย่างตอนนี้ข้าก็มีความสุขกับเหล่าสาวๆ ของข้าและลูกสามคน ไม่เห็น้าใครมาเพิ่มเลย ถ้านางจะตามข่าวสักหน่อยคงรู้ว่าข้ายกเลิกวันรับสนมประจำปีไปแล้วด้วยซ้ำ!!
อ้อ! นี่ยังไม่นับอีกสี่คนที่ยังไม่ได้ออกมาลืมตาดูโลกด้วยนะ!! ดีไม่ดีอาจจะออกมาเป็แฝดก็ได้!!!
“ข้ารู้...เ้าก็ปล่อยไปเถอะน่า เก็บมาคิดทำไมให้เสียอารมณ์เปล่าๆ” มี่เยี่ยนปราม แต่ต้าเทียนฮ่องเต้ก็ยังคงมีท่าทีฮึดฮัด
ให้ตายเถิด! นิสัยกวนตีนขวางโลกแบบนี้มันทำให้ข้านึกถึง...
พลันใบหน้าหยกของหานิเทียนหรือผู้ที่หน้าเหมือนไอ้เชน เทพบุตรสุดเ็าในภพเดิม พนักเงิน เอ้ย! พนักงานที่เงินเดือนเยอะที่สุดในวังหลวง ซึ่งทำตัวกวนบาทาโอรส์หลายครั้งหลายคราก็ลอยเข้ามาในหัว ทำให้ต้าเทียนฮ่องเต้บังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา...
“มี่เยี่ยน ข้าว่าข้าคิดอะไรดีๆ ออกแล้วล่ะ”
“หืม อะไรหรือ!?” มี่เยี่ยนถามกลับ ต้าเทียนฮ่องเต้ไม่ตอบแต่มุมปากค่อยๆ เผยอยิ้มออกมาอย่างภูมิใจในความคิดอันบรรเจิดของตน พลางนั่งลงที่โต๊ะทำงานแล้วหยิบกระดาษขึ้นมาร่างพระราชโองการบางอย่างทันที
“ข้าจะให้จีลู่ฟางแต่งงานกับหานิเทียน!!!”
ด้วยเหตุนี้…
การใช้อำนาจตามความรู้สึกจึงได้เกิดขึ้น!!