คุยกันสักนิด
ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์
ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะ
และไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็กำลังใจให้กับไรท์นะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 25
เมิ่งจือหลันกลับมาให้ความสนใจกับมุกที่เธอแกะออกมาอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้เธอได้มุกมาเกือบสิบเม็ดเลยทีเดียว ทำให้ใบหน้านวลของเมิ่งจือหลันปรากฏรอยยิ้มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม และแน่นอนว่าท่าทางของเธอทำให้ผู้ชมที่กำลังชมสตรีมอยู่นั้น ต่างก็พิมพ์ข้อความกันเข้ามาอย่างมากมาย เพราะว่าพวกเขาต่างก็ชื่นชอบรอยยิ้มของสตรีมเมอร์ด้วยกันทั้งสิ้น ยกเว้นก็แต่เหล่าแอนตี้ที่ยังคงพยายามหาข้ออ้างเพื่อให้สตรีมเมอร์ดูแย่ในสายตาของผู้ชม
หลังจากที่แกะหอยมุกที่จับมาหมดเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็ลงไปในลำธารอีกครั้งเพื่อหาหอยมุกขึ้นมาอีก เพราะว่านอกจากเธอจะนำมาแจกให้กับผู้ชมในสตรีมของเธอแล้ว เมิ่งจือหลันยัง้าที่จะนำมุกเหล่านี้ไปขายในตลาดมืดอีกด้วย
‘ดูเหมือนว่าครั้งนี้ฉันจะสามารถแจกได้มากถึงยี่สิบคนเลยทีเดียว เอาไว้วันหลังฉันจะหาเครื่องประดับที่ทำด้วยมุกมาให้ทุกคนได้เห็นกันนะคะ’
ขำกลิ้ง กลิ้งแล้วขำ : ฉันจะรอดูคะ และฉันก็อยากได้เครื่องประดับในอดีตด้วยเช่นกัน
ขำกลิ้ง กลิ้งแล้วขำ ได้มอบของขวัญ ดาวเคราะห์ดวงน้อย×1
ภรรยาของคุณชายใหญ่ : +1 ฉันด้วย ฉันอยากเห็นแล้วก็อยากได้ด้วย
ภรรยาของคุณชายใหญ่ ได้มอบของขวัญ ดาวเคราะห์ดวงใหญ่×1
เมิ่งจือหลันมองข้อความของผู้ชมทั้งหลายด้วยรอยยิ้ม ยิ่งเธอได้เห็นความสนใจและความ้าของคนในอนาคต เมิ่งจือหลันก็รู้สึกดีใจเป็อย่างมาก เพราะว่ามันคือช่องทางการหาเงินของเธอนั้นเอง อีกทั้งการขายสินค้าให้กับคนในโลกอนาคตนั้น ก็ทำให้เธอได้เงินมากกว่าการขายในตลาดมืดอีกต่างหาก
‘เอาไว้ฉันจะหาเครื่องประดับมาให้ทุกคนได้ดูกันนะคะ แต่ตอนนี้พวกเราไปเดินหาผลไม้กันดีกว่า เพราะว่าฉันอยากจะเก็บมันกลับไปให้พ่อกับแม่ของฉันได้กินด้วย’
หลังจากเมิ่งจือหลันเก็บข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็หยิบตะกร้าขึ้นมาสะพายหลังในทันที เมื่อตรวจสอบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็เริ่มต้นออกเดินทางอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้เธอเดินเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิม แต่ถึงอย่างนั้นเมิ่งจือหลันก็ไม่ได้เดินไปถึงจุดที่ชาวบ้านวางกลับดักสัตว์ป่า เพราะว่าบริเวณนั้นจะอยู่ลึกมากเกินไป และถึงแม้ว่าเธอจะมีเครื่องมือจากระบบสตรีมช่วยเหลือ แต่เมิ่งจือหลันก็ต้องระวังตัวเองเช่นเดียวกัน
ซึ่งระหว่างทางนั้นเมื่อเมิ่งจือหลันพบเจอกับต้นพุทราอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันไม่รอช้ารีบเก็บพุทราเ่าั้เข้าระบบสตรีมในทันที และให้เสี่ยวเป่าของเธอทำการวางขายในร้านค้าต่อไป ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่เสี่ยวเป่าของเธอวางขายพุทราเหล่านี้ ก็ถูกผู้ชมที่เมิ่งจือหลันได้บอกกล่าวในสตรีมรีบไปจับจองเป็เ้าของในทันที และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที พุทราที่วางขายก็ได้หมดลงไป
และแน่นอนว่ามีผู้ชมที่กดสั่งซื้อไม่ทันอีกหลายคนเลยทีเดียว ซึ่งเมิ่งจือหลันก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ เพราะว่าพุทราที่เธอเก็บขายนั้นเธอทำเพียงคนเดียว ดังนั้นจำนวนที่ได้จึงไม่ได้เยอะสักเท่าไหร่
เมิ่งจือหลันจ้องมองไปด้านหน้าด้วยแววตามีความสุข ถึงแม้ว่าผลไม้ที่เธอพึ่งจะพบเจอนี้เป็ผลไม้ที่เธอกินปล่อยที่สุดในชาติที่แล้ว แต่ว่าในยุคนี้เธอพึ่งจะได้เห็นเป็ครั้งแรก และเธอก็รู้สึกดีใจมากอีกด้วยที่ผลไม้ที่เธอพบเจอนี้กำลังสุกพอดีเลยทีเดียว ดังนั้นเธอจึงสามารถเก็บและนำกลับไปให้ครอบครัวของเธอได้กินกัน
‘ทุกคน ฉันพึ่งจะได้เจอกับผลไม้อีกชนิดหนึ่ง ฉันว่าทุกคนที่อยู่ในสตรีมนี้จะต้องชื่นชอบแน่นอน’
‘เสี่ยวเป่า แพลนกล้องสตรีมไปให้เห็นกล้วยสุกที่อยู่ตรงหน้าของฉันที’
[ได้เลยครับ]
ทันทีที่กล้องแพลนให้เห็นผลไม้ตรงหน้า ข้อความของผู้ชมก็เด้งขึ้นมาเป็จำนวนมากเลยทีเดียว นอกจากนี้หน้าจอช่องสตรีมของเมิ่งจือหลันก็เต็มไปด้วยของขวัญที่ผู้ชมต่างก็ส่งมาให้กับเธอกันรัวๆ เลยทีเดียว เพราะว่าผลไม้ชนิดนี้พวกเขาเคยพบเห็นกันมาก่อน แต่ว่ามันมีจำนวนที่น้อยมาก ดังนั้นราคาที่ขายในโลกอนาคตจึงมีราคาที่แพง และแน่นอนว่าผู้ที่สามารถซื้อกินได้ จึงมีเพียงคนที่มีเงินเหลือใช้เท่านั้นที่จะซื้อกิน
อาหารของจือหลันอร่อยมาก : อ๊ากกกก สตรีมเมอร์ ได้โปรดนำมันมาขายเถอะ ฉันอยากจะลองได้ชิมมันจริงๆ สักที เคยแต่ได้กินมันจากช่องสตรีมของสตรีมเมอร์คนอื่น
นักวิจัยที่อยากนอน : สตรีมเมอร์ ฉันก็อยากได้มันมาทำวิจัย เผื่อว่าในอนาคตพวกเราจะสามารถปลูกมันได้มากกว่านี้ ดังนั้นช่วยวางขายในร้านค้าเถอะนะ ฉันจะเกณฑ์คนในศูนย์วิจัยไปซื้อ
เมิ่งอี้เหยียน : วางขายเลยค่ะสตรีมเมอร์ ฉันอยากลองชิมดูเหมือนกัน
เห่อเตี้ยนของเสี่ยวเฉียน : สตรีมเมอร์ ได้โปรดวางขายเถอะนะ
นักวิจัยที่อยากนอน : หรือถ้าสตรีมเมอร์จะใจดี แจกให้ศูนย์วิจัยของพวกเราสักลูกสองลูกก็ได้นะ
นามสกุลอู๋ : ถ้านักวิจัยสามารถปลูกมันได้มากกว่าเดิมก็คงดี สตรีมเมอร์ส่งให้นักวิจัยเหล่านี้เถอะ
เื่สยองสองบรรทัด : +1 ถ้าไม่วางขาย ก็ให้นักวิจัยของพวกเราก็ได้
อาหารของจือหลันอร่อยมาก : +1 เหมือนกัน อยากให้นักวิจัยของพวกเราได้ลองดู เผื่อว่ามันจะดีกว่าสายพันธุ์ที่พวกเรามีอยู่ และแน่นอนว่าเพื่อของอร่อยในวันครั้งหน้าด้วย
เมิ่งจือหลันกวาดสายตามองข้อความที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้เห็นข้อความของนักวิจัยที่ส่งข้อความมาหาเธอ ไม่ว่าจะเป็ทางสตรีมหรือว่าเป็ข้อความส่วนตัวก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งจือหลันได้ให้เสี่ยวเป่าของเธอไปหาข้อมูลมาเสียก่อน ถึงแม้ว่าของเหล่านี้จะเป็ของที่เธอเก็บได้จากในป่าและไม่ได้เสียเงินซื้อมาแต่อย่างใด
แต่เมิ่งจือหลันก็้ามอบให้กับนักวิจัยที่้าจะนำไปวิจัยต่อเพื่อผู้คนในโลกอนาคตจริงๆ ไม่ใช่เพียงนักวิจัยที่้าจะนำไปวิจัยต่อ แล้วนำไปขายให้กับผู้คนในราคาที่แพง
ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเมิ่งจือหลัน ก็ทำให้เหล่าแอนตี้ได้ออกมารวมตัวกันอีกครั้ง เพราะว่าพวกเขาต่างก็บอกว่าเมิ่งจือหลันนั้นอยากจะกักเก็บผลไม้เหล่านี้เอาไว้ขายเองต่างหาก และที่ไม่ยอมรับปากขึ้นมาเสียที ก็เพราะกลัวว่าเมิ่งจือหลันจะขาดรายได้จากการขายผลไม้เหล่านี้ ดังนั้นแอนตี้เ่าั้จึงออกมาต่อว่าและด่าทอเมิ่งจือหลันมากขึ้นเรื่อยๆ
‘ที่ฉันเงียบไป เพราะว่าฉันกำลังให้ระบบของฉันตรวจสอบข้อมูลของนักวิจัยเสียก่อน’
‘ซึ่งฉันอยากจะมอบของเหล่านี้ให้กับคนที่จะนำไปทำประโยชน์ให้กับพวกคุณต่อไป ไม่ใช่การนำไปทำประโยชน์ให้กับตัวเอง ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฉันอาจจะตอบคนที่้านำผลไม้นี้ไปวิจัยต่อช้าหน่อยนะคะ’
‘และแน่นอนว่าถ้าหากฉันเลือกใครแล้ว ฉันจะติดต่อไปหาคนคนนั้นเอง ดังนั้นไม่ว่าจะศูนย์วิจัยไหนที่้า สามารถทิ้งข้อความลับมาหาฉันไว้ได้เลยนะคะ และถ้าหากคุณเป็คนที่ถูกเลือกฉันจะติดต่อไปขอพิกัดของคุณค่ะ’
ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของเมิ่งจือหลันเป็ที่ถูกใจของผู้คนในโลกอนาคตเป็อย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางคนที่ยังไม่ค่อยถูกใจกับคำตอบของเธอ รวมไปถึงแอนดี้อีกหลายคนที่ยังคงพากันถล่มเมิ่งจือหลันอยู่ แต่เธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจอีกต่อไป เพราะว่าเธอได้พูดสิ่งที่้าออกไปหมดเรียบร้อยแล้ว
‘เอาละคะ เรามาลองชิมผลไม้ชนิดนี้กันดีกว่านะคะ’
‘สำหรับในสถานที่ที่ฉันอยู่นี้ ผลไม้ชนิดนี้เรียกว่ากล้วยนะคะ ซึ่งกล้วยจะกินเปล่าๆ เมื่อผลสุกหรือนำไปทำเป็ขนมหรือของทานเล่นก็ได้ค่ะ แต่ถ้าหากผลกล้วยยังไม่สุกเราก็สามารถนำไปทำอาหารและขนมได้หลายอย่างเช่นเดียวกัน’
‘ส่วนของกินที่ทำจากกล้วยที่ยังไม่สุกก็จะมีตำกล้วย กล้วยทอด แกงไก่หรือผัดพริกแกงกับหมูสามชั้นก็ได้ ซึ่งเอาไว้ฉันจะลองทำให้ทุกคนได้ทานกันวันหลังนะคะ’
เด็กดีของต้าวจวิ้น : อร่อยมาก สตรีมเมอร์กล้วยที่เหลือก็วางขายเถอะนะ สักสิบลูกยี่สิบลูกก็ยังดี
ไม่ดื้อนะคะ : +1 ฉันรอสตรีมเมอร์เปิดขายค่ะ
ภรรยาของคุณชายใหญ่ : รอด้วยอีกคน ฉันอยากให้ลูกได้ลองทานบ้าง เพราะว่าที่นี่ราคาแพงพอๆ กับเช่าบ้านอยู่
น้องกระต่ายน่ารัก : เห็นด้วย กล้วยที่นี้ขายกันแพงมาก ฉันรอสตรีมเมอร์เปิดขายด้วยคนค่ะ
เมิ่งจือหลันมองข้อความที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็อยากจะขายให้กับคนเหล่านี้เช่นกัน
‘เนื่องจากวันนี้ฉันเก็บกล้วยได้น้อยเกินไป ดังนั้นคงจะไม่พอวางขายในร้านค้าอย่างแน่นอนและอีกส่วนฉันต้องเก็บเอาไว้ให้ครอบครัวของฉันได้กิน รวมไปถึงที่จะต้องส่งให้กับทางศูนย์วิจัยของพวกคุณ’
‘ดังนั้นน่าจะเหลือกล้วยที่สุกจริงๆ ก็แค่ยี่สิบกว่าลูกเท่านั้น ดังนั้นฉันขอแจกให้กับผู้ชมในสตรีมก็แล้วกันนะคะ และแน่นอนว่าวันนี้เราจะแจกของสองอย่างก็คือกล้วยและมุกที่ฉันเก็บมาก่อนหน้านี้ด้วย’
‘ซึ่งฉันจะให้เสี่ยวเป่าของฉันเป็คนสุ่มผู้โชคดีนะคะ ดังนั้นถ้าหากคนไหนได้มุกแล้ว ก็จะไม่ได้กล้วยไปนะคะ เพราะว่าฉันอยากจะแบ่งให้กับคนอื่นๆ ด้วยค่ะ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจและไม่มีข้อสงสัยกันนะคะ’
หลังจากที่เมิ่งจือหลันพูดจบแล้ว เธอก็ให้เสี่ยวเป่าของเธอทำการสุ่มรายชื่อผู้โชคดีทั้งห้าสิบคน ซึ่งแบ่งเป็ผู้โชคดีที่ได้รับมุกจำนวนยี่สิบห้าคนและผู้โชคดีที่ได้รับกล้วยจำนวนยี่สิบคน และเมื่อเสี่ยวเป่าทำการประกาศรายชื่อผู้โชคดีเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็ไม่ลืมย้ำเตือนให้ผู้โชคดีเ่าั้ส่งพิกัดมาให้เธอทางข้อความลับ เพื่อที่เธอจะได้ส่งของแจกเหล่านี้ไปให้ในทันที
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็ได้บอกลาผู้ชมของเธอและให้เสี่ยวเป่าทำการปิดสตรีมในทันที เพราะว่าอีกไม่นานพ่อแม่ของเธอก็จะได้เวลาเลิกงานแล้ว ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงอยากที่จะกลับบ้านไปทำอาหารไว้รอพ่อแม่ของเธอนั่นเอง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++