“พี่หญิงรีบออกมาดูเถิดเป็ผู้ใดมาหาท่าน!”
เสียงะโตื่นเต้นดีใจของหานหลี่เจียงดังขึ้นทั่วบริเวณจนทุกคนในเรือนต้องโผล่หน้าออกมา
ชั่วครู่…สตรีชุดดำจึงปรากฏกายด้วยทีท่าสบายๆ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มมุ่งตรงไปหาแขกผู้มาเยือน เพียงเห็นแผ่นหลังอันคุ้นเคยนางจำได้ในทันทีชิงเสอกำลังยกขนมรินชาส่วนต้าหนิวและหานหลี่เจียงญาติผู้น้องนั่งประกบซ้ายขวาสนทนากับชายสูงวัยอย่างออกรสในบรรยากาศที่เป็กันเอง
“ให้ข้ารอเสียนานเชียวตาเฒ่า!”เกือบครึ่งปีแล้วที่นางและสหายมิได้พบปะกัน
“พอรู้ว่าผู้มาเยือนคือใครข้าแทบเหาะออกจากโรงหลอมไปยังโถงไห่ถังเลยขอรับท่านพี่”
คำพูดซื่อ ๆบอกเล่าอย่างจริงใจช่วยสร้างรอยยิ้มแก่คนทั้งโต๊ะแม้แต่หลิวเย่ยังรู้สึกถูกชะตาบุรุษผู้นี้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ยิ่ง
“น้องชายข้าผู้นี้เป็ผู้หลงใหลในศัสตราวุธหากเ้ามิติดธุระอันใดมาพักอยู่จวนตระกูลหานนาน ๆ ได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ดวงตาของชายหนุ่มพลันเบิกกว้างเปล่งประกายเปี่ยมด้วยความหวังเขารีบพยักหน้าสนับสนุนคำพูดพี่สาวรัวๆ
“ข้าจะช่วยพี่หญิงดูแลท่านเองหากท่านผู้าุโมิรังเกียจ”เขาอาสาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
“งั้นข้าก็ไม่ขอปฏิเสธไมตรีกำลังเบื่อทะเลทรายอยู่พอดีเปลี่ยนทิวทัศน์บ้างคงมิเลว”ผู้เฒ่าหลิวตอบรับลูบเคราอย่างยินดี
“ว่าง ๆ เ้าก็ไปเลือกทำเลเอาเถิดหาก้าสิ่งใดจงบอกกล่าวแก่ต้าหนิวเขาจะรับผิดชอบดูแลสร้างเรือนของเ้าให้แล้วเสร็จ”
“ข้าอาศัยอยู่ได้ตลอดไปเลยรึ?”หลิวเย่เลิกคิ้วถามด้วยความประหลาดใจ
“หากเ้า้าก็ย่อมได้แต่ถ้ามิ้า ข้าย่อมไม่รั้งเ้าเอาไว้สหายคนเดียวข้าเลี้ยงได้คงมิสิ้นเปลืองเหล้าสักเท่าใด”
“เ้าช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า-!”เขาตบโต๊ะหัวเราะเสียงดังอย่างถูกใจ
“ชิงเสอไปแจ้งท่านน้าทีว่าหลิวเย่จะมาพักอยู่กับข้า”
“เ้าค่ะนายหญิง”หญิงงามกระพริบกายหายวับไปในทันที
“ระหว่างนี้เชิญอาจารย์หลิวไปพักเรือนข้าก่อนเถิดขอรับข้าจะรีบกลับไปเตรียมห้องหับประเดี๋ยวนี้” มิเปิดโอกาสให้ผู้เฒ่าหลิวปฏิเสธชายหนุ่มรีบโค้งคำนับก่อนก้าวถอยหลังจากไปอย่างรวดเร็ว
“ต้าหนิวไปพาหลานทั้งสองของข้ามาข้าจะให้พวกเขานอนค้างที่นี่บอกจุ้นโก่วและเหม่ยจีให้ตระเตรียมมื้อใหญ่เชิญทุกคนในจวนมาร่วมสังสรรค์คืนนี้พวกเราจะนั่งดื่มกินกันให้สาแก่ใจ”
“ขอรับนายหญิง” สิ้นคำเงาดำก็เลือนหายไป
“ตามข้าไปห้องหนังสือเถิดตาเฒ่า” สตรีชุดดำพยักพเยิดแล้วเดินนำสหายออกไป
“ความเป็อยู่เรียบง่ายสมกับเป็เ้า”ชายชราเอ่ยชมหลังจากเห็นการตกแต่งและบรรยากาศโดยรอบ
“ชีวิตคนเราแค่กินอิ่มนอนหลับก็เพียงพอแล้วจะไปยึดติดสิ่งใดมากมายความหรูหรารังแต่จะทำให้ชีวิตไร้ความสุขว่าแต่เ้าเถิดมีสิ่งใดแปลกใหม่มาอวดข้าเล่า…..”
หลิวเย่ทยอยหยิบสิ่งประดิษฐ์ใหม่ออกมาค่อย ๆวางเรียงรายลงบนโต๊ะ มีทั้ง เกราะ โล่ และร่มสีดำคันใหญ่ลวดลายดูแปลกตา
“ศัสตราวุธโจมตีเ้ามีมากแล้วแต่ยังขาดยุทธภัณฑ์บางอย่าง ข้าจึงคิดค้นเสื้อเกราะอ่อนพฤกษา เกราะเมฆา โล่ดาราและร่มสุริยันจันทราออกมา”
จากนั้นชายชราก็เริ่มอธิบายคุณสมบัติและวิธีการใช้งานของเครื่องป้องกันทุกรูปแบบสตรีชุดดำยืนฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
“เ้ามิเคยทำให้ข้าผิดหวัง”จ้าวซินผิงยิ้มออกมาน้อย ๆ เมื่อสหายพูดจบ นางรวมรวบอาวุธยุทธภัณฑ์เก็บไว้ในวงแหวนเฮยต้ง
“นายหญิงเ้าคะมื้อเย็นจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว พวกเรารอพวกท่านอยู่ที่ศาลาเ้าค่ะ”เหม่ยจีโผล่หน้าเข้ามารายงานเสียงใส
ราตรีนี้เรือนจู๋จื่อค่อนข้างคึกคักผู้คนในตระกูลทยอยมากันเกือบครบ จนต้องแบ่งที่นั่งออกเป็สามกลุ่ม บุรุษ สตรีและเด็ก มีบ่าวไพร่มาคอยรับใช้ทุกคนต่างพูดคุยหยอกล้อเสริมสร้างบรรยากาศงานเลี้ยงให้ครื้นเครง
หลังจากที่เข้ามาอยู่ในจวนหลิวเย่สามารถปรับตัวเข้ากับทุกคนได้ดีใน่แรกเขาและหานหลี่เจียงมักขลุกอยู่ในโรงหลอมศัสตราบอกเล่าเื่ราวแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการสร้างอาวุธ
จวบจนเรือนมู่กงสร้างเสร็จผู้คนในจวนจึงพากันแวะเวียนมาเสมอ เพราะความใจดีมีเมตตานิสัยร่าเริงสนุกสนานทำให้หลิวเย่เป็ที่ชื่นชอบไม่น้อย
“ท่านตาหลิวขอรับเกมเก้าห่วงที่ท่านทำให้พี่เสียนมันยอดเยี่ยมมาก ข้าอยากได้บ้างสักชิ้น”นิ้วมือเล็กอวบอ้วนค่อย ๆ บรรจงบีบนวดชายชราอย่างประจบประแจง
“เ้ายังเล็กนัก เกมเก้าห่วงนั้นยากเกินไปข้าสร้างม้าไม้ให้เ้าแทนดีหรือไม่?” ชายชรากล่าวอย่างเอ็นดู
“ไชโย! ขอบคุณมากขอรับท่านตา”ร่างอ้วนกลมของลี่เซียวน้อยะโโลดเต้นไปรอบห้องด้วยความดีใจ
บรรยากาศภายในเรือนมู่กงมักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเจี๊ยวจ๊าวเพราะที่นี่เต็มไปด้วยของเล่นและสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่ให้เหล่าหนูน้อยได้เปิดหูเปิดตาอยู่เสมอ
“แย่แล้วขอรับ!นายหญิงหลันเกิดเื่แล้วขอรับ!” น้ำเสียงตื่นตระหนกของจุ้นโก่วดังลั่นทั่วหุบเขาแต่เช้า
“เกิดสิ่งใดขึ้น!” ชิงเสอโผล่หน้าออกมาเป็คนแรกในมือถืออ่างล้างหน้ากำลังตระเตรียมนำเข้าไปวางในห้องของจ้าวซินผิง
“จู่ ๆนายหญิงหลันก็ล้มลงจนบัดนี้ยังสลบไสลไม่ฟื้นเลยขอรับ”หนุ่มน้อยเล่าความอย่างร้อนรนอุบัติเหตุในจวนครั้งนี้เป็ถึงหนึ่งคนสองชีวิต
“ชิงเสอเ้ารีบตามมา!” สิ้นคำสตรีชุดดำกระพริบหายไปราวกับสายลม
“หลันเอ๋อร์เป็เช่นไรบ้างท่านน้า” จ้าวซินผิงไถ่ถามอาการอย่างรวดเร็ว
“เมื่อเช้านางเข้าไปเก็บสมุนไพรที่เรือนฮุ่ยหลันจู่ ๆ ก็ล้มลงพวกบ่าวไพร่พากันตกอกใรีบวิ่งมาตามคนแต่กว่าพวกเราจะไปถึงนางก็หมดสติแล้ว หลุนซีบอกว่าชีพจรนางเต้นอ่อนมากเกรงว่าคืนนี้จะไม่รอด”สีหน้าสตรีาุโดูย่ำแย่เหมือนดังกับว่าหากมีใครสักคนไปสะกิดทำนบน้ำตาก็พร้อมจะพังทลายลงมาทันที
ระหว่างที่ท่านน้าเล่ารายละเอียดสตรีชุดดำเริ่มสำรวจตามเนื้อตัวของน้องสาวอย่างรวดเร็ว ม่านตาไร้การตอบสนอง ตาขาวกลายเป็สีม่วงริมฝีปากดำคล้ำ ชีพจรเต้นแ่เบานางััได้ถึงความพยายามต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอดของทารกในครรภ์ถึงแม้กำลังจะหมดแรงนอกจากนี้ยังพบรอยเขี้ยวเล็ก ๆ บริเวณข้อเท้าซ้ายจ้าวซินผิงรู้ในทันทีว่าคือพิษใด
“หลันเอ๋อร์ถูกพิษงูพวกท่านออกไปก่อน ข้าจะรีบลงมือรักษานาง ชิงเสอเ้าไปเรือนสมุนไพรกับเหล่าองครักษ์ตามจับตรีโฆรวิส กลับมาให้ได้”
ในจวนแห่งนี้นอกจากหานหลี่หลันบุตรสาวคนเล็ก ก็มีเพียงจ้าวซินผิงที่มีวิชาแพทย์สูงส่งชีวิตของลูกหลานคงต้องฝากความหวังไว้ที่นางแล้วฮูหยินเฒ่าพยายามควบคุมอารมณ์และเดินออกไปนั่งรอนอกห้องร่วมกับทุกคนอย่างสงบ ยามนี้หัวหน้าสกุลและหานหลี่เหลียงถูกเรียกตัวเข้าวังไปเมื่อหลายวันก่อนนางจึงต้องพยายามใช้สติเผชิญปัญหาอย่างใจเย็น
จ้าวซินผิงรีบป้อนยาร้อยบุปผาโดยใช้เหล้าเทียนถางเป็กระสายยาและฝังเข็มหยกพิสุทธิ์ตามจุดสำคัญเพื่อขับพิษในร่างกาย
สิ้นแสงตะวันชิงเสอ โผล่หน้ามาพร้อมกับงูพิษสามสีตัวเล็กจ้อยถูกบรรจุอยู่ในขวดใสแม้ขนาดตัวน้อยนิดแต่เปี่ยมด้วยพิษร้ายกาจ อสรพิษชนิดนี้โปรดปรานสมุนไพรภูติที่สุดเคราะห์ดีที่สามารถขจัดพิษได้ทันท่วงทีทว่าทารกน้อยในครรภ์กลับต้องใช้พลังปราณเข้าช่วยเหลือ
“ชิงเอ๋อร์ช่วยข้าประคองนาง ข้าจำเป็ต้องถ่ายทอดพลังวัตรช่วยชีวิตเด็กในท้อง”
“ไม่ได้นะเ้าคะไม่เช่นนั้นท่าน!”พูดปรามได้แค่นั้นจ้าวซินผิงก็ยกมือขึ้นห้าม ชิงเสอรู้ได้ในทันทีว่านายหญิงของนางได้ตัดสินใจแล้ว
“ไหน ๆชีวิตข้าก็ใกล้ดับสูญ หากสามารถต่อชีวิตแก่หลานในครรภ์ได้ก็ไม่นับว่าเกิดมาเสียเปล่าแล้ว…..” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว
พลังวัตรสีทองถูกถ่ายทอดเข้าสู่ร่างของหานหลี่หลันอย่างเป็จังหวะโดยมีสาวงามคอยซับเหงื่อและเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน
เสียงไก่ขันบ่งบอกเวลาเช้าวันใหม่บัดนี้สตรีที่นอนอยู่บนเตียงร่างกายเริ่มฟื้นตัว ริมฝีปากและใบหน้าปรากฏเืฝาดเด็กในครรภ์กลับมาเคลื่อนไหวอย่างเป็ปกติอีกครั้ง
เมื่อเปิดประตูก้าวออกไปภาพที่เห็นคือสีหน้าอันทุกข์ทรมานใจของคนในสกุลโดยเฉพาะผู้เป็สามีที่เดินไปเดินมาทั้งคืนไม่ได้หยุด ขอบตาดำคล้ำใบหน้าอิดโรยสะท้อนถึงสภาวะวิตกกังวลและความทุกข์อันหนักหน่วง
“หลันเอ๋อร์ปลอดภัยแล้วไปต้มยาบำรุงตามนี้เถิด” หญิงสาวยื่นเทียบยาให้ หญิงรับใช้ผู้หนึ่งรีบก้าวมารับไว้แล้วย่อกายจากไปในทันที
“ขอบคุณมากขอรับพี่หญิงข้าจะมิลืมพระคุณท่านเลย” ชายหนุ่มคำนับด้วยความดีใจแล้วรีบก้าวเท้าเข้าไปดูอาการลูกเมียในห้อง
“ขอบใจมากนะผิงเอ๋อร์”สตรีาุโเดินเข้ามาจับมือนางอย่างดีใจพลางหยิบผ้าซับน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้ม
“เป็หน้าที่ข้าอยู่แล้วท่านน้าท่านควรรีบกลับไปพักผ่อนอย่าให้ต้องเสียสุขภาพเลย”
“จริงของเ้าข้าจะรีบกลับไปจุดธูปไหว้ขอบคุณบรรพบุรุษที่ช่วยปกป้องคุ้มครองลูกหลานให้ปลอดภัยสะใภ้รองประคองข้าออกไปที” หานซูหลินรีบก้าวเท้าเข้ามาประคองแม่สามีตามคำสั่ง
ครั้นสตรีสองนางกลับถึงเรือนจู๋จื่อจ้าวซินผิงก็กระอักเืหลายครั้งแล้วล้มลงสลบแน่นิ่งไป
ในความฝันนั้น สตรีผู้หนึ่งซึ่งมีรูปลักษณ์เหมือนกันกับนางมิมีผิดเพี้ยนลอยคว้างอยู่กลางอากาศหลังจากต่อว่าต่อขานบุรุษตรงหน้าด้วยความเจ็บแค้นหญิงสาวก็ควักหัวใจตนเองออกมาขณะร่างของนางกำลังค่อย ๆสิ้นสลายถ้อยคำสุดท้ายที่เปล่งออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาหลั่งริน…..
“เกิดชาติหน้าข้าจะไม่รักเ้าอีก!”
คำพูดนั้นดังกึกก้องวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้นางใจนสะดุ้งตื่น!
“ครานี้ข้าหลับไปกี่วัน”สตรีชุดดำเอ่ยปากถามคนสนิท
“สามวันสามคืนเ้าค่ะนายหญิงหิวหรือไม่เ้าคะ ข้าจะไปต้มโจ๊กร้อน ๆ ให้ท่านทาน”นางรีบเดินออกไปเมื่อเห็นจ้าวซินผิงพยักหน้า
่นี้สตรีชุดดำมักฝันประหลาดฝันเช่นเดิมซ้ำ ๆ บ่อยครั้งอย่างน่าแปลกใจ หญิงสาวผู้นั้นคือใครกันนะและมีความเกี่ยวข้องอันใดกับนาง?
“หลันเอ๋อร์เป็เช่นไรบ้าง?”จ้าวซินผิงถามขึ้นพลางเช็ดปากหลังมื้ออาหาร
“นายหญิงหลันหายดีแล้วเ้าค่ะบุตรในครรภ์ก็ปลอดภัยแล้ว นางถามหาท่านด้วยอยากมาขอบคุณด้วยตนเอง”
“แล้วเ้าบอกนางเช่นไร?”
“ข้าบอกว่าในการรักษาครั้งนั้นท่านสูญเสียพลังวัตรไปมากจึงเข้าด่านกักตัวหลายวันเ้าค่ะ”
“ดีมาก! เห็นทีข้าคงต้องหาเวลาไปเยี่ยมพวกนางสักหน่อย”
ั้แ่หานหลี่หลันเกิดเื่หานฮูหยินได้ให้บุตรีทั้งสองย้ายมาอยู่ในเรือนท่วนเจี่ยอันกว้างขวางเพื่อดูแลพวกนางอย่างใกล้ชิด
“พี่ซินผิง!” สตรีสองนางเอ่ยทักพร้อมกัน
“พวกเ้าเป็เช่นไรบ้างวันนี้ข้าเตรียมยาสมุนไพรภูติสำหรับบำรุงครรภ์ให้พวกเ้าต้มดื่มคนละชุดรับรองยานี้ไม่ขม”หญิงสาวอมยิ้มหันไปมองหน้าหานหลี่ฮวา
“ท่านช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก”สตรีที่ถูกจ้องหน้ายิ้มขวยเขิน นางกินยายากมาแต่เด็กเพราะมิชอบรสขมฝาด
“ได้พี่หญิงช่วยเหลือข้ากับลูกถึงได้รอดปลอดภัยขอบคุณท่านมาก”หญิงสาวกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจพลางลูบพุงโตของตัวเองเบา ๆ
“ทีหลังเ้าต้องระวังล่ะบัดนี้มิใช่เพียงแค่ชีวิตเดียวแล้ว”
หานหลี่หลันพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
“ท่านรักษาพิษงูเช่นไรเ้าคะ?ได้ยินว่างูชนิดนี้มีพิษร้ายกาจ” หานหลี่ฮวาถามขึ้นอย่างสนใจ
จ้าวซินผิงหยิบขวดยากระเบื้องเคลือบสีชมพูขึ้นมาสองขวดวางลงตรงหน้าพร้อมกับบันทึกตำรับยา
“นี่คือยาร้อยบุปผาปรุงจากเกษรดอกไม้ภูติชั้นสูงกว่าร้อยชนิดใช้ขจัดพิษภายในส่วนบันทึกนี่เป็ตำรับยา หลันเอ๋อร์เ้าจงเอาไปศึกษาดูอาจมีประโยชน์ต่อตระกูลในภายหน้า”
หานหลี่หลันเทยาลงบนฝ่ามือแล้วพิจารณาด้วยการดมกลิ่นแยกแยะตัวยาตามวิสัยหมอ
“ข้าเคยได้ยินชื่อยาร้อยบุปผามานานแล้วทว่าพึ่งเคยได้เห็นเป็บุญตาก็ครานี้ ส่วนผสมคงหาได้ยากยิ่ง”
“มิต้องกังวลพรุ่งนี้เหล่าองครักษ์จะนำสมุนไพรภูติของข้ามาลงปลูกไว้ในเรือนฮุ่ยหลัน และจักนำตำราแพทย์บันทึกตำรับยามามอบด้วย หลังจากคลอดลูกแล้ว เ้าก็ค่อย ๆ ศึกษาเอาเถิดลูกหลานคนใดมีวาสนาจงถ่ายทอดความรู้แก่พวกเขา”
“ท่านพี่ใจกว้างยิ่ง!” หานหลี่ฮวาสรรเสริญจากใจจริง
“ความรู้หากไม่เผยแพร่คงตายไปพร้อมกับตัวข้าอย่างไร้ประโยชน์หากมีผู้สืบทอดเก็บรักษาไว้จะสามารถช่วยเหลือผู้คนได้อีกมากมาย”
สตรีสองนางพยักหน้าพร้อมกันต่างเห็นด้วยกับความคิดนั้น
“อ้อ!ข้าปรุงยาขึ้นมาขนานหนึ่งมีส่วนผสมของกำมะถันเพื่อใช้ไล่งูและสัตว์มีพิษตอนนี้ต้าหนิวกับชิงเสอกำลังพาบ่าวไพร่นำไปโรยรอบ ๆ เรือนสมุนไพรแล้วจะได้ไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก”
“พี่ซินผิงช่างรอบคอบยิ่งนัก ขอบคุณที่คิดแทนข้า” หานหลี่หลันกล่าวอย่างซาบซึ้งใจ
“งั้นข้าขอตัวก่อนพวกเ้าจงพักรักษาตัวให้ดี ข้าชอบหลานตัวน้อยอ้วนฟูแข็งแรงน่ารัก”
“เ้าค่ะพี่หญิง!” สตรีทั้งสองนางพร้อมใจกันรับปากด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแววตาเป็ประกายสดใส