บทที่ 26 กลุ่มบริษัทเฟยหยู
ในวินาทีนี้ หลินเจียวเสียสติไปโดยสมบูรณ์แล้ว สายตาที่เธอมองไปยังเฉินอวี่นั้นเต็มไปด้วยความหวาดผวาอย่างถึงที่สุด! ขนาดเว่ยหลง ลูกน้องคนสนิทของท่านหงยังต้องนอบน้อมขนาดนี้... แล้วเฉินอวี่คนนี้แท้จริงแล้วคือใครกันแน่?! เมื่อคิดได้ดังนั้น ความรู้สึกตกตะลึง หวาดกลัว และอึดอัดจนหายใจไม่ออกก็ถาโถมเข้าใส่เธอราวกับคลื่นั์
เฉินอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า "ดูแลคนของแกให้ดี ถ้ามีใครมารนหาที่กับฉันอีก ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะลบพวกแกทิ้งซะ"
เฉินอวี่ไม่มีความสนใจที่จะลงมือกับพวกมดปลวก แต่ถ้าหากพวกมันยังไม่รู้จักสำนึก เขาก็ไม่รังเกียจที่จะกวาดล้างพวกมันให้หายไปจากโลกนี้อย่างสิ้นเชิง จากนั้น เฉินอวี่ก็ก้าวขึ้นรถและขับทะยานจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายที่เย็นเยือก
เมื่อเฉินอวี่ลับสายตาไปแล้ว เว่ยหลงถึงได้กล้าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และในตอนนี้เองเขาก็พบว่าแผ่นหลังของตัวเองเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นกาจ ลูกน้องคนอื่น ๆ ก็พลอยโล่งอกไปตาม ๆ กัน ราวกับเพิ่งไปเก็บชีวิตคืนมาจากปากเหว
ในใจของพวกเขามีแต่ความโชคดี... โชคดีที่ยังมีโอกาสได้เห็นแสงตะวันในวันพรุ่งนี้ ครั้งก่อนที่พวกเขารอดชีวิตจากเงื้อมมือของเฉินอวี่มาได้ ก็นับว่าควันธูปบรรพบุรุษคุ้มครอง*[1] มากพอแล้ว ที่สำคัญคือแม้แต่หยวนเทาหงยังเคารพเฉินอวี่สุดหัวใจ แล้วพวกเขามีสิทธิ์อะไรจะไปสู้กับคนระดับนั้น?
ยังดีที่ครั้งนี้พวกเขายังไม่ได้ลงมือ ไม่อย่างนั้นคงสร้างความผิดพลาดที่ไม่มีวันหวนคืนได้ พวกเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าเฉินอวี่เอาเื่ขึ้นมาจริง ๆ จุดจบของพวกเขาจะอนาถขนาดไหน เมื่อคิดได้ดังนั้น เว่ยหลงก็ะเิอารมณ์โกรธแค้นออกมา
‘เพียะ!’ เว่ยหลงฟาดฝ่ามือใส่หน้าหลินเจียวอีกฉาดใหญ่
"อีเวรเอ๊ย! แกเกือบทำฉันตายแล้วไหมล่ะ"
"แกเกือบจะพาฉันก่อเื่ฉิบหายแล้ว!"
ปึก! ปึก! ปึก!...
เว่ยหลงระดมเตะใส่ร่างของหลินเจียวราวกับพายุพัดกระหน่ำ หลินเจียวร้องโหยหวนด้วยความเ็ป เธอถูกซ้อมจนลงไปนอนกองกับพื้น ร่างกายเขียวช้ำไปทั่วตัว หลังจากซ้อมจนเหนื่อย เว่ยหลงก็ถ่มน้ำลายใส่ร่างของเธอ
"อีผู้หญิงสารเลว! อย่าให้ฉันเห็นหน้าแกอีก!" เมื่อระบายอารมณ์เสร็จ เว่ยหลงก็พาบรรดาลูกน้องรีบจากไปทันที
"ไปซะที..." หลินเจียวมองตามกลุ่มคนที่จากไปด้วยความหวาดกลัวและแค้นใจอย่างสุดซึ้ง เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเกลียดชัง แต่เธอก็รู้ตัวดีว่าไม่มีกำลังพอจะขัดขืนอะไรได้เลย เดิมทีเธอคิดว่าเรียกเว่ยหลงมาจัดการเฉินอวี่จะทำให้เธอชนะใส ๆ แต่ใครจะรู้ว่าเว่ยหลงนอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ยังเกือบจะซ้อมเธอจนตาย
แม้แต่คนอย่างเว่ยหลงยังต้องก้มหัวให้เฉินอวี่... เธอถึงได้ตระหนักว่า ฐานะของเฉินอวี่นั้นยิ่งใหญ่และลึกลับเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้หลายเท่าตัว!
เขาหลงเถิง วิลล่าหมายเลข 1 หลังจากบำเพ็ญเพียรมาทั้งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นเฉินอวี่ก็ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นจากการเข้าฌาน เขาสังเกตเห็นว่าพลังปราณในร่างกายไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก จึงถอนหายใจออกมาเบา ๆ
"เฮ้อ ปราณิญญาบนโลกนี้ช่างเบาบางเหลือเกิน ไม่รู้ว่าต้องรออีกกี่ปีถึงจะทะลวงผ่านระดับ 'ทงเสวียน' ได้"
เขารู้ดีว่านอกจากปราณบนโลกจะเจือจางแล้ว คัมภีร์ 'จูเซียนจิง' ของเขายัง้าพลังงานมหาศาล หากเขาอยู่ในดาวดวงอื่นที่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร เพียงครึ่งวันเขาก็สามารถเข้าสู่ระดับ 'เสี้ยนเทียน' เพื่อผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นและบรรลุวิวัฒนาการแห่งชีวิต ซึ่งจะทำให้เขาสามารถใช้เวทมนตร์และวิชาในคัมภีร์ได้ทรงพลังยิ่งกว่านี้
"ช่างเถอะ ไปดูที่บริษัทหน่อยดีกว่าว่าเตรียมตัวยาไปถึงไหนแล้ว" เฟยอวี่กรุ๊ปอยู่ห่างจากเขาหลงเถิงเพียงประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งนี่เป็การจัดเตรียมของตระกูลถัง ต้องยอมรับว่าเพื่อให้เฉินอวี่สะดวกสบาย ตระกูลถังเตรียมการได้ไร้ที่ติจริง ๆ
เฉินอวี่ไม่ได้ขับรถ แต่เลือกที่จะเดินไปแทน ด้วยความเร็วของเขา เพียงสิบกว่านาที ตึกสูงของเฟยอวี่กรุ๊ปก็ปรากฏแก่สายตา เมื่อเทียบกับตึกรอบข้างแล้ว เฟยอวี่กรุ๊ปดูโอ่อ่าและทรงพลังกว่ามาก
เฉินอวี่เดินตรงไปยังล็อบบี้ต้อนรับทันที พนักงานต้อนรับสาวส่งยิ้มตามหน้าที่ แต่ในดวงตากลับแฝงไปด้วยความดูแคลน "สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย มีอะไรให้ทางเราช่วยไหมคะ?"
เฉินอวี่เอ่ยเรียบ ๆ "ผมเป็เพื่อนของถังรั่วเซวียน ช่วยโทรบอกเธอให้ลงมาพบผมหน่อย"
เมื่อได้ยินดังนั้น 'เหลียนหาน' พนักงานต้อนรับสาวก็รู้สึกเหยียดหยามในใจทันที ถังรั่วเซวียนคือประธานคนใหม่ของเฟยอวี่กรุ๊ป ปกติคนที่มาเข้าพบมีแต่ระดับมหาเศรษฐีหรือผู้ทรงอิทธิพลเท่านั้น แต่เฉินอวี่ที่แต่งชุดตลาดนัดราคาไม่กี่ร้อยบาท ดูยังไงก็เป็พวกกระจอก จะเป็เพื่อนกับท่านประธานถังได้ยังไง?
"ท่านประธานถังติดประชุมสำคัญในวันนี้ค่ะ ไม่สะดวกรับแขก" เหลียนหานหาข้ออ้างส่ง ๆ เพื่อหวังจะไล่เฉินอวี่ไปเสีย เธอไม่โง่พอที่จะโทรไปรบกวนถังรั่วเซวียนหรอก หากทำให้ท่านประธานไม่พอใจ การโดนหักเงินน่ะเื่เล็ก แต่ถ้าโดนไล่ออกนี่สิเื่ใหญ่ สวัสดิการของเฟยอวี่กรุ๊ปดีขนาดนี้ เธอไม่อยากเสียงานไป
"ไม่เป็ไร ผมจะรอที่นี่" เฉินอวี่พูดจบก็เดินไปนั่งลงบนโซฟาในโถงรับแขกหน้าตาเฉย
เหลียนหานชักสีหน้าเ็าลงทันที น้ำเสียงเริ่มแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
"คุณรออยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ทางที่ดีรีบออกไปซะเถอะ"
เฉินอวี่ััได้ถึงความขุ่นมัวในน้ำเสียงของเธอ ดวงตาของเขาฉายแววเฉยเมยและน้ำเสียงก็เย็นเยียบลงหลายส่วน
"ผมบอกให้คุณโทรหาถังรั่วเซวียน บอกว่าผม้าพบเธอ นี่ไม่ใช่หน้าที่ของคุณหรือไง?"
น้ำเสียงที่เหมือนการคาดคั้นของเฉินอวี่ทำให้เหลียนหานรู้สึกหงุดหงิดเป็อย่างมาก รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าเลือนหายไปจนหมดสิ้น
"ท่านประธานของเราไม่ใช่คนที่ใครก็นึกจะเจอได้ สภาพกระจอก ๆ แบบคุณ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าตั้งใจมาป่วน ถ้ายังขืนก่อเื่อีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ สั่งให้รปภ. ลากตัวคุณออกไปนะ"
เหลียนหานพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ปนดูถูก
เฉินอวี่รู้สึกขบขันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ในฐานะเ้าของบริษัท เขากลับถูกพนักงานของตัวเองพยายามจะไล่ออกไปเสียอย่างนั้น เขาเอ่ยเสียงเรียบ "ทัศนคติการบริการแย่มาก ผมขอประกาศว่า คุณถูกไล่ออกแล้ว"
เหลียนหานได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะออกมาเหมือนได้ฟังเื่ตลกที่ขำที่สุดในชีวิต "ไล่ฉันออก? อย่างแกเนี่ยนะ?"
แฟนของเธอเป็ถึงผู้บริหารระดับสูงของเฟยอวี่กรุ๊ป แถมยังเป็บุคลากรที่ถังรั่วเซวียนดึงตัวมาจากเครือบริษัทเดิมด้วย ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอะไรผิด แถมยังมีแฟนคอยหนุนหลัง ใครจะกล้าไล่เธอออก?
ยิ่งไปกว่านั้น สภาพซอมซ่ออย่างเฉินอวี่ มีสิทธิ์อะไรมาไล่เธอ?
"อยากไล่ฉันออกเหรอ? ไปฝันเอาเถอะ ในฝันน่ะมีทุกอย่างแหละ" เหลียนหานมองเขาด้วยความเหยียดหยามถึงขีดสุด
"ผมเป็คนพูดคำไหนคำนั้น ในเมื่อบอกว่าไล่ออก คุณก็ต้องถูกไล่ออกแน่นอน" เฉินอวี่กล่าวอย่างไร้อารมณ์
"ฮ่า ๆ ๆ!" เหลียนหานหัวเราะเยาะ
"แกบอกจะไล่ก็ไล่ได้เลยงั้นเหรอ? แกคิดว่าตัวเองเป็ใคร? ประธานกรรมการ หรือไง?"
เฉินอวี่ตอบนิ่ง ๆ "ใช่ ผมคือนี่แหละประธานกรรมการของพวกคุณ"
เหลียนหานหมดความอดทนโดยสิ้นเชิง เธอะโเสียงดังลั่น "รปภ.! รปภ.!"
เสียงเรียกของเธอทำให้ผู้คนในโถงล็อบบี้ต่างพากันหันมามองที่เฉินอวี่เป็ตาเดียว พริบตานั้น รปภ. ร่างกำยำคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามา
"เกิดอะไรขึ้น?" หัวหน้ารปภ. ถามขึ้น
"หมอนี่มาป่วนที่บริษัท ลากตัวมันโยนออกไปเดี๋ยวนี้!" เหลียนหานแผดเสียงสั่ง
รปภ. คนนั้นเริ่มใช้สมองคำนวณทันที แฟนของเหลียนหานเป็ถึงผู้บริหารระดับสูง หากเขาสามารถทำผลงานต่อหน้าเธอได้
การเลื่อนตำแหน่งขึ้นเงินเดือนคงอยู่แค่เอื้อม อีกทั้งเหลียนหานยังขึ้นชื่อเื่ความเ้าชู้ รูปร่างหน้าตาและเสน่ห์ของเธอนับว่าชั้นยอด เคยมีข่าวคราวกับผู้ชายมาไม่น้อย หากเขาคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ อาจจะได้เป็หนึ่งในชายที่ได้ใกล้ชิดเธอก็เป็ได้ หรือต่อให้ไม่ได้อะไร อย่างน้อยก็ได้สร้างความประทับใจไว้ให้เธอ ไม่ว่าจะมองมุมไหนเขาก็ไม่มีทางขาดทุน
"เหลียนหาน วางใจเถอะ ใครกล้ามาป่วนในบริษัทเรา ข้าคนแรกนี่แหละที่ไม่ยอม!" รปภ. ตบหน้าอกตัวเองอย่างภาคภูมิใจ
"งั้นก็รีบจัดการสิ!" เหลียนหานแสร้งทำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล
เสียงนั้นทำให้รปภ. รู้สึกคันยุบยิบในใจจนแทบทนไม่ไหว "ไอ้หนู จะให้ข้า 'เชิญ' แกออกไปดี ๆ หรือจะให้ข้า 'เชิญ' แกออกไปแบบเจ็บตัวฮะ?" รปภ. หักนิ้วดังเปรี้ยะ ๆ พร้อมกับแสยะยิ้มอย่างประสงค์ร้าย
"อยากลงมืองั้นเหรอ?" แววตาของเฉินอวี่ยังคงราบเรียบ เขามองคนตรงหน้าแล้วส่ายหัวเบา ๆ "แกน่ะ... ยังไม่คู่ควร"
รปภ. ได้ยินก็เดือดดาลทันที เคยเจอคนซ่ามาเยอะ แต่ไม่เคยเจอใครซ่าขนาดนี้
"รนหาที่ตาย!"
เขารามลั่นพร้อมกับง้างมือจะฟาดลงบนใบหน้าของเฉินอวี่
ปัง!
ทันใดนั้น มือของรปภ. หยุดกึกอยู่กลางอากาศ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะกระเด็นลอยละลิ่วออกไปไกล
เฉินอวี่ยังคงยืนล้วนกระเป๋าด้วยท่าทีเฉยเมย "บอกว่าแกไม่คู่ควร แกก็ไม่คู่ควร"
คนรอบข้างต่างยืนอ้าปากค้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะไม่มีใครมองเห็นเลยว่าเฉินอวี่ลงมือตอนไหน รปภ. คนนั้นก็กระเด็นไปแล้ว ในวินาทีนี้ ทุกคนมองเฉินอวี่ราวกับมองเห็นสัตว์ประหลาด!
โดยเฉพาะเหลียนหาน เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง เธอรีบะโสุดเสียงเพื่อเรียกพวก
"ช่วยด้วย! มีคนมาก่อเื่! รปภ. มาช่วยกันเร็วเข้า!"
พริบตานั้น รปภ. จำนวนมากก็กรูเข้ามาในล็อบบี้ แม้แต่ หลัวจวิน ผู้จัดการแผนกที่กำลังเดินลงบันไดมาเห็นเหตุการณ์พอดี ก็ขมวดคิ้วมุ่นและรีบตรงดิ่งเข้ามาที่เกิดเหตุทันที
*[1] ควันธูปบรรพบุรุษคุ้มครอง (祖墳冒青煙) เป็สำนวนหมายถึง การมีโชคลาภมหาศาลหรือรอดพ้นเคราะห์ร้ายมาได้เพราะบุญบารมีของบรรพบุรุษคุ้มครอง