เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปก็เห็นอีกฝ่ายกำลังจ้องมองขาของนางพลางคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
กระโปรงที่ถูกเลิกขึ้นสูงไปไม่ถึงต้นขาแม้ผิวพรรณนวลเนียนบริเวณเหนือเข่าเรียวขาวจะถูกเปิดเผยให้เห็นแต่เผยรุ่นจือกลับจ้องมองเพียงรอยไหม้สีแดงสดน่าตกใจและตุ่มน้ำที่ผุดขึ้นมาหลายเม็ด ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา“ถูกน้ำร้อนลวกกว้างขนาดนี้ได้อย่างไร?”
“...เคราะห์ร้ายเข้ามาโดยไม่คาดคิดเจ้าค่ะ”
ไม่สิ!นี่ใช่ประเด็นหรือ? เย่ชิงชิงดึงกระโปรงลงนางมิอาจสนทนาเรื่องนี้กับเขาอย่างใจเย็นได้! “ท่านรีบไปให้พ้นข้า...”
“อย่าขยับ” เผยรุ่นจือมองนางจากที่สูงก่อนจะหยิบขวดหยกเล็กๆ ออกมา
กลิ่นหอมสดชื่นโชยมาเตะจมูกเย่ชิงชิงจ้องมองขวดหยกที่เปิดออกในมือของเขา พลางเอ่ยถาม“นั่นคือสิ่งใด?”
“ยาทาแผล” เผยรุ่นจือมิได้เงยหน้าขึ้นวาจาของเขาสั้นกระชับยิ่งนัก
เขาป้ายยาสีขาวเล็กน้อยขึ้นมาด้วยนิ้วชี้เรียวยาวก่อนจะโน้มตัวเข้าใกล้นางมากกว่าเดิม ประหนึ่งจะทายาให้ด้วยตนเอง!
“เดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยว เรื่องเช่นนี้จะรบกวนท่านได้อย่างไร? ข้าทำเองได้” เย่ชิงชิงผลักไสเขาด้วยมือข้างหนึ่งแล้วพยายามแย่งยาทาแผลมา
“หากข้าต้องการทายาให้เจ้าเล่า?” เผยรุ่นจือเหลือบมองนางแล้วฉีกยิ้ม“เมื่อครู่เจ้าไม่ได้ร้องไห้หรอกหรือ?”
เย่ชิงชิงถึงกับพูดไม่ออกทันใดนางเบะปากหันหน้าหนี “ท่านตาฝาด ข้าขอเตือนหากท่านยังหาเรื่องอีก ข้าจะต่อยแล้ว!”
เผยรุ่นจือถอนมือออกอย่างช่วยไม่ได้“บอกว่าข้าเป็นหมอเจ้ายังไม่เชื่อเสี่ยวชิงชิงไม่เชื่อใจข้าถึงเพียงนี้ ช่างน่าเศร้าใจนัก”
กล่าวจบเขาก็ยื่นขวดหยกเล็กๆนั้นให้นางอย่างเชื่อฟัง เพื่อที่นางจะได้ทายาด้วยตนเองส่วนเขาก็หันหลังไปรินชาดื่มที่โต๊ะ
“ห้ามทำตุ่มน้ำแตกเด็ดขาด”
เพิ่งจะสิ้นสุดวาจาของคนบางคนเย่ชิงชิงก็เอ่ยตอบเบาๆ “สาย...สายเกินไปแล้ว...”
เมื่อเห็นตุ่มน้ำขนาดใหญ่ขนาดนั้นปลายนิ้วจิ้มลงไปแล้วบุ๋มลง มือซนๆ ก็ดันทำมันแตกน่ะสิ!
เผยรุ่นจือหันกลับมาสาวเท้าไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว คิ้วขมวดมุ่น “ไม่กลัวทิ้งรอยแผลเป็นไว้หรือ?”
ทำอะไรไม่ได้แล้วทำได้เพียงสะกิดตุ่มน้ำหลายตุ่มให้แตกออก ก่อนจะค่อยๆ ทายาให้ทั่วเย่ชิงชิงรู้สึกเพียงว่าขาของนางเย็นซ่านแต่ก็เจ็บแปลบทั้งเจ็บและสะใจในคราเดียวกัน...?
เผยรุ่นจือเห็นนางกัดฟันแน่นใบหน้าเล็กๆ ขมวดเป็นซาลาเปาไส้เนื้อ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขัน“จงจำบทเรียนนี้ไว้ คราวหน้าก็ระมัดระวังให้มากคืนนี้เจ้าคงต้องนอนโดยไม่สวมเสื้อผ้าแล้ว”
“ท่านยังจะหัวเราะอีกหรือ ไม่มีแม้แต่ความเห็นใจกันเลยหรืออย่างไร” เย่ชิงชิงกล่าวอย่างไม่พอใจนางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเจิงชิวเหมยผู้นั้นจะบ้าคลั่งขึ้นมาเสียดื้อๆในสถานการณ์เช่นนั้นก็กล้าสาดน้ำแกงร้อนใส่คน!
“ต้องขออภัย” เผยรุ่นจือยื่นมือออกไปบีบแก้มของนางเบาๆ“คืนนี้ข้าอารมณ์ไม่ค่อยดี ไม่มีจิตใจเห็นอกเห็นใจผู้ใด”
มีเวลาว่างไปเที่ยวสำมะเลเทเมาแล้วยังมาอ้างว่าอารมณ์ไม่ดีอีกหรือ? เย่ชิงชิงเบะปากเมื่อเห็นเขาพับแขนเสื้อเดินไปทางหน้าต่าง นี่เขากำลังจะจากไปแล้วหรือ?
“รบกวนช่วยดับไฟให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ ขอบคุณ” เย่ชิงชิงเอื้อมมือไปดึงม่านมุ้งลงทำท่าจะเข้านอน
เผยรุ่นจือเหลือบมองแล้วยิ้มจากนั้นก็ดับตะเกียงให้นางตามคำขอ ภายในห้องมืดสนิททันทีจากนั้นก็มีเสียงดังที่หน้าต่าง คาดว่าเผยรุ่นจือคงจากไปแล้ว
ต้องกล่าวว่ายาทาแผลของเขานั้นได้ผลดียิ่งนักรุ่งเช้า ทังหว่านหรงที่อยู่ห้องข้างๆ ก็มาเคาะประตูปลุกให้เย่ชิงชิงตื่นเมื่อลุกขึ้นมาขาของนางก็ไม่เจ็บปวดแล้ว เพียงแต่บาดแผลยังคงอยู่จึงอาจจะยังต้องระมัดระวังดูแลให้ดีกว่าเดิม
ทังหว่านหรงมีเรื่องกังวลอยู่ในใจนางนอนกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืน จึงลุกขึ้นแต่เช้าตรู่เพื่อไปหาเย่จื้อเฟิงวันนี้นางจะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัว
“กินอาหารเช้าก่อนเถอะ อย่าเพิ่งรีบร้อน” เย่ชิงชิงปลอบใจแล้วช่วยเย่จื้อเฟิงเปิดร้าน จากนั้นก็ออกไปซื้ออาหารเช้า
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จแล้วการจะไปหมู่บ้านเถียนซินหรือหมู่บ้านอวี้หลัวก่อนเป็นปัญหาน่าเสียดายที่ในเวลานั้นไม่มีอุปกรณ์สื่อสารพวกเขาไม่สามารถส่งข่าวถึงท่านแม่ได้อย่างปลอดภัย
เกรงว่านางซูที่บ้านคงกำลังเป็นกังวลเพราะกลัวว่าเรื่องนี้จะไปพัวพันกับเย่จื้อเฟิงทั้งยังกลัวว่าเย่ชิงชิงจะประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางในยามค่ำคืน
มีม้าเพียงตัวเดียวอีกทั้งเย่ชิงชิงยังมีอาการบาดเจ็บที่ขา ดังนั้นนางจึงอยู่ที่ร้านส่วนเย่จื้อเฟิงพาทังหว่านหรงไปยังหมู่บ้านอวี้หลัวก่อนจากนั้นจึงกลับมาที่หมู่บ้านเถียนซิน
ในช่วงเวลานั้นย่อมมีการโต้เถียงกันอย่างแน่นอนส่วนกระบวนการจะเป็นอย่างไร เย่ชิงชิงไม่รู้แน่ชัดได้แต่รอสอบถามผลในตอนเย็นเมื่อพวกเขากลับมา
ร้านไป่เว่ยเปลี่ยนคนดูแลกะทันหันลูกค้าประจำหลายคนเข้ามาสอบถามด้วยถ้อยคำที่สุภาพแสดงให้เห็นว่าเย่จื้อเฟิงเป็นที่รักของใครหลายคน
ช่วงบ่ายยิ่งมีแขกหายากมาเยือน เกาเฟิงมาที่นี่
“โอ๊ะ หนุ่มน้อย” เย่ชิงชิงโบกมือจากหลังโต๊ะรับเงินแล้วยิ้มแย้ม “เดินทางมาไกลถึงในเมืองเช่นนี้เพื่อมาอุดหนุนเนื้อตุ๋นหม้อดินของเราหรือ?”
“ทำไมถึงออกจากงานกะทันหัน?”
เห็นได้ชัดว่าเขามาเพื่อหาเรื่องเพราะเหตุการณ์เมื่อวานนี้เกาเฟิงเต็มไปด้วยโทสะ ในช่วงเวลาที่เขามีความสุขที่สุดพอหันกลับมาก็พบว่าคนหายไปแล้ว!
เย่ชิงชิงกลับไม่รู้สึกอะไรของขวัญก็ให้ไปแล้ว คำอวยพรของนางก็คงส่งไปถึงแล้วไม่ใช่หรือ?“หูหลิ่วหมิงได้กล่าวสิ่งใดหรือไม่?”
“เขามิได้กล่าวสิ่งใดเลย” เกาเฟิงรู้สึกไม่พอใจมากสหายของเขานั่งร่วมโต๊ะกับเย่ชิงชิง แต่กลับบอกว่าไม่รู้นางหายไปไหน? จนกระทั่งภายหลังหลิวฉู่เป่าบอกว่าเห็นเย่ชิงชิงเหมือนจะทำกระโปรงเปื้อน...