วันต่อมาเจียงเฉินก็ยังคงออกไปตรวจเช็คสมุนไพรภายในสวนของตระกูล เพราะเจียงเฉินไม่สามารถจะบ่มเพาะหรือฝึกทักษะใด ๆ ได้เขาเลยถูกโยนมาให้ทำงานภายในสวนสมุนไพร
หลังจากทำงานมาตลอดทั้งวันใน่เย็นเจียงเฉินก็เดินออกมาที่หุบเขาด้านหลังของสวนสมุนไพร เจียงเฉินมักจะมาที่แห่งนี้เสมอเพื่อฝึกฝนร่างกายของเขาเป็ประจำ เพราะเจียงเฉินไม่สามารถที่จะฝึกฝนทักษะอื่น ๆ ได้เขาเลยทำได้เพียงแค่วิ่งไปรอบ ๆ หุบเขาแห่งนี้พร้อมกับยกก้อนหิน หรือเตะต่อยต้นไม้เพื่อฝึกกล้ามเนื้อ โชคดีที่หุบเขาแห่งนี้เป็ส่วนหนึ่งของตระกูลเจียง คนในตระกูลจึงกำจัดสัตว์อสูรในหุบเขาแห่งนี้ไปหมดแล้ว ไม่อย่างงั้นการมาฝึกภายในหุบเขาของเจียงเฉินคงเป็ได้แค่ความฝัน
ในระหว่างที่เจียงเฉินกำลังวิ่งเข้าไปด้านในหุบเขา เจียงเฉินก็ััได้ถึงบรรยากาศแปลก ๆ ภายในหุบเขาแห่งนี้มันเป็ความรู้สึกถึงความสดชื่นและกลิ่นหอมที่แปลกประหลาดทำให้เจียงเฉินรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
เจียงเฉินเดินตามกลิ่นหอมที่แสนสดชื่นไป เมื่อเจียงเฉินค่อย ๆ ตามรอยกลิ่นไปเรื่อย ๆ เขาก็รู้สึกได้ว่าเขาเริ่มเข้าใกล้ส่วนลึกของหุบเขาแล้วจากที่ปู่ของเจียงเฉินเคยบอกเอาไว้ว่า ที่ส่วนลึกของหุบเขานั้นมีสัตว์อสูรระดับปราณฟ้าหลบซ่อนตัวอยู่ และก็ตอนที่ตระกูลเจียงได้เริ่มกวาดล้างหุบเขาแห่งนี้ก็ยังไม่พบตัวมันเลยสักครั้ง
ทำให้เจียงเฉินรู้สึกลังเลเล็กน้อยที่จะก้าวเข้าไปส่วนลึกของหุบเขา
ในขณะที่เจียงเฉินกำลังลังเลอยู่นั้นภสัญชาตญาณ ของเขากลับบอกว่าให้เขาก้าวเข้าไปเพราะไม่อย่างงั้นอาจจะรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต
''ข้าควรจะเชื่อสัญชาตญาณของข้าดีหรือไม่ ?''
เจียงเฉินขบคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจเดินลึกเข้าไปภายในหุบเขา เจียงเฉินค่อย ๆ เดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ระหว่างทางเขาก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรมีเพียงแค่กลิ่นหอมและบรรยากาศสดชื่นที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
สองชั่วโมงต่อมาเจียงเฉินก็มาถึงใจกลางหุบเขานี่เป็ครั้งแรกที่เจียงเฉินเข้ามาภายในหุบเขาลึกขนาดนี้ เจียงเฉินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ใจกลางหุบเขาแห่งนี้เป็แอ่งขนาดใหญ่กว้างหลายร้อยเมตร และลึกกว่าสิบเมตร
เมื่อเจียงเฉินมองไปรอบ ๆ ก็พบกับแสงสีเขียวอมฟ้าส่องสว่างออกมาจากวัตถุบางอย่าง เจียงเฉินรู้สึกอยากรู้อยากเห็นจึงค่อย ๆ เดินผ่านป่าไปยังตำแหน่งที่แสงส่องอยู่
ไม่นานนักเจียงเฉินก็เดินมาถึงยังตำแหน่งที่เขา้า เมื่อมาถึงเจียงเฉินเห็นก้อนศิลาแปลก ๆ ส่องแสงสีเขียวอมฟ้าออกมาพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายที่แสนสงบ และกลิ่นอันหอมหวน เมื่อเจียงเฉินเห็นมันก็ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าทั้งหมดขึ้นเพราะเ้าศิลาก้อนนี้
เจียงเฉินหันซ้ายหันขวาเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับสำรวจอย่างช้า ๆ และพบว่าศิลาก้อนนี้ถูกหลอมขึ้นมาด้วยวิธีที่แปลกประหลาดและถูกทำให้เป็รูปทรงหยดน้ำพร้อมกับการแกะสลักมันอย่างสวยงามและััซ้อนเจียงเฉินคาดเดาว่าลวดลายแกะสลักนี้เป็รูปแบบอาคม
ชนิดหนึ่ง
เมื่อเจียงเฉินจับมันอยู่สักพักเขาก็ััได้ถึงบรรยากาศตึงเคลียดที่กำลังเข้ามาเจียงเฉินไม่รอช้ารีบหนีออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
เพราะเขารู้สึกได้ว่ากำลังมีบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา
หลังจากที่เจียงเฉินวิ่งไปได้ไม่นานเขาก็รับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังวิ่งมา เมื่อเจียงเฉินหันไปก็พบกับสิงโตสีฟ้าคราม สูงประมาณสามเมตรกำลังวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างบ้าคลั้ง
''บ้าจริง ! นั่นมัน สิงโตลายคราม สัตว์อสูรระดับปรารฟ้า ทำไมมันถึงได้วิ่งตามข้ากัน ?!"
เจียงเฉินเก็บศิลาใส่กระเป๋า พร้อมกับออกวิ่ง ด้วยความชำนาญในภูมิประเทศทำให้เขาทิ้งห่างสิงโตลายคราม แต่เพราะเจียงเฉินเป็เพียงคนธรรมดาที่ร่างกายแข็งแรงเท่านั้นทำให้เ้าสิงโตลายครามสามารถวิ่งทันเจียงเฉินได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเจียงเฉินเห็นว่าสิงโตลายครามกำลังใกล้เข้ามา เขาก็เริ่มหน้าซีดทันที เจียงเฉินกัดฟันวิ่งหนีเต็มกำลังพร้อมกับซ๊อกแซ๊กไปตามป่าเพื่อนให้ยากต่อการไล่ตาม
แต่ดูเหมือนจะไม่เป็ผลสิงโตลายครามยังคงใกล้เจียงเฉินเข้ามาเรื่อย ๆ เจียงเฉินวิ่งมาได้ไม่นานก็ต้องหยุดอย่างช่วยไม่ได้เพราะด้านหน้าเป็หน้าผาที่สูงกว่า 100เมตร ไม่กี่วินาทีต่อมาสิงโตลายครามก็ไล่ตามเจียงเฉินทัน
โฮกกกกกก ~
มันขู่คำรามใส่เจียงเฉินพร้อมกับกระโจนเข้าใส่เขา ทำเอาเจียงเฉินถึงกับทำอะไรไม่ถูก นี่เป็ครั้งแรกั้แ่เกิดมาที่เจียงเฉินคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้วเจียงเฉินหลับตาพร้อมกับตั้งการ์ดป้องกันเพื่อหวังว่าพอจะยื้อชีวิตเขาได้ แต่ดูเหมือนจะเป็ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
วิ้งงงงงง ~
ในจังหวะสุดท้ายที่สิงโตลายครามกำลังจะถึงตัวเจียงเฉิน ศิลาที่เจียงเฉินเก็บไว้ในกระเป๋าก็ส่องแสงออกมาพร้อมกับรับการโจมตีของสิงโตลายครามการโจมตีของสิงโตลายครามถูกป้องกันเอาไว้ได้เพราะแสงที่ส่องออกมาจากศิลา แต่ถึงอย่างงั้นด้วยแรงกระแทกมหาศาลก็ทำให้เจียงเฉินกระเด็นตกหน้าผาไป