เช้ารุ่งขึ้น...
ป๋อเหวินค่อยๆรู้สึกตัวขึ้น เมื่อลืมตาก็รู้สึกปวดหัวด้วยอาการเมาค้าง เขาพยายามลุกขึ้นมาด้วยอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น
“สงสัยเมื่อวานวานจะดื่นหนักไป ข้ามานอนที่นี้ได้อย่างไร”
พอรู้สึกตัวได้ครู่หนึ่ง ป๋อเหวินก็พยายามนึกปะติดปะต่อเื่เมื่อวานก่อนที่จะหลับไปและในวินาทีนั่น ก็มีภาพหนึ่งแวบขึ้นมา
“เจียลี่!”
และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก็เห็นหญิงสาวที่นั่งมองเขาอยู่ ตรงหน้าช่างเหมือนกับภรรยาของเขานัก
“นี้เ้า!ใครให้เอาเสื้อผ้าของนางมาใส่”
“ได้สติแล้วสินะ เมื่อได้สติแล้วเ้าก็รีบแต่งตัวแล้วเราก็เดินทางต่อ เื่อื่นค่อยคุยระหว่างทาง”
“นี้เ้า ใครให้เ้ามาข้าบอกแล้วใช่ไหมว่า...” ป๋อเหวินพูดไม่ทันจบก็โดนคัดเสียก่อน
“หุบปาก! จะให้คนรู้ให้ทั่วเลยไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”ป๋อเหวินเมื่อได้ยินก็นิ่งไป
เซียงหยางได้เปิดประตูออก หาญเกอก็ยืนรออยู่ข้างหน้าห้อง
“จัดการเขาให้เรียบร้อยแล้วตามมาข้าจะไปรอที่รถม้า”
“ครับฮูหยิน”
เมื่อเซียงหยางเดินออกไป หาญเกอก็เข้ามาช่วย ป๋อเหวินล้างหน้าล้างตาและเปลี่ยนชุด พร้อมกับให้ดื่มยาแก้เมา
“ทำไมเ้าถึงเรียกนางอย่างนั่น”
“คุณชาย ฮูหยินบอกว่าไม่ให้พูดสิ่งใดหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ถ้าหากข้าทำเสียเื่ ข้ากับท่าน...” หาญเกอ เงียบเสียง และใช้มือมือทำสัญญาลักษณ์ ปาดที่คอ
“คิดว่าข้ากลัวนางหรือไง”
“แล้วท่านสู้นางได้หรือไม่” ป๋อเหวินส่ายหน้า
“เช่นนั่นไว้ท่านคุยกับนางเองนะครับข้าขอตัว”
หลังจากนั่นทุกคนก็ออกเดินทางโดยที่ไม่พูดสิ่งใดหลังจากที่ออกมาใกล้จากชุมชนแล้ว ก็จอดรถม้าพักที่ข้างทางแห่งหนึ่ง
“เอาละ เราคุยกันได้แล้ว คงไม่มีใครตามเรามา”เซียงหยางพูดขึ้น
“ทำไมเ้าถึงมาที่นี้ข้าขอร้องเ้าให้ไปส่งพวกนาง แล้วนี้อะไร นอกจากจะตามข้ามาแล้วเ้ายังใส่ชุดของเมียข้า หากเ้ายังเสียมารยาทเช่นนี้อีก ข้าจะไม่แกรงใจต่อให้ข้าสู้เ้าไม่ได้ ข้าก็จะสู้กับเ้า”
“นายท่าน อย่าลงไม้ลงมือเลยนะเ้าค่ะเป็พวกข้าเอง พวกข้าขอให้นางพามา ข้าอยากแก้แค้นให้คุณหนูพวกข้าไม่ยอมกลับไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อคุณหนูหรอกนะเ้าค่ะ”
“พวกเ้าเป็แค่ผู้หญิงจะทำอะไรได้ไปที่นั่นมีแต่จะไปตาย”
“ได้สิพวกนางช่วยข้าให้คนอื่นไม่สงสัยฐานะของข้าได้ ถึงท่านจะไม่อยากให้ข้าไปแต่ยังไงข้าก็ต้องไปชิงโจว อยู่ดี”
“ทำไม เ้ามีอะไรที่นั่นกันแน่”
แม้ป๋อเหวินจะทราบมาบ้างว่า เซียงหยางเป็ญาติที่พลัดพรากจากกันไปนานของเจียลี่แต่เจียลี่ก็ยังไม่ได้บอกเื่ราวทั้งหมดเซียงหยางจึงบอกเื่ทุกอย่างให้ทุกคนได้ฟัง
“ฉะนั่นข้าจึงต้องขอยืมสถานะของพี่เจียลี่ชั่วคราวเพื่อหาความเป็ธรรมให้กับตระกูลของข้าและพี่เจียลี่ เื่ของข้าและนางตอนนี้คือเื่เดียวกันถ้าเ้าจะปฎิเสธเช่นนั่นก็ได้ ข้าจะไม่ใช้ฐานะของพี่เจียลี่ และข้าก็จะจากไปแต่ยังไงข้าก็ต้องทำในสิ่งที่ข้าต้องทำ แต่ถึงเวลานั่น เื่ของพี่เจียลี่คนที่ร่วมมือ คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ท่านก็คงยากที่จะสืบหา”
“แต่ถึงยังไง ใจข้าก็มิอาจจะสงบสุขได้เมื่อเห็นเ้าเป็นาง”
“ข้าก็คือน้องสาวของนางถึงข้าจะไม่ได้ใส่ชุดของนาง ข้าก็หน้าเหมือนนางอยู่ดีทำไมหรือใจท่านรักนางที่หน้าตา ความงาม ไม่ได้รักนางที่ตัวของนางแค่เพราะมีคนหน้าเหมือนก็ทำท่านหวั่นไหวได้แล้ว ช่างเปาะบางเสียจริง”
“ไม่ใช่! ไม่ใช่เช่นนั่นข้าเพียงแต่เห็นเ้าแล้วนึกถึงนาง มันทำให้ข้ายิ่งเสียใจ”
เซียงหยางเข้าไปใกล้ป๋อเหวินและกระชากคอเสื้อดึงเข้ามาใกล้ตัว
“ยิ่งท่านเสียใจมากเท่าไรท่านก็ต้องตอบแทนพวกมันให้สาสม ท่านเห็นข้าแล้วนึกถึงพี่เจียลี่ มันก็ดีไม่ใช่หรือเป็การตอกย้ำให้ท่านได้จำความแค้นนี้ หากเื่ทั้งหมดจบลง ท่านไม่ต้องห่วงข้าจะหายไปจากท่านทันที กลับสู้ที่ ที่ข้าเคยอยู่ หลายวันมานี้ข้ารู้ว่าท่านเสียใจท่านคิดว่าท่านสูญเสียคนเดียวอย่างนั่นหรือ ข้าก็เสียใจเหมือนกันญาติเพียงคนเดียวที่ข้าได้พบในรอบหลายปี และอาจจะเป็คนสุดท้ายในโลกนี้ตายจากข้าไป ท่านคิดว่าข้าจะรู้สึกอย่างไรเชื่อไหมว่าข้าสามารถไล่ฆ่าคนทั้งชิงโจวได้ เพียงเพื่อสนองความแค้นนี้ แต่ข้าไม่ทำและข้าก็จะไม่ตาย ข้าจะอยู่อย่างดี มีชีวิตที่ดี และดูคนที่มันทำกับพี่เจียลี่ ให้มันต้องทุกข์ทรมานส่วนข้าจะอยู่เป็สุขกับการทรมานพวกมัน พี่เจียลี่จะได้ไม่ทุกข์ใจและไปสู่สุขติท่านก็ควรเอาอย่างข้า อย่าเสียน้ำตาให้ศัตรูยิ้มดีใจเลย”
ป๋อเหวินเมื่อได้ฟังที่เซียงหยางพูดก็นิ่งเงียบไปพักใหญ่ จมอยู่กับความคิดของตัวเองเมื่อคิดได้จึงยืนขึ้นและคำนับเซียงหยาง
“ข้านั่นรู้ตัวว่าอ่อนแอ ไม่สามารถปกป้องภรรยาไว้ได้แต่ข้าจะไม่โทษตนเอง ข้าจะทำในสิ่งที่ควรทำ นอกจากภรรยาข้าจะเคราะห์ร้ายแล้วยังต้องมีผู้อื่นที่เคราะห์ร้ายเช่นเดียวกัน ข้าจะเอาพวกชั่วพวกนั่นออกมารับโทษให้สาสมจากนี้ขอน้องภรรยาช่วยเหลือ ข้าผู้นี้ด้วย ป๋อเหวินจะไม่ลืมบุญคุณ”
“ดี ในเมื่อเราเข้าใจกันแล้วเราก็มาแยกกันทำงาน เื่ครอบครัวข้า ข้าจะเป็พี่เจียลี่ เข้าไปในตระกูลนั่นและหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาทั้งหมดส่วนขุนนางทางการที่เกี่ยวข้องก็ให้ท่านเป็ผู้ลงมือ หากท่านช่วยข้าข้าก็จะช่วยท่าน ตกลงไหม”
“ตกลง จากนี้ข้าคงเรียกเ้าว่า ฮูหยิน ข้าคงต้องขออภัย”
“เื่เกียรติชายหญิง ท่านยกไว้เถอะข้าไม่ใส่ใจเื่พวกนี้หรอก แค่ท่านอย่าล้ำเส้นก็พอ”
“ได้ เช่นนั่นฮูหยิน เราเดินทางกันต่อเถอะข้างหน้าเราจะเข้าเขตเมืองชิงโจวแล้ว ต้องเข้าไปที่ค่ายทหารนอกเมืองที่นั่นมีคนรอต้อนรับอยู่”
“จากนี้ไป เราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วท่านและหาญเกอ ต้องมาสู้กับข้าวันละ 1 ชั่วยาม”
“ฮูหยินนี้เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ด้วยฝีมืออย่างพวกท่าน หากเจอยอดฝีมือที่แท้จริงก็ตายแล้วอย่างว่า พวกขุนนางหาคนมีฝีมือนั่นยากจริงๆ ข้าจะชี้แนะวรยุทธให้พวกท่านเพื่อจะมีโอกาสรอดตายบ้างก็ยังดีแต่ข้าจะไม่สอนอะไรให้พวกท่านเป็เพียงแค่ชี้แนะวรยุทธที่พวกท่านมีอยู่เท่านั่น”
“รบกวน ฮูหยินแล้ว”
ณ เมืองชิงโจว
“นี้เ้าว่าอะไรนะ นักฆ่าที่จ้างไป ไหนเ้าว่าฝีมือดีนักหนา ตอนนี้นางนั่นก็ยังมีชีวิตอยู่ เดินลอยหน้าลอยตา กำลังจะกลับมา แล้วเอาทุกอย่างไปจากข้า” เกาเข่อชิง ป้าสะใภ้ของเจียลี่
“นายหญิง อย่าเพิ่งโกรธไปในเมื่อนักฆ่าทั่วไปในยุทธภพไม่สามารถฆ่านางได้ข้าจึงได้ติดต่อไปที่นักฆ่าเงาทมิฬแล้ว เพียงแต่ว่า ไม่มีสถานที่ที่เหมาะจะลงมือตอนนี้พวกนางน่าจะถึงที่ค่ายทหารนอกเมือง ที่นั่นมีลูกชายท่านเ้าเมืองอยู่เกรงว่าจะไม่สะดวก แต่ถ้าท่านสามารถหาโอกาสให้นักฆ่าได้ครั้งนี้จะต้องสำเร็จแน่นอน”
“ถ้าฆ่ามันได้แต่แรก คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้แต่ก็ยังดีที่มีฮุ่ยิ่ออกไปกับเนี่ยนเจินข้าจะให้ท่าพ่อบอกฮุ่ยิ่ให้หาโอกาสให้ แต่ครั้งนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด พลาดโอกาสนี้นางต้องมาทวงคืนทุกอย่างไปแน่”
“ครับนายหญิง”
นอกเมืองชิงโจว หน้าด้านเข้าเขตเมืองชิงโจว
“คุณชายเรามาถึงด่านตรวจเข้าเขตชิงโจวแล้วครับ” หาญเกอเรียกป๋อเหวิน
“เ้าเอาตราประจำตำแหน่งพร้อมคำสั่งแต่งตั้งไปให้เขา”
หาญเกอลงจากม้าและนำตราประจำตำแหน่งของป๋อเหวิน ไปแจ้งแก่นายหน้าด่าน เมื่อนายทหารหน้าด่านเห็นจึงรีบไปแจ้งแก่บ้างคนไม่นานนัก ก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมา
“คุณชาย มีคนมาครับ”
ป๋อเหวินลงจากรถม้าทางเซียงหยางและสาวใช้ทั้ง 3 คน ยังอยู่บนรถม้าอีกคัน รออย่างสงบดูสถานการณ์ต่อไป
ไม่นานนักก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาเป็ขบวนใหญ่มีสาวๆนางรำ เดินมาเป็หลายสิบคน และมีกองทหารอีกจำนวนหนึ่ง และในนั่นก็มีเนี่ยนเจิน และ ฮุ่ยิ่
“ข้าน้อยเนี่ยนเจินได้รับคำสั่งท่านเ้าเมืองให้มาต้อนรับ ท่านผู้ตรวจการขออภัยหากปล่อยให้ท่านรอนาน”
“ข้าน้อย แม่ทัพรักษาเมือง ฮุ่ยิ่”พูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็มิตรนัก
“ลำบากท่านเ้าบ้านส่งคนมาต้อนรับแล้ว ข้าเฮอป๋อเหวินได้รับคำสั่งจาก ราชสำนักมาตรวจเมืองชิงโจวในปีนี้หวังว่าท่านทั้งหลายจะต้อนรับ”
“มิได้ มิได้พวกข้ายินดีต้อนรับใต้เท้าอย่างดีที่สุด ข้าได้เตรียมที่พักไว้ให้ใต้เท้าเฮอแล้วและสาวใช้พวกนี้ ข้าก็จัดมาเพื่อดูแลท่าน หวังว่าท่านจะรับน้ำใจของข้าไว้ด้วย”
ในใจของป๋อเหวิน “นี้เ้าพบกันครั้งแรกก็เอาสาวงามมาประเคนให้เลยแบบนี้คิดจะเล่นตลกกับข้าสินะ รู้ก็รู้ว่าข้ามากับภรรยา หากรับไว้ ก็เป็การทำลายเกียรติของภรรยาให้คนได้ตลกแต่หากไม่รับไว้ก็จะเป็การหักหน้าไม่ไว้ไมตรีต่อพวกเ้าเป็แผนที่ดูโง่แต่แอบแฝงความในยิ่งนัก”
“ท่านเนี่ยนเจินเกรงใจไปแล้ว ตัวข้าก็มีคนติดตามมาหากว่ามีพวกนางมากขนาดนี้ เกรงว่าจะยุ่งยากในการดูแลสะเปล่าๆ”
“มากไปเช่นนั่นท่านก็เลือกไปสัก 2-3 คนก็ได้พวกเ้ามายืนตรงหน้าใต้เท้าเฮอ หากใครถูกใจท่าน ก็เป็วาสนาของพวกนางแล้ว”
ในใจป๋อเหวิน “ขนาดข้าบอกปัดยังจะพยายามยัดเหยียด นี้พวกเ้าพยายามให้ข้าดูเป็คนบ้ากามต่อหน้าภรรยาขนาดนั่นเลยหรือ”
“ข้าเกรงว่า นี้คงไม่เหมาะสมนักคือ...ข้าว่า...”
“ทำไมหรือ หรือท่านคิดว่าพวกนางไม่ดีพอหรือท่านคิดว่า ท่านเ้าเมืองจัดคนใช้มาดูแลท่านไม่ดีพอ”
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั่น แต่ว่า...”
“ข้าไม่รับ!” ในสถานการณ์ที่อึกอัดใจนั่นเซียงหยางก็พูดดังสวนขึ้นมา
“ท่านนี้คือ...” เนียนเจินถามขึ้นเหมือนไม่รู้แต่ในใจก็รู้ดี
“ท่านเนียนเจินท่านคิดจะแกล้งข้าอย่างนั่นหรือ”
“มิกล้า มิกล้าข้ามิบังอาจแกล้งฮูหยินใต้เท้าแน่นอน”
“ไหนท่านไม่รู้ว่าข้าเป็ใครข้ายังไม่แนะนำตัว ทำไมถึงรู้ได้ว่าข้าเป็ฮูหยินใต้เท้า”
เนียนเจินทำหน้านิ่งขึ้นเหมือนว่าตัวเองนั่นพลาดเสียแล้ว
“แสดงว่าท่านจำข้าได้ ข้าเองก็จำท่านได้ ถึงจะเห็นไกลๆแค่ครู่เดียวแต่เราก็เจอกันแล้วที่โรงเตี๊ยมการต้อนรับรับของท่านวันนี้เหมือนท่านจะแกล้งข้าเลยนะเอาสาวงามพวกนี้มายั่วสามีข้า”
“อ่อ ข้าก็เพิ่งนึกได้เมื่อกี้นี้เองจึงไม่ได้พูดออกมา ตอนนั่นข้าก็นึกว่าพวกท่านเป็นักเดินทางธรรมดา แต่เมื่อกี้ตอนที่ท่านพูดข้าก็จำได้ว่าท่านเป็สามีภรรยากัน สาวใช้พวกนี้ ท่านพ่อเป็คนจัดมาให้กลัวว่าท่านผู้ตรวจการจะลำบาก ไม่ได้มีเจตนาอื่นเลยจริงๆ”
“เช่นนั่นก็แล้วไปเถอะ ข้าขอรับไว้ด้วยใจแต่การเป็อยู่ของสามีข้า ข้าดูแลได้ ท่านพาพวกนางกลับไปเถอะ”
“แต่เื่นี้ ข้าว่าให้สามีท่านตัดสินใจเองจะดีกว่าเป็ผู้หญิงควรเชื่อฟังสามีจริงหรือไม่”
“พวกท่านเป็อย่างไรข้าไม่สน แต่บ้านข้าสามีข้ารับฟังข้าเสมอ ข้าไม่ชอบพวกนาง ส่วนท่านข้ายิ่งไม่ชอบ”
“ข้าต้องขออภัยแต่ในเมื่อฮูหยินของข้าไม่พอใจ ข้าคงต้องขอปฎิเสธแล้ว”
“เช่นนั่นก็ว่าตามท่านเทอญ”
“เป็ผู้ชายแต่กลัวภรรยา นี้หรือคนเมืองหลวง” ฮุ่ยิ่พูดอย่างดูแคลนเบาๆ
“ทำไมหรือ สามีที่รักภรรยาไม่ทำให้ภรรยาตัวเองต้องเสียใจ มีอะไรให้น่าขันอย่างนั่นหรือหรือท่านไม่รักภรรยาของท่าน หรือเท่านยังไม่มีภรรยา พราะแบบนี้ถึงไม่มีคนแต่งกันท่านส่วนท่านใช้แผนยุยงให้ครอบครัวแตกแยกท่านน่ารังเกลียดยิ่งกว่า”
“ท่าน!ช่างหยาบคายยิ่งนัก”
“ข้าร้อนแล้วเมื่อไรเราจะออกเดินทางไปที่พักกันสักที ป๋อเหวิน ไปกันเถอะ”
“ได้ ได้ ท่านทั้งสองต้องขออภัยภรรยาข้านางคงเหนื่อยจากการเดินทางทำให้นางจิตใจไม่สงบ พวกท่านช่วยนำทางไปที่พักให้ข้าที่”
“ฮูหยินเป็คนตรงไปตรงมา ข้าไม่ถือสาเราไปกันเถอะ”
แล้วทั้งหมดก็จบการสนทนาและเดินทางต่อ โดยมีขบวนของเนี่ยนเจินดูแลป้องกัน ไปยังที่พักนอกเมืองเพราะบ่ายใกล้ค่ำแล้ว
“คุณชาย ผู้ตรวจการคนนี้ ดูเป็คนคลั่งรักไร้ความสามารถเป็แน่แท้ แค่ภรรยาตัวเองสั่งอะไรก็ทำตามนั่นที่เห็นที่โรงเตี๊ยมก็ไม่ผิดไปจากนี้ ข้าว่าเขาคงไม่ใช่คนที่เรา้า”
“หยาบคาย หยาบคายยิ่งนักข้าไม่เคยเจอผู้หญิงที่หยาบคายอย่างนางมาก่อน”
“นี้ท่านยังคิดเื่ของฮูหยินเฮออยู่อีกหรือ”
“เฮอป๋อเหวินเป็ยังไงเราต้องดูต่อไป แต่นางทำให้ข้าสนใจไว้ถึงเมืองก่อน ข้าจะแกล้งให้นางต้องเสียใจ ที่หยาบคายใส่ข้า”
บนรถม้าของของเจียลี่
“คุณหนูเ้าค่ะ ทำไมท่านถึงไม่ให้เกียรติคุณชายเช่นนั่นเ้าค่ะคนอื่นจะมองคุณชายไม่ดีได้นะเ้าค่ะ”
“พวกเ้าจะรู้อะไรพวกเ้าอาจจะไม่ได้ยินที่เขาพูดกัน แต่ข้าได้ยิน เขากำลังลำบากใจ หากข้าไม่ลงไปช่วยเขาปานนี้เราก็คงมีสายสืบติดตามเรามาแล้วเ้าคิดว่าพวกนางทั้งหลายที่ยืนอยู่จะเป็สาวใช้อย่างพวกเ้างันหรือ พวกนางมีวิชาเสน่ห์หาหากใครได้เขาใกล้แล้วละก็ คนๆนั่นคงยอมคลายทุกอย่างที่พวกนางอยากรู้โดยที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกเ้า”
“เป็เช่นนั่นเอง แต่ข้าว่ามันก็ดูจะไม่ค่อยดีนะเ้าค่ะ”
“เ้านี้ ไม่รู้อะไรเลยจริงๆยิ่งศัตรูเห็นเ้าอ่อนแอเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งระแวงเ้าน้อยลงเท่านั่นพวกเ้าค่อยๆดูต่อไปเถอะ”
“ค่ะ คุณหนู”
เดินทางไม่นานนัก ก็ใกล้จะพบค่ำขบวนเดินทางก็มาถึงจวนที่พักรับรอง
“เรียนใต้เท้าที่นี้เป็จวนรับรองของค่ายทหารรักษาเมืองของข้าเองข้าจัดที่นี้ไว้เพื่อรับรองพวกท่าน พรุ่งนี้เดินทางก็จะถึงเมืองหลักหากไม่สะดวกสบายข้าน้อยข้ออภัย”
“ท่านแม่ทัพฮุ่ยิ่ อย่าได้เกรงใจพวกข้าตลอดทางมา ที่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว”
“เช่นนั่น ข้าน้อยขอตัว”
“ชายผู้นี้ดูจะไม่ค่อย ชอบท่านอย่างชัดเจนนะ”เจียลี่กล่าวขึ้นเบาๆ
“ทหารของที่นี้เป็ของสกุลโจวมาตรวจสอบครั้งนี้ เขาก็ต้องไม่ชอบเป็ธรรมดา”
เนียนเจินและลูกน้องเดินเข้ามา
“วันนี้ข้าคงจะไปพักที่ค่ายใกล้ๆนี้กับแม่ทัพฮุ่ย ที่นี้เล็กเกินไปคงจะพักกับพวกท่านไม่ได้ หวังว่าท่านจะไม่ถือสา”
“ดีแล้ว หากท่านพักจวนเดียวกับข้าข้าคงนอนไม่หลับ”
“ฮูหยินดูท่านจะไม่ค่อยชอบข้าสักเท่าไรนะถ้าเป็เื่เข้าใจผิดก่อนหน้า เนี่ยนเจินพร้อมจะขออภัย”
“ข้ามิกล้าก็แค่ผู้หญิงของขุนนางเล็กๆคนหนึ่ง จะให้ลูกชายท่านเ้าเมือง มาเคารพได้อย่างไรแต่ถ้าท่านสำนึกผิดจริงๆ ก็อย่าทำให้สามีข้าลำบากใจอีกก็พอ”
“ได้ ได้ ข้าจะไม่ทำเช่นนั่นอีก” ในใจก็คิด “นางจิ้งจอกเ้าหมายความว่าต่อไปอย่าคิดเป็ศัตรูอีก สามีเ้าข้าไม่ต้องทำอะไรก็มีคนจ้องจะเล่นงานเขาอยู่แล้วแต่ดูเหมือนว่าข้าจะต้องเล่นกับเ้าสักตั้ง”
“เช่นนั่นกองทหารพวกนี้อยู่คอยคุ้มกันพวกท่านขอให้ผู้ตรวจการหลับให้สบายท่านปลอดภัยที่นี้แน่นอน”
“ขอบคุณท่านมาก”
แล้วทุกคนก็แยกย้าย เหลือทหารไว้เพียง 10 นายคอยคุ้มกัน และที่เหลือก็ไปพักในค่ายทหารไม่ใกล้นัก
“ท่านแม่ทัพ ข้าได้สั่ง ตามที่ท่านบอกไว้แล้วครับ” นายทหารผู้หนึ่งกล่าว
“ดีมาก อย่าให้ใครรู้ แล้วทางลูกเ้าเมือง” ฮุ่ยิ่พูดขึ้น
“เขาเข้ามา ก็พักเลยครับ แต่ว่าจะดีหรือครับพวกเขามาพักที่ค่ายของเราแล้ว ถ้าหากพวกเขาเป็อะไรขึ้นมา ยากที่จะพ้นผิดนะครับ”
“ไม่ต้องห่วงไป ถ้าเกิดเื่ เนี่ยนเจินก็ต้องรับผิดชอบด้วยถึงตอนนั่นเขาก็ต้องทำตามที่เราบอก แต่อย่าให้เขารู้ก็แล้วกันอีกอย่างเราไม่ใช่คนลงมือ คนที่ลงมือเป็พวกชาวยุทธ เราก็แค่สร้างเื่ขึ้นมาว่าทุกคนโดนยาสลบหลับทั้งหมด ก็พอแล้ว”
“ครับ ข้าบอกพวกเขาแล้วว่าไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรก็ห้ามเข้าไปในจวน ให้นอนหลับห้ามลุกขึ้นมาจนกว่าจะเช้า”
“ที่นี้เราก็รอดูผลกันเถอะ”
ในจวนที่พักของ ป๋อเหวิน
เจียลี่พูดขึ้น “วันนี้ห้ามใครไปพักเด็ดขาด เราต้องอยู่กันที่ห้องนี้”
“เกิดอะไรขึ้น ทำไม่ไม่ให้ทุกคนแยกย้ายกันไปนอน”
“ั้แ่ที่เข้ามา ก็มีคนดักสุ่มอยู่ด้านในป่า ข้าว่าพวกมันจะต้องโจมตีเราแน่”
“มีมือสังหารอย่างนั่นหรือ!”
“หาญเกอเ้าอย่างเสียงดังสิเดียวพวกมันก็รู้หรอก”
“ข้าขอโทษ ข้าใไปหน่อย”
“แต่เราอยู่ติดกับค่ายทหารนะพวกมันจะลงมือในที่ทางการแบบนี้เลยหรือ และยังมีทหารข้างนอกเฝ้าอยู่อีกมันจะกล้าขนาดนั่นเลยหรือ”
“หึ ข้าใช้วิชาหูสดับพันลี้ พวกเขาพูดกันว่าต่อให้มีเสียงอะไร ก็ห้ามลุกขึ้นมาเด็ดขาด ให้นอนสลบถึงเช้า ท่านคิดว่าอย่างไร”
“นี้เป็ฝีมือของพวกเขาอย่างนั่นหรือ”
“ก็อาจจะใช่ ต้องมีคนรู้เห็นแน่ๆแต่เราก็ไม่รู้ว่าใครเป็คนสั่งการ”
“เช่นนั่นเราจะรอความตายที่นี้อย่างนั่นหรือ”
“ไม่ พวกท่านอยู่ที่นี้ ข้าจะออกไปจัดการเองพวกมันแค่ไม่กี่ 10 คน ข้ารับมือได้อยู่แล้ว”
“ไม่ได้ ถ้าหากเ้าฆ่าพวกมันทั้งหมดพวกมันก็จะไม่บุกมา และเื่ที่เกิดก็จะเป็แค่คนภายนอกฆ่าฟันกันแต่ถ้าปล่อยให้พวกมันเข้ามาที่นี้ มีศพพวกมันเป็หลักฐานอย่างน้อยเราก็สามารถสร้างเื่บีบพวกนั่นได้”
“แต่ว่าพวกข้าไม่เป็วรยุทธนะเ้าค่ะหากพวกมันบุกมา พวกข้าคงตายแน่ๆ”
“จริง หากโจรบุกเข้ามาเยอะแม้ข้าเองก็ปกป้องพวกนางไว้ไม่ได้ ท่านจะทำเช่นไร”
“เช่นนั่นก็เอาแบบนี้ให้พวกนางลงไปอยู่ในกล่องเสื้อผ้า พวกมันจะได้ไม่เห็นพวกนางอย่างน้อยเมื่อพวกมันเห็นท่านกับข้า พวกมันคงไม่บุกมาค้นห้องเว้นแต่ข้าและท่านจะตายพวกมันถึงจะบุกเข้ามา”
“แต่พวกมันมากันเยอะ ข้าฝีมือพอมีบ้าง แต่จะให้รับมือกับมือสังหารนับสิบคงไม่ไหวฮูหยินท่านเป็ผู้เยี่ยมยุทธ ช่วยข้าน้อยได้หรือไม่”หาญเกอพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
“แล้วท่านละ ้าให้ข้าช่วยหรือไม่”
“ข้านั่นถึงจะไม่ใช่ยอดฝีมือแต่ก็ฝีมือดีกว่าเขา แค่นี้ข้ารับมือได้”
“คุณชาย มือสังหารเป็สิบเลยนะครับท่านกับข้าฝึกยุทธมาด้วยกัน ถึงท่านจะมีฝีมือสูงกว่า ก็แค่นิดเดียวเองนะครับนี้ท่านมั่นใจขนาดนั่นเลยหรือ ข้าว่าขอให้ฮูหยินช่วยเถอะครับ”
ป๋อเหวินมองหาญเกอ ด้วยสายตาที่ดุดันพร้อมดึงหาญเกอมาใกล้และพูดเบาๆ
“นี้เ้า จะให้ข้าเสียหน้าหรือไง ข้าบอกว่ารับมือได้ก็ได้สิมั่นใจตัวเองสะบ้าง”
“เอาละ หลายวันมานี้ พวกท่านฝึกกระบี่ข้าพอจะเห็น ฝีมือพวกท่านอยุ่บ้าง การจัดการพวกมันคงไม่ใช่เื่ยาก แต่จะให้ข้าลงมือเองตรงๆถ้ามีคนเห็นเข้าคงจะไม่ดี หาญเกอเ้าไปเอาเม็ดถั่วมา”
“ฮูหยินท่านหิวหรือครับ”
“เ้าจะบ้าหรือไงนางจะใช้เม็ดถั่วสกัดจุดพวกนั่นต่างหาก” ป๋อเหวินใช้เท้าแตะหาญเกอไปหนึ่งที
“ครับๆ”
“ข้าจะใช้เมล็ดถั่วพวกนี้ โจมตีพวกนั่นพวกท่านก็สามารถฆ่าพวกมันได้เลย แต่เหลือไว้สักคนสองคนด้วยเพื่อหาข้อมูล”
“ได้” “ครับฮูหยิน”
แล้วทั้ง 3 คนก็ออกมารอนักฆ่า โดยไม่เกรงกลัว เจียลี่นั่น นำเก้าอี้มานั่งรออยู่หน้าห้องถัดไปด้านหน้าเป็ลานกว้างของจวน ป๋อเหวินและหาญเกอ ก็ยืนรอถือกระบี่อยู่
ณ ค่ายทหารข้างๆ
“คุณชาย ข้าแอบได้ยินเื่ที่ไม่ควรมาครับ”
“มีอะไร ข้ากำลังหลับสบาย”
“แม่ทัพฮุ่ยสั่งลูกน้องที่เฝ้าจวนผู้ตรวจการให้แกล้งสลบถึงเช้า โดยห้ามสนใจไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในจวนนั่นครับ”
“ว่าอะไรนะ นี้พวกเขาคิดจะลงมือกระทั่งในเขตค่ายทหารเลยหรือ มันจะอุกอาจไปแล้ว”
“แล้วเราจะทำอย่างไรครับหรือจะปล่อยให้พวกเขาตายไป”
“ไม่ได้ หากพวกเขาเป็อะไรขึ้นมาข้ากับท่านพ่อจะโดนร่างแหไปด้วย พวกสกุลโจวทำไมถึงใจร้อยนักธรรมดาจะทำอะไรที่แเีกว่านี้ แบบนี้ไม่สมกับเป็พวกเขาเลย”
“ไป ไปดูพวกเขากัน”
“ช้าก่อนคุณชายแม่ทัพฮุ่ยให้คนเฝ้าดูเราอยู่ หากเราออกไป พวกเขาต้องรู้แน่”
“ถ้างันก็ดับไฟ แกล้งว่านอน แล้วพอพวกมันวางใจเราก็แอบออกไป”
“ครับ”
แล้วไฟของห้องพักของเนี่ยนเจินก็ดับลงคนที่เฝ้าดูอยู่ ไม่นานก็ไปรายงาน ทางเนี่ยนเจินก็แอบออกมา แต่ก็ใช้เวลานานพอสมควรในขณะที่ทาง ป๋อเหวิน การบุกก็เริ่มขึ้นแล้ว
ตอนนี้คนชุดดำมากกว่า20 คน ได้ล้อมจวนของป๋อเหวินไว้ทั้งหมด ชายชุดดำเมื่อเห็นเจียลี่ที่นั่งอยู่ก็โบกมือสั่งให้ลงมือทันที
ชายชุดดำมุ่งตรงเข้ามาโจมตี ทางป๋อเหวินและหาญเกอ ก็ชักกระบี่ตั้งรับ ในขณะที่ชายชุดดำกำลังต่อสู้กับป๋อเหวินและหาญเกอก็มีบ้างส่วนรุกเข้ามาเพื่อฆ่าเจียลี่ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วเจียลี่ผู้นี้แท้จริงแล้วคือใครเ้าหอสังหารแห่งสำนักไร้นาน วรยุทธอยู่แถวหน้าในยุทธภพ
เจียลี่เห็นคนที่ก้าวข้ามผ่านป๋อเหวินและหาญเกอมา ก็แอบดีดเมล็ดถั่วออกจากนิ้ว สกัดจุดพวกชายชุดดำ ในความมืดชายชุดดำไม่เห็นเมล็ดถั่วที่ถูกดีดออกมาว่ามาจากทางใด พอโดนเข้าก็หยุดชะงักลงกว่าจะรู้ตัว กระบี่ของป๋อเหวินและหาญเกอ ก็ได้ผ่านลำคอไปแล้วมิทันได้อยู่ต่อเพื่อรู้ความ คนแล้วคนเล่าโดนฆ่าลงอย่างกับใบไม้ล่วงผ่านไปเพียงเล็กน้อยคนก็ตายไปครึ่งหนึ่ง ที่เหลือยังคงต่อสู้ต่อเพื่อฆ่าเจียลี่ให้ได้ และในเวลานั่นเอง
“ท่านผู้ตรวจการ พวกข้ามาช่วยท่าน”
เป็เนี่ยนเจินและลูกน้องคนสนิท เหอะลงมา ช่วยต่อสู้กับพวกชายชุดดำเจียลี่เห็นดังนั่น จึงได้แตะเก้าอี้ให้ล้มลง และตัวเองก็รีบนอนลงกับพื้นทันที
เนี่ยนเจินมาช่วยทำให้การต่อสู้ ไม่จำเป็ต้องงให้เจียลี่ช่วยอีก ไม่นานก็สามารถกำจัดได้ทีละคนทีละคน และคนที่เหลือรอด ท่าว่าจะไม่ดี จึงรีบพุ่งเข้าโจมตีเจียลี่ เจียลี่ก็หนีทำเป็โวยวายใ แสร้งว่าไม่เป็วรยุทธ แต่ชายชุดดำที่โจมตีนางก็ไม่สามารถใช้คมดาบโดนตัวนางได้เลย แม้ปลายเสื้อผ้าหรือปลายผมก็ไม่ขาดสักนิดเจียลี่ยังคงหนี ล้มลุกวกวนไป และใน่สุดท้าย ก็มีกระบี่บินมา แทงเข้าที่ชายชุดดำตายในทันทีเป็เนี่ยนเจินที่ขว้างกระบี่ออกมาเพื่อฆ่าคนชุดดำ และนั่นก็เป็นักฆ่าคนสุดท้าย
เจียลี่หันมองลงไปก็พบว่า คนชุดดำ 20 คนได้ตายลงหมดแล้ว เจียลี่มองไปที่เนี่ยนเจินและเดินลงมาจากที่แกล้งว่ากลัว ก็ไม่มีอารมณ์นั่นให้เห็น เนี่ยนเจินจองมองด้วยความประหลาดใจ
“นี้ท่านคิดจะฆ่าพวกเราอย่างนั่นหรือ”
“ไม่ใช่ เดี๋ยวก่อน ฮูหยินท่านเข้าใจผิดแล้วข้ามาช่วยท่าน”
“หึ ที่นี้เป็จวนรับรองของค่ายทหารรักษาเมืองจะมีโจรบุกเข้ามาได้ง่ายๆเช่นไร เห็นได้ชัดว่าพวกท่าน้าจะฆ่าข้ากับสามี”
“ไม่เป็ความจริงแน่นอนท่านก็เห็นว่าข้ามาช่วยพวกท่าน”
“งันข้าขอถามแม้แต่ตอนนี้ยังไม่มีทหารมาสักคน แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่า พวกข้ามีอันตรายถ้าหากเป็คนในค่ายรู้ ก็ต้องมีทหารออกมาช่วยแล้วมิใช่หรือ นอกจากท่านจะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าพวกข้าจะถูกโจมตีท่านถึงได้มา”
“มิใช่เช่นนั่น พอดีข้านั่นนอนไม่หลับจึงออกมาเดินเล่น บังเอิญได้ยินเสียงคนต่อสู้กัน จึงรีบเข้ามาดูพร้อมกับเป็ทางจวนของท่าน ข้าเลยรีบมาดูเพราะเป็ห่วงพวกท่านและก็เป็อย่างที่ท่านเห็น พวกข้าไม่มีทางคิดฆ่าพวกท่านแน่”
ในขณะที่เจียลี่กำลัง ไล่ถามอยู่นั่น ฮุ่ยิ่ก็รีบวิ่งเข้ามา
“เกิดเื่อะไรขึ้น โจรพวกนี้มาได้อย่างไร”
“มาไวดีนี้ท่านแม่ทัพข้านอนอยู่ในค่ายของท่าน แต่มีโจรกว่า 20 คนบุกมาเอาชีวิต นี้พวกท่าน้าปิดปากคนที่ฮ่องเต้ส่งมาขนาดนี้เลยหรือ” ป๋อเหวินพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“ข้าน้อยมิกล้า นี้ต้องเป็เื่เข้าใจผิดข้าได้ให้ทหารเดินยาม แต่พบว่าทหารที่เฝ้าที่นี้เงียบผิดปรกติพอเข้ามาดูก็พบว่าพวกเขาสลบกันหมด เมื่อได้รับรายงานข้าก็รีบมาที่นี้ทันที ข้าไม่รู้เื่อะไรเลยจริงๆท่านผู้ตรวจการโปรดให้ความเป็ธรรมด้วย”
“ดี ในเมื่อท่านบอกว่าทหารสลบกันหมดงันก็เอาพวกเขามา คนของข้าพอมีความรู้อยู่บ้าง อาจจะแก้พิษยาสลบได้”
“ต้องขออภัย ข้าเกรงว่าจะสายไป”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“จริงๆแล้วพวกเขา ถูกโจรฆ่าตายหมดแล้วตอนนี้ศพพวกเขาก็อยู่ที่ด้านนอก”
“ท่านว่าอะไรนะ นี้ท่าน!”
ฮุ่ยิ่เมื่อรู้ว่าไม่สำเร็จ จึงแอบสั่งให้ฆ่าทหารที่เฝ้าทิ้งทันทีเป็การตัดไฟั้แ่ต้นลม
“คนก็ตายไปแล้ว พวกโจรก็ไม่เหลือรอดเลยสักคนช่างเป็การกลบเกลื่อนที่ดีจริงๆ แต่เอาเทอญ หาคนบ่งการไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมาแต่พวกข้าและสามีมาในครั้งนี้ ทันทีที่เข้าเขตชิงโจว ก็มีพวกท่านคอยดูแล การที่พวกท่านปล่อยให้พวกข้าถูกล้อมสังหารในครั้งนี้คงจะบอกว่า ไม่เกี่ยวกับพวกท่านไม่ได้หรอกนะ ทหารของชิงโจวทำได้เท่านี้หรือเป็ถึงลูกเ้าเมืองมีความสามารถเท่านี้หรือมิสู้พวกท่านชักดาบออกมาแล้วฆ่าพวกข้าตรงนี้เลยไม่ดีกว่าหรือ”
“ฮูหยินท่านกล่าวหนักไปแล้ว พวกข้านั่นไร้ความสามารถจริงๆเป็ข้าเองที่ดูแลพวกท่านไม่ดี เป็ความผิดของข้าเองในฐานะลูกท่านเ้าเมืองและเป็รองเ้าเมือง ข้าขอรับผิดไว้เอง เนี่ยนเจินมีความผิดตามที่ฮูหยินกล่าวเมื่อถึงเมืองแล้ว ข้าจะกล่าวขอให้ท่านพ่อลงโทษ”
“ข้าไม่้าให้ท่านโดนลงโทษ ถึงท่านตายไปแล้วข้าจะได้ประโยชน์อะไรท่านต้องชดใช้ให้กับข้าสิมันถึงจะถูก”
“ความหมายของฮูหยินคือ”
“เื่ก็ผ่านไปแล้ว พวกข้าก็ยังปลอดภัยแต่จะให้ข้ายกโทษให้พวกท่านข้าคงทำไม่ได้ พวกข้ามาที่นี้ก็ลำบาก เงินทองก็มีไม่มากค่าปลอบขวัญในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะได้สักเท่าไร”
“ฮูหยินนี้เ้า!” เจียลี่ยกมือห้ามป๋อเหวิน
“10000ตำลึง”
“พวกข้ามีกันต้อง 5 คนหนึ่งหมื่นตำลึงข้าว่าท่านพี่ เขียนรายงานให้ทางเมืองหลวงเถอะ”
“ห้าหมื่น ห้าหมื่นตำลึง”
“ขอบคุณท่านเนียนเจินมาก ส่วนท่านฮุ่ยิ่ท่านเองก็อีก ห้าหมื่นตำลึงนะ”
“นี้ท่านว่าอย่างไรนะ!ข้าต้องให้ท่านด้วยหรือ” เนี่ยนเจินรีบห้ามฮุ่ยิ่ไว้
“ได้ ได้ ข้ากับฮุ่ยิ่จะหามาให้ท่านหนึ่งแสนตำลึง”
“เท่านี้ข้าค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างหวังว่าเมื่อเข้าเมือง ท่านจะเอาเงินมาให้ข้านะ”
“ได้แน่นอน ตอนนี้ที่ตัวข้ามีอยู่ห้าพันตำลึง ขอฮูหยินรับไว้ และที่เหลือข้าจะเตรียมมาให้”
“ดีไม่ทราบว่าเรือนพักของท่านแม่ทัพอยู่ที่ใด”
“อยู่ในค่ายครับ”
“เช่นนั่นข้าและสามีขอไปพักที่นั่นแล้วกันนะที่นี้มีแต่คนตายข้าคงนอนไม่ได้”
“ได้ ได้ เชิญพวกท่าน”
หลังจากนั่น หาญเกอก็พาสองสาวออกมา และเก็บของไปพักในค่ายเรือนของแม่ทัพในขณะนั่นเองที่เดินออกมา ก็เห็นศพของทหารสิบนายที่เฝ้าอยู่ โดนฆ่าตายจนหมดแต่ป๋อเหวินก็เห็นว่า คมดาบที่ฆ่าพวกเขาเป็ของทหารด้วยกัน มิใช้อาวุธของพวกคนชุดดำ
“ฮุ่ยิ่ใครสั่งให้เ้าทำ”
“รองเ้าเมือง ข้าก็บอกแล้วว่าข้าไม่รู้เื่”
“เ้าโกหกข้า ได้ ได้เื่นี้ไม่จบแค่นี้แน่ คิดจะลากข้าไปผัวพันด้วยอย่าคิดว่าสกุลโจวหนุนหลังเ้าแล้วข้าจะทำอะไรไม่ได้ ที่นี้คือชิงโจวไม่ใช่เมืองของสกุลโจว”
“แล้วแต่ท่านเทอญ ข้าไม่มีอะไรจะพูดกันท่าน”
แล้วทุกคนก็แยกย้าย
ทางป๋อเหวินเมื่อมาถึงที่พักก็ถามในเื่ที่ข้องใจกับเจียลี่
“ทำไมเ้าถึงเรียกรับเงินกับพวกมันทั้งที่พวกมันถูกเราจับได้แล้วแท้ๆ”
“ข้าเกรงว่าท่านจะไม่ทันได้ออกจากที่นี้นะสิและอีกอย่างถึงเนี่ยนเจินจะโกหก แต่เขาไม่ใช่คนของพวกนั่น”
“เ้าว่าอย่างไร ที่แรกข้าก็มั่นใจว่าเป็ฝีมือของเ้าเมืองแต่ถ้าไม่ใช่พวกเขา แล้วจะมีใครอีก”
“ท่านรู้เื่ภายในของเมืองชิงโจวมาดีแค่ไหน”
“ก็ไม่มากแต่ก็พอรู้อำนาจในเมืองว่ามีผู้ใดอยู่บ้าง”
“ท่านรู้น้อยเกินไปเรายังไม่รู้ว่าภายในเป็เช่นไรเลย ท่านจะบุ่มบ่ามไปเพื่ออะไรถึงท่านจะเอาผิดกับเ้าเมืองน้อย แต่แล้วอย่างไร ถ้าพวกเขาไม่ใช่พวกเดียวกันกลายเป็ท่านไปช่วยอีกฝ่ายให้มีอำนาจมากกว่ามิใช่หรือ”
“ก็ถูกเรายังรู้เื่ภายในนั่นน้อยนักรู้แต่เพียงว่าพวกเขาร่วมมือกัน แต่ไม่รู้ว่าร่วมมือกันถึงขั้นใดแต่ข้าก็ไม่ชอบใจอยู่ดี ที่เ้าไปรีดไถเงินพวกเขา แบบนี้เท่ากับข้าเป็ขุนนางฉ้อฉลแล้ว”
“ก็ดีสิ จะได้มีคนเข้าหาท่านให้มากและท่านก็จะได้รู้อะไรได้มากขึ้น การที่ท่านจะเข้าไปแล้วบอกว่า ข้าจะมาจับผิดพวกเ้านะเป็ใครก็ไม่มีทางญาติดีกับท่าน ซ้ำยังจะหาวิธีกำจัดท่านด้วยไม่เพียงแต่ไม่ดีกับงานยังมีภัยอีก ความเที่ยงตรงของท่านต้องปรับไปตามสถานการณ์เพื่อความอยู่รอด และผลสำเร็จของงาน เงินที่ท่านได้มาขอเพียงท่านไม่นำไปใช้ส่วนตัว ท่านก็ไม่ต้องละลายใจอะไรแล้ว”
“แต่ถ้าภรรยาข้าเอาไปใช้ ก็เหมือนกับข้าเอาไปใช้นั่นแหละเ้าจะเอาเงินมากขนาดนั่นไปทำสิ่งใด”
“บ้านไง เราต้องอยู่ที่นี้หลายเดือนเกิดเื่วันนี้ท่านคงไม่คิดหรอกนะว่า จะไปนอกในบ้านที่ศัตรูจัดไว้ให้ ที่เป็เหมือนคอกกับดักรอเขาจับไปเชือดเงินที่ได้มา ข้าจะเอาไปซื้อจวนให้เราทุกคนอยู่อย่างปลอดภัย อย่างน้อยๆเราก็สามารถวางค่ายกลในเรือนของเราได้โดยที่คนนอกไม่รู้ เมื่อจบงานนี้ท่านจะมอบให้ทางการก็แล้วแต่ท่าน”
“นี้เ้าคิดไว้ถึงขั้นนั่นเลยหรือ”
“พอดีข้าจำมาจากผู้ที่สอนข้ามาจนติดเป็นิสัยไปแล้ว”
“ฮูหยินท่านช่างฉลาดและรอบคอบยิ่งนักหากมีท่านอยู่ชีวิตข้ารู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะ”
“นี้เ้า อยู่กับข้าไม่ปลอดภัยหรือไง”หาญเกอมองป๋อเหวิน และค่อยๆ ส่ายหัวเบาๆ
“เ้านี้...ออกไปได้แล้วให้ฮูหยินได้พักผ่อน” แล้วป๋อเหวินกับหาญเกอก็ออกจากห้องไป
“คุณหนูเ้าค่ะท่านช่วยสอนให้พวกข้าเอาตัวรอดในสถานการณ์อย่างวันนี้ได้หรือไม่เ้าค่ะข้าทั้งสองกลัวยิ่งนัก”
“ข้าคงไม่สามารถถ่ายทอดวิชายุทธให้แก่พวกเ้าได้หากนายของข้าไม่อนุญาต”
“ช่างน่าเสียดายจัง แต่ข้ากลัวจริงๆนะ”
“แต่ถ้าแค่ท่าวิ่งหรือท่าก้าวที่ไม่ต้องใช้พลังยุทธข้าพอจะชี้แนะให้พวกเ้าได้ รับรองว่าคนทั่วไปหรือชาวยุทธธรรมดา ตามพวกเ้าไม่ทันแน่ ขอเพียงแค่พวกเ้ามีแรงวิ่งก็พอ”
“จริงหรือค่ะ ขอบคุณ คุณหนู ข้าจะได้หนีได้ไม่ต้องนอนรอความตายอีกแล้ว” แล้วทั้งสองก็ดีใจที่เซียงหยางจะสอนวิชาเอาตัวรอดไว้ให้
เื่เมื่อคืนผ่านพ้นไปการเดินทางก็ยังต้องเดินทางต่อไป พวกของป๋อเหวินได้เดินทางออกจากค่ายทหารนอกเมืองเดินทางเข้ามายังเมืองหลักของชิงโจว
หน้าประตูเมือง...
“ข้าน้อยเ้าเมืองชิงโจวเนี่ยนเปาและเหล่าขุนนางในเมือง ขอต้อนรับผู้ตรวจการ”
“ข้าได้รับพระกรุณามาที่นี้ เพื่อดูความเป็อยู่ของพวกท่านขอพวกท่านเมตตาข้าด้วย”
“มิได้ มิได้ หากท่าน้าตรวจสอบสิ่งใดเราพร้อมยินดีจะร่วมมือ”
แล้วป๋อเหวินก็หยิบม้วนสีทองออกมาจากเสื้อ พร้อมประกาศ
“อันเชิญราชโองการ”
ทุกคนต่างคุกเข่าลง
“ด้วยโองการแห่งฟ้า ขอแต่งตั้ง เฮอป๋อเหวินเป็ผู้ตรวจการเมืองชิงโจว ตรวจสอบทุกข์สุขของราษฎร์การทำงานของขุนนางทุกระดับชั้น ให้เป็ไปตามนโบบายของราชสำนักหากพบความผิดลงโทษตามกฎหมาย จบราชโองการ”
“ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี”
“เชิญท่านผู้ตรวจการเข้าเมืองข้าได้เตรียมที่พักไว้ให้ท่านและครอบครัวแล้ว”
“ขอบคุณท่านเ้าเมืองมาก”
แล้วทุกคนก็ต่างต้อนรับแสดงท่าทีอย่างเป็มิตร และไม่มีใครที่สนใจเจียลี่เลย ได้แต่เดินตามห่างๆ
“ในที่สุดข้าก็ได้กลับมาที่นี้อีกครั้งท่านพ่อท่านแม่ ลูกกลับมาแล้ว”
ในใจของเซียงหยางเต็มไปด้วยความอึดอัดความคับข้องใจ ความห่วงหาอาทร เมืองนี้เป็บ้านเกิดของนาง นางเคยมีความสุขที่นี้และชีวิตก็พลิกกลับสู่ความทุกข์ก็ที่นี้ วันนี้นางได้กลับมา ความรู้สึกในใจยากเกินจะบรรยาย น้ำตาของนางก็ค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆ ในทุกก้าวที่เดินเข้าเมือง
ในใจเซียงหยาง
“อยู่กันสงบสุขดีหรือไม่ ข้าจะทำให้วันคืนที่สงบสุขนั่นจบลง ข้ากลับมาแล้ว”