หลังจากมื้ออาหารอันสุดแสนจะทรมานจบลง หลิวซินเยว่เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ
"ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะคะ อาหารอร่อยมากเลยค่ะ เดี๋ยวหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ"
หลี่เหมยฮัวมองตามด้วยแววตาเป็ห่วง "เยว่เยว่ จะให้ฉันไปส่งที่บ้านไหม"
"ไม่เป็ไรหรอก เดี๋ยวฉันกลับเองได้" หลิวซินเยว่ปฏิเสธอย่างสุภาพ
"งั้นพรุ่งนี้ฉันจะไปหาเธอที่บ้านนะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
หลิวซินเยว่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าหวังต้าเหล่ยและจ้าวหรูอี้ผู้เป็พ่อแม่ของคุณตัวร้าย "คุณลุงคุณป้าหนูขอลาก่อนค่ะ" เธอโค้งศีรษะเล็กน้อยให้กับทั้งสอง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นเฉินเฟยหงและหลี่เจี้ยนจวินที่นั่งอยู่ไม่ไกล "ลาก่อนค่ะ คุณลุง คุณป้า" เธอเอ่ยลาอย่างมีมารยาท
จ้าวหรูอี้มองหลิวซินเยว่ด้วยสายตาเอ็นดู "เยว่เยว่ ไปเที่ยวที่บ้านป้าต่อไหมจ๊ะ บ้านของป้าติดกับบ้านของหนูเหมยฮัว" เธอเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
หลิวซินเยว่ส่งยิ้มบางๆ ให้กับคุณนายหวัง "ขอบคุณคุณป้าที่เอ็นดูหนูนะคะ แต่พอดีหนูมีธุระต้องไปทำต่อ" เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
"แล้วหนูจะไปธุระที่ไหนต่อหรือ" จ้าวหรูอี้เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง แม้จะเพิ่งพบหลิวซินเยว่เป็ครั้งแรก แต่เธอก็รู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวคนนี้อย่างประหลาด
"หนูต้องรีบกลับไปบ้านเพื่อตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปขายค่ะ" หลิวซินเยว่ตอบ "พอดีวันศุกร์นี้หนูจะนำเสื้อผ้าไปขายที่ตลาดนัด เลยต้องเร่งงานค่ะ" เธออธิบายเพิ่มเติมด้วยรอยยิ้ม
"พอดีหนูฐานะไม่ค่อยดีนะคะ เลยต้องขยันหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนค่ะ" หลิวซินเยว่เอ่ยเสียงเรียบ เธอจงใจเน้นย้ำถึงความยากจนข้นแค้น หวังว่าท่านนายพลผู้สูงศักดิ์จะรังเกียจและเลิกยุ่งกับเธอเสียที ใครจะอยากได้ลูกสะใภ้ที่ยากจน ไหนเลยจะคู่ควรกับตระกูลใหญ่โตเช่นนี้
แต่ดูเหมือนแผนการของอดีตสายลับสาวจะไม่ได้ผล หวังต้าเหล่ยไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย กลับมองเธอด้วยแววตาที่อ่อนโยนลง "หนูเป็เด็กสาวที่ขยันขันแข็งมาก ลุงขอชื่นชม"
หลิวซินเยว่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ทำไมแผนการของเธอถึงได้ผิดพลาดมากเช่นนี้ อดีตสายลับสาวอยากจะกุมขมับ
ทันใดนั้นเฉินเฟยหงผู้เป็แม่ของคุณนางเอกก็เอ่ยถามขึ้น ด้วยน้ำเสียงเมตตา "แล้วหนูเยว่เยว่เรียนที่ไหนจ๊ะ? "
หลิวซินเยว่ยิ้มบางๆ ก่อนตอบว่า "หนูเรียนที่คณะแพทย์ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งค่ะ อยู่ปีสุดท้ายแล้ว"
"โอ้โห เก่งมากเลยนะ" คุณนายหลี่เอ่ยชมอย่างจริงใจ
ทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่พยักหน้าเห็นด้วย หลี่เหมยฮัวรีบขยับเข้าไปคล้องแขนหลิวซินเยว่ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงปลื้มใจว่า "เยว่เย่วเก่งที่สุดเลย นอกจากจะต่อสู้เก่งแล้วยังจะเป็หมออีก"
หลิวซินเยว่ยิ้มอย่างเขินๆ "ทุกคนชมหนูเกินไปแล้ว" เธอเหลือบมองดวงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำ "เดี๋ยวหนูต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ไว้พบกันใหม่คะ"
"แล้วเจอกัน เยว่เยว่" หลี่เหมยฮัวเอ่ยลาผู้มีพระคุณ เธอมองตามร่างบอบบางของหลิวซินเยว่ไปสุดสายตา
เมื่อหลิวซินเยว่เดินออกมานอกร้านอาหารได้ เธอถึงกับถอนหายใจโล่งอก เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านนายพลตัวร้ายจู่ๆ ก็สนใจในเธอขึ้นมา
"เขาสนใจฉันจริงๆ งั้นเหรอ" หลิวซินเยว่พึมพำกับตัวเองเบาๆ ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ในนิยาย หวังหย่งเจี๋ย ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองตัวประกอบเช่นเธอเลย เขามีแต่หลี่เหมยฮัว สาวสวยผู้เพียบพร้อม เป็ดั่งดอกฟ้าที่ใครๆ ต่างก็อยากเด็ดดม
แต่แล้ววันนี้ เขากลับประกาศต่อหน้าพ่อแม่ของเขาว่ากำลังจะจีบเธอ
"หรือว่า... เขาจำเื่คืนนั้นได้" ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ทำให้หลิวซินเยว่แทบหยุดหายใจ ความทรงจำที่ไม่อยากจดจำกลับชัดเจนขึ้นมา
"ไม่หรอก เขาไม่น่าจะจำได้" หลิวซินเยว่พยายามสลัดความคิดนั้นทิ้งไป เธอเปลี่ยนไปจากเ้าของร่างเดิมมาก ทั้งรูปร่างหน้าตา แม้กระทั่งนิสัยใจคอ ยิ่งวันนี้ เธอแต่งหน้าแต่งตัวจัดเต็ม จนเธอเองก็แทบจะจำตัวเองในกระจกไม่ได้ เขาไม่มีทางจำเธอได้แน่
"แล้วทำไมเขาถึง..." หลิวซินเยว่ยังคงหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ ความสงสัยวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับปริศนาที่รอการไข
เมื่อออกมาด้านนอกห้างสรรพสินค้า เธอก็เรียกรถลากให้ไปส่งเธอที่ตลาดหรงเหมยทันที รถลากแล่นเข้าสู่ตรอกซอยแคบๆ ที่คุ้นเคย เสียงล้อไม้กระทบกับพื้นหินดังกึกกักตลอดทาง สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้าของหลิวซินเยว่ ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง เมื่อรถลากจอดสนิท เธอก็รีบจ่ายเงินแล้วตรงดิ่งกลับเข้าบ้านทันที
ภายในห้องเล็กๆ เสียงจักรเย็บผ้าดังแช้กๆ บรรเลงเป็จังหวะ หลิวซินเยว่ ยืนมองซูหลินผู้เป็แม่อย่างตั้งอกตั้งใจ มือเรียวบางของนาฃซูจับเข็มกับด้ายอย่างคล่องแคล่ว บรรจงเย็บเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนตัวแล้วตัวเล่าอย่างประณีต บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยมีเสื้อผ้าสำเร็จรูปวางเรียงรายอยู่มากมาย แต่ละตัวตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน
หลิวซินเยว่มองผลงานของคนเป็แม่ด้วยความชื่นชม ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส "แม่เก่งจังเลยค่ะ" ดวงตากลมโตเป็ประกาย "ฉันแค่วาดแบบเท่านั้น แม่ถึงกับเนรมิตเสื้อผ้าสวยๆ เหล่านี้ออกมาได้"
ซูหลินเงยหน้าขึ้นจากงานที่ทำ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏบนใบหน้า "แม่ก็แค่ทำตามแบบที่ลูกวาดนั่นแหละ ฝีมือการออกแบบของลูกต่างหากที่น่าชื่นชม"
เธอมองลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจ "แบบเสื้อผ้าของลูกแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ใครเห็นก็ต้องชอบ"
หลิวซินเยว่ยิ้มแก้มปริ "หนูอยากให้คนใส่เสื้อผ้าที่หนูออกแบบแล้วรู้สึกมั่นใจ สวยสง่าค่ะ"
"แม่เชื่อว่าลูกทำได้แน่" นางซูเอ่ยให้กำลังใจ "ลูกสาวแม่เก่งที่สุด"
"ไม่หรอกค่ะแม่..เป็ฝีมือแม่ต่างหากที่ยอดเยี่ยมที่สุด" หลิวซินเยว่ ยังคงเอ่ยชมไม่หยุดก่อนจะเอ่ยเื่สำคัญ "แม่คะ เดี๋ยวหนูว่าจะไปขอยืมจักรเย็บผ้าป้าเจียงมาสัก 4-5 วัน ถ้าให้แม่ทำคนเดียว น่าจะไม่พอทำขายทันวันศุกร์นี้ค่ะ"
"แล้วลูกจะไปขายที่ไหนล่ะ" ผู้เป็แม่เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"หนูจะเอาไปขายที่ตลาดนัดสถานีรถไฟค่ะ วันนี้หนูไปห้างสรรพสินค้ามาค่ะ ไปโปรโมทร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปของเราไว้ด้วย หนูบอกสาวๆ ที่สนใจเสื้อผ้าของหนูไว้ว่าวันศุกร์หน้าร้านของพวกเราจะขายเสื้อผ้าที่ตลาดนัดค่ะ คิดว่าคนน่าจะสนใจเยอะเลยค่ะ" หลิวซินเยว่ เล่าให้คนเป็แม่ฟังอย่างตื่นเต้น
"จริงเหรอลูก" นางซูเบิกตากว้าง "ถ้าสินค้า่ขายดี พวกเราก็จะมีเงินไปซื้อจักรเย็บผ้าเป็ของตัวเองได้เลยนะ"
"ใช่แล้วค่ะแม่" หลิวซินเยว่ ยิ้มกว้าง "หนูมั่นใจว่าเราต้องทำได้แน่นอนค่ะ"
หลังคุยกับคนเป็แม่เสร็จ หลิวซินเยว่เดินลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ ข้างบ้าน ผ่านแปลงผักกาดเขียวขจีที่ลุงเหว่ยปลูกไว้
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในรั้วบ้าน เธอก็เห็นลุงเหว่ยกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
"สวัสดีค่ะลุงเหว่ย ป้าเจียงอยู่ไหมคะ" หลิวซินเยว่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส
"อ้าว เยว่เยว่ มาพอดีเลย เข้ามาข้างในก่อนสิ" ลุงเหว่ยผายมือเชื้อเชิญ "ป้าเจียงแกไปช่วยงานที่โรงสี เดี๋ยวก็คงกลับมาแล้ว มีเื่อะไรรึเปล่า"
"คือว่าหนูจะขอยืมจักรเย็บผ้าป้าเจียงสัก 4-5 วันนะคะ" หลิวซินเยว่พูดด้วยท่าทีเกรงใจเล็กน้อย "พอดีหนูจะทำธุรกิจขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปค่ะ"
ลุงเหว่ยเลิกคิ้ว "ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูป?คิดได้ยังไงเนี่ย เยว่เยว่ของลุงนี่เก่งจริงๆ "
หลิวซินเยว่ยิ้มเขิน "หนูเห็นว่า่นี้เสื้อผ้าสำเร็จรูปกำลังเป็ที่นิยม ราคาไม่แพง คนธรรมดาก็ซื้อใส่ได้ หนูเลยอยากลองดูสักตั้งค่ะ"
"แล้วหนูจะไปเอาผ้าที่ไหนล่ะ แล้วแบบเสื้อผ้าอีกล่ะ" ลุงเหว่ยถาม "จะเย็บเองทั้งหมดเลยเหรอ"
"หนูว่าจะไปซื้อผ้าที่ร้านลุงหวังนะคะ ส่วนแบบเสื้อผ้า หนูก็ศึกษาจากนิตยสารบ้าง ดูจากร้านค้าบ้าง แล้วก็ดัดแปลงเองค่ะ" หลิวซินเยว่ตอบอย่างมั่นใจ
ลุงเหว่ยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "ดีๆ เป็ความคิดที่ดี สมัยนี้ต้องขยันทำมาหากินถึงจะร่ำรวย แล้วหนูจะเอาจักรไปทำที่ไหนล่ะ"
"หนูจะเอาไปทำที่บ้านนะคะ แม่ของหนูก็จะช่วยด้วย"
"อืม ถ้าอย่างนั้นก็เอาไปเลย จักรเย็บผ้าของป้าเจียงก็ไม่ได้ใช้ประจำอยู่แล้ว จะเอาไปกี่วันก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน" ลุงเหว่ยตอบอย่างใจดี
"ขอบคุณมากค่ะลุงเหว่ย" หลิวซินเยว่โค้งศีรษะให้เล็กน้อยด้วยความรู้สึกขอบคุณ "หนูจะรีบทำให้เสร็จแล้วเอามาคืนนะคะ"
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ทำธุรกิจต้องใจเย็นๆ " ลุงเหว่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ถ้ามีอะไรให้ลุงช่วยก็บอกได้นะ"
"หลิวซินเยว่ยิ้มกว้าง หัวใจพองโต เธอรู้สึกขอบคุณลุงเหว่ยที่คอยช่วยเหลือสองแม่ลูกเสมอมานับั้แ่พ่อของเธอเสียชีวิต และครั้งนี้ก็เช่นกัน การได้รับความช่วยเหลือจากลุงเหว่ย ทำให้เธอรู้สึกมั่นใจมากขึ้น ว่าธุรกิจขายเสื้อผ้าของเธอจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
+++++++++++++++
ยัยน้องหาเงินอย่างเดียวไม่สนใจผู้ ส่วนอีพี่ก็ต้องรอต่อไป
ตอนหน้าไรท์จะติดเหรียญแล้วนะนะคะ