ตอนที่ 18 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (43)
ปลายนิ้วของอี้เหยียนเจ๋อแตะคันศรในมือเบาๆ “ไม่ต้องแล้ว ข้าจะรีบจัดการเรื่องทางนี้แล้วค่อยกลับไป”
แม้ความรู้สึกนี้จะล้ำค่า ทว่าเขายังกลัวเสียชีพกลางสนามรบแล้วคุณชายของเขาเป็นอะไรไป
ให้กลับไปเสียยังดีกว่า...
อี้เหยียนเจ๋อเดินลงจากหอสังเกตการณ์บนกำแพงเมือง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชา “รวบรวมกองกำลังของเมืองครบแล้วก็ออกเดินทัพได้”
อี้เหยียนเจ๋อในตอนนี้ไม่มีท่าทีอ่อนโยนเหมือนยามเมื่ออยู่ต่อหน้าเหอหรงแม้แต่น้อย ท่าทีเขาเย็นชา สีหน้ามีไอสังหารเยียบเย็นสายหนึ่งโอบล้อมประหนึ่งคมดาบที่เปื้อนเลือดมาอย่างโชกโชน ข่มจนเจ้าเมืองหลิ่วไม่กล้าเงยหน้ามองตรงๆ
เจ้าเมืองหลิ่วตระหนักในใจ ‘นี่ถึงจะเป็นองค์ชายห้าที่แท้จริงกระนั้นหรือ’
เหอหรงรีบกลับไปที่จวนสกุลจี้ บึ่งตรงไปยังเรือนของท่านชายอันหนิง แต่กลับพบท่านชายอันหนิงรำกระบองเขี้ยวหมาป่าอยู่ที่ลานยุทธ์
ท่านชายอันหนิงทั้งตกใจ ดีใจ และนึกปวดใจ จับเหอหรงมาสำรวจ “โยวเอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้ว ทำไมถึงผอมเพียงนี้ สีหน้าก็ไม่ดี เร็วเข้า ไปตามหมอหลวงมา!”
เหอหรง “...” อี้เหยียนเจ๋อ! บังอาจนัก กล้าหลอกเขาได้อย่างไร
อี้เหยียนเจ๋อที่เพิ่งวางกลศึกเสร็จรำพึงในใจ ‘นับอย่างไรคุณชายก็ควรถึงแล้ว หวังว่าเขาพบความจริงแล้วจะไม่โกรธเคืองข้า’
เหอหรงถูกท่านชายอันหนิงทรมาทรกรรมจนหมดแรงโมโหแล้ว หน้าขื่นขมมองถ้วยน้ำแกงปลารสเลิศล้ำตรงหน้า เอ่ยเสียงอ้อนวอน “ข้าดื่มไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอรับ...”
ท่านชายอันหนิงตาแดงก่ำ ปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง “เจ้ามีแผลเต็มตัว เตียเตียเห็นแล้วปวดใจยิ่งนัก บอกไม่ให้ไปๆ เจ้าก็ไม่ฟัง...”
“....ขอรับๆๆ! ข้าดื่ม ท่านไม่ต้องร้องแล้ว” เหอหรงเป็นกังวล เตียเตียของเขาอย่างไรก็เป็นแม่ทัพผู้มีชื่อเสียง หนึ่งกระบองเขี้ยวหมาป่าสู้สิบชายฉกรรจ์ เหตุใดยามร้องไห้ขึ้นมาจึงดูคล้ายสตรีเช่นนี้
เหอหรงถูกคุมตัวให้บำรุงร่างกายอยู่ในจวน กระทั่งฝึกยุทธ์ก็ฝึกไม่ได้แล้ว พรุ่งนี้ทำได้เพียงเดินเล่นในจวน คัดตัวอักษร อ่านหนังสือ
ต่อให้ในใจจะเป็นห่วงอี้เหยียนเจ๋อก็ไร้ประโยชน์ ครั้งนี้ท่านชายอันหนิงเฝ้าคุมอย่างเข้มงวดไม่ให้ข่าวหลุดมาถึงเขาแม้แต่น้อย กระทั่งหลิวซีก็ถูกปิดบังเงียบเชียบ
ผ่านไปครึ่งเดือน เหอหรงอดทนไม่ไหวอีกต่อไป เตรียมตัวหนี
ท่านชายอันหนิงป้องกันเขาไว้นานแล้ว เขาปีนกำแพงฟากกำแพงทางนั้นก็มีลวดหนามเหล็กทำให้เขาหย่อนเท้าลงไม่ได้
เขาลอดช่องสุนัขอีกด้านก็มีกำแพงกั้น เขาอยากปลอมตัว หลิวซีก็กอดขาเขาร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด
เหอหรงเหม่อมองฟ้าอย่างหมดแรง “2333 ผมไม่ไหวแล้ว คุณมีวิธีที่เชื่อถือได้สักหน่อยไหม”
2333 ตั้งใจค้นคว้าอยู่ครู่หนึ่ง “โฮสต์ครับ มีวิธีที่สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์วิธีหนึ่ง!”
เหอหรงดีใจ รีบถาม “วิธีอะไร”
2333 พูดเสียงจริงจัง “อุ้มท้องหนีครับ! อ้างอิงจากนิยายต่างๆ ตัวละครหลักทำอย่างไรก็หนีไม่ได้ มีแค่ตั้งครรภ์อุ้มท้องหนีที่อัตราสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งยังหนีไปได้ตั้งหลายปีแน่ะ!”
เหอหรง “...2333 อยากตายก็บอกมาตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมอย่างนี้”
2333 ว่าอย่างจนใจ “โฮสต์ครับ ไม่อย่างนั้นเราก็อยู่เฉยๆ เถอะ อย่างไรสัญญาณชีวิตของเขาที่ผมเฝ้าดูก็ยังคงมั่นคงอยู่”
เหอหรงถอนหายใจที่ 2333 พูดเขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร แต่เขามักรู้สึกว่ายามนี้ตนไม่รู้เรื่องอะไร รออยู่ข้างหลังก็ไม่สบายใจ
ตอนนี้เขาช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ทุกอย่างล้วนต้องขึ้นอยู่กับตัวอี้เหยียนเจ๋อเอง
อากาศค่อยๆ เย็นลง ลมที่พัดมาในบางครั้งทำคนสั่นสะท้านจนต้องหดคอคุดคู้อยู่ในผ้าห่ม
ยามเมื่อหิมะแรกมาเยือนเมืองหลวง ในที่สุดเหอหรงก็ได้รับข่าวแรกเกี่ยวกับอี้เหยียนเจ๋อ