เสี่ยวเซี่ยมองจวนสกุลซูจุดเริ่มต้นเื่เล่าชวนขนหัวลุก ก่อนจะขยับเท้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้ตอนที่นางย้ายมาเมืองนี้ใหม่ๆ ก็ได้ยินเื่เล่าจากชาวบ้านว่าที่แห่งนี้มีอาถรรพ์ จากคำสาปแช่งของฮูหยินผู้เฒ่าซู ที่สาปส่งสะใภ้ด้วยความชิงชังรังเกียจใน่วาระสุดท้ายของชีวิตก่อนสิ้นใจ จนเกิดโศกนาฏกรรม เพราะผ่านไปไม่นานจากนั้นสะใภ้นางก็ตายอย่างไรสาเหตุบุตรชายเสียสติ หลานทั้งสองเก็บตัวไม่พบผู้คนกลายเป็ตระกูลที่ล่มสลาย
ว่ากันว่าเมื่ออดีตสกุลซูเป็ตระกูลมั่งคั่งเป็ที่นับหน้าถือตาเพราะนายท่านซูเป็ทหารผู้ภักดี ทำงานรับใช้ชาติเต็มไปด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรี ก่อนจะเกษียณอายุกลับบ้านเกิดแต่เพียงไม่กี่ปีก็สิ้นใจเวลานั้นบุตรชายเพียงคนเดียว อายุเพียงสิบสี่ไม่เป็โล้เป็พาย ทั้งวันเอาแต่รำพันกวี ท่องเที่ยวตามใจจนมารดาต้องปวดหัวคิดหาคู่ครองเพื่อจะคงความมั่งคั่งนี้เอาไว้จึงจับคู่กับบุตรสาวสหายสามีที่เป็ทหารเช่นกัน
แต่ไม่มีใครคิดว่าเขาจะต่อต้านมารดาด้วยการหนีออกจากจวนหายไปนานนับสิบปีไม่ส่งข่าวกลับมาอีกทีก็ตอนที่นางป่วยหนักแต่นั่นก็ไม่เท่ากับที่เขาพาบุตรชายฝาแฝดโตจนรู้ภาษากับภรรยาที่ไม่มีที่มาที่ไปกลับมาย่ำยีมารดาให้เจ็บช้ำเพียงไม่นานอาการของฮูหยินผู้เฒ่าก็ทรุดหนักก่อนจะสิ้นใจลงแต่ก่อนลมหายใจสุดท้ายของนางจะหมดลงนางก็ยังไม่ลืมความเคียดแค้นที่มีต่อบุตรและสะใภ้สาปแช่งเสียงดังกังวานไปทั้งห้องนอน บ่าวไพร่เอาไปพูดไม่หมดสิ้น
หลังงานศพฮูหยินผู้เฒ่าผ่านไปทุกอย่างก็ดูจะเป็ปกติราบรื่นกิจการที่ซูซ่างเทียนและภรรยาทำก็ดูจะดำเนินไปอย่างดี ครอบครัวอยู่อย่างสุขสันต์จนเวลาผ่านไปไม่ถึงปีอยู่ ๆ ฮูหยินก็เริ่มล้มป่วยร่างกายของนางไร้เรี่ยวแรงย่างไร้สาเหตุ ไม่ว่าจะหมอมีความสามารถแค่ไหนต่างก็ส่ายหน้ายอมแพ้ไม่อาจจะรักษานางได้ ในขณะเดียวกันสามีของนางก็ไม่ยอมแพ้เขาหาหมอจากทั่วสารทิศมาเพื่อรักษาภรรยาอันเป็ที่รักให้มีชีวิตอยู่เคียงข้างกันไปตลอด
ทว่าในคืนหนึ่งหลังเขากลับมาจากดูกิจการกลับพบศพภรรยาแขวนคอกับขื่อในห้องนอนโดยไม่ห่างกันมีร่างไม่ได้สติของบุตรฝาแฝดอายุสิบขวบนอนอยู่ด้วย
เวลานั้นเขาแทบทำอะไรไม่ถูกรู้ตัวอีกทีก็พาร่างของภรรยาลงมาข้างล่างได้แล้วแต่ก็ไม่อาจเรียกชีวิตของนางกลับคืนมาได้
และเป็ตอนนั้นที่เื่คำสาปแช่งของฮูหยินผู้เฒ่าที่ล่วงลับโหมแรงอีกครั้งหลังจากนั้นซูซ่างเทียนเริ่มใช้ชีวิตราวคนไร้สติพร่ำเพ้อเรียกหาแต่ภรรยาไม่สนใจสิ่งใดจนพี่ชายของภรรยาอย่างสิงชิงเส้าต้องเข้ามาดูแลกิจการและหลานสองคนที่ที่เก็บตัวไม่ปะผู้คน
จนเวลาผ่านไปเื่ราวเหล่านี้ก็ค่อยๆเงียบหายไปทีละน้อย จนเมื่อราวสี่ปีก่อนอยู่ๆเื่คำสาปของฮูหยินผู้เฒ่าซูก็ได้กลับมาอีกครั้ง หลังมีอยู่วันหนึ่ง่กลางดึกคนเคาะยามได้ยินเสียงครวญครางปานจะขาดใจ ชวนขนหัวลุกจะดังออกมาจากจวนหลังนั้น
สร้างความแตกตื่นและหวาดกลัว จนไม่มีใครกล้าผ่านไปทางตรอกเหรินซินอีกเพราะกลัวอาถรรพ์ของฮูหยินผู้เฒ่าที่จะตกมาถึงตนและครอบครัว
ผิดกับเสี่ยวเซี่ยเด็กสาววัยสิบเจ็ดที่พึ่งจะย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้ได้เพียงไม่ถึงเดือนที่ตอนนี้ได้มาอยู่ตรงหน้าจวนที่ว่า ทั้งยังเดินเข้าไปช้าๆ ด้วยความอยากรู้หลังนางหวนระลึกถึงเื่เล่าที่ได้ฟังมาจนขึ้นใจ
ฝ่ามือเล็กดันบานประตูใหญ่หน้าจวนที่ไม่มีใครเฝ้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้น นางนั้นนับว่าเป็คนชื่นชอบความท้าทาย สิ่งใดที่บิดาว่าไม่อย่า ห้าม นางมักจะทำเื่ตรงข้ามทั้งหมด จนหลายครั้งโดนลงโทษกักบริเวณแต่สำหรับนางนั่นไม่สามารถทำอะไรนางได้ เพราะถึงจะโดนขังนางก็หาทางออกมาได้อย่างวันนี้ที่นางปีนออกมาทางหลังคาห้องอาบน้ำแล้วมุดรั้วออกมาเพื่อพิสูจน์เื่ลี้ลับที่ว่ากับตาตัวเอง
เด็กสาวเดินเข้าไปในจวนหลังใหญ่ด้วยน้ำหนักเท้าเบาที่สุดที่สามารถทำได้ดวงตาของนางกวาดมองจวนเงียบสงัดพลางกลืนนี้ลายเหนียวกับบรรยากาศวังเวงก่อนนี้นางได้ยินมาว่าที่นี่ นอกจากคนสกุลซู สามคนพ่อลูกก็ไม่มีใครอีกเพราะล้วนกลัวคำสาปที่ว่า สิงชิงเส้าที่ดูแลที่นี่นั้นก็มาที่นี่สามวันครั้งเพราะต้องออกไปสอนหนังสือนอกเมือง
ส่วนสามพ่อลูกใช้ชีวิตอย่างไรนะหรือเห็นบิดานางเคยพูดว่าพ่อบ้านเก่าแก่ที่อยู่ั้แ่สมัยฮูหยินผู้เฒ่าเป็ผู้มาส่งอาหารให้ทั้งสามตามเวลาส่วนความสะอาดจะเป็สิงชิงเส้าที่พาคนมาทำตอนที่เขามาเท่านั้น
เสี่ยวเซี่ยเดินไปพลางคิดไปพลาง จากที่ระทึกใจใน่แรกก็เริ่มไม่รู้สึกอะไร กายที่ก้มด้อมๆ มองๆ่แรกก็ยืดเต็มความสูงแล้วเดินไปเรื่อย ๆราวกำลังชื่นชมบรรยากาศวังเวงนี้อย่างรื่นเริง
ก่อนเท้าเล็กจะชะงักเล็กน้อยหลังได้ยินเสียงบางอย่างดังออกมาจากเรือนมืดสนิททางซ้ายมือนาง
"ฮือออ นาน่าของข้า ฮูหยินข้า ฮือออ"
เด็กสาวเดินไปทางเสียงร้องไห้ที่คาดเดาว่าจะเป็ซูซ่างเทียนที่ร้องหาภรรยาอย่างที่หลายคนกล่าว และเป็เช่นนั้นจริงๆเมื่อนางเข้าไปใกล้ก็ได้ยินชื่อภรรยาของเขา ที่ดังออกมาเป็ระยะนางที่ไม่สนใจชายวัยกลางคนนี่เท่าไหร่ จึงหมุนตัวกลับแล้วเปลี่ยนทิศทางไปอีกฝั่งหนึ่งของเรือน
เด็กสาวยังคงทำตัวราวเป็เ้าของจวนที่เดินไปอย่างสบายใจพร้อมสำรวจส่วนต่างๆ ของจวนหลังนี้ไปด้วย
“น่ากลัวอะไรกันนี่ข้าเดินจนเมื่อยขายังไม่เห็นได้ยินเสียงโหยหวนที่ว่าเลยหรือจะมีคนกุเื่ขึ้น”
เสี่ยวเซี่ยมองจวนมืดสนิทวังเวงน่ากลัวนี่อีกครั้งอย่างลังเลหลังเดินมาจนถึงท้ายจวนก็ยังไม่ได้ยินเสียวที่ว่านอกจากเสียงของนายท่าซูที่ร่ำร้องหาภรรยาปานจะขาดใจหญิงสาวยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ ก่อนจะถอนใจแล้วออกเดินกลับไปยังทางที่มา
ทว่าทันทีที่นางเดินมาถึงทางแยกก่อนจะถึงเรือนนอนของนายท่านซูก็มีเสียงครางดังแว่วลอยมาตามลม จนคนที่กำลังเดินอยู่ต้องหยุดเท้าหันมองไปรอบร่างตัวเองอย่างไร้ทิศทาง ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกตระหนกก่อนรอยยิ้มตื่นเต้นจะแย้มขึ้นมาบนใบหน้าจิ้มลิ้ม
อื้ออ อรา...
เสียวเซี่ยพยายามมองหาที่มาของเสียงระหว่างนั้นนางก็เดินไปตามทางที่คิดว่าเป็ที่มาก่อนรอยยิ้มตื่นเต้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มจะกว้างขึ้นหลังเสียงที่นางได้ยินจะชัดขึ้นเรื่อย แต่ถึงจะดีใจที่ที่หาเจอแต่เด็กสาวก็อดยกมือลูบท่อนแขนทั้งสองข้าง ที่ตอนนี้ขนอ่อนลุกชันอย่างไร้สาเหตุยิ่งเสียงนั่นดังขึ้นเด็กสาวก็ยิ่งรู้สึกถึงขาที่หนักอึ้งพร้อมเสียงหัวใจเต้นถี่แทรกขึ้นมาดังอยู่ในหูท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัด
อืมมม อื้อออรา..อ่ะ
ซี้ดด อร้างงอาโป ท่านั้นของเ้าเสียวอย่างที่ว่าจริงๆ อืมมม
แต่ในระหว่างที่เสี่ยวเซี่ยกำลังลังเลระหว่างเดินต่อหรือกลับออกไป เสียงครวญครางก็ดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับบทสนทนาที่รั้งนางให้เดินไปทางเสียงที่ได้ยิน
เสียวเซี่ยพยายามมองหาที่มาของเสียงระหว่างนั้นนางก็เดินไปตามทางที่คิดว่าเป็ที่มา ก่อนรอยยิ้มตื่นเต้นบนใบหน้าจิ้มลิ้มจะกว้างขึ้นหลังเสียงที่นางได้ยินจะชัดขึ้นเรื่อยแต่ถึงจะดีใจที่ที่หาเจอแต่เด็กสาวก็อดยกมือลูบท่อนแขนทั้งสองข้างที่ตอนนี้ขนอ่อนลุกชันอย่างไร้สาเหตุ ยิ่งเสียงนั่นดังขึ้นเด็กสาวก็ยิ่งรู้สึกถึงขาที่หนักอึ้งพร้อมเสียงหัวใจเต้นถี่แทรกขึ้นมาดังอยู่ในหูท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัด
อืมมม อื้ออ อรา..อ่ะ
ซี้ดด อร้างง อาโปท่านั้นของเ้าสียวอย่างที่ว่าจริงๆ อืมมม
แต่ในระหว่างที่เสี่ยวเซี่ยกำลังลังเลระหว่างดินตาหรือกลับออกไปเสียงครวญครางก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับบทสนทาที่รั้งนางให้เดินไปทางเสียงที่ได้ยิน