แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางบานหน้าต่างทะลุลูกไม้ลายโปร่งแยงตาทำให้หญิงสาวอดนึกไม่ได้ว่า ทำไมนายนั่นไม่ปิดไฟ ทั้งที่บอกแล้วว่าง่วงเต็มทนไว้พรุ่งนี้ค่อยติวต่อก็ได้
เอ๊ะ! ติว
ศีรษะเล็กๆ ผงกขึ้นมาอย่างเพิ่งนึกได้
ห้องนอน!
พอบอกไปแล้วก็กลับมาเองอย่างนั้นหรือ
คนงัวเงียลุกขึ้นมานั่งทบทวนเหตุการณ์อย่างฉงนงงแต่สมองเ้ากรรมกลับไม่สั่งการเสียนี่!
ช่างเหอะ! ี้เีระลึกชาติแต่เช้า
ก๊อก! ก๊อก!
“ชมพู่เองค่ะ คุณฟางตื่นหรือยังคะ” เสียงหลงหลังบานประตูเรียกสายตาคนในห้องให้ไปอยู่ที่นาฬิกาเรือนน้อยบนหัวเตียง
แหม! ตรงเวลาจริง
“ตื่นแล้วจ้ะ รอเดี๋ยวนะขอไปวิ่งผ่านน้ำก่อน”
แค่ชั่วระยะเวลาถอนใจยาวเหยียดกับอาการเกาหัวแกรกสองแกรกของคนหน้าห้องไม่ทำให้คิดว่านานเกินรอเมื่อร่างเล็กๆ โผล่พรวดออกมายิ้มแฉล้ม “พร้อมแล้วชมพู่” เ้าของชื่อถึงกับตะลึงอ้าปากหวอ
“ที่ว่าวิ่งผ่านน้ำน่ะ ทำจริงหรือคะ” กองฟางย่นจมูก
“เอาน่า! ไม่ต้องสงสัยให้มากหรอกเปลืองสมอง ว่าแต่..ไอ้ที่ให้เตรียมน่ะพร้อมไหม”ชมพู่ยกสามนิ้ว นาง กลาง ก้อย ขึ้นโชว์
“พร้อมสิคะ ไม่น่าถาม”
“โอเคดีมาก งั้นไปกันเล้ย”ร่างเล็กสืบเท้าเร็วอย่างผู้นำเพราะบ่อยครั้งที่เธอต้องไปจับจ่ายซื้อของทำอาหารด้วยตนเองโดยมีชมพู่เป็ทั้งผู้ตามและลูกมือไปพร้อมกัน
ตลาดสดอยู่ไม่ไกลนักมันเป็ธุรกิจควบของหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่มักอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าผู้อาศัยชมพู่นำ ‘เ้าหวานเย็น’ สิ่งที่นายสาวบอกให้ เตรียมมันคือมอร์เตอร์ไซค์เวสป้าคันโทรมแต่ยังใช้งานได้ดีเยี่ยมเข้าไปไว้ในที่จอดเรียบร้อยแล้วพากันเดินปะปนกับผู้คนมากมายที่กำลังจับจ่ายซื้อของ
“เมนูเช้านี้มีอะไรบ้างคะ” คำถามทำให้กองฟางรีบควักโพยขึ้นกาง
“นี่ไงฉันเตรียมไว้แล้ว ซุปมันฝรั่งใส่น่องไก่อันโต ผัดผักม็อกคารี่ยอดอร่อยแล้วก็...” ร่ายมาเสียยาวเหยียดจนคนฟังอดทึ่งไม่ได้
“โหหหหห เชื่อเขาเลย ยังอุตส่าห์เจียดเวลาเนอะ”
“ก็ไม่เห็นต้องคิดอะไรมากมายนี่ มันมีอยู่ในหัวแล้ว”ทำคุยอีกนั่น
“อย่างนั้นก็เถอะค่ะ นี่ถ้าคุณฟางไม่สั่งไว้นะชมพู่คงไม่กล้ามาเรียกแต่เช้าอย่างนี้หรอก”
“ทำไมล่ะ”
“ก็เมื่อคืนคุณติวหนัก”
“แค่ติวหนังสือ ไม่ได้ไปออกรบสักหน่อย”
“จนดึก”
“ก็แค่ดึก ไม่ได้ยั้นเช้า”
“ถึงกับสลบคาตาจนคุณหนึ่งต้องอุ้มกลับมาส่งที่ห้องนี่นะคะยังทำเก่งอีก” คนฟังเบิกตากว้าง กระบวนการหายใจเสียระบบฉับพลัน
“อะไรนะ!”
กองฟางจับโน่นโยนนี่ลงหม้อซุปอย่างไม่สนใจลำดับก่อนหลังทั้งที่ก่อนนั้นถือเป็เื่สุดพิถีพิถันจนชมพู่เคยออกปากไว้ว่า
“คุณฟางคงต้องปากฉีกถึงรู้หูนั่นแหละค่ะชมพู่ถึงจะจำ”
“ถึงจะฉีกเลยรูหูไปก็จะพูดและย้ำบ่อยๆ ให้จำให้ได้ เข้าใจไหม”
ตอนนี้กลับไม่สนใจสิ่งเ่าั้สักนิด เพราะสมองกำลังฟุ้งซ่านอยู่เื่เดียวคือ..ทำไมนายนั่นถึงไม่ปลุก! กลับทำตัวเป็พระเอกหนังไทยเสียเองทั้งที่เพิ่งพูดใส่หน้ากันหยกๆ ว่าละครไทยน้ำเน่า อย่างนี้ยุงไม่ยิ่งบินหึ่งกว่าเดิมหรือไง
“เอ่ออออ คุณฟาง..” ชมพู่ส่งเสียงครางยาว
“อะไร?”
“กะ..ก็ คุณฟางคนทำไมคะ เพิ่งใส่น่องไก่ลงไป อย่างนี้ก็เหม็นคาวแย่สิ” กองฟางชะงักมือ
“ตายจริง! นี่ฉันเผลอคนั้แ่เมื่อไหร่”
“ั้แ่ใส่ทุกอย่างลงหม้อแหละค่ะ”
“ทุกอย่าง!”
ตายละหว่า
“สูตรใหม่หรือคะ ปกติเห็นต้องรอให้น้ำเดือดปุดๆ แล้วค่อยใส่น่องไก่ลงไปแต่นี่น้ำยังไม่เดือดสักปุดคุณฟางก็ใส่มะเขือเทศกับมันฝรั่งไปก่อนพอน้ำจะเริ่มมีละไอคุณฟางก็คว่ำจานน่องไก่พรวดเลย ละก็คน คน คน...” คนฟังถอนใจเหยียดยาว
หมดกัน
นี่เธอมัวแต่ฟุ้งซ่าน ไม่เข้าเื่ จน ได้เื่เข้าแล้ว
กองฟางหันมาทำหน้าแหย
“สูตรพิสดารน่ะ อย่าจำล่ะ”