ตอนที่ 15 ท่านหัวหน้า (2)
ในเวลานี้ ขันทีน้อยสองคนที่นำพวกนางอยู่เดินถอยไปด้านข้างแล้ว เถาซื่อตัวแข็งทื่อ แต่ยังเดินเข้าไปคารวะ “ยินดีที่ได้พบท่านผู้บัญชาการ”
เวลานี้เถาซื่อรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย มีข่าวลือว่าผู้บัญชาการวังนิสัยดุร้ายและเ้าอารมณ์ นางไม่แน่ใจว่าการทักทายยามพบกันซึ่งๆ หน้าเช่นนี้จะเหมาะสมหรือไม่
วังอิ้นหยุดฝีเท้า เขาเพียงพยักหน้าแล้วพูดเบาๆ “ฮูหยินสามเยี่ยไม่ต้องเกรงใจ”
เขารับผิดชอบหน่วยสืบราชการลับ มีหูตาอยู่ทั่วจิงจ้าว แน่นอนว่ารู้สถานการณ์ของตระกูลขุนนางในราชสำนักเป็อย่างดี ฮูหยินสามเยี่ยผู้นี้เป็ฮูหยินของผู้ช่วยกองงานทรัพย์สินส่วนพระองค์เยี่ยอันซื่อ ทั้งยังเป็มารดาของฉุนผินในวัง
เยี่ยอันซื่อเป็คนประพฤติดี ได้ยินว่าบุตรชายเข้าหน่วยองครักษ์อี๋หลวนได้แล้วด้วย แม้แต่ฮ่องเต้ยังชื่นชม คาดว่าฮูหยินสามเยี่ยคงเข้าวังมาได้ด้วยเหตุนี้
สายตาของเขาไปตกอยู่ที่แม่นางน้อยข้างๆ เถาซื่อ แค่ผ่านตาเขาก็แทบลืมไม่ลง จำได้ทันทีว่าเคยเห็นนางที่ไหน
แม่นางน้อยที่กล้ามองตนที่สนามอาชาเทียนเอิน ที่แท้มาจากตระกูลเยี่ย ติดตามฮูหยินสามเยี่ยเข้ามาเยี่ยมฉุนผินในวังได้ แม่นางน้อยคนนี้...คงเป็น้องสาวของฉุนผิน
วังอิ้นสีหน้าท่าทางเฉยเมย แต่กลับมองนางอยู่นานพลางครุ่นคิด ‘แม่นางน้อยที่มีความกล้าหาญเช่นนี้ ตนไม่ได้เห็นมานานแล้ว’
เยี่ยสุยรู้ว่าผู้บัญชาการวังกำลังมองตน จึงก้มหน้าต่ำเล็กน้อย ตัวตนของผู้บัญชาการวังคนนี้ไม่ได้กดดันนางมากนัก ถึงขั้นเรียกได้ว่าเบาจนแทบสังเกตไม่ได้ ทว่านางรู้สึกได้ว่ามีอันตรายร้ายแรงแฝงอยู่ราวกับมีงูพิษรายล้อม
แต่นางไม่หวาดเกรงแม้แต่น้อย เพราะนางมีชีวิตอยู่มามากกว่าหนึ่งชาติ ล่วงรู้ความลับที่ไม่มีใครรู้ ทัศนคติที่มีต่อผู้บัญชาการวังย่อมต่างจากคนทั่วไป ในเวลานี้ เมื่อเห็นผู้บัญชาการวังผู้สง่างามและน่าเกรงขาม นางกลับนึกถึงเพียงจุดจบสุดท้ายของเขา
ผู้บัญชาการวัง...ได้ยินว่าเขาเสียชีวิตด้วยลูกธนูนับพันแทงทะลุหัวใจ แทบหาพื้นที่ดีๆ บนร่างกายไม่พบ แค่คิดถึงเื่นี้ ความกลัวของนางก็เลือนหายไปทันที
สุดท้ายแล้วสำหรับนาง ไม่ว่าจะเป็ผู้บัญชาการวังผู้ทรงอำนาจ หรือหน่วยสืบราชการลับอันน่าสะพรึงกลัว ก็ล้วนแล้วแต่เป็ผู้คนและเื่ราวที่ผ่านไปหลายสิบปี ผู้คนมักหวาดกลัวด้วยความไม่รู้ แต่เมื่อรู้แล้วก็จะไม่หวาดกลัว ถึงตอนนี้ทุกคนจะหน้าถอดสีเมื่อได้ยินเื่หน่วยสืบราชการลับ แต่นางยังคงนิ่งเฉยเป็ปกติ
แม้รู้ว่าชาติก่อนและชาตินี้จะไม่เหมือนเดิม แต่ความตระหนักรู้นี้ยากจะเปลี่ยนแปลง
ผู้บัญชาการวังเกี่ยวข้องกับนางอย่างไรเล่า นางมีเื่ตระกูลเยี่ยต้องคิด ทันใดนั้นนางก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ประการหนึ่ง เพราะนางกลับมาเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ มากมาย เช่นนั้นในท้องของพี่หญิงจะยังมีหลานชายตัวน้อยหรือไม่
นางครุ่นคิดต่างๆ นานาเสียจนไม่รู้ตัวว่าผู้บัญชาการวังผู้มากอำนาจครอบงำราชสำนักยังอยู่ตรงหน้า โชคดีที่วังอิ้นเพียงมองดูนางสักพัก ก่อนจะพาถีฉีจำนวนหนึ่งเดินเข้าวังต่อไป
ทันทีที่เขาจากไป แรงกดดันอันหนักหน่วงก็จางหายไป เยี่ยสุยไม่รู้สึกใดๆ ส่วนเถาซื่อกลับโล่งใจ แต่นางยังคงเม้มริมฝีปากแน่นไม่พูดไม่จา เพียงก้าวเท้าออกจากวังเร็วขึ้นมาก
กระทั่งขึ้นรถม้ากลับจวน เถาซื่อถึงได้ถอนหายใจและเอ่ยเตือนอย่างจริงจัง “อาหนิง เมื่อครู่คือใต้เท้าผู้บัญชาการวังแห่งหน่วยสืบราชการลับ ด้านหลังที่ติดตามมาก็คือถีฉี หลังจากนี้หากเจอคนของหน่วยสืบราชการลับ ต้องอยู่ให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเขาไม่ใช่คนที่จะยั่วโมโหได้...”
ในใจของเยี่ยสุยปรากฏภาพเงาร่างสีแดงเพลิงเมื่อครู่ จากนั้นจึงพยักหน้ารับ “ข้าทราบแล้วท่านแม่ วางใจเถิด”
สตรีในห้องหอเช่นนางจะไปทำอะไรที่ยั่วโมโหหน่วยสืบราชการลับกับผู้บัญชาการวังได้ล่ะ แต่ท่านแม่ย่อมเตือนด้วยความเป็ห่วง นางจึงต้องตอบรับ
รถม้าเคลื่อนตัวช้าๆ พาพวกนางกลับจวนเยี่ย สองแม่ลูกพูดคุยกันเื่ของเยี่ยซวี่ ไม่นานนักเยี่ยสุยก็ลืมเื่ร่างสีแดงเพลิงที่อยู่เื้ันางไป...