อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    ข้าเกลียดยิ่งนัก

    รวบรวมต้นไป่เหอโลหิต สังหารขวงเยี่ยน เชือดสังหารพยัคฆ์เพลิงกาฬ
    สามภารกิจใหญ่ศิลาวิญญาณ จนถึงตอนนี้ก็สำเร็จลุล่วงทั้งหมดแล้ว คงจะถึงเวลาที่ต้องกลับสำนักเสียที
    เมื่อลองคำนวณเวลาดูแล้ว เข้าร่วมทดสอบกลางปีกับสำนักครั้งนี้ นับว่าคุ้มค่าอยู่บ้าง
    ตลอดการเดินทางได้รับของมามาก ก้าวหน้าขึ้นไม่น้อย
    บรรลุทักษะกระบี่วายุเชี่ยว เชี่ยวชาญสองกระบวนท่าสังหาร สำเร็จขั้นสุดยอดของหมัดพยัคฆ์
    พลังยุทธ์ของวรยุทธ์ระดับห้ามีเสถียรภาพขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากยาลูกกลอนละลายโลหิตสองเม็ด ห่างจากขั้นสุดยอดของระดับห้าไม่ไกลแล้ว 
    ที่สำคัญก็คือ หลินอวิ๋นได้เปิดประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะการต่อสู้กับผู้อื่นจริง ๆ
    เขาในตอนนี้ตั้งตารอว่าแบบทดสอบกลางปีจะทำให้ตนเดินไปถึงขั้นไหน
    ......
    ด้านนอกโถงค่ายกลของสำนักชิงอวิ๋น
    บนแท่นที่ไหนสักแห่ง เฉินเซียวกำลังใช้กระบี่ต่อสู้กับหุ่นเชิดกลไกนี้อยู่
    บนกายของเขาระเบิดพลังอันน่าหวาดกลัวของวรยุทธ์ระดับหกออกมา มือข้างหนึ่งใช้ทักษะกระบี่อัสนีคลั่ง ลงมืออย่างรวดเร็วปานสายฟ้า แรงไกลหลายพันลี้ ชั่วอึดใจเดียว กระบี่หลายสิบเล่มก็ถูกเหวี่ยงออกไป
    แต่ละกระบี่ก่อให้เกิดเสียงฟ้าร้องดังขึ้น
    เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
    คมมีดของกระบี่ฟาดลงไปบนหุ่นเชิดกลไก ระเบิดออกเป็นเสียงดังสนั่น แรงปะทะของกระบี่แข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัว
    เขาเงยใบหน้ามืดมนขึ้นมา ลำแสงกระบี่ร่ายรำไปมา ส่วนใบหน้าของเขากลับค่อย ๆ ดูน่าหวาดกลัวขึ้นมา
    ราวกับว่าหุ่นเชิดกลไกด้านหน้านั้น ไม่ใช่หุ่นเชิด แต่ทำให้เขานึกถึงหลินอวิ๋นที่ให้เขาอัปยศมาโดยตลอด
    เขานำความเกลียดชังและโกรธเคืองทั้งหมดระบายลงไปยังหุ่นเชิดกลไกเหล่านี้ ที่เห็นว่าคนผู้นี้กำลังมีอารมณ์พุ่งพล่านก็ไม่กล้าที่จะออกมา
    ด้านล่างของแท่น กลุ่มลูกศิษย์นอกสำนัก ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยอะไรด้วยเกรงว่าเฉินเซียวจะไม่พอใจ แล้วนำความโกรธแค้นมาระบายลงกับตน
    “เจ้าทาสกระบี่นั่นกลับมาหรือยัง?”
    ระหว่างที่เขาต่อสู้กลับหุ่นเชิดกลไกอีกครั้ง เฉินเซียวก็ต้านรับการตอบโต้ของหุ่นเชิดได้โดยง่าย และเอ่ยปากถามออกมา
    “ศิษย์พี่เฉิน เจ้านั่นยังไม่ได้กลับมาเลย การทดสอบกลางปีนี้อีกไม่กี่วันก็จะเริ่มขึ้นแล้ว คงจะไม่ใช่ว่าตายอยู่ภายนอกเสียแล้วหรือ”
    “ข้าได้ยินมาว่ามันไม่สนใจชีวิตแล้วไปรับสามภารกิจศิลาวิญญาณ หนึ่งในนั้นก็คือ สังหารโจรขวงเยี่ยน!”
    “ใช่! ใช่! ใช่! จอมโจรขวงเยี่ยน บ้าคลั่งดุร้ายอย่างหาที่เปรียบ ลูกศิษย์สำนักอื่นหลายคน ต่างก็พากันตายอยู่ในน้ำมือของเขา หลินอวิ๋นเองก็คงไม่ใช่ข้อยกเว้น เมื่อถึงเวลานั้น ศิษย์พี่เฉินเองก็คงไม่ต้องลงมือเองแล้ว”
    กลุ่มคนนั้นพากันเออออตอบรับอย่างประจบประแจง
    “ไม่ได้ มันต้องตายด้วยมือของข้า ข้าจะฉีกมันออกเป็นชิ้น ๆ!”
    เฉินเซียวส่งเสียงร้องตะโกนดังด้วยความกรุ่นโกรธ ระหว่างช่วงลมหายใจนั้น ก็เหวี่ยงกระบี่ออกไปถึงแปดสิบเอ็ดครั้ง
    ทั่วทั้งร่างของหุ่นเชิดกลไก ถูกกระบี่ของเขาฟาดจนปลิดปลิว แล้วตกลงบนแท่นอย่างรุนแรง แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
    ทักษะกระบี่อัสนีคลั่ง บรรลุแล้ว!
    ศิษย์นอกสำนักด้านล่างแท่นเกิดตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวขึ้นมา เฉินเซียวผู้นี้ถึงกับฝึกฝนทักษะกระบี่อัสนีคลั่งจนบรรลุแล้ว 
    “พวกเจ้าทุกคนฟังเอาไว้ให้ดี อย่าได้แอบเกียจคร้านกัน คอยหมุนเปลี่ยนกันไปดู หากว่าเห็นมันกลับมาแล้ว ก็ให้รีบรายงานข้ามาในทันที”
    เฉินเซียวเหลือบมองแวบเดียว ก็ทำเอาศิษย์นอกสำนักด้านล่างแท่นนั้นพากันร้องตะโกนเสียงดังลั่นออกมา
    “ขอรับ ขอรับ ขอรับ!”
    กลุ่มคนนั้นไม่กล้าที่จะส่งเสียงอื่นออกมา ทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบรับ
    ก่อนหน้านี้ไม่กล้าที่จะเป็นศัตรูกับเฉินเซียว มาตอนนี้เฉินเซียวมีวรยุทธ์ระดับหกแล้ว อีกทั้งยังบรรลุทักษะกระบี่อัสนีคลั่งอีก ก็ยิ่งที่จะไม่กล้าต่อต้าน
    “ศิษย์พี่เฉิน หลินอวิ๋นนั่นกลับมาแล้ว ตอนนี้ปรากฏตัวอยู่ในเมืองชิงอวิ๋นแล้ว!”
    และในเวลานี้เอง ผู้ที่วิ่งเข้ามาจากด้านนอกของโถงค่ายกล รีบร้อนมารายงานเฉินเซียว
    เฉินเซียวตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็หัวเราะแล้วเอ่ยออกมาในทันที “ฮ่า ๆ ๆ กลับมาก็ดี กลับมาก็ดีแล้ว!”
    หลังจากที่เขาเอ่ยออกมาครั้งสุดท้าย น้ำเสียงก็ยิ่งหนักขึ้น ใบหน้าดูดุร้ายเหี้ยมโหด ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันออกมา
    เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
    เฉินเซียวกระโดดลงมาจากแท่นโดยที่ไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา รีบเดินออกไปด้านนอก
    “จบเห่แล้ว จบเห่แล้ว เจ้าทาสกระบี่นั่นจะต้องตายแน่!”
    “ใช่แล้ว ในตอนนั้นทาสกระบี่วิ่งหนีเร็วจนเกินไป ศิษย์พี่เฉินโมโหเสียจนเผาห้องเขาทิ้งเสีย ไฟแค้นในอกสุมอยู่เกือบจะครบสองเดือนเต็มแล้ว”
    “น่าสงสารเสียจริง ข้าว่าศิษย์พี่เฉินผู้นี้คงจะไม่คิดที่จะสนใจสายสัมพันธ์ของศิษย์ร่วมสำนักอะไรแล้ว”
    “โดยเฉพาะในครั้งที่แล้วที่ใส่ใจจนเกินไป ทำให้พ่ายแพ้เสียจนน่าสังเวชใจ”
    “ไป ๆ พวกเราตามไปดูกัน”                           
    ศิษย์ด้านนอกโถงค่ายกลดูเหมือนว่าจะพากันถูกหันเหความสนใจกันทั้งหมด  ต่อให้เป็นศิษย์ที่ไม่ค่อยมีส่วนเกี่ยวข้องกันกับเฉินเซียว ก็พากันตามออกไป
    ชั่วขณะนั้น ด้านหลังของเฉินเซียวมีคนกลุ่มใหญ่ติดตามไป มองแล้วดูยิ่งใหญ่สง่างาม 
    ใต้ประตูเขาของสำนักชิงอวิ๋น หลินอวิ๋นยืนอยู่เป็นเวลานานแล้ว
    ในที่สุดก็ได้กลับมาเสียที 
    ห่างจากเวลาทดสอบกลางปีเพียงแค่สองวันเท่านั้น รอบนี้ภารกิจที่ได้รับก็สำเร็จจนหมดแล้ว
    ท่ามกลางประสบการณ์ที่ได้รับ ไม่เพียงแต่ความดีใจที่สามารถบรรลุวิชากระบี่ได้เท่านั้น ยังมีความหดหู่ใจที่ต้องเผชิญกับผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์ ความสิ้นหวังจากความเป็นตายที่ถูกฝูงกระทิงทองไล่ฆ่า…
    เวลาเพียงไม่ถึงสองเดือน ผ่านประสบการณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ มามากมาย
    ใบหน้าเยาว์วัย ดูเงียบสงบและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
    “ไปส่งมอบภารกิจก่อนแล้วกัน”
    เมื่อคิดถึงรางวัลที่จะได้รับจากสามภารกิจใหญ่ของศิลาวิญญาณแล้ว หลินอวิ๋นก็ค่อนข้างที่จะตั้งตารอ อดที่จะก้าวฝีเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิมไม่ได้
    ภายในเวลาครึ่งเค่อ หลินอวิ๋นที่เคยฝึกฝนเคล็ดวิชายอดห่านป่ามาก่อน ก็มาถึงยังด้านหน้าโถงกิจการสำนัก 
    และในขณะที่เขากำลังจะก้าวขึ้นบันไดนั้นฝั่งตรงข้ามก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาอย่างสง่างามยิ่งใหญ่ ผู้นำกลุ่มนั้นก็คือเฉินเซียว
    กลุ่มคนที่ตามอยู่ด้านหลังเฉินเซียวมีท่าทีกะปรี้ะเปร่า ในใจของหลินอวิ๋นชั่วขณะนั้นก็เข้าใจแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามมาทำอะไรกัน
    แต่ว่าเขานั้นแม้แต่ก็ผ่านความสิ้นหวังจากความเป็นความตายมาแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้ก็ไม่อาจทำให้เขาตื่นตกใจได้แม้แต่เพียงครึ่งหรือว่าจะเทียบกันได้กับฝูงกระทิงทองสี่ห้าร้อยตัวที่ไล่ตามอยู่ด้านหลังด้วยใบหน้าอันดุร้ายได้อย่างนั้นหรือ
    “คิดจะไปส่งมอบภารกิจอย่างไรหรือ?”
    เฉินเซียวมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหยอกล้อ เมื่อพบหลินอวิ๋นแล้ว ในใจกลับไม่ได้รีบร้อนอะไร
    กำลังครุ่นคิดอยู่ว่า ตกลงแล้วจะแกล้งเขาอย่างไรดีให้เพลิดเพลิน 
    แต่ว่าใครจะคิดว่า หลินอวิ๋นไม่พูดไม่จาก็พุ่งโจมตีเข้ามาแล้ว
    เฉินเซียวตะลึงไปเล็กน้อย หลังจากนั้นเพียงครู่ก็เอ่ยออกมาด้วยโทสะ “เจ้าทาสกระบี่ชั้นต่ำ ข้าเห็นเจ้ามีชีวิตอยู่ก็น่ารำคาญเสียจริง!”
    เมื่อเห็นว่าหลินอวิ๋นใกล้เข้ามาแล้ว เฉินเซียวก็ลงมือด้วยความกรุ่นโกรธ
    แต่ว่า… สายไปเสียแล้ว
    มือของเขาเพิ่งจะจับลงบนด้ามกระบี่ ก็โดนกำปั้นหนึ่งกระแทกเข้ามาแล้ว
    อยู่ ๆ หลินอวิ๋นในตอนที่มีระยะห่างจากเขาเพียงแค่หนึ่งช่วงตัว ก็เร่งความเร็วขึ้น ใช้หมัดพยัคฆ์ร้ายชิงลงมือก่อนก้าวหนึ่ง
    ปัง!
    หมัดพยัคฆ์ขั้นสูงสุดโจมตีไปยังหน้าอกของเฉินเซียว แล้วกระแทกเขาลอยออกไปทันที
    หลังจากที่ตกลงบนพื้นดิน เฉินเซียวก็หยัดกายลุกขึ้นมา แต่ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในช่องอก จึงจำต้องเอนหลังลงไปอีกครั้ง ปากก็กระอักเอาเลือดสดออกมาคำหนึ่ง
    เลือดที่ทะลักไหลออกมาจากปากไม่หยุดราวกับว่าไม่อาจที่จะควบคุมได้ 
    เฉินเซียวเอนกายลงบนพื้นอีกครั้ง มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกเอาไว้ อีกข้างหนึ่งชี้ไปยังหลินอวิ๋น แต่เอ่ยอะไรออกมาไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว
    หมัดนี้ ไม่เพียงแต่ทำร้ายยังซี่โครงธรรมดาทั่วไปแล้ว ยังทะลุผ่านซี่โครง ทำร้ายไปจนถึงอวัยวะภายใน ให้เวลาเขาเพิ่มอีกหนึ่งชั่วยาม ก็อย่าได้คิดว่าจะลุกขึ้นมาจากพื้นได้เลย!
    ระหว่างทางที่หลินอวิ๋นกลับมายังสำนักนั้น ได้กินยาลูกกลอนละลายโลหิตที่เหลืออีกสองเม็ดเข้าไปจนหมด เลือดลมในกายของเขา พลุ่งพล่านราวกับแม่น้ำ ลุกโหมราวกับเปลวเพลิง
    ด้วยความช่วยเหลือของยาลูกกลอนละลายโลหิตทั้งสี่เม็ด ร่างกายก็แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัว
    คนอื่นต่อยเขาห้าหมัดก็ยังไม่เท่าที่เขาเหวี่ยงออกไปเพียงหมัดเดียว
    อีกทั้งหมัดที่เขาเหวี่ยงออกไปนั้น คือหมัดพยัคฆ์ร้ายขั้นสุดยอด!
    เฉินเซียวอาศัยที่ว่าตนเองมีพลังยุทธ์ระดับวิถียุทธ์ขั้นหก และยังบรรลุทักษะกระบี่อัสนีคลั่งแล้วก็คิดว่าจะเอาชนะหลินอวิ๋นได้ ในใจก็ครุ่นคิดแต่จะหาวิธีทำสร้างความอัปยศให้หลินอวิ๋น
    แต่เมื่อหลินอวิ๋นมองเห็นในครั้งแรก ก็ลอบรวบรวมพลังแล้วเหวี่ยงหมัดขั้นสุดยอดออกโดยไม่ปราณีทันที
    ศิษย์ที่ดูผ่าเผยแข็งแกร่งที่รอดูเรื่องสนุกเหล่านั้น พากันตกตะลึง พวกเขาเห็นเพียงแค่เฉินเซียวยังไม่ทันได้เปิดปากเอ่ยสั่งสอนหลินอวิ๋น อีกฝ่ายก็พุ่งตรงเข้ามา ในใจยังคิดขบขัน เจ้าทาสกระบี่นี้รนหาที่ตายหรืออย่างไร
    เฉินเซียวที่แต่เดิมอยู่ยงคงกระพัน และมีพลังอันน่าหวาดกลัว ตอนนี้นอนกองยู่บนพื้น กระอักเลือดออกมาไม่หยุด
    หมัดเดียว เพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้นก็ทำให้เฉินเซียวกลายเป็นที่ขบขันต่อหน้าศิษย์นอกสำนักนับร้อย
    “เศษสวะ!”
    หลินอวิ๋นส่งเสียงต่ำเอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง ไม่ได้หันหน้ากลับมา มุ่งหน้าตรงโถงภารกิจต่อไป
    “เจ้าทาสกระบี่ชั้นต่ำ เจ้า… พูด… พูดว่าอะไร?”
    เฉินเซียวที่เอนกายอยู่กับพื้นดิน เหมือนกับว่าจะได้ยินสองคำที่บาดหู ข่มกลั้นความเจ็บตรงทรวงอก คำรามถามออกมาด้วยความโกรธ
    เมื่อเห็นใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว เจ็บปวดเสียจนดูไม่เหมือนคน แต่ยังคงดิ้นรนปีนขึ้นมา ท่าทางดูน่าสงสารเช่นนั้น ศิษย์นอกสำนักที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาอย่างเจ็บใจ “ศิษย์พี่ มันพูดว่าท่านเป็นเศษสวะ”
    ฟึ่บ!
    เฉินเซียวเมื่อได้ยินเข้า ก็กล้ำกลืนความโกรธเข้าไปไม่ได้ กระอักออกมาเป็นเลือดคำโต
    ใบหน้าซีดขาว เผยให้เห็นว่ากำลังหายใจอย่างยากลำบาก ทาสกระบี่ชั้นต่ำที่สุดของสำนักชิงอวิ๋น ถึงกับกล้าด่าว่าเขาเป็นเศษสวะ แต่เขายังจะพูดอะไรได้ ในเมื่อเขาถูกอีกฝ่ายหนึ่งต่อยเพียงแค่หมัดเดียวก็ล้มลงแล้ว
    ทันทีที่คิดถึงเรื่องนี้ เลือดลมทั่วทั้งกายของเฉินเซียวก็ปะทุขึ้น ใบหน้าแดงก่ำอย่างเจ็บปวด
    “ข้า… ข้า… ข้าเกลียดยิ่งนัก!”
    และเมื่อไม่อาจลุกขึ้นมาได้ภายในชั่วลมหายใจเดียว เฉินเซียวศิษย์นอกสำนักอาวุโสผู้นี้ ก็โมโหเสียจนหมดสติไป
    - โปรดติดตามตอนต่อไป -