ท่ามกลางผืนน้ำที่โอบล้อมเรือนร่างของบุรุษทั้งสองแสงจันทร์นวลทอดเงาไหวระริกบนผิวน้ำ แม่ทัพเซียวหลงเหยียนยังคงนิ่งสงบทอดสายตาคมปลาบจ้องมองเรือนร่างกำยำทว่านวลละเอียดของพยัคฆ์หนุ่มเบื้องหน้าด้วยความพึงใจลึกล้ำ
ในยามนี้จอมทัพผู้มากเล่ห์หาได้รีบร้อนลงมือหักหาญไม่ เขากำลังปล่อยมนต์วิเศษเป็แรงกดดันทำหน้าที่ล่อลวงให้นายกองหนุ่มผู้นี้ตกลงสู่บ่วงตัณหาจนยากจะถอนตัว เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอื้อนเอ่ยทำลายความเงียบแทรกซึมไปกับเสียงซัดสาดของสายน้ำ
"นายกองหนุ่ม... หากเ้าปรารถนาจะทะยานขึ้นสู่ที่สูงเหนือกว่าผู้ใดในวัยเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดที่เ้าต้องมี...คือหัวใจที่เด็ดเดี่ยว"
จอมทัพเฒ่าเว้นจังหวะสายตาคู่นั้นกวาดมองหยาดน้ำที่เกาะพราวบนลาดไหล่แกร่งและแผ่ขยายไปตามแผงอกผึ่งผายของจ้าวหานเฟิงก่อนจะเอ่ยประโยคที่ดั่งลิ่มตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายแทงทะลุใจนักรบหนุ่ม
"และเมื่อใดที่เ้าตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแบ่งของศีลธรรมไปแล้ว...เ้าจะไม่มีวันก้าวถอยหลังกลับไปได้อีกเป็อันขาด"
คำเตือนนั้นดั่งคำสาปทมิฬที่สลักลึกลงไปในิญญาจ้าวหานเฟิงยืนนิ่งขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนความเงียบงันและไอเย็นรอบกายบีบรัดหัวใจจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องเขารู้ซึ้งแก่ใจดีว่าในโลกแห่งความเป็จริงอันโสมมใต้เงามืดของสมรภูมิแห่งนี้การจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจและเกียรติยศในเวลาอันสั้นเพื่อครอบครัวที่อยู่เื้ัมันมีราคาค่างวดที่ต้องจ่ายแพงลิบลิ่วเกินกว่าจะจินตนาการ
นั่นคือการยอมขายเรือนร่างสละศักดิ์ศรี และมลายจิติญญาอันซื่อตรงให้แก่บุรุษผู้ทรงอำนาจเบื้องหน้าหากเขายังดันทุรังอาศัยเพียงแค่พละกำลัง ฝีมือและผลงานตามตำราพิชัยยุทธ์อันขาวสะอาด กว่าจะปีนป่ายขึ้นไปถึงจุดที่ปรารถนาร่างกายก็คงร่วงโรยเข้าสู่วัยชราอย่างไร้ค่า
ความเงียบงันปกคลุมลำธารสายนั้นเนิ่นนานมีเพียงเสียงสายน้ำไหลเอื่อยที่คอยชำระล้างกรวดหิน จ้าวหานเฟิงทำได้เพียงนั่งนิ่งปล่อยให้จิตใจจมดิ่งอยู่กับความสับสนอลหม่านที่ตีรวนอยู่ในอกเวลาผ่านไปหลายอึดใจเขาก็ยังมิอาจเค้นคำตอบใดๆ ออกมาให้แก่จอมทัพเบื้องหน้าได้ศักดิ์ศรีอันละอายและภาระหน้าที่พะอืดพะอมจนคำพูดมันจุกอยู่ที่คอ
ทว่า...แม่ทัพเซียวหลงเหยียนกลับมิคิดจะรอคอยอีกต่อไปไฟตัณหาอันหิวกระหายที่ถูกกักขังไว้ในส่วนลึกโหมกระพือขึ้นจนเกินจะฝืนทนร่างสูงใหญ่ขยับฝ่าความเย็นเยียบของสายน้ำเข้าประชิด พริบตานั้นฝ่ามือหนาอันหยาบกร้านจากการจับศาสตราวุธมาแรมปี ก็เลื่อนต่ำลงััเข้ากับส่วนลึกแห่งความเป็ชายของนายกองหนุ่มอย่างจงใจ
"อ๊า..."
จ้าวหานเฟิงถึงกับสะดุ้งสุดตัวร่างแกร่งสั่นสะท้านไปทั้งสรรพางค์กายด้วยความเสียวกระสันอันรุนแรงที่แล่นริ้วเข้าสู่แกนกลางลำตัวอย่างไม่ทันตั้งตัวกระแสน้ำอันเย็นะเืในลำธารมิอาจดับไอร้อนที่เริ่มเดือดพล่านบนผิวเนื้อของเขาได้ชายหนุ่มพยายามประคองสติอันพร่าเลือนเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือ
"ท่านแม่ทัพ... พวกเราทำแบบนี้มัน... มันจะดีจริงๆหรือ..."
เมื่อเห็นพยัคฆ์หนุ่มเริ่มไร้สิ้นแรงต้านทานแม่ทัพเซียวหลงเหยียนก็ยกยิ้มมุมปากั์ตาคู่คมวาววับด้วยความพึงใจลึกล้ำดุจผู้ชนะที่กุมชะตาชีวิตของเหยื่อไว้ในอุ้งมือเขาขยับวงหน้าเข้าไปใกล้จนชิดใบหูของอีกฝ่ายก่อนจะกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอันทรงเสน่ห์ทว่าร้ายกาจ
"มันย่อมดีต่ออนาคตของเ้าแน่นอน..."
สิ้นคำยืนยันอันเคลือบยาพิษฝ่ามือหนาของจอมทัพเฒ่าก็เริ่มขยับขับเคลื่อนลูบไล้บดเบียดไปมาอย่างมีชั้นเชิงเพื่อกระตุ้นเร้าการตื่นตัวััอันช่ำชองหน่วงหนักและเน้นย้ำสร้างความปั่นป่วนให้ขุนศึกหนุ่มผู้ใสซื่อจนหัวใจเต้นระรัวราวกับรัวกลองรบร่างกายของจ้าวหานเฟิงเริ่มบิดเร้าสัญชาตญาณดิบที่พยายามกดข่มไว้บัดนี้กำลังถูกปลุกให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างช้าๆ
หลังจากการปลุกเร้าจนสมอุราท่ามกลางกระแสน้ำอันเย็นะเืจอมทัพเฒ่าผู้เจนโลกก็เอื้อมมือมาเกาะกุมฝ่ามืออันสั่นเทาของนายกองหนุ่มพลางจูงรั้งร่างแกร่งให้ก้าวเดินขึ้นสู่ตลิ่งเบื้องบนสุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอาทรทว่าแฝงนัยยะลึกล้ำ
"พวกเราขึ้นไป้ากันก่อนเดี๋ยวเ้าจะจับไข้เอาได้"
คนทั้งสองเคลื่อนย้ายเปลี่ยนบรรยากาศมาประทับอยู่ณ บริเวณโขดหินใหญ่ริมธาร ผิวมันวาวของหินผาสะท้อนรับกับแสงจันทร์และหมู่ดาวที่ส่องประกายเต็มท้องนฟ้ายามนี้แก่นความเป็ชายของจ้าวหานเฟิงพองโตตึงแน่นจนสู้แสงจันทร์
"ข้าปรารถนาจะลิ้มลองความแกร่งกร้าวของยอดบุรุษเช่นเ้ามาเนิ่นนานแล้ว..."
แม่ทัพเซียวหลงเหยียนหาได้รีรอช้าให้เวลาสูญเปล่ายอดขุนศึกผู้สูงวัยกว่าโน้มกายก้มต่ำลงเบื้องหน้าพยัคฆ์หนุ่มก่อนจะแกนกายนั้นด้วยริมฝีปากและเรียวลิ้นอันร้อนระอุดำดิ่งลงสู่ความหิวกระหายที่เก็บกักมานาน
"อ๊า...!"
จ้าวหานเฟิงถึงกับร่างสะท้านฮวบดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความเสียวซ่านอันหนักหน่วงจนแทบกลับกลายกึ่งพร่าเลือนวงหน้าหล่อเหลาแหงนหงายขึ้นสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ หยาดเหงื่อและหยาดน้ำเกาะตามไรผมท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่ถูกเคี่ยวกรำด้วยความกระสันรัญจวนอันไร้ทางต้านภาพใบหน้าอันงดงามละมุนตาของสตรีผู้เป็ดวงใจพลันผุดขึ้นมาในมโนสำนึกดั่งดวงประทีปดวงเดียวที่หลงเหลืออยู่
"ไป๋เหม่ยหลาน... ข้าคิดถึงเ้า... คิดถึงเ้าเหลือเกิน..."
น้ำเสียงแหบพร่าครางละเมอรำพันถึงเพียงแต่นางอันเป็ที่รักอย่างสุดหัวใจเสียงสะอื้นไห้ในอกที่ต้องยอมแลกเกียรติยศผสมปนเปไปกับเสียงหอบหายใจกระเส่ายามที่ร่างกายและสัญชาตญาณดิบกำลังเพลิดเพลินหลงระเริงไปกับรสััอันช่ำชองที่จอมทัพ
"ท่านแม่ทัพ... ข้า... ข้าไม่ไหวแล้ว มันจะออกมาแล้วขอรับ!"
จ้าวหานเฟิงเค้นสุ้มเสียงกล่าวออกมาด้วยความตื่นตระหนกและเป็กังวลอย่างถึงที่สุดทว่าร่างกายกลับทรยศต่อความยับยั้งชั่งใจเมื่อถูกคลื่นความเสียวกระสันอันหนักหน่วงโถมเข้าเล่นงานจนสติสัมปชัญญะแทบดับสูญวงหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน แขนทั้งสองข้างยึดเกาะลาดไหล่หนาของจอมทัพไว้แน่นเพื่อพยุงร่างอันสั่นเทา
"เ้าปลดปล่อยความเป็ชายของเ้าออกมาเลย...ข้าจะเป็ผู้รองรับมันไว้เอง"
แม่ทัพเซียวหลงเหยียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่พล่าเลือนด้วยความกระหายก่อนจะทวีความเร็วและความหนักหน่วงของเรียวลิ้นอย่างช่ำชองยิ่งกว่าเดิม เขาหมายมั่นปรารถนาที่จะลิ้มลองหยาดธารสีขาวขุ่นอันเปี่ยมด้วยพลังวัยฉกรรจ์ของนายกองหนุ่มผู้นี้อีกครั้งอย่างหิวกระหาย
เพียงไม่กี่อึดใจท่ามกลางเสียงลมราตรีที่พัดผ่าน สะโพกสอบของนายกองหนุ่มพลันกระตุกเกร็งจ้าวหานเฟิงแผดเสียงครางกระเส่าลั่นก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งความปรารถนาอันปะทุเดือดออกมาจนหมดสิ้นท่านแม่ทัพใช้ริมฝีปากและโพรงปากอันร้อนระอุกลืนกินทุกหยาดหยาดธารคาวโลกีย์นั้นลงคออย่างไม่กระดิกสายตาหนีประดับไปด้วยความพึงพอใจลึกล้ำดุจผู้ชนะที่สยบพยัคฆ์หนุ่มได้สำเร็จ
ร่างของจ้าวหานเฟิงสะท้านเยือกไปมาไม่หยุดหยาดน้ำตาแห่งความอัปยศระคนเสียวซ่านรินไหลอาบแก้มชายหนุ่มหอบหายใจจนแผงอกเพื่อมขึ้นลงราวกับคนสิ้นเรี่ยวแรงบัดนี้ร่างกายของเขาซวนเซคล้ายสาวน้อยผู้ไร้เดียงสาที่เพิ่งเคยพานพบกับบทเรียนโลกีย์เป็ครั้งแรก...เป็ครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มรสชาติของความปรารถนาอันมืดดำและดิบเถื่อนที่แท้จริงซึ่งลบล้างเกียรติยศและอุดมการณ์ทหารเสือของเขาจนหมดสิ้น