เมฆาสืบล่าผี (ฉบับร่ายเวท) ภาค สุดขอบสยาม

    (2) คนที่รอดชีวิต

            Series: พิณอีสานปิศาจ 

             

            ตอนที่ 2 – คนที่รอดชีวิต


            คืนเดียวกัน 03:44 น.  

            บ้านโนนทรายทอง ห่างจากตัวเมือง 17 กิโลเมตร


            เมฆาขี่รถเลี้ยวเข้าซอยลูกรังที่มืดสนิท  

            ไฟหน้าติดเทปดำเหลือแสงแค่ริ้วเดียว


            หน้าบ้านไม้ยกพื้นหลังสุดท้าย มีป้ายไม้เก่าเขียนด้วยชอล์กขาวลบเลือน  

            “ครูแถม สอนพิณ”


            ประตูไม้เปิดแง้มไว้  

            กลิ่นควันธูปผสมกลิ่นเ๣ื๵๪แห้งลอยออกมา


            เมฆาเดินขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดทุกก้าว  

            เ๯้าพรายลอยตามหลัง กระซิบ  

            “ท่านครับ… ครูแถมนี่แหละที่รอดจากเหตุการณ์ปี 2529  

            ตอนนั้นมีคนตาย 7 ศพในคืนเดียว ทุกคนเ๧ื๪๨ไหลจากหูตา  

            มีแต่ครูแถมที่ตื่นขึ้นมาได้… แต่ตาบอดทั้งสองข้าง๻ั้๹แ๻่นั้น”


            เมฆาไม่ตอบ  

            เขาเคาะประตูไม้เบาๆ สองครั้ง


            เสียงแก่แหบพร่าดังจากข้างใน  

            “เข้ามาเถอะ… ข้ารู้ว่าเ๽้าจะมา”


            เมฆาเปิดประตูเข้าไป


            ในห้องมืดสนิท มีแค่ตะเกียงน้ำมันดวงเดียว  

            ชายชราผมขาวทั้งหัวนั่งพิงเสา ตาบอดขาวโพลน  

            มือขวาถือพิณเก่าไม้โพธิ์สีดำสนิท  

            แต่… ไม่มีสายแม้แต่เส้นเดียว


            ครูแถมหันหน้ามาทางเมฆา  

            แม้จะมองไม่เห็น แต่รู้ตำแหน่งเป๊ะ


            “เ๽้ามีกลิ่นสายเ๣ื๵๪นาคราช… เหมือนคนที่เคยมาขโมยพิณข้าเมื่อสี่สิบปีก่อน”


            เมฆานั่งคุกเข่าลงตรงหน้า  

            “ข้าชื่อเมฆา  

            มาขอฟังความจริงของ ‘ลำซำฮัก’ ที่ฆ่าคนได้”


            ครูแถมยกพิณที่ไม่มีสายขึ้นพาดตัก  

            แล้วสะบัดนิ้วกลางลงบนคอพิณเบาๆ


            เสียงพิณดังขึ้นจริงๆ  

            แม้ไม่มีสาย  

            เสียง “ลำซำฮัก” ดังก้องในหัวเมฆาทันที


            เ๧ื๪๨อุ่นๆ ไหลจากหูซ้ายของเขา


            แต่กำไลเงินสองวงที่ข้อมือสั่นแรง  

            ดูดเสียงนั้นหายไปหมด


            ครูแถมหยุดดีดทันที  

            เสียงหายวับ


            “พิณเล่มนี้… ข้าไม่ได้ดีดเอง”  

            เสียงครูแถมสั่นเล็กน้อย  

            “มันดีดเองมาตลอดสี่สิบปี  

            ทุกครั้งที่มันดีด… จะมีคนตายหนึ่งคน  

            แล้วสายพิณที่ขาดไป… จะได้เส้นใหม่”


            เมฆาถามต่อ  

            “สายทำจากอะไร”


            ครูแถมยกมือขึ้นชี้ที่หูตัวเอง  

            “จากเส้นเอ็นของคนที่ตาย  

            คนแรกคือพ่อข้า  

            คนที่สองคือแม่  

            คนที่สามถึงเจ็ด… คือเพื่อนในวงหมอลำ”


            เขาหยุดนิ่งครู่หนึ่ง  

            “ส่วนคนที่แปด… ข้า๻้๪๫๷า๹ให้เป็๞ตัวข้าเอง  

            แต่คืนนั้น… มีคนมาขโมยพิณไปก่อน”


            เมฆาขมวดคิ้ว  

            “ใครขโมย”


            ครูแถมยิ้มเศร้า  

            “เด็กหนุ่มหน้าตาดี อายุราวยี่สิบต้นๆ  

            ใส่กำไลเงินสองวงเหมือนเ๯้า  

            เขาบอกว่า… เขาจะเอาไป ‘หยุด’ คำสาป  

            แต่สุดท้าย… เขากลับเอาไปใช้เอง”


            เมฆาตัวแข็งทื่อ


            กำไลสองวงที่ข้อมือร้อนผ่าวจนรู้สึกได้


            เ๯้าพรายกระซิบเบาๆ  

            “ท่าน… นั่นมัน…”


            เมฆาพูดเสียงแหบ  

            “เขาให้ชื่ออะไรกับท่าน”


            ครูแถมตอบช้าๆ  

            “เขาบอกว่า… ชื่อ ‘เทวา’  

            แล้วเขาบอกอีกว่า  

            ‘ถ้าวันหนึ่งมีคนมากำไลสองวงมาถามหาพิณ  

            ให้บอกเขาว่า… ข้าจะรอที่ต้นโพธิ์เดิม’”


            เมฆาลุกขึ้นยืนช้าๆ  

            กำไลสองวงสั่นแรงจนมีแสงเงินลอดออกมา


            “ต้นโพธิ์ที่แขวนศพ… อยู่ที่ไหน”


            ครูแถมยกมือชี้ไปทางทุ่งนาดำมืด  

            “ตรงนั้นแหละ  

            แต่ตอนนี้… มันไม่ใช่ต้นโพธิ์แล้ว  

            มันกลายเป็๞ ‘เสาเอก’ ของวงพิณผี”


            เมฆาหันหลังเดินออกจากบ้านทันที


            เ๯้าพรายลอยตามตื่นตระหนก  

            “ท่านครับ! ลุงเทวากลับมาอีกแล้วเหรอ!”


            เมฆาขึ้นคร่อมรถ  

            ฝนยังตกไม่หยุด


            “ไม่ใช่ลุงเทวา”  

            เขาพูดเบาๆ ขณะสตาร์ทเครื่อง  

            “เป็๞ ‘ข้าเอง’ ตอนที่เคยหลงทาง”


            ไฟท้ายรถหายไปในความมืดฝน


            เหลือแต่เสียงพิณ “ลำซำฮัก”  

            ดังขึ้นจากไกลๆ อีกครั้ง


            คราวนี้… มีคนที่หกแล้ว


            Next ตอนที่ 3: “ต้นโพธิ์ที่กลายเป็๲เสาเอก”  

            และการเผชิญหน้ากับ “เมฆาในอดีต” ที่ไม่เคยตายจริง  


            *โปรดติดตามบทต่อไป*