“เนมพี่เคนจะมารับแกกี่ทุ่มเหรอ” แยมถามเมื่อเนมบอกว่าวันนี้เคนจะมารับเธอไปลอยกระทงและให้ชวนฟ้าใสกับแยมไปด้วยกันทั้งสองจึงมารออยู่ที่คอนโดของเนม
“ทุ่มนึงอ่ะ พวกแกรีบแต่งตัวกันเถอะ”
20.15 น.
“เนม ฉันว่าเราไปลอยกระทงกันเถอะ ไม่ต้องรอแล้วล่ะ”แยมวางมือบนไหล่เพื่อนอย่างปลอบโยน
“ใช่ พี่เคนเค้าอาจจะติดธุระหรืองานกะทันหันก็ได้แก” ฟ้าใสช่วยพูดเพื่อให้เนมคลายกังวล
“อืม งั้นเราไปกันสามคนก็ได้เนอะ” พูดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก็พากันขับรถไปยังที่จัดงานลอยกระทงใกล้ๆเธอติดต่อเคนไม่ได้เลยั้แ่หกโมงกว่าๆ ไลน์ไม่อ่าน โทรไปก็ไม่รับแยมช่วยโทรอีกแรงก็ไม่มีทีท่าว่าเคนจะรับสาย
“อย่าคิดมากนะแก พี่เคนน่าจะติดงาน่นี้แกช่วยงานที่บริษัทพ่อของแกด้วยนะ”แยมเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนไม่สู้ดีนักเลยพูดขึ้นมาเพื่อให้เนมสบายใจขึ้น
“อืม ฉันโอเค ป่ะเราไปกันเถอะ”
สามสาวลงจากรถแล้วเดินดูของกินที่วางขายละลานตาโดยปกติแล้วไม่ค่อยได้เที่ยวงานแบบนี้เท่าไหร่นัก นานๆ มีเทศกาลทีก็จะมาบ้าง
“อุ๊ย!! นั่นกลุ่มพี่ทิวนี่” ฟ้าใสร้องทักเมื่อเห็น ทิวปอนด์และนุ เดินมาด้วยกันสามคนไม่ไกลนัก ทำให้ทั้งสามหันมาเจอพอดี
“อ้าว สาวๆ มาลอยกระทงกันเหรอครับ” นุ ทักทายขึ้น
“ค่ะ แล้วพี่ๆ ลอยกระทงกันหรือยังคะ”
“ยังเลยครับน้องแยม พวกน้องล่ะลอยหรือยังไปลอยพร้อมกันเลยมั้ยครับ” ปอนด์เป็คนตอบและชวนไปลอยกระทงพร้อมกัน
“ปอนด์ มึงชวนเค้าถามเค้าหรือยังว่าเค้ามาลอยกับใคร” ทิวเอ่ยขึ้นพร้อมปรายตามองเนมที่ยืนหน้าหงอยและเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้นเธอก็มองหน้าเขา
“พิ่ทิวหมายถึงเนมเหรอคะ?ถ้าหมายถึงเนม ก็มากันแค่สามคนนี้แหละค่ะ”
“ใช่ค่ะ เรามากันสามคน” ฟ้าใสย้ำ
“งั้น พวกเราไปลอยพร้อมกันเลยดีกว่า ป่ะ”นุตัดบทแล้วเดินนำออกไป ตามด้วยปอนด์ แยมและฟ้าใส
“ไปสิ ลอยกระทง” ทิวพูดขึ้นมาลอยๆ ไม่ได้มองหน้าเนมแต่ใช้ไหล่ดันแขนเธอเล็กน้อยเพื่อให้ออกเดิน
“ค่ะ” เนมเอ่ยเสียงเบา พร้อมเดินนำหน้าเขาเล็กน้อย
“แล้วแฟนไปไหนล่ะ”
“ไม่ทราบค่ะ”
“ทะเลาะกันหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ”
“เพราะเื่เมื่อวันเสาร์หรือเปล่า”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ เนมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปไหน”
“อืม อย่าไปสนเลยอาจจะติดธุระ”
เนมหยุดเดินแล้วเงยหน้ามองเขาที่ยืนอยู่ข้างๆจู่ๆ เธอก็รู้สึกจุกที่คอร้อนขึ้นไปขอบตา อยากจะปล่อยน้ำตาให้มันไหลออกมาแต่ก็อายเกินกว่าจะทำได้ เลยได้แต่ฝืนยิ้มฝืดๆ ให้เขาแล้วเดินต่อ
ทิวลอบมองหน้าคนตัวเล็กกว่าเห็นได้ชัดว่าความสดใสที่เคยมีมันหายไป นี่แค่เป็แฟนกันได้ไม่เท่าไหร่สาวน้อยที่เคยสดใสกลายเป็คนอมทุกข์ได้ขนาดนี้เลยเหรอคิดแล้วเขาก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
หมับ!!ทิวคว้าแขนเล็กเอาไว้เมื่อเธอเดินไปใกล้ขอบท่าน้ำเพื่อจะก้มลงวางกระทงในมือ
“อธิษฐานเลย แล้วส่งมาให้พี่” เขาบอกเธอเนมจึงนั่งลงอธิษฐานแล้วส่งกระทงให้เขานำวางลงแม่น้ำลอยไปทั้งสองกระทงพร้อมกัน ส่วนเพื่อนๆของเธอก็ลอยอยู่ด้านข้าง
“ขอบคุณนะคะ”
“สบายใจขึ้นหรือยัง”
“ค่ะ ดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ” เธอยิ้มหวานให้เขาแม้ในใจจะยังคงว้าวุ่นไม่น้อยแต่พอได้ลอยกระทงแล้วก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาจากเดิม
“สาวๆ กินอะไรกันมาหรือยังเนี่ย” นุถามทั้งสามสาวเพราะพวกเขาตั้งใจไว้ว่าลอยกระทงเสร็จจะไปหาข้าวกินก่อนกลับคอนโด
“ยังเลยค่ะ กะว่าลอยกระทงเสร็จแล้วจะหากินแถวนี้ค่ะ”
“งั้นดีเลย ไปกินด้วยกันนะครับ”
“ไปค่ะ ไปหลายคนสนุกดี”ฟ้าใสผู้ตื่นเต้นกับทุกสิ่งรอบตัวรีบตอบตกลงทันที
ทั้งหกคนมานั่งร้านอาหารไม่ไกลมากนักสั่งอาหารและเครื่องดื่มมาพอสมควร นั่งทานกันไปฟังเพลงกันไปยกเว้นเนมที่ค่อนข้างจะทานน้อยกว่าที่เคย
“น้องเนมไม่สบายหรือเปล่าครับ ทำไมกินน้อยจัง”ปอนด์ถามขึ้นเมื่อสังเกตว่าเนมทานไปน้อยมาก
“เนมไม่ค่อยหิวอ่ะค่ะพี่ปอนด์”
“กินเยอะๆ หน่อย ผอมเกินแล้ว” ทิวว่า
“ใช่เนม กินอีกนิดนะ” แยมว่าพร้อมตักกุ้งตัวโตของโปรดใส่จานให้เพื่อนเนมเลยจำใจต้องตักกิน
“อ่ะ กินให้พี่อีกตัว” ยังไม่ทันจะเคี้ยวตัวที่อยู่ในปากหมดทิวก็ตักมาใส่จานเธออีกตัว เนมมองทิวตาละห้อย เธอกลืนแทบไม่ลงด้วยซ้ำ
“ขอน้ำหน่อยค่ะ” เธอบอกเขา
“อ่ะ นี่ไงน้ำ” เขาว่าพลางเลื่อนแก้วน้ำแตงโมปั่นที่วางข้างๆเธอมาให้
“ไม่ใช่ค่ะ น้ำนั้นต่างหาก” เนมชี้ไปที่แก้วไวน์ของเขาทิวมองหน้าเนมสลับกันแก้วไวน์
“เอาจริงดิ” แยมถามย้ำ
“อืม ฉันอยากกิน”
“น้องครับ ขอไวน์อีกแก้วครับ” นุที่ได้ยินก็เรียกเด็กเสิร์ฟให้ทันที
“ไวน์ได้แล้วครับคุณผู้หญิง” แก้วไวน์ถูกนำมาเสิร์ฟไว้ด้านหน้าเนมเธอยกแก้วขึ้นจิบรสชาติก่อนเล็กน้อย จากนั้นกระดกรวดเดียวหมดแก้วทันที
“เห้ยยยย!! ในเย็นเพื่อนเนม” ฟ้าใสร้องห้ามเสียงหลง
“ขออีกแก้วค่ะ” เธอเลื่อนแก้วไปตรงหน้าทิวหน้ายังเหยเกเพราะรสชาติของไวน์ที่ฝาดและติดขมรู้สึกถึงความร้อนแล่นผ่านลำคอไปยังกระเพาะทันที
“ไหวหรือเปล่า” ทิวถามย้ำ เขาไม่ได้คิดจะห้ามที่เธอดื่มมันอาจจะเป็การช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นก็ได้ แต่เขากลัวเธอจะไม่ไหวเอาเสียก่อน
“ไหวค่ะ เนมเคยดื่มถึงจะไม่บ่อยก็เถอะ”
“น้อง รินอีกแก้ว”ทิวบอกพร้อมส่งแก้วไวน์ให้เด็กเสิร์ฟรินส่งให้เนมอีกครั้ง
“ค่อยๆ จิบ ไม่ต้องรีบ”เขารีบบอกเมื่อเห็นเธอทำท่าจะยกแก้วกระดกรวดเดียวอีกครั้งทำให้เนมเปลี่ยนเป็จิบไปครึ่งแก้วแทน
จากที่ตั้งใจแค่จะมากินข้าวแล้วก็กลับคอนโดตอนนี้ทั้งสามสาวกลับนั่งฟังเพลงชิลๆ ดื่มไวน์กับสามหนุ่มอย่างเพลิดเพลินแทนโดยเฉพาะเนมที่ตอนนี้ตาเริ่มหวานเยิ้มเพราะชิมไวน์ไปหลายแก้ว
“เมาหรือยัง” ทิวคอยถามเนมอยู่ตลอด เพราะเขากลัวเธอจะไม่ไหว
“ยังค่ะ เนมยางไหว” แม้เสียงจะอ้อแอ้เต็มทีแต่หญิงสาวก็ยังสู้ไม่ถอย
“เฮ่อ เมาจนตาเยิ้มแล้วยังปากเก่งอีกนะเรา” ทิวลูบหัวเธอเบาๆแต่ด้วยความที่ทุกคนกำลังสนุกกับการฟังเพลง พูดคุยจิบไวน์ทำให้ไม่ได้มีใครสนใจการกระทำของเขานัก
“หื้มมมม เอาอารายมาพูดดด เนมคอแข็งมากเลยนาพี่ทิว”
“หึ หึ เด็กน้อยเอ้ย”
“พี่ทิว พี่ทิว พี่ทิวฟังเนมก่อนน”เนมพูดเสียงดังแข่งกันเสียงเพลงที่เริ่มดังขึ้นตามเวลาที่ดึกขึ้นบรรยากาศในร้านก็เริ่มคึกคัก เสียงพูดคุยดังกว่าปกติเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
“อืมๆ พี่ฟังอยู่” ทิวเอียงหูเข้ามาหาหน้าคนข้างๆเมื่อเธอเรียกเขาซ้ำๆ
“พี่ว่า เนมโดนหลอกป่าววะ ห๊ะ”
“ใครหลอกล่ะ หืม”
“ก็พี่เคนงาย พี่เคนมันหลอกเนมหรือป่าวอ่า มันทำรึป่าว”
“ไม่หรอก อย่าไปคิดมาก รอฟังเขาก่อน”
“เห๊อะ ฟังหรา นี่เนมยางติดต่อม่ายด้ายยยเลยนา”พูดพร้อมหัวเราะเหมือนสมเพชตัวเองขึ้นมา ทั้งเพื่อนทิวและเพื่อนเนมต่างก็พากันร้องเพลง ยืนโยกอยู่กับโต๊ะสนุกแบบลืมคนที่เครียดอยู่กันเลยทีเดียว
“เนมรักมันหรือเปล่า” ทิว ใช้โอกาสนี้แอบถามความรู้สึกของเนมเขาดื่มไม่มากจึงมีสติครบทุกอย่าง และเป็ห่วงคนเมาที่โวยวายข้างๆ ด้วย
“เอ๊า!! ร้ากกกสิพี่ ไม่รักเนมจะตกลงเป็แฟนกันเขาหรา”คนเมาโวยวายต่อ
“อืม ถ้ารัก ก็อย่าเพิ่งคิดมากมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้”
“เนมกลัวนะ กลัวจะโดนทิ้งทั้งๆ ที่เพิ่งคบกานอ่ะ”
“ไม่ต้องกลัวนะ หากมันทิ้งเนม หรือทำให้เสียใจ บอกพี่พี่อยู่ใกล้ๆ เนมเสมอ” เขาจงใจพูดใกล้หูเนมเพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยินแต่ก็ไม่แน่ใจนักว่าคนเมาจะได้ยินและเข้าใจสิ่งที่เขาพูดหรือไม่
“อ่าๆๆ ด้ายๆๆ เนมจะคิดถึงพี่คนแรกเลยนะ”พูดจบคนเมาก็ทิ้งหัวพิงไหล่เขาแล้วนิ่งไป ทิวเขย่าตัวเบาๆ แต่ก็ไม่เป็ผลคนตัวเล็กหลับไปแล้ว
ทิว ปอนด์แยมและเนมนั่งรถคนเดียวกันมาจอดยังคอนโดของเนม ส่วนนุขับรถของฟ้าใสตามหลังมาแยมและฟ้าใสเป็คนหิ้วปีกเนมขึ้นลิฟต์ไปถึงชั้นที่เนมอยู่เมื่อลิฟต์เปิดออกก็เห็นเคนยืนกดโทรศัพท์อยู่ที่หน้าห้องของเนม
“พี่เคนทำไมมาอยู่นี่”