"จะมาเป็ความผิดของพี่พลได้ยังไงฮะ ก็ในเมื่อยัยนั้นไม่ใช่ลูกแท้ๆของพี่พลเสียหน่อย"
"หน้าที่ของพี่คือการพาคุณนิชไปฮันนีมูนให้ได้ และไม่ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคอะไร พี่ก็ต้องมีหน้าที่ขจัดให้ออกไป"
"เฮ้อ"
"นะถั่วพูนะ พี่..."
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้วฮะ ตกลงก็ตกลง"
"เย้ ไชโย"
อย่างไม่ต้องรอฟังให้น้องชายพูดจบดี ภัทรพลก็ร้องะโออกมาแล้ววิ่งกลับไปหาภรรยาด้วยท่าทางดีอกดีใจเหมือนเด็กๆท่าทางผิดไปจากเมื่อครู่แบบหน้ามือเป็หลังมือเลยทีเดียว
ภูดิศรได้แต่ส่ายหน้า ต่อไปนี้เขาก็ต้องรับภาระดูแลยัยหลานสาวนอกไส้คนนั้นอย่างไม่มีทางเลี่ยงแล้วสิน่ะ
พี่ชายพาภรรยากลับไปแล้วอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าถ้าช้ากว่านั้นอีกเพียงนิดเดียว คนเป็น้องชายก็จะเปลี่ยนใจอย่างนั้นแหละ ลับตาท้ายรถของพี่ชาย ภูดิศรก็หันมามองเ้าของร่างโปร่งระหง ผู้มีใบหน้าสวยหวานสะดุดตาและั์ตาเซ็กซี่สะดุดใจนั้นอย่างปลงไม่ตกว่าจะเริ่มต้นกับการดูแลเธออย่างไรดี ยัยนี่อยู่ก้ำกึ่งระหว่างคนดีกับคนบ้างั้นสินะ
"เอ่อ เธอ เธอไม่ต้องเข้ามาใกล้ฉันนักก็ได้น่ะ"
เขารีบบอกพร้อมกับยกมือห้ามพลางเท้าก็ถอยหนีด้วยท่าทางหวาดกลัวเมื่อเห็นเ้าหล่อนเดินเข้ามาใกล้
สาวน้อยหยุดชะงัก เอียงคอมอง ขมวดคิ้วทำท่าฉงน
"อาถั่วพูกลัวหนูนุชหรือคะ"
เธอถามเสียงใส ั์ตาซื่อ
"ปล๊าว ฉันจะไปกลัวเธอทำไม"
ชายหนุ่มเชิดหน้ารักษาฟอร์มพร้อมปฏิเสธเสียงสูงอย่างร้อนตัวแต่สายตาก็ยังแอบเหล่มองเธอด้วยความหวาดระแวง บ้าชะมัด นี่เขาจะต้องอยู่ร่วมบ้านกับคนบ้าจริงๆอย่างนั้นเหรอ
"แล้วทำไมอาถั่วพูถึงต้องถอยหนีหนูนุชด้วยล่ะ"
"ใครหนีเธอ เข้าใจผิดไปแล้ว ฉันก็แค่จะไปยกกระเป๋าของเธอขึ้นไปเก็บให้เท่านั้น หรือว่าเธอจะยกไปคนเดียว ฉันจะได้ไม่ต้องช่วย"
"แล้วไป งั้นอาถั่วพูยกพวกนั้นไปแล้วกัน หนูนุชจะถืออันนี้"
ว่าแล้วเ้าหล่อนก็คว้าเอากระเป๋าถือใบเล็กนิดเดียวแล้วเดินนำลิ่วเข้าบ้านไป ภูดิศรกลอกลูกตามองกระเป๋าใบใหญ่สามสี่ใบที่ยังวางอยู่แล้วก็ต้องกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ ให้ตายสิ แค่วันแรกเขาก็เสียท่าคนบ้าเข้าให้แล้ว... นี่มันใช่หน้าที่เขาเหรอที่ต้องขนกระเป๋าให้ยัยนั้น แค่ให้มาอยู่ด้วยก็มากพอแล้วน่ะ
นึกได้อย่างนั้นชายหนุ่มก็ส่งเสียงเรียกลั่นทันที
"พี่โรจน์ พี่โรจน์"
"คร๊าบ อยู่นี่คร๊าบ"
เสียงขานดังขึ้นพร้อมกับชายวัยสี่สิบสามปีรูปร่างสัดทัดที่วิ่งเข้ามา
"มัวไปทำอะไรที่ไหนอยู่"
ภูดิศรขึ้นเสียงหงุดหงิดใส่คนรับใช้ในบ้านทันที
"ก็ รดน้ำต้นไม้อยู่ทางโน้นไงครับ"
วิโรจน์ตอบด้วยความรู้สึกงงๆ ว่านี่ตนทำผิดอะไร
"แล้วไม่เห็นหรือไงว่าพี่พลมา"
"เห็นครับ ก็ผมเป็คนช่วยคุณพลยกของลงจากรถเอง แต่คุณพลก็กลับไปแล้วนี่ครับ"
"ใช่ พี่พลกลับไปแล้ว แล้วนี่เห็นไหมว่าเขาทิ้งอะไรไว้บ้าง"
"ก็ มีกระเป๋าพวกนี้กับ..."
ตอนท้ายวิโรจน์กล่าวพร้อมกับทอดสายตามองตามร่างโปร่งระหงของเด็กสาวที่กำลังเดินเข้าบ้านไป
"นั้นไม่ต้องไปยุ่ง ที่ฉันเรียกพี่โรจน์มาก็เพื่อนี่ ช่วยฉันขนกระเป๋าพวกนี้เข้าไปไว้ในบ้าน"
ว่าแล้วภูดิศรก็หิ้วเอากระเป๋าใบหนึ่งเดินนำเข้าบ้านไปก่อน วิโรจน์เกาหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจ เื่แค่นี้ทำไมคุณถั่วพูถึงต้องทำท่าทางหงุดหงิดใส่เขาราวกับเป็เื่ใหญ่โตด้วยนะ
เดินเข้าไปถึงห้องโถง ภูดิศรก็ทิ้งกระเป๋าลงกับพื้นด้วยความเมื่อยแขนและเสียงที่เขาทิ้งกระเป๋าลงพื้นแรงๆก็ทำให้คนที่เดินนำเข้ามาก่อนและกำลังยืนมองรูปภาพที่ประดับพนังห้องอยู่อย่างสนใจต้องรีบหันขวับกลับมา ก่อนจะร้องอุทานเมื่อรู้ว่าอะไรเป็อะไร
"ว๊าย ตายแล้ว อาถั่วพูวางกระเป๋าหนูนุชแรงๆอย่างนั้นได้ยังไง พอดีขวดน้ำหอมเอย กระปุกเครื่องสำอางเอย ที่อยู่ในนั้นได้แตกเสียหายหมด"
จากที่แค่ไม่พอใจอยู่เพียงกรุ่นๆเปลี่ยนเป็โกรธจี๊ดขึ้นมาทันที
"นี่ ฉันไม่ใช่คนใช้ของเธอน่ะ แค่ที่ยกขึ้นมาให้นี่ก็เป็บุญมากเท่าไหร่แล้ว"
"เปล่านะคะ หนูนุชไม่ได้คิดว่าอาถั่วพูเป็คนใช้ แต่หนูนุชคิดว่าอาถั่วพูเป็สุภาพบุรุษต่างหาก"
เสียงแย้งซื่อๆนั้นทำให้คนที่โกรธอย่างไม่มีเหตุผลถึงกับพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยอมรับในใจว่ายัยนี่ช่างเป็คนบ้าที่ฉลาดชะมัด หลอกใช้เขาจนได้ซะงั้น โดยที่เขาเองก็ไม่กล้าโต้แย้งซะด้วยสิ
“รบกวนอาถั่วพูเก็บกระเป๋าให้หนูนุชด้วยนะคะ แล้วก็ทำดีดีด้วยนะคะ เดี๋ยวข้าวของของหนูนุชจะเสียหาย ตอนนี้หนูนุชขอไปวิ่งเล่นก่อน”
กล่าวจบเ้าหล่อนก็วิ่งตื๋อทะลุห้องโถงออกไปทางหลังบ้านทันทีอย่างไม่คิดจะรอฟังคำทักท้วงใดใด พอดีกันนั้นเองที่พี่อ้อมได้เดินออกมาจากในครัวพอดี
“นี่มันอะไรกันคะคุณภู แล้วนั้น”
พี่อ้อมมองสีหน้าหงิกงอของเขาสลับกับกระเป๋าใบใหญ่ด้วยความแปลกใจ
“กระเป๋าเสื้อผ้าลูกสาวของพี่พลยังไงล่ะ”
“ลูกสาวของคุณพล?”
“ก็คือลูกสาวของคุณนิชนั้นแหละ”
“อ้าว ก็ไหนเคยได้ยินว่าเธอเอ็นฯติดที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น แล้วก็เลยต้องไปเรียนอยู่ที่นั้นไงค่ะ”
“ใช่ แต่นั้นมันเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนี้เธอเรียนจบแล้ว แต่ก็ดันมาประสบอุบัติเหตุจนสมองได้รับความกระทบกระเทือน จนไม่อาจที่จะทิ้งให้อยู่ตามลำพังคนเดียวได้ พอพี่พลจะพาคุณนิชไปฮันนีมูน เขาถึงต้องเอามาฝากไว้ให้ผมช่วยดูแลให้ยังไงล่ะ”
“โถ เื่แค่นี้เอง ก็แล้วทำไมคุณภูถึงต้องทำหน้าบอกบุญไม่รับอย่างนั้นด้วยละคะ”
“ก็การที่ฉันต้องรับคนบ้าเข้ามาดูแลไว้ในบ้านเนี่ยนะ มันเป็เื่ที่น่ายินดีตรงไหน”
ชายหนุ่มกระแทกเสียงพร้อมทำสีหน้ายุ่งเหยิงมากขึ้นจนพี่อ้อมอดที่จะหัวเราะขำออกมาไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันยิ่งทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิดมากขึ้นไปใหญ่
“พี่อ้อมขำอะไรไม่ทราบ”
“ก็ขำคุณภูนะสิคะ ทำเดือดร้อนเป็เื่ใหญ่เื่โตไปได้ พี่อ้อมเห็นคุณหนูเธอแล้ว ก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรนักหนา เอาน่า เดี๋ยวพี่อ้อมจะช่วยดูแลด้วยอีกแรงหนึ่ง”
“พี่อ้อมรับปากกับผมแล้วน่ะ”
เห็นสบช่องอย่างนั้นชายหนุ่มก็รีบรวบรัดทันที
“ค๊า พี่อ้อมรับปาก”
นั้นเองคิ้วเข้มๆของชายนุ่มที่ขมวดเข้าหากันแน่นอยู่จึงได้คลี่คลายออกจากกัน
“เอาไปไว้ที่ไหนครับคุณภู”
วิโรจน์ที่หิ้วกระเป๋าใบใหญ่สองใบตามมาได้ถามขึ้น ภูดิศรจึงทำท่านึกว่าจะให้หลานสาวนอกไส้คนนั้นของเขาพักอยู่ที่ห้องไหนดี และระหว่างที่เขากำลังทำท่านึกอยู่นั้นเอง พี่อ้อมก็ได้ให้คำเสนอแนะออกมาทันที
“ก็ให้เธอพักอยู่ห้องที่ติดกับคุณภูนั้นแหละคะ”
“เฮ้ย...ได้ไง”
ภูดิศรรีบหันไปทำเสียงปรามคนที่เป็พี่เลี้ยงของตนมาั้แ่ที่ยังอยู่ในวัยเด็กอย่างไม่สู้จะเห็นด้วยนัก
“ก็แล้วจะให้ไปพักอยู่ที่ห้องไหนคะ มากะทันหันอย่างนี้ ห้องอื่นๆก็ยังไม่ได้ทำความสะอาด พี่อ้อมทำคนเดียวอย่างน้อยๆก็ต้องมีสามวันขึ้นไปถึงจะเสร็จ มีห้องนั้นห้องเดียวแหละพร้อมที่สุดเพราะคุณนพรุจพึ่งจะมาพักไปเมื่อไม่กี่วันนี่เอง”
เหตุผลที่พี่อ้อมยกมาอ้างนั้นทำเอาชายหนุ่มต้องทำหน้ายุ่งขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่วายค้าน
“มันจะดีหรือพี่อ้อม”
“ดีที่สุดสำหรับเวลานี้ค่ะ”
“แต่ผมว่า...”
“ดูเหมือนว่าคุณภูจะกลัวคุณหนูเธอนะคะ”
พี่อ้อมเอียงคอจ้องหน้าเขาอย่างพิจารณาพร้อมกับตั้งข้อสังเกต
“เฮ้ย จะบ้าเหรอพี่อ้อม ทำไมผมจะต้องไปกลัวยัยเด็กนั้นด้วย”
ภูดิศรรีบปฏิเสธเป็พัลวันด้วยความร้อนตัว แต่วิโรจน์ก็กลับพูดว่า
“เอาน่า คุณภู ยอมรับความจริงไปเถอะ ก็คุณหนูเธอใช่คนปกติดีที่ไหนละ ผมเองก็ยังกลัวเลย”
“วุ้ย พวกผู้ชายนี่อะไรก็ไม่รู้ กลัวแต่เื่ที่ไม่ควรกลัว ตัวโตซะเปล่า”
โดนพี่อ้อมบ่นเหมารวมอย่างนั้น ภูดิศรก็จึงได้รีบกล่าวเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง
“ถ้างั้นเอาตามที่พี่อ้อมว่าก็ได้ แล้วพี่อ้อมกับพี่โรจน์ก็จัดการกันไปแล้วกัน ส่วนผมจะรีบไปอาบน้ำ เตรียมตัวไปทำงาน สายแล้ว”
กล่าวจบชายหนุ่มก็ได้พาร่างสง่างามมาดแมน สูงหนึ่งร้อยแปดสิบเิเของตัวเองเดินขึ้นบันไดไปทันที
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“เป็อะไรไปพี่โรจน์”
อ้อมที่กำลังทำความสะอาดห้องรับแขกอยู่ถามขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นสามีเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางที่ล่อกแล่กดูหวาดระแวงไม่เป็ปกติ
“คุณหนูนุชล่ะ อยู่ที่ไหน”
วิโรจน์ถามด้วยระดับเสียงที่เบาจนเกือบเป็กระซิบ
“เห็นนั่งเล่นอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำโน้นแน่ะ ทำไม มีอะไรงั้นเหรอ”
“ก็ ฉันแค่อยากจะรู้ว่าเธอทำอะไรและอยู่ยังไงก็เท่านั้นแหละ”