ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้น หยางฝูก็งัวเงียลืมตาขึ้น ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งดี ๆ แล้วหันไปปลุกคนนอนไม่ยอมลุกให้ตื่น
"พี่ผิงผิง ตื่นเถอะเ้าค่ะ เราสายแล้วนะเ้าคะ"
"ข้ายังไม่อยากตื่นเลย ข้ายังรู้สึกเหมือนเพิ่งได้นอนไปเอง"
"ท่านรีบลุกเร็วเข้า ข้าจะไปเปิดประตูดูก่อนว่าใครมาเคาะเรียก"
"เ้าไปเถอะ"
เมื่อหยางฝูเปิดประตูออกไปก็พบเข้ากับหลี่ฉียืนส่งยิ้มทักทายให้
"พี่ฉีมาหากันแต่เช้าเลยนะเ้าค่ะ" หยางฝูถามพี่สาวที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อเย็นวาน พลางยกมือขึ้นป้องปากหาวหวอด ๆ จนน้ำตาซึม
"คุณหนูตื่นหรือยัง เ้ารีบไปบอกให้คุณหนูไปเจอกันที่โถงเรือนใหญ่เร็วทุกคนไปรอกันหมดแล้ว" สิ้นคำของหลี่ฉี หยางฝูก็เหมือนกับนึกอะไรขึ้นมาได้ นางก็รีบวิ่งกลับไปลากคนที่นอนนิ่งบนเตียงโดยไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาง่าย ๆ เลย
"พี่หญิงเราต้องรีบแล้วนะเ้าคะ นี่ก็จะเลยเวลาที่บิดาท่านได้บอกไว้แล้วนะเ้าคะ อีกอย่างพี่ฉีมาบอกว่าทุกคนไปรอกันที่นั่นหมดแล้วด้วย เรารีบไปกันเถอะเ้าค่ะ"
"ไม่ไปได้หรือไม่ ข้ายังนอนไม่พอเลย" น่านน้ำรู้สึกไม่มีพลังเลย ร่างกายของนาง้าพักผ่อนเอามาก ๆ
"ไม่ได้เ้าค่ะ" หยางฝูฉุดนางลุกออกจากเตียงด้วยความลำบาก กว่าจะพากันมาถึงเรือนใหญ่ก็เกือบเลยเวลาแล้ว
ครั้นทั้งสองคนเดินมาถึงสายตาไม่พอใจของทุกคนก็พุ่งตรงมายังพวกเธอทันที ยกเว้นเพียงอนุรองเวินหลันฮวาเท่านั้น ที่ทำเพียงพยักหน้าให้กับหญิงสาว เพื่อบอกให้รีบเดินเข้ามาด้านในเร็ว ๆ
"ไร้มารยาท ชาตินี้คงมิได้ออกเรือนกับใครเขาแน่ เห็นทีข้าต้องให้คนมาช่วยสอนมารยาทเ้าเสียใหม่ วันข้างหน้าจะได้ไม่ออกไปให้คนสกุลจ้าวขายขี้หน้าใครเขา" ฮูหยิงซินหยานว่าพลางส่งสายตาดูแคลนให้กับหญิงสาว แต่นางก็ไม่คิดเอามาใส่ใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าหากต้องมาเจอกันสตรีผู้นี้จะต้องหาเื่มาว่าให้จ้าวลี่ถิงคนนี้แน่
"ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเสียเวลาเ้าค่ะ" บางทีการเล่นบทเป็คนแสนดีมันก็ไม่ง่ายเลย แต่ก็ยังไม่อยากทำอะไรที่โจ่งแจ้งเกินไป เพราะเดี๋ยวภาพลักษณ์ของจ้าวลี่ถิงจะเสียหายได้
"ข้าว่าเราอย่าไปสนใจคนโง่เช่นนางเลยนะเ้าคะ ท่านมีเื่อะไรจะแจ้งก็รีบบอกมาดีกว่า อีกเดี๋ยวข้าต้องออกไปข้างนอกแล้ว" คุณหนูใหญ่จ้าวซิงเหยียนปรายตามองคนมาใหม่ด้วยความหงุดหงิด อีกอย่างวันนี้นางมีนัดออกไปนั่งจิบชา และดูนักดนตรีหนุ่มรูปงามขวัญใจสาว ๆ ที่หอสำราญลี่อิน
สถานที่สำหรับคน้าไปนั่งฟังดนตรีเพราะ ๆ จากเหล่าบัณฑิตประจำสำนักลี่ฉุน ที่ผลัดเปลี่ยนกันออกมาแสดงความสามารถของตัวเองหลังจากฝึกฝนมาเป็เวลานาน และยิ่งใน่ทดสอบประจำสัปดาห์ ซึ่งจะมีอาจารย์ผู้ฝึกสอนออกมาร่วมรับชมรับฟังด้วย ในวันนั้นจะมีคนมาร่วมดูเยอะเป็พิเศษเนื่องจากเหล่าสาว ๆ ทั้งหลายจะได้มีโอกาสยลโฉมอันงดงานอย่างอาจารย์ซูหนิงเหอผู้โด่งดังใกล้ ๆ ให้หัวใจพองโต
"ข้าไปด้วยนะเ้าคะพี่หญิง ข้าอยากไปเห็นอาจารย์ซูหนิงเหอกับบัณฑิตหยาง" เมื่อน่านน้ำและหยางฝูได้ยินคุณหนูสามจ้าวจื่อรั่วเอ่ยถึงคนสกุลหยางก็พากันหันหน้ามองกันอย่างมิได้นัดหมาย แต่ก็ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา
"ได้สิ แต่ข้าไม่แน่ใจนะว่าทั้งคู่จะมาที่หอสำราญหรือไม่ แต่ถ้าเอาแบบมั่นใจอีกสามวันก็มีการจะทดสอบประจำสัปดาห์ ทั้งคู่ต้องมาแน่นอน" จ้าวซิงเหยียนบอกน้องรักไป
"อารั่วชอบอาจารย์ซูเหรอลูก ให้แม่ใหญ่เชิญพี่เขามาดื่มชาที่จวนเราสักมื้อดีหรือไม่ เ้าจะได้ทำความรู้จักกับพี่เขาไว้ด้วย"
"ข้ารักแม่ใหญ่ที่สุดเลยเ้าค่ะ" จ้าวจื่อรั่วเดินเข้าไปกอดฮูหยินทันที เมื่อฮูหยินจะช่วยสร้างโอกาสให้กับนาง เป็เช่นนี้แล้วจะไม่ให้นางรู้สึกสนิทกับแม่ใหญ่ได้อย่างไร เพราะมารดาแท้ ๆ ของนางนอกจากจ้าวลี่ถิงแล้วก็ไม่เห็นมาใคร่ใส่ใจอะไรกับลูก ๆ เช่นพวกตนเลย
"นายท่านมีอะไรจะแจ้งพวกเราก็รีบบอกมาเถอะเ้าค่ะ" อนุเจียงหยางมี่เห็นท่าจะออกนอกเื่ไปไกลก็รีบดึงพาทุกคนกลับเข้ามาเื่ที่ทำให้ทุกคนต้องมารวมตัวกันที่นี่
"อย่างที่พวกเ้าเห็น ตอนนี้บุตรสาวของเราก็สมควรแก่การออกเรือนกันแล้ว ข้าจึงอยากจะจัดงานดื่มน้ำชาขึ้นที่จวนของเรา แล้วเชิญบุตรชายของตระกูลต่าง ๆ มาร่วมงานเลี้ยงนี้ เพื่อให้บุตรสาวของเราได้เลือกคู่ พวกเ้าคิดเห็นว่าอย่างไร" นี่หากไม่เห็นว่าเป็สกุลใหญ่ประจำเมืองนี้มีหวังหญิงสาวได้คิดว่าจ้าวเหวินหมินบิดาของจ้าวลี่ถิงกำลังคิดจัดงานขายลูกสาวจริง ๆ อีกอย่างมันเกี่ยวอะไรกับนางด้วย ทั้งที่ทำเหมือนตัดขาดกันแล้ว หรือคนพวกนี้มีแผนอะไรกัน บุตรสาวคนโตอายุก็มิใช่น้อยเหตุใดจึงไม่ให้ออกเรือนไปคนเดียว
"เช่นนั้นท่านพ่อไปเชิญบัณฑิตของสำนักลี่ฉุนมาด้วยได้หรือไม่เ้าคะ โดยเฉพาะอาจารย์ซู" จ้าวจื่อรั่วรีบถามด้วยความสนใจกับเื่ที่บิดาของนางเอ่ยมาเป็อย่างมาก จนลืมเก็บอาการบ้าผู้ชาย แต่นี่ก็ไม่มีใครคิดตำหนินาง หากลองเปลี่ยนมาเป็จ้าวลี่ถิงดูสิมีหวังยำเละแน่นอน
"ย่อมได้ เพื่อลูกสาวของข้าแล้ว ไม่มีอะไรที่ข้าทำให้พวกเ้าไม่ได้"
"เช่นนั้น ในวันนั้นข้าไม่ขอเข้าร่วมนะเ้าคะ"
"ไม่ได้...เพราะคนแรกที่ข้า้าให้ออกเรือนก่อนคนอื่นคือเ้า"
"ข้าทำไม่ได้หรอกนะเ้าคะ หากท่านไม่้าเห็นหน้าข้า ท่านเพียงให้ข้ากลับไปที่เดิมสิเ้าคะ"
"เป็เด็กเหตุใดจึงกล้ามาเอ่ยเช่นนี้กับผู้ใหญ่ ช่างไร้มารยาทนัก" ฮูหยินตำหนินางด้วยความไม่พอใจ สายตาคมจ้องหน้าเขม่นอย่างเอาเื่
"ขอโทษเ้าค่ะ" หญิงสาวรีบก้มหัวขอโทษเป็การใหญ่ อย่าให้ถึงวันของนางแล้วกัน จวนนี้ต้องได้ลุกเป็ไฟในสักวัน
หลังจากคุณเื่การจัดงานเลี้ยงน้ำชาที่จะจัดขึ้นในอีกสี่วันข้างหน้าเสร็จ นายท่านใหญ่ของจวนและผู้ติดตามของเขาก็พากันไปดูกิจการผ้าย้อมสีธรรมชาติของสกุลต่อ พวกคุณหนูคนงามทั้งสี่คนก็พากันเดินทางไปยังหอสำราญลี่ฉุนกัน ส่วนพระมารดาทั้งสามก็พากันเดินหายออกไปจากที่นี่เช่นกัน
"อนุเวินฝากเอามาให้คุณหนูรองเ้าค่ะ" ฮุ่ยิเดินเอากระดาษแผ่นน้อยมายัดใส่มือให้น่านน้ำ
หลังจากเปิดออกดูก็พบว่าเป็สถานที่ที่อนุเวินหลันฮวานัดให้ไปเจอกันที่โรงเตี๊ยมเฟิ่งหลง ที่นั่นจากความทรงจำของจ้าวลี่ถิงอยู่ข้าง ๆ กับหอสำราญลี่อินซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสำนักศึกษาลี่ฉุนอันเลื่องชื่อ เรียกได้ว่าอยู่ตรงใจกลางเมืองไห่หงนี้ นอกจากนี้ที่ทำการสำคัญ ๆ ก็มักจะตั้งกันอยู่แถวนั้นเช่นกัน และจากจวนสกุลจ้าวไปที่นั่นเดินเท้าไม่เกินหนึ่งเค่อก็น่าจะถึงแล้ว
"ขอบคุณนะอาิ จริงด้วยว่าแต่ตอนนี้เ้ากับอาฉีว่างหรือไม่ ไปเดินเที่ยวในตัวเมืองด้วยกันนะ" ฮุ่ยิทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตกลงออกไปกับทั้งสอง ก่อนนางจะรีบไปขออนุญาตอนุเวินหลันฮวาเพื่อเดินเที่ยวเล่นเป็เพื่อนคุณหนูรอง และชวนหลี่ฉีไปด้วยกัน
ทั้งคู่ยืนรอที่หน้าประตูจวนไม่นาน พวกหลี่ฉีก็พากันเดินมา เมื่อคนครบแล้วก็ได้เวลาออกไปสนุกกันแล้ว เพราะวันนี้น่านน้ำคิดเอาไว้แล้วว่าจะใช้เงินของชายชราคนนั้นให้หมดกันไปข้างเลย โทษฐานทำให้ตนอับอายขายหน้าจากภาพหลอนที่เกิดจากกำไลข้อมือบ้า ๆ ของเขา
"พวกเ้าอยากได้อะไร บอกได้เลยนะข้าจะซื้อให้" น่านน้ำว่าพลางทำหน้าป๋าใจป้ำให้กับทั้งสามคน ซึ่งจากท่าทางนี้ก็ทำเอาทั้งสามอดแปลกใจไม่ได้ เพราะตอนอยู่ต่อหน้าทุกคนในห้องโถงเรือนใหญ่ก่อนหน้ายังทำตัวเรียบร้อยอยู่เลย ไฉนพอก้าวพ้นออกจากรั้วจวนมาได้ คุณหนูรองถึงได้ดูกล้าคิด และมีความมั่นใจเอามาก ๆ ไม่เหมือนคนโง่หรือไม่มีหัวคิดอย่างที่ทุกคนว่าให้เลย หรือบางทีคุณหนูรองผู้นี้อาจเป็คนอารมณ์หลายขั้วก็เป็ได้ทั้งสามคิด ขณะเดินตามหลังหญิงสาวเข้าไปใจกลางเมือง....