ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 3 บทที่ 68 คำสั่งซื้อที่เกินคาด

            บทที่ 68 คำสั่งซื้อที่เกินคาด

            สีหน้าของฟางเสียนจือพลันเย็นชาลง “นี่เหรอที่เรียกว่าแผลเล็กน้อย? จิ่งเยี่ยนกุย เธอไปทำอะไรมา ถึงได้ทำตัวเองบาดเจ็บขนาดนี้?”

            จิ่งเยี่ยนกุยได้แต่ตอบตามความจริง “ตอนคัดขวดแก้ว ไม่ทันระวังเลยโดนบาดเข้า ไม่ได้ลึกอะไรมากหรอก เดี๋ยวฉันจะทายาหน่อย สองสามวันก็หายค่ะ”

            ฟางเสียนจือมองเธอด้วยสายตาจนปัญญา เธอจึงต้องปลอบเขาอีกว่า “คราวหน้าฉันจะใส่ถุงมือตอนไปคัดขวด นี่ครั้งแรกเลยยังไม่มีประสบการณ์”

            ฟางเสียนจือมองเธอแล้วพูดว่า “จิ่งเยี่ยนกุย ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลย และมีอีกเรื่องที่เธอต้องจำให้ขึ้นใจ ฉันเป็นคู่หมั้นของเธอ”

            จิ่งเยี่ยนกุยพยักหน้า “คุณเป็นคู่หมั้นของฉัน ฉันจำได้ตลอด แล้วตอนนี้คุณคู่หมั้นสุดหล่อ ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม มาช่วยฉันล้างขวดห้าร้อยใบพวกนี้หน่อยได้ไหมคะ?”

            ฟางเสียนจือมองเธอหนึ่งปราดแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ฉันต้องทำอยู่แล้ว จะให้คนที่บาดเจ็บอย่างเธอไปล้างหรือไง?”

            จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะคิกคัก แล้วชวนเขาคุยเรื่องสัพเพเหระ

            หยางหว่านซิ่วที่ตั้งใจจะมาช่วย แต่เห็นแบบนั้นก็เลยไม่ได้เข้ามาช่วย เธอจึงเปิดไฟในครัวเตรียมทำอาหาร เพราะวันนี้ฟางเสียนจือจะกินข้าวที่บ้านคืนนี้

            การล้างขวดห้าร้อยใบเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร เพราะต้องใช้สำหรับบรรจุยา จึงต้องล้างด้วยน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อ

            เรื่องนี้คงไม่เสร็จในคืนนี้ ฟางเสียนจือจึงนัดกับเธอว่าจะมาช่วยอีกทีในวันพรุ่งนี้

            จิ่งเยี่ยนกุยจึงเริ่มหาสมุนไพรจีนที่ต้องใช้และหาเครื่องชั่งมาชั่งน้ำหนักให้พอดี จากนั้นก็เริ่มปรุงยา

            เนื่องจากเป็นการปรุงยาในปริมาณมากและไม่สามารถใช้หม้อเหล็กได้ คราวที่แล้วตอนที่เธอเข้าไปเซ็นสัญญากับซูไป่ชิงในเมือง จึงได้ยืมหม้อดินเผาใบใหญ่จากเขา จัดการวางลงบนเตาแล้วใส่สมุนไพรทั้งหมดที่ต้องใช้ลงไปในหม้อ

            การต้มยาเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความชำนาญ โดยเฉพาะยาที่ต้มในหม้อใหญ่แบบนี้ ต้องระวังเรื่องไฟเป็นพิเศษ และการใส่สมุนไพรก็ต้องใส่ตามลำดับก่อนหลังด้วย เรื่องนี้มีแค่เธอที่รู้ จึงต้องเป็นเธอที่คอยกำกับดูแล

            เมื่อต้มด้วยไฟแรงจนเดือดแล้วก็ลดเป็นไฟอ่อน เคี่ยวจนสรรพคุณของสมุนไพรออกมาจนหมด จากนั้นจึงค่อยช้อนสมุนไพรออก แล้วเคี่ยวต่อเพื่อให้น้ำยาเข้มข้นขึ้น

            เมื่อเคี่ยวจนข้นได้ที่แล้ว ก็เติมสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมซึ่งไม่สามารถต้มเป็นเวลานานใส่ลงไป ก่อนจะใส่น้ำจากลำธารในมิติลงไปต้มอีกครั้ง แบบนี้ยาจึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์

            กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณสามวัน และต้องใช้สมาธิสูงมาก

            หยางหว่านซิ่วเห็นเธอเหนื่อยขนาดนี้ก็สงสาร แต่กลับช่วยอะไรไม่ได้ ในขณะนั้นเองก็บังเอิญมีพ่อค้าขายเนื้อจากหมู่บ้านข้างๆ แบกเนื้อผ่านมาพอดี หญิงชราที่ประหยัดมาตลอดจึงตัดสินใจซื้อหัวใจหมูมาหนึ่งชิ้น เพื่อบำรุงร่างกายให้จิ่งเยี่ยนกุย

            ในช่วงหลายวันที่ต้มยา บ้านหลังเก่าก็อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพร เป็นกลิ่นที่ไม่สามารถเก็บซ่อนไว้ได้ ชาวบ้านที่อยู่ข้างบ้านต่างก็เข้ามาถาม “หว่านซิ่ว ใครป่วยเหรอ? ทำไมถึงมีแต่กลิ่นยา?”

            หยางหว่านซิ่วรู้ว่าหมู่บ้านก็เล็กแค่นี้ เรื่องนี้คงปิดไม่อยู่ จึงตอบกลับทั้งรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้เยี่ยนกุยขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรไปขายในเมือง เจ้าของร้านคนนั้นเห็นว่าหล่อนเก็บยาละเอียดและตั้งใจดี ก็เลยให้สูตรยามา แล้วขอเธอช่วยปรุงยาให้ ต้องขอโทษด้วยนะที่ช่วงนี้ทำให้ทุกคนต้องมาดมกลิ่นยาไปด้วย”

            จิ่งเยี่ยนกุยเข้าป่าไปเก็บสมุนไพรและต้องนำยาออกมาตากแดดทุกวัน ชาวบ้านในละแวกนี้ก็รู้เรื่องนี้ดี

            เพื่อนบ้านยังคงถามด้วยความอยากรู้ “ปรุงยาเหรอ? เขาให้ค่าแรงไหม?”

            “ให้ค่าแรง แต่ก็ลำบากมาก เมื่อคืนเยี่ยนกุยเฝ้าเตาทั้งคืน ตอนนี้เพิ่งจะได้นอน” หยางหว่านซิ่วพูดด้วยความสงสาร “เงินทองมันหายากเหลือเกิน”

            “หาเงินได้ก็ดีแล้ว ลูกชายบ้านฉันก่อนหน้านี้ไปทำงานก่อสร้าง ถึงแม้จะได้เดือนละสามร้อย แต่ก็ต้องทำงานตั้งแต่เช้ายันเช้าอีกวัน” เพื่อนบ้านพูดแบบนั้น แต่ในดวงตากลับแฝงไปด้วยความภาคภูมิ

            เงินเดือนสามร้อยหยวน สำหรับชาวบ้านในยุคนี้ที่ไม่มีความรู้และมีแต่แรง ก็ถือว่าเป็นค่าแรงที่สูงมาก เรื่องนี้เพื่อนบ้านคนนั้นก็มักจะคุยโวให้คนอื่นฟังทุกครั้ง

            หยางหว่านซิ่วก็รีบพูดตามน้ำ “เถี่ยหนิวบ้านแกเก่งจริงๆ...”

            เรื่องก็เลยถูกเบี่ยงประเด็นไปทันที ชาวบ้านที่เข้ามาถามไถ่ต่างก็หันไปชมเถี่ยหนิวแทน หยางหว่านซิ่วจึงถอนหายใจเบาๆ ด้วยความโล่งอก

            เมื่อจิ่งเยี่ยนกุยตื่นขึ้นมา ยาที่ต้มไว้ก็เย็นเกือบหมดแล้ว เธอสูดดมกลิ่นยาและทดสอบฤทธิ์ยา พบว่ายาชุดนี้ดีกว่ายาตัวอย่างที่ทำครั้งก่อน จึงรู้สึกพอใจมาก

            จากนั้นก็เป็นขั้นตอนการบรรจุยาใส่ขวดเล็ก เรื่องนี้แม้จะดูง่ายแต่กลับยุ่งยาก หยางหว่านซิ่วและฟางเสียนจือจึงเข้ามาช่วย ทั้งสามคนช่วยกันทำจนเสร็จในช่วงเช้าของวัน

            คราวนี้ฟางเสียนจือไม่ยอมให้จิ่งเยี่ยนกุยไปส่งยาคนเดียว เขาขับรถมารับแล้วนำยาที่บรรจุเสร็จแล้วทั้งหมดใส่ท้ายรถ ก่อนจะขับรถพาจิ่งเยี่ยนกุยไปที่ร้านชิ่งอันถัง

            ซูไป่ชิงก็พอเดาได้ว่าในช่วงนี้จิ่งเยี่ยนกุยคงจะเอายามาส่ง จึงได้รออยู่ที่ร้าน เมื่อเห็นรถคันหนึ่งมาจอดที่หน้าร้านและเห็นจิ่งเยี่ยนกุยลงมาจากรถ เขาก็นึกถึงคำพูดของอาหมอเฉินที่เป็นหมอนั่งประจำร้านเคยบอกไว้ว่า คู่หมั้นของจิ่งเยี่ยนกุยมีรถ

            แล้วก็จริงอย่างที่คิด เมื่อเห็นฟางเสียนจือเปิดประตูรถฝั่งคนขับลงมา คิ้วของเขาก็เลิกขึ้นเล็กน้อยแล้วรีบเข้าไปช่วยยกของ

            หลังจากที่ทั้งสามคนช่วยกันขนยาเข้าไปในร้าน ซูไป่ชิงเปิดขวดยาขึ้นมาดมดู ดวงตาถึงกับเป็นประกาย “ยาชุดนี้ดีมากเลย!”

            จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มแล้วพูดว่า “ยาที่ฉันปรุง รับประกันว่าดีค่ะพี่ซู”

            ซูไป่ชิงได้ใกล้ชิดกับเธอมาหลายครั้ง ก็เข้าใจว่าเธอเป็นตั้งใจทำงานจริงจัง ยาที่เธอเอามาขายในร้าน บอกได้เลยว่าแต่ละอย่างล้วนเป็นของดีมีคุณภาพ

            ยาชุดนี้ถือว่าผ่านการตรวจสอบแล้ว เขารับซื้อยาที่เธอเอามาส่งทั้งหมด รวมถึงสมุนไพรที่เธอเก็บมาด้วย

            ยาทั้งหมดห้าร้อยขวด ขวดละแปดหยวน รวมเป็นสี่พันหยวน และสมุนไพรที่เธอเก็บมาทั้งหมดรวมกันแล้วได้เงินสี่ร้อยเก้าสิบเจ็ดหยวนหกเหมาเจ็ดเฟิน ซูไป่ชิงจ่ายให้เธอสี่พันห้าร้อยหยวน เธอจึงหยิบเงินทอนออกมา

            ซูไป่ชิงพยายามจะห้าม แต่เธอกลับพูดจริงจังว่า “พี่ซู เงินที่พี่จ่ายเกินมาครั้งก่อน ฉันถือว่าเป็นค่าขอบคุณแล้วกันนะ ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีกแล้ว เราต้องร่วมมือกันไปอีกนาน นับกันให้ชัดเจนไปเลย ฉันจะไม่เอาเปรียบพี่”

            ซูไป่ชิงมองเงินทอนที่เธอยื่นมาก็ทั้งขำทั้งเอ็นดู เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น ก็ทำได้แค่รับเงินทอนเหล่านั้นมาแล้วสั่งยาเพิ่มอีกพันขวด

            จิ่งเยี่ยนกุยดีใจมากที่ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่ม เพียงแต่เขาสั่งเพิ่มเยอะมาก เธออดไม่ได้ที่จะถามว่า “พี่ซู ที่ร้านขายยาได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ? รอให้ขายหมดแล้วค่อยสั่งเพิ่มดีไหมคะ?”

            ซูไป่ชิงตอบหน้าจริงจังว่า “ร้านชิ่งอันถังของผมก็ถือว่าเป็นร้านเก่าแก่  สั่งสมสายสัมพันธ์กับลูกค้ามาหลายปี บอกตามตรง ยาของผมขายดีกว่าที่คุณคิดอีกนะ ตราบใดที่คุณภาพยาของคุณดี อย่างน้อยเดือนหนึ่งผมก็ซื้อได้สองสามพันขวด”

            จิ่งเยี่ยนกุยตกใจเล็กน้อย คำสั่งซื้อนี้มันเยอะกว่าที่เธอคาดไว้มาก!

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663