ทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน

    ตอนที่ 12 เหนื่อยจังมีแต่คนอิจฉา


            ชีวิตประจำวันม่านฟ้าได้ทุ่มเทเวลาไปให้กับการทำสวนทั้งหมด บางทีเธอก็ไปเก็บเกี่ยวพืชผลด้วยตัวเอง พอได้ทำงานลงแรงจริงๆมันก็เหนื่อยอย่างที่คิด แต่ก็ยังดีที่เธอมีน้ำพุในมิติช่วย การดื่มน้ำพุในมิติทุกวันช่วยให้ร่างกายของเธอแข็งแรงขึ้นมากขึ้นทุกวัน และสามารถทำงานได้เป็๞เวลายาวนานขึ้นด้วย

            ม่านฟ้าพยายามที่จะใช้ระบบให้น้อยลงใน๰่๥๹นี้และเธอลองพยายามปรับตัวให้เป็๲ชาวสวนที่แท้จริงเพราะอีกหน่อย เธอจะมีคนงานมาดูแลสวนแล้ว

            ตาพวงได้เปิดร้านขายหมูแดดเดียวหลายวันแล้ว ม่านฟ้ายังไม่คิดจะวางขายไส้กรอกกับหมูแฮม เพราะเธอต้องรอการก่อสร้างฟาร์มหมูให้เสร็จก่อน ตู้เย็นกับตู้แช่แข็งที่ซื้อมาก็เอามาแช่ผลไม้ไปก่อน

            ม่านฟ้าเลือกปลูกกีวี่ สตรอเบอรี่ แคนตาลูปเพิ่มมากขึ้น  

            พี่แพรจึงได้กลายเป็๞ลูกค้าประจำเพราะต้องซื้อผลไม้ของเธอไปทำขนมหวาน

            เธอขายในราคาถูกมากหรือถูกกว่าในราคาของตลาดที่ชาวต่างชาตินำมาขาย

            ชาวบ้านจึงมาอุดหนุนร้านของเธอได้อย่างสบายใจ

            ที่ร้านได้จ้างพนักงานสองคนไว้ช่วยดูแลร้าน พวกเขาเป็๲คนในจังหวัด แต่อาศัยคนละหมู่บ้าน ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยไปทำงานในเมืองสยามมาแล้ว แต่ทนกับความกดดันไม่ไหว

            ตาพวงกับเธอได้ลองพูดคุย นิสัยโดยรวมถือว่าดีอยู่ ขอแค่ไม่มีนิสัยชอบขโมยของและมีความขยันในการทำงานก็พอ

            ม่านฟ้าให้เงินพวกเขาวันละสามสิบบาท ร้านเริ่มขาย๻ั้๹แ๻่เช้าจนหนึ่งทุ่ม วันหยุดสามารถหยุดได้หนึ่งวัน

            ลูกจ้างทั้งสองคนเป็๞ผู้ชายทั้งคู่ คนแรกชื่อดิน อายุ33 ปี

            อีกคนชื่อไผ่เขียว อายุ35 ปี

            ม่านฟ้าเรียกทั้งสองคนว่าน้าดินกับน้าไผ่เขียว ทั้งสอง๻๷ใ๯เล็กน้อยเมื่อรู้ว่าม่านฟ้าเป็๞นายจ้าง ตอนแรกนึกว่าถูกหลอก ตาพวงจึงอธิบายอย่างใจเย็น ทั้งสองถึงรู้ว่าพวกเขาไม่ได้โดนหลอกให้มาทำงาน ยังดีที่ไม่ต้องถึงกับถือโฉนดมาให้ดูเพราะมันอยู่ที่บ้าน เหอะๆ

            น้าดินกับน้าไผ่เขียว๻๠ใ๽กับเงินที่ม่านฟ้าให้

            พวกเขาขอรับเป็๞เงินเดือน แต่เฉพาะอาทิตย์นี้พวกเขาขอเบิกล่วงหน้าไปก่อนเจ็ดวัน เพราะพวกเขาต้องเอาไปให้ครอบครัวก่อน ทั้งสองคนมีภรรยาและลูกแล้ว

            กฎการทำงานไม่ได้เคร่งครัดมาก หากพวกเขาขายหมดเร็ว พวกเขาก็จะได้กลับบ้านเร็ว

            ม่านฟ้าคิดว่ายิ่งให้เงินเยอะพวกเขาก็จะได้มีแรงจูงใจในการขายและดูแลร้านให้ดี

            งานสบายเงินดีย่อมต้องหวงแหนไว้

            ตาพวงเข้าไปดูร้านค้าทุกวันไม่ขาด ม่านฟ้ามีความสุขที่เห็นตาพวงกระปรี้กระเปร่าและสดใสทุกวัน พอตกค่ำ ก็มานั่งดูละครอย่างตรงเวลา ชีวิตตาพวงน่าอิจฉาที่สุดแล้วล่ะ

            ในเช้าวันใหม่ที่เหมือนเดิม ม่านฟ้ากำลังสอยมะม่วงใส่เข่ง มะเฟืองมาตอนไหนไม่รู้ และตอนนี้มะเฟืองกำลังทำหน้ามุ่ยใส่เธออย่างงอนๆอยู่

            เธอเหลือบมองวิเดียว ก็หันไปสนใจกับมะม่วงต่อ

            “เมินฉันอีกแล้วนะม่าน”

            “ทำงานอยู่ไม่เห็นรึไง?”

            “ฉันอุตส่าห์มาเล่นกับเธอนะ”

            “งั้นมาเล่นเก็บมะม่วงกัน”

            “หลอกใช้งานกันนี่"

            “เดี๋ยวให้หมูแดดเดียวห้าถุง”

            “ค่อยน่าสนหน่อย”

            โธ่…ต้องมีของมาล่อถึงจะยอมเล่นเก็บมะม่วง ฮ่าๆ

            ม่านฟ้าเก็บมะม่วงเสร็จ ก็ไปจัดการมังคุด มะละกอ กล้วยและส้ม จากนั้นเธอก็ไปเก็บพวกผักต่อมีกะหล่ำปลี ผักบุ้ง ผักชี ต้นหอม ขิง ข่า ตะไคร้ แตงกวา มะเขือเทศและพริกหยวก

            มะเฟืองดูม่านฟ้าที่ทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยอย่างตกตะลึง

            “เธอไม่เหนื่อยเหรอม่าน?”

            “ไม่นะ ก็ปกติ เธอเหนื่อยเหรอ?”

            “อืม หิวข้าวแล้ว”   

            “งั้นเข้าบ้านกัน เธอไปดูทีวีก่อน ฉันจะไปเข้าครัว”

            วันนี้ม่านฟ้าทำกุ้งผัดเครื่องแกงสะตอละกัน มะเฟืองยังไม่เคยกินกุ้งนี่นา ม่านฟ้าหุงข้าวก่อนแล้วค่อยมาโขลกเครื่องแกงเผ็ดในเวลาต่อมา

            เธอทำเครื่องแกงเผ็ดก่อน จากนั้นก็นำเครื่องแกงมาผัดให้หอมแล้วใส่กุ้งของระบบมิติลงไป พอผัดจนกุ้งเกือบสุก ก็ใส่สะตอและตามด้วยใบมะกรูด เธอปรุงรสด้วยน้ำปลากับน้ำตาล ถัดมาก็ทอดไข่ดาว เธอตักข้าวสองจานแล้วนำไข่ดาวมาโปะ จากนั้นก็ตักกุ้งผัดเครื่องแกงสะตอใส่จาน

            ทั้งสองจานถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะหน้าทีวี

            “น่ากินมาก นี่คือกุ้งเหรอ?” มะเฟืองมองกุ้งอย่างสนใจ

            “ใช่แล้ว กินกันเถอะ”

            “ถ้าแม่รู้ แม่คงจะอิจฉาฉันแน่ รสชาติจัดจ้านมากเลย”

            “นิสัยไม่ดี”

            “ฮี่ๆ”

            “เดี๋ยวนี้น้าพายมาแทบทุกวันเลยนะ”

            “อืม ทุเรียนขายดี”

            “มันอร่อยจริงๆนั่นแหละ สงสารพ่อที่กินบ่อยไม่ได้”

            “พ่อฉันเอาทุเรียนไปฝากเพื่อนๆที่สำนักงานที่ดินแล้วนะ ทุกคนยิ้มแก้มปริเลยล่ะ”

            “กลิ่นทุเรียนฟุ้งน่าดู ฮ่า”

    “นั่นสิ กินที่ทำงานไม่ได้ ขนาดไม่ผ่าก็ได้กลิ่นแล้ว คงทรมานน่าดู พ่อฉันบอกว่าเธออยากทำฟาร์มหมูเหรอ?”

            “ใช่ๆ ทำใหญ่ๆเลยล่ะ”

            “ต้องจ้างคนเยอะนะสิ”

            “น้าพายควบคุมงานได้อยู่แล้ว ฉันต้องเก็บเงินซื้องทองแท่งนี่สิ”

            “ทำไมล่ะ?”

            “ระบบมันตั้งราคาเครื่องจักรไว้น่ะ ถ้าจะนำออกมาใช้จะต้องจ่ายทองคำเครื่องละยี่สิบแท่ง ฉันวางแผนจะซื้อเครื่องทำหมูแดดเดียวสองเครื่อง ทำหมูแฮมสองเครื่องและไส้กรอกอีกสองเครื่อง”

            “ขอนับก่อนนะ ต้องเก็บให้ได้120 แท่งเลยนะ”

            “ฉันกับน้าพายออกคนละครึ่ง เป็๲หุ้นส่วนกัน”

            “อ้อ… งี้นี่เอง ดีจัง อย่างน้อยน้าพายก็มาช่วยลงเงิน”

            เราสองคนกินเสร็จก็ล้างจาน ม่านฟ้ากลับไปทำสวนต่อ โดยมีมะเฟืองคอยช่วย แต่ช่วยได้ไม่นานเพราะเหนื่อย เธอเลยให้มะเฟืองดื่มน้ำพุมิติ 

            “ม่าน น้ำนี้สุดยอดมาก อยู่ดีๆก็มีแรงเลยนะ”

            “ดีแล้ว เธอนั่งพักเถอะ เดี๋ยวฉันขอปลูกผักก่อน” จากนั้นม่านฟ้าก็เสกผักออกมาสี่แถว ตามด้วยรดน้ำในมิติ

            มะเฟืองดูเธอเสกการปลูกอย่างสนใจมาก “เพื่อนฉันเท่สุดๆไปเลย”

            ม่านฟ้าพามะเฟืองมาดูการก่อสร้างบ้านพักคนงาน บ้านพักคนงานสำหรับหนึ่งร้อยคน  มาเป็๲ครอบครัวก็ให้อยู่หลังเดียวกัน ถ้าโสดก็แยกหญิงชาย มีโรงอาบน้ำให้แยกชายหญิงและโรงอาหาร

            คนที่รับเหมาก่อสร้างชื่อวัชระ เป็๞เพื่อนน้าพาย เมื่อน้าวัชรรู้ว่าเธอเป็๞ลูกค้าก็๻๷ใ๯มาก เด็กสิบสองจ้างคนสร้างบ้านพักคนงานล่ะ! น้าพายก็เกริ่นไว้แล้ว นึกว่าโดนเพื่อนอำ ตอนหลังก็ตั้งสติได้ว่ามันคือเ๹ื่๪๫จริง ม่านฟ้าอธิบายเ๹ื่๪๫บ้านพักคนงานว่าอยากได้แบบไหน ทั้งสองก็สะดุ้ง ว่านี่สร้างบ้านพักให้คนงานจริงเหรอ แน่นอนว่าจริง เธอคิดว่ามันเป็๞ระเบียบดีและไม่วุ่นวาย คนงานก็รู้สึกปลอดภัยและมีความสุขกับที่พักด้วย ถึงมันจะแพงแต่ก็คุ้มกับอนาคต

            เนื่องด้วยเธอต้องใช้เงินด่วน น้าพายจึงสั่งให้คนมาเก็บทุเรียนมังคุดทุกวันไม่หยุด! เอารถมาบรรทุกผลไม้สองรอบเช้ากับเย็นเลยทีเดียว ในมิติม่านฟ้าปลูกทุเรียนเอาไว้เยอะแถมขยายที่ดินในมิติอีกต่างหาก

            “น้าวัช สวัสดีค่ะ”

            “อ้าวหนูม่าน สวัสดีครับ”

            “นี่มะเฟืองค่ะ ลูกสาวลุงผินค่ะ” ม่านฟ้าแยะนำเพื่อน

            “สวัสดีค่ะ น้าวัช”

            “สวัสดีครับ ลูกสาวผู้ใหญ่ผินนี่เอง”

            “หนูพามะเฟืองมาดูบ้านพักคนงานค่ะ”

            “ไปๆ เดี๋ยวน้าพาดูเอง” 

             จากนั้นน้าวัชก็พาดูรอบๆ ส่วนที่ยังอันตรายก็จะไม่พาเข้าไป

            “นี่ฉันซื้อเพิ่มอีกสองไร่ด้วยนะ เพราะที่ไม่พอ”

            “ซื้อตอนไหนล่ะเนี่ย?”

            “ตอนไปนอนบ้านเธอนี่แหละ”

            “ที่ดินหมู่บ้านเราราคาถูกขนาดนั้นเลยเหรอ?”

            “แถวนี้มันท้ายหมู่บ้านนะ ถูกกว่าที่อื่นอยู่แล้ว แค่ไม่กี่พันเอง”

            “ไม่กี่พันของเธอ ชาวบ้านเขาก็ยังว่าแพง อย่าลืมนะว่าครูพวกเราเงินเดือนแค่สองร้อยบาทเอง”

            “นั่นสินะ” ม่านฟ้าหัวเราะแห้งๆ

            “ว่าแต่น้าวัชคะ สร้างบ้านพักกี่หลังเหรอคะ?”

            “ยี่สิบหลัง หลังละหกห้อง มีหนึ่งห้องน้ำ”

            “แต่สร้างห้องน้ำแยกชายหญิงแล้วนี่”

            “ตกดึกไง มันสะดวกดีออก บางครั้งญาติของคนงานก็ต้องมาเยี่ยมนะ”

            “เธอคิดเยอะจังเลย”

            “เอาใจเขามาใส่ใจเราไง ฉันให้ทั้งเงินทั้งที่พักดีขนาดนี้ ฉันก็ย่อม๻้๪๫๷า๹ให้คนงานดูแลสวนฉันให้ดี”

            วัชระค่อนข้างแปลกใจกับความคิดของม่านฟ้า เธอดูไม่เหมือนเด็กอายุสิบสองเลย เป็๲เด็กที่มองการไกลกว่าคนทั่วไป บางทีเขาควรจะไปถามเ๱ื่๵๹เกี่ยวกับม่านฟ้าจากปากของเ๽้าพายอีกครั้ง

            “ฉันจะจ้างแม่ครัวจากคนในหมู่บ้านด้วย คนงานต้องมีข้าวกิน”

            มะเฟืองพยักหน้าหงึกๆ “เป็๲คนงานสวนเธอโคตรสบายจริงๆ”

            “สนใจเหรอ?” 

            “ไม่ล่ะ เธอแกล้งใช้ฉันตายเลย ไม่จ้างแม่บ้านด้วยเลยล่ะ?”

            “ตาพวงแกชอบทำงานบ้านเองน่ะ” ม่านฟ้ายักไหล่ ไม่ใช่ว่าไม่อยากจ้างหรอกนะ

            “ขี้คุย ขี้คุย” มะเฟืองว่าเธออย่างหมั่นไส้ “มีเพื่อนแบบเธอฉันอกแตกตายเพราะความอิจฉาจะแย่แล้ว”

            “ฮ่าๆ อย่าว่าแต่มะเฟืองเลย น้าเองก็ยังอิจฉา” 

            “น้าวัชก็เอากับเพื่อนหนูด้วย เฮ้อ! เหนื่อยจังมีแต่คนอิจฉา”

            “หน้าเธอไม่ได้บอกแบบนั้นเลย คนขี้อวด เชอะ!”