บทที่ 7
เดวิดนอนไม่หลับ เดินไปเดินมาในห้องอยู่พักใหญ่เพราะอยากรู้ว่าตอนนี้ลักษมีกับลูกจะทำอะไรอยู่...ในหัวก็ครุ่นคิดวางแผนหาวิธีจะทำอย่างไรจะได้ใกล้ชิดทั้งคู่ และสามารถเอาชนะใจได้ จนที่สุดก็หยิบโน้ตบุคขึ้นมากางเริ่มเข้ากูเกิลเซิร์ชหาข้อมูลของวิธีการเลี้ยงลูก...หาพฤติกรรมและบุคลิกภาพของเด็กวัยสามขวบว่า้าหรือแสดงออกอย่างไร
มีประโยคหนึ่งที่เขาบอกว่า ‘ลูกจะเต็มไปด้วยคำศัพท์ใหม่ๆมาเล่าให้คุณฟังโดยที่คุณคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะรู้’
อืม! อันนั้นชัดเจน เพราะแค่วันเดียวเขายังเป็คุณลุงหน้าดุ...คุณลุงหน้าแปลก...คุณลุงไอ้เวร...หนอนั์ช้างน้อยและอะไรต่อมิอะไรสารพัด
ยิ่งอ่านเดวิดก็ยิ่งเพลิน จนตาเริ่มปรือ ก็เลยพับหน้าจอโน้ตบุควางไว้ข้างเตียงแล้วก็ผล็อยหลับไปมาสะดุ้งตื่นอีกทีตอนเช้าวันใหม่ซึ่งสายเอาการ จึงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเมื่อลงไปชั้นล่างก็เห็นว่าบิดากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์หัวสีที่ยังคงพิมพ์ขายรายวันหลังจากปัจจุบันยุคการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปไกลแต่บิดาก็ยังคงชอบอ่านข่าวสารจากแหล่งข่าวเดิม
ส่วนมารดานั้นกำลังนั่งปักครอสติชอันเป็งานอดิเรกที่เขาเห็นมาแต่ไหนแต่ไร มีหลายภาพที่ท่านปักจนเสร็จแล้วนำไปใส่กรอบมาแขวนผนังก็มี
ทว่าไม่เห็นลักษมีกับลูก
“เมียผมกับลูกไปไหนครับ”
มารดาเงยหน้าจากผ้าครอสติชในมือ“มาถึงก็ถามหาเมียเลยนะจ๊ะ”
“โธ่!แม่”
“เอาน่าคุณ ตอนนี้ไอ้ลูกเวรมันกำลังเห่อเมียกะลูกมันอยู่แก่ๆอย่างเราสองคนก็ต้องตกกระป๋องเป็ธรรมดา”
“พ่อก็อีกคน”
“โน่นหนูหมีพาลูกไปหัดขี่จักรยานอยู่หน้าบ้านแน่ะ ลองไปดูสิ”
เขารีบก้าวยาวๆไปทางประตูหน้าบ้านได้ยินเสียงมารดาแว่วเข้าหูตามหลัง แต่ก็ไม่สนใจเสียแล้ว
“ไม่กินข้าวกินปลาก่อนเหรอลูกทุกคนอิ่มกันหมดละนะ”
เขายังไม่หิว...มีสิ่งอื่นที่คิดออกอยากทำในวันนี้อีกมากมายก่ายกอง
แล้วเขาก็พบว่าดีเดย์กำลังนั่งอยู่บนจักรยานลวดลายการ์ตูนคันน้อยๆดูท่าจะเพิ่งซื้อมาใหม่ตอนที่ย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้ก่อนเขาจะกลับมา...ท่าทางของเด็กน้อยร่าเริงแจ่มใสพูดไปหัวเราะไป จนเขาที่ยืนดูรู้สึกมีความสุขและยิ้มตามส่วนข้างๆนั้นก็คือลักษมีที่กำลังประคองรถจักรยานของลูกชายอย่างทุลักทุเลพอสมควร
“ให้ผมช่วยสอนลูกถีบจักรยานนะคุณหมี”
เธอหยุดรถแล้วเงยมองขึ้นมาพยักหน้ารับไม่มีอิดออด “ฝากด้วยค่ะ”
เขาจึงเข้าประจำตำแหน่งนั่งซ้อนท้าย...แอบตลกตัวเองที่คนตัวใหญ่ั์มาซ้อนจักรยานเด็กโอบสองแขนประคองหลังอ้อมร่างของลูกชายไปจับที่แฮนด์ซึ่งมือน้อยๆสองข้างของดีเดย์กุมมันเอาไว้
“กลัวล้มไหมครับ”
“ไม่ เอ๊ยยยยกลัวค้าบ”
“แล้วเชื่อใจลุงไหมครับ”
“ไม่”เด็กสั่นหน้า นิ่งไปนิดก่อนจะพูดต่อ “เชื่อได้ไหมค้าบ”
“เดี๋ยวลุงจะประคองไปแบบนี้นะ”
แล้วเขาก็ใช้แรงตัวเองดันให้รถจักรยานแล่นไปช้าๆโดยที่เท้าสองข้างของเด็กชายค่อยๆปั่นทีละนิด วนไปตามทางเล็กๆไปมาอยู่สองสามรอบ เด็กน้อยก็คลายกังวล
“ดีเดย์ไม่กัวละค้าบ”
ขณะนั้นเขาจึงค่อยลองปล่อยมือของตัวเองแต่ยังคงนั่งท้ายรถขณะที่ล้อหมุนช้าๆไปข้างหน้า จนเด็กชายเผลอเขาก็ลุกขึ้นเบาที่สุดแต่เดินตามหลังไปโดยที่เด็กชายไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังปั่นจักรยานสองล้ออยู่คนเดียว
พอเขาหันไปมองลักษมีเห็นรายนั้นปั้นหน้านิ่วเหมือนไม่พอใจ เขาจึงยกมือป้องปากพูดเสียงไม่ดังนัก
“ไม่เป็ไรน่าคุณหมีลูกจะได้ขี่จักรยานเป็”
ทว่าพูดไม่ทันขาดคำดีเดย์ก็เหลียวหลังมามองผู้ใหญ่ทั้งสองคนพอเห็นว่าคุณลุงหน้าดุไม่ได้ซ้อนท้ายก็เกิดอาการใ หน้ารถจึงส่ายไปมาชั่วพริบตานั้นรถจึงล้มคว่ำไม่เป็ท่า
เดวิดหน้าตื่นผวาเข้าไปหาเด็กชายก่อนที่คนเป็แม่จะมาถึงตัว
เด็กชายตั้งท่าเบะปากมีเสียงสะอื้นคลออยู่ที่ลำคอ
“ไม่เจ็บครับไม่เจ็บ เป็ลูกผู้ชายต้องอดทนครับ ฮึบ”
เขาทำท่าสูดลมหายใจเป็ตัวอย่างลักษมีก็เข้ามานั่งยองๆด้านข้าง พลันนั้นเด็กชายก็โผเข้าหาแม่ตัวเอง เสียงร้องไห้ก็ดังจ้าคนเป็แม่ก็ปลอบใจ มือลูบหลังน้อยๆ
“ไม่เจ็บแล้วค่ะลูก”
พอดึงร่างออกเด็กชายก็ลดเสียงเบาลง น้ำตาใสเล็ดหางตา
“ไม่เจ็บค้าบฮึกๆ”
เขาจึงคว้าแขนน้อยๆที่มีรอยถลอกขึ้นมาแล้วเป่าลมใส่เบาๆ
“เพี้ยงงงงลุงเป่าให้ละ หายแน่นอนครับคนเก่ง”
//////////////////////////////////////////////
เดวิดออกจากบ้านไปในตอนสายกว่าจะกลับเข้ามาอีกทีก็บ่ายแก่ๆ แต่เขาไม่ได้กลับมาคนเดียวทำเอาทุกคนในบ้านต่างทำหน้าประหลาดใจ เมื่อเห็นผู้ชายสี่คนใส่ชุดเหมือนช่างหรือคนงานพร้อมอุปกรณ์สารพัดในมือเข้ามาสวัสดีและรอคำสั่งจากเขา
“เดี๋ยวพวกคุณรอผมแวบเดียวนะ”
วันชัยเดินมาสำรวจคนกลุ่มนั้นหน้านิ่วคิ้วตึงและตั้งคำถาม
“นี่แกพาช่างมาทำไมเต็มไปหมดจะมาซ่อมแซมอะไรในบ้านรึ ฉันไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายตรงไหน”
“คือผมจะตกแต่งห้องใหม่ครับพ่อ”
คนเป็แม่ลุกขึ้นมายืนขนาบข้าง“ห้องใครกัน? ฮึ”
“ผมจะตกแต่งห้องใหม่ให้ลูกครับ”
“ห้องดีเดย์น่ะเหรอ”ดีน่าถึงกับร้องเสียงหลง
“ก็ใช่สิครับต้อนรับลูกของผมกลับมาอยู่ด้วยทั้งที ก็อยากให้แกมีห้องนอนเป็ของตัวเองนี่ผมคุยกับช่างไว้แล้ว น่าจะเร็วที่สุดไม่เกินเจ็ดวัน”
ทว่าลักษมีซึ่งกำลังปอกเปลือกส้มให้เด็กชายกินรีบลุกขึ้นมาขัด
“ไม่จำเป็มั้งคะฉันยังไม่รู้เลยว่าจะมาอยู่แค่ชั่วคราวหรือเปล่า คุณจะทำให้เสียเงินทองไปทำไม”
เขาสั่นหน้าแสดงความเผด็จการตามนิสัยเดิม
“ผมไม่มีทางให้คุณไปอยู่ที่อื่นแล้วละคุณหมี”
“แต่รอให้ครบหนึ่งเดือนตามที่เราคุยกันก่อนตอนนั้นค่อยทำก็ได้”
“ช้าไปคุณผมใจร้อน”
“แต่ฉันไม่เห็นด้วย”
ทว่าเขาฟังใครที่ไหนพากลุ่มช่างขึ้นบันไดไปชั้นบน ตรงไปยังห้องนอนที่ลักษมีกับลูกนอนอยู่ ทำให้เธอรีบวิ่งไปขวางที่บันได
“ไม่โอเคเหรอครับ”
“ไม่โอเคสิคะ”
เขาจึงจับไหล่สองข้างของเธอ“เชื่อผมสิ ผมตั้งใจ อยากทำสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณกับลูก”
เธอจึงถอนหายใจแรงๆ“แต่ฉันควรจะไปเก็บของส่วนตัวในห้องก่อน ถูกไหมคะ?”
เขาจึงยิ้มออกหันไปทางช่างทั้งกลุ่ม “ถ้างั้นผมขอเวลาเคลียกับเมียช่วยเก็บของใช้ส่วนตัวในห้องสักครู่นะ...พวกคุณหาที่นั่งคอยก่อน ไม่นานหรอก”
พวกช่างทั้งหลายยิ้มเผล่ต่างจากลักษมีที่หน้าหงิกเมื่อเขาฉวยโอกาสโอบไหล่เธออวดใครต่อใครพอสะบัดไม่พ้นก็เลยถองศอกใส่ แล้วเดินปึงปังขึ้นบันไดเข้าไปห้องนอน
เขาเดินตามไปทีหลังก็ต้องร้องเสียงหลง เมื่อเธอปิดประตูใส่หน้าและล็อกห้อง
“อ้าว คุณ! จะล็อกทำไม”
“ฉันจะเก็บของสิคะ”
“ขอผมเข้าไปช่วยจะได้เร็วขึ้น”
“ฉันไม่อนุญาตค่ะคุณมันพวกฉวยโอกาส”
เขาก็เลยนั่งหงออยู่หน้าประตูห้องเป็จังหวะที่ดีเดย์ย่ำเท้ามาพร้อมคุณย่า
“สม...หน้า”
เขาเบิกตากว้างหัวเราะไม่ออก พลางหันไปมองแม่ของเขา
“หลานฉันพูดถูกแล้วจ้ะ”
“ดีเดย์ไม่อยากได้ห้องใหม่เหรอครับนี่คุณลุงตั้งใจทำห้องนอนของดีเดย์เป็ห้องการ์ตูนเต็มไปหมดเลยนะ...ในห้องจะมีแต่ของที่ดีเดย์ชอบอยากแต่งแบบไหน อยากได้เตียงนอนแบบไหน...คุณลุงจะจัดให้”
คราวนี้เด็กชายเริ่มเข้าพวก
“แล้วจะมีหนอนั์หลายๆตัวไหมค้าบ”
เขาเลยหันไปขอความเห็นมารดา“อะไรคือหนอนั์ครับแม่”
“หมอนข้างน่ะลูก”
เขาจึงหันไปพยักหน้ากับลูกชาย“ได้เล้ยยย จะมีหนอนั์กี่ตัว คุณลุงก็โอเค”
“ดีเดย์อยากมีห้องใหม่ค้าบคุณย่า”
ดีน่าจึงลูบผมอ่อนนุ่มของหลานหันไปมองค้อนลูกชาย “เข้าใจหาพวกนะแก”
“แต่ว่าตอนนี้ดีเดย์ต้องช่วยคุณลุงก่อน”
เด็กจึงเอียงคอมอง“ช่วยยังไงค้าบ”
“ไปช่วยคุณแม่เก็บกระเป๋าเสื้อผ้าย้ายไปไว้ห้องคุณลุงก่อนไงครับ”
ดีเดย์พยักหน้าเห็นด้วยก็เดินไปเคาะประตูปึงปัง ะโเรียกหาแม่
“แม่ค้าบบบบดีเดย์มาช่วยแล้ว”
ลักษมีะโกลับมา“คุณลุงหน้าดุลงไปข้างล่างรึยังคะลูก”
เดวิดจึงยกนิ้วจุปากบอกเด็กชายให้สมรู้ร่วมคิด ซึ่งเด็กน้อยก็ทำตามอย่างว่าง่าย “ลงไปแล้วค้าบ”
พอประตูห้องตรงหน้าเปิดกว้างเดวิดจึงฉวยจังหวะนั้น ยันตัวเองดันเข้าไปขวางประตู ทำให้ลักษมีหน้าหงิกเมื่อดีเดย์กับคุณย่าก็เดินผ่านเข้าไป
“คุณมันเ้าเล่ห์”
เดวิดไม่ฟังเสียงท้วงของเธอเข้าไปคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่เธอเก็บไว้ลวกๆกองอยู่ใกล้ตัวสองใบ ลากออกมาจากห้องทำให้เธอร้องเสียงหลง
“คุณจะเอากระเป๋าของฉันไปไหนคะ”
“เอาไปเก็บห้องของผมสิคุณ”
“ไม่ค่ะ”
เขาไม่ฟังหรอกเปิดประตูห้องตัวเอง แล้วนำกระเป๋าทุกใบของลักษมีไปไว้ในห้องนอน...เธอจึงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงอย่างอ่อนใจ
ดีน่าเห็นลูกชายเผด็จการใส่ลูกสะใภ้จึงเป็คนกลางมาถาม
“แกแน่ใจนะว่าทำแบบนี้จะไม่ทำให้หนูหมีอึดอัดใจ”
“โธ่แม่ครับนั่นก็เมียกับลูกของผมนะ”
“แล้วแกจะให้สองคนนั้นไปนอนที่ไหนอย่าบอกว่านอนห้องแกนะ ฉันว่ามันเร็วไปไหมเด็กมันยังปรับตัวไม่ทันหรอก...ที่จู่ๆคนแปลกหน้าอย่างแกจะไปอยู่ร่วมห้องด้วย”
“เดี๋ยวผมจะนอนที่โซฟาเอง”แล้วเขาก็หันไปทางลักษมี “ส่วนคุณกับลูกก็นอนบนเตียงผม”
ทว่าเด็กชายเดินให้วุ่นไม่ได้สนใจอะไรกลับมาเขย่าแขนมารดาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“คุณลุงหน้าดุบอกกับดีเดย์ว่าในห้องจะมีตัวการ์ตูนเต็มเลยค้าบเย้ๆๆ ดีใจจังเลย แล้วก็จะมีหนอนั์กี่ตัวก็ได้”
“คุณติดสินบนลูกนะคะ”
“นะคุณ ขอให้ผมได้นอนใกล้ๆคุณกะลูกหน่อย”
เธอจึงหมดทางจะปฏิเสธเขา
//////////////////////////////////
เดวิดใจเต้นตึกตักเมื่อเอาเข้าจริงต้องนอนร่วมห้องกับลักษมีและลูกชาย...ก็เขาต้องท่องนะโมเป็สิบจบเพื่อข่มใจไม่ให้อยากไปกอดจูบและฟัดเธอ...ก็จะอะไรละ ข้อตกลงที่เธอขู่เอาไว้มันค้ำคอไปหมดแต่นั่นยังไม่เท่ากับเขาไม่อยากทำตัวรุ่มร่ามต่อหน้าลูก
แถมลักษมียังย้ำขึ้นตอนที่เธอทิ้งตัวลงบนเตียงนอน
“อย่าลืมนะคะ ที่เราตกลงกันไว้ว่าคุณจะไม่วุ่นวายกับฉัน”
แค่เพียงเห็นเธอสวมชุดนอนน้องชายของเขาก็ตื่นจนอยากจะออกมาสูดอากาศหายใจเสียแล้วชะโงกไปมองเด็กชายที่นอนอยู่ข้างกายเธอ เห็นหลับสนิท เขาก็อยากหาวิธีใกล้ชิด
“คุณง่วงรึยังละคุณหมี”
“ง่วงแล้วค่ะ”
“ไม่ออกไปคุยกับผมที่นอกระเบียงสักหน่อยรึไง”
“ฉันไม่หลงกลคุณหรอก”
เขาจำใจข่มตาลงเมื่อเธอกดสวิทช์ไฟที่หัวเตียงให้สลัว“แน่ใจนะ”
“แล้วก็อย่าคิดลักหลับฉันนะคะไม่งั้นคุณจะไม่ผ่านโปรฯของฉัน”
เขาอยากประท้วงแต่ดูสิ...ตอนนี้เธอกลับมาถือไพ่เหนือกว่าอีกแล้ว ทั้งที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่เสือหนุ่มอย่างเขาก็ไม่อาจขย้ำเหยื่ออันโอชะให้หนำใจสมกับความกระหาย
กระทั่งเสียงโทรศัพท์ของลักษมีดังขึ้นเธอจึงกดรับ พลันนั้นเขาก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
“ว่าไงคะพี่ภีม”
แล้วเธอก็ลุกจากเตียงนอนเดินออกไปคุยโทรศัพท์นอกระเบียง มีหรือที่เดวิดจะยอมนอนนิ่งเป็หุ่นอยู่บนโซฟาเขาก้าวตามไปยืนตาขุ่นอยู่ตรงระเบียง ทำเอาเธอคุยเพียงไม่กี่คำก็รีบตัดบท
“ค่ะๆแล้วเจอกัน”
พอวางสายเขาก็คว้าข้อมือเธอที่กำโทรศัพท์จนเธอร้องเจ็บ
“ใครโทร.มา”
“ปล่อยนะคะ”
“ก็ผมถามว่าใครโทร.หาคุณดึกดื่นป่านนี้”
“คุณจะสนใจทำไมคะ”
“ผมไม่ชอบไงผมได้ยินนะครับ ภีมอย่างนั้น ภีมอย่างนี้”
แรงหวงก่อขึ้นในใจของเดวิดก็ภีมคือนายแบบหน้าอ่อนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าคนที่เคยไปมาหาสู่ประเภทเช้าถึงเย็นถึงมิใช่หรือ...แล้วนี่มันกำลังจะกลับมาเป็มารหัวใจของเขาอีกแล้วสินะ
“ค่ะฉันคุยกับพี่ภีม”
“เรียกอย่างสนิทสนมเชียวนะ”
“แล้วจะทำไมคะ”
“ก็ไม่ทำไมแต่ผมไม่ชอบ หาทางบอกมันไปนะว่าทีหลังอย่าโทร.หาเมียคนอื่นแบบนี้อีกผมไม่ชอบเลยนะที่คุณจะไปนัดพบกับมัน”
“คุณหึงฉันเหรอคะ?”
“ใช่!ผมหึงคุณ แล้วก็หึงมากด้วย”
“แต่ตอนนี้สถานะเรายังไม่ได้เป็อะไรกันนะคะ”
“ถ้างั้นผมจะเตือนความจำคุณ”
แล้วเขาก็เลื่อนบานประตูกระจกด้านหลังให้ปิดลง...ปราดเข้าไปคว้าตัวหญิงสาวเข้ามาแนบซุกกับแผงอกกว้างจนเนื้อนาบชิดได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังโครมครามสะเปะสะปะ ลมหายใจของเธอเองก็เหมือนจะเริ่มติดขัดเช่นเดียวกับที่เขาเริ่มไม่เป็ตัวของตัวเองความใหญ่ั์ในกางเกงก็กำลังหยัดตัวขยายแข็งขึงเพื่อเรียกร้องทวงสิทธิ์ความเป็สามี
แล้วเขาก็ประกบริมฝีปากบดไปยังกลีบปากนวลเพื่อจุดไฟ!
///////////////////////////////////จบบทที่ 7