กระจกรถเลื่อนลงมา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของฮั่วจิ่ง "นี่ พี่เจียงมั่ว พี่มาทำอะไรตรงนี้? แถมยังลากกระเป๋าเดินทางมาด้วย อย่าบอกนะว่ากำลังเล่นมุกหนีออกจากบ้านอยู่?" น้ำเสียงของเขาฟังเหมือนกำลังรอดูเื่สนุกอย่างเห็นได้ชัด
ในขณะที่ฮั่วหลินเชินเปลี่ยนท่านั่งด้วยความรำคาญ ตอนแรกเขาคิดว่าที่ฮั่วจิ่งสั่งจอดรถกะทันหันจะมีธุระสำคัญอะไร ที่ไหนได้ แค่บังเอิญเจอผู้หญิงที่คิดไม่ซื่อคนนั้น ช่างน่ารำคาญเสียจริง
เจียงมั่วตั้งใจจะกลอกตาใส่ฮั่วจิ่งสักที แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นว่าฮั่วหลินเชินก็อยู่ด้วย เธอจึงปรับสีหน้าให้ดูเรียบร้อยขึ้นทันที ก่อนจะเดินเข้ามาเคาะกระจกรถ
ฮั่วจิ่งเห็นเธอยืนตากฝนอยู่ทั้งตัวก็รีบโวยวายขึ้นมา "นี่พี่ซื่อบื้อหรือเปล่าเนี่ย? ฝนตกหนักขนาดนี้ทำไมไม่กางร่ม?"
ยังไม่ทันที่เจียงมั่วจะได้อ้าปากพูด ฮั่วจิ่งก็เปิดประตูรถออกทันที "ขึ้นมาคุยข้างบนก่อนสิ"
เจียงมั่วไม่ได้ตอบอะไร แต่คิดในใจอย่างชื่นชม เ้าเด็กนี่ก็มีน้ำใจเหมือนกันนี่นา
ทว่าพอเธอหย่อนก้นนั่งลงบนรถ ฮั่วจิ่งกลับขยับตัวหนีไปข้าง ๆ ด้วยความรังเกียจ "อยู่ห่าง ๆ ผมหน่อย เผื่อพี่เป็หวัดแล้วติดผมขึ้นมาจะทำไง?"
เธอขอถอนคำพูดเมื่อกี้แล้วกัน
ฮั่วหลินเชินขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ก็ไม่ได้ไล่เธอลงจากรถ ฮั่วจิ่งเห็นแบบนั้นจึงได้โอกาสบ่นเจียงมั่วต่อทันที "ฝนตกหนักขนาดนี้ทำไมไม่กางร่มตอนออกมาข้างนอก อย่าบอกใครนะว่าเป็ติวเตอร์ของผม ผมกลัวคนอื่นจะสงสัยในระดับไอคิวตัวเอง"
เจียงมั่วแอบระอาใจเล็กน้อย ก่อนจะตอบเขากลับไปเรียบ ๆ ว่า "ไม่ได้พกร่มมา แล้วจะให้กางยังไงล่ะ?"
ฮั่วจิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง จากนั้นจึงเปลี่ยนเื่ถาม "แล้วทำไมพี่ถึงมาอยู่ตรงนี้ ยัยกู้หลิงเยว่อะไรนั่นบอกว่าจะให้พี่กลับบ้านพร้อมกันไม่ใช่เหรอ?"
"กลับแล้ว แล้วก็โดนไล่ออกมาแล้วด้วย คืนนี้มีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่จะต้องกลายเป็คนเร่ร่อนอยู่ข้างถนน ท่านผู้ใจบุญตระกูลฮั่วคะ คุณพอจะมีความเมตา รับเลี้ยงฉันคนนี้ไว้หน่อยได้ไหม ฉันยอมเป็ติวเตอร์ให้ฟรี ๆ เดือนหนึ่งเป็การตอบแทนเลย!"
ฮั่วจิ่งถึงกับสะดุ้งโหยงทันที "อย่าเลยดีกว่า ผมยอมให้พี่มาเป็วัวเป็ม้ารับใช้ยังดีซะกว่า!"
"เป็วัวเป็ม้าในคราบติวเตอร์น่ะเหรอ?"
ฮั่วจิ่งหมดคำจะพูด เขาทำได้เพียงส่งสายตาตัดพ้อไปให้เจียงมั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปตื๊ออาของเขาแทน "อารองครับ อารองแอดวีแชตของยัยผู้หญิงบ้าคนนี้ไปเถอะ อารองคงไม่รู้ แต่วันนี้เธอเอาเอกสารกองเบ้อเริ่มมาให้ผม แถมยังสั่งให้ทำโจทย์ข้อที่เธอติ๊กไว้อีก..." พูดไป ฮั่วจิ่งก็ทำมือทำไม้ประกอบไป โดยเอามือข้างหนึ่งวางไว้บนหน้าขา ส่วนอีกข้างยกชูขึ้นเหนือหัว "เอกสารกองสูงขนาดนี้ ต่อให้ผมไม่กินไม่นอน ไม่พักผ่อนตลอด 365 วันก็ทำไม่หมดหรอก!"
เจียงมั่วส่งเสียงหึในลำคอก่อนจะปัดมือเขาลง "จะเยอะขนาดนั้นได้ยังไง? อย่างมากก็แค่เท่านี้เอง!"
เธอปรับระดับความสูงที่ฮั่วจิ่งทำมือไว้ให้ลดลงมาครึ่งหนึ่ง
"...นั่นมันก็ไม่ใช่ปริมาณงานที่มนุษย์ปกติจะทำไหวอยู่ดีนั่นแหละ!"
ฮั่วหลินเชินรู้สึกว่า พวกเขาสองคนเถียงกันจนน่าปวดหัว จึงคว้ากระเป๋านักเรียนของฮั่วจิ่งโยนไปตรงกลางระหว่างทั้งสองคนทันที "หาติวเตอร์มาเอง ก็รับกรรมไปเองแล้วกัน!"
ฮั่วจิ่งถึงกับอึ้งไป ก่อนจะกุมขมับ อ้าว! นี่คุณอารองไม่ได้อยู่ข้างเขาแล้วเหรอเนี่ย?
เจียงมั่วสบตาเขาพลางหัวเราะชอบใจ "ดีเลย เดี๋ยวฉันจะนั่งเฝ้านายทำเอง"
ฮั่วจิ่งได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองอารองพลางตัวสั่นเทา แล้วเอ่ยขอเจรจาอย่างนอบน้อมระมัดระวัง "อารองครับ ผมรู้สึกว่าในรถมันอับ ๆ นิดหน่อย พวกเราสลับที่นั่งกันดีไหมครับ?"
ฮั่วหลินเชินเค่นยิ้มเ็าส่งกลับไป สายตาบอกความหมายชัดเจนว่า ฝันไปเถอะ จากนั้นเขาก็หลับตาลงด้วยความเพลียเล็กน้อย เพื่อพักสายตาสั้น ๆ
...
ทางด้านกู้เหลียน เขารีบร้อนออกตามหาเจียงมั่วด้วยความกระวนกระวายใจ พลางกดโทรศัพท์หาเธอไม่หยุด แต่ทุกครั้งที่กดโทรไปก็มีเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติว่าปลายทางปิดเครื่องอยู่ เขาคลึงหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะพิงหลังเข้ากับเบาะรถอย่างหมดแรง
พ่อบ้านอดไม่ได้ที่จะช่วยปลอบ "คุณชายใหญ่ครับ อย่ากังวลเกินไปเลย ฝนตกหนักขนาดนี้คุณหนูรองน่าจะไปได้ไม่ไกล ดีไม่ดีอาจจะแวะหลบฝนอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้ครับ"
กู้เหลียนหันไปมองนอกหน้าต่าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล "หวังว่าจะเป็อย่างนั้นนะ"
เขากดโทรหาเจียงมั่วอีกรอบ ทว่าสิ่งที่ได้รับก็ยังคงเป็เสียงตอบรับแบบเดิม กู้เหลียนมองโทรศัพท์มือถือตาค้าง เริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ "พ่อบ้าน คุณว่ามั่วมั่วปิดเครื่องหนีไปเพราะผิดหวังในตัวพวกเรามากหรือเปล่า? แต่ก็ใช่แหละ นิสัยแย่ ๆ แบบเ้ารอง ถ้าลองได้ดื้อแพ่งขึ้นมาก็ไม่มีใครเอาอยู่ มั่วมั่วต้องขวัญเสียมากแน่ ๆ "
แววตาของพ่อบ้านไหววูบ ในใจนึกสงสัยว่าคุณชายใหญ่กำลังเข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับคุณหนูรองอยู่หรือเปล่า? ตอนที่เห็นคุณหนูรองเดินจากไปเมื่อกี้ ท่าทางเธอดูกระฉับกระเฉงมากเลยนะ "คุณชายใหญ่ครับ บางทีเื่มันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คุณชายคิดก็ได้นะครับ ผมรู้สึกว่าคุณหนูรองไม่น่าใช่คนขี้ขลาดตาขาวขนาดนั้น"
กู้เหลียนโบกมือ ตอนนี้เขายังคงจมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้าของตัวเอง "คุณไม่รู้อะไร บางคนภายนอกดูเข้มแข็ง แต่จริง ๆ แล้วจิตใจเปราะบางจะตาย ความเข้มแข็งมันก็แค่เปลือกนอกที่พวกเขาเอาไว้ใช้ปกป้องตัวเองเท่านั้นแหละ... อยู่โรงเรียนก็โดนรังแก พอกลับมาบ้านยังถูกพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองไล่ออกจากบ้านอีก คุณลองคิดดูสิ ถ้าเื่นี้เกิดขึ้นกับคุณ จิตใจคุณจะไม่พังเลยเหรอ?"
"เอ่อ..."
"มั่วมั่วของเราน่าสงสารจริง ๆ เป็เด็กผู้หญิงที่รันทดมากแท้ ๆ ถ้าขนาดฉันยังไม่สนใจไยดีเธออีกคน เธอจะยังััได้ถึงความอบอุ่นบนโลกใบนี้อยู่ไหม?"
พ่อบ้านยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อเย็น ๆ บนหน้าผาก ที่จริงเขาอยากจะบอกว่าไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ตอนคุณหนูรองเดินไป เธอดูไม่ได้เป็อะไรเลยจริง ๆ
เขาละสายตาพลางส่ายหน้าเบา ๆ แต่พอเงยหน้าขึ้นมา ก็ประจวบเหมาะกับที่เห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ท่ามกลางสายฝนพอดี ในใจยังแอบชมว่าป้ายทะเบียนรถคันนี้พิเศษ
แต่ในวินาทีต่อมา เขาเหมือนจะเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย
พ่อบ้านรีบควานหาแว่นสายตายาวออกมาสวม แล้วรีบเรียกกู้เหลียนทันที "คุณชายใหญ่ รีบดูเร็วครับ! ข้างหน้านั่นใช่คุณหนูรองหรือเปล่า?"
กู้เหลียนตื่นตัวขึ้นมาทันควัน เขารีบเงยหน้าแล้วหรี่ตามองตามทิศทางที่พ่อบ้านชี้ "เหมือนจะใช่ เอ๊ะ ทำไมเธอถึงขึ้นรถคันนั้นล่ะ พ่อบ้าน รีบขับตามไปเร็ว!"
พ่อบ้านที่ได้ยินคำสั่งก็ตอบสนองอย่างฉับไว แต่เพราะฝนตกหนักเกินไปบนถนนจึงเต็มไปด้วยละอองน้ำ ทำให้ทัศนวิสัยยิ่งต่ำลงไปมาก ขับตามไปได้ไม่เท่าไหร่ก็คลาดกันจนได้
พ่อบ้านเช็ดละอองน้ำบนกระจกรถ พลางเอ่ยขอโทษด้วยความรู้สึกผิด "ขอโทษด้วยครับคุณชายใหญ่ แต่คุณชายไม่ต้องกังวลไปนะครับ เมื่อกี้ผมจำป้ายทะเบียนรถคันนั้นได้อยู่ เดี๋ยวพวกเราลองเช็กดูว่าเป็รถของใคร เท่านี้ก็น่าจะตามหาคุณหนูรองเจอเหมือนกัน"
ได้ยินแบบนั้น สีหน้าของกู้เหลียนถึงค่อยดูดีขึ้นมา เขาตั้งใจฟังพ่อบ้านท่องตัวเลขชุดหนึ่งให้ฟัง ตอนแรกเขากำลังพิมพ์ข้อความอยู่ แต่พอได้ยินตัวเลข นิ้วของเขาก็ชะงักไป ในเมืองจิงเฉิง ป้ายทะเบียนรถที่พิเศษขนาดนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ ถ้าไม่รวยล้นฟ้าก็ต้องมีอำนาจล้นมือ มั่วมั่วไปรู้จักคนระดับนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?
คิดได้ไม่ทันไร โทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนกะทันหัน กู้เหลียนรีบกดรับสายแล้วถามด้วยความร้อนใจ "เช็กเจอตัวเ้าของรถคันนั้นแล้วเหรอ?"
ทันใดนั้น สีหน้าของกู้เหลียนก็เปลี่ยนไปด้วยความใ "อะไรนะ?! เช็กไม่ได้? เช็กข้อมูลอะไรไม่ได้เลยงั้นเหรอ?"
พ่อบ้านที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับก็เปลี่ยนสีหน้าไปด้วยเช่นกัน เขาหันมามองกู้เหลียน "เช็กไม่ได้เหรอครับ หรือว่าคนคนนั้นมีเื้ัใหญ่โตมาก? แต่ก็นะ คนที่ใช้ป้ายทะเบียนรถแบบนั้นได้คงไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว แต่คุณหนูรองเพิ่งกลับมาได้ไม่นานจะไปรู้จักได้ยังไง..."
พ่อบ้านพูดไม่ทันจบคำ ก็เห็นกู้เหลียนหรี่ตาลงเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นเขาก็ตบเบาะหลังของพ่อบ้านฉาดใหญ่ ท่าทางดูตื่นเต้นขึ้นมานิด ๆ "ฉันน่าจะรู้แล้วว่าใครเป็คนพามั่วมั่วไป ลุงจาง คุณช่วยหาเบอร์ติดต่อของพวกคุณหนูใหญ่ตระกูลฉีให้ฉันหน่อย!"