หลงซิงเฉินหันกลับไปมองเขาช้า ๆ
เมื่อสายตาทั้งสองปะทะกัน บรรยากาศโดยรอบพลันเหมือนแข็งค้าง
หนึ่งเป็อัจฉริยะของหมู่บ้าน ผู้เคยยืนสูงเหนือทุกคน
อีกหนึ่งคือสวะที่ควรตายไปแล้ว แต่กลับเดินกลับมาเองจากโพลงมรณะ
ผู้คนรอบข้างต่างรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นกำลังก่อตัว
จ้าวเหิงพยายามกลบความไม่มั่นคงในใจด้วยเสียงหัวเราะดูิ่
“กลับมาแล้วอย่างไร? เ้ายังเป็สวะคนเดิม”
เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว พลางยกคางขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง
“หรือเ้าอยากใช้เื่ที่รอดตายมาทำให้คนทั้งหมู่บ้านสงสาร?”
หลงซิงเฉินมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ
“ข้าไม่ได้กลับมาเพื่อเรียกความสงสาร”
“อ้อ?” จ้าวเหิงยิ้มเยาะ
“เช่นนั้นเ้ากลับมาเพื่ออะไร?”
มุมปากของหลงซิงเฉินค่อย ๆ ยกขึ้นเล็กน้อย
เป็รอยยิ้มบางเบา แต่เย็นจัดอย่างประหลาด
“กลับมา…” เขาพูดช้า ๆ
“เพื่อตบหน้าคนบางคน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
ผู้คนแทบไม่เชื่อหูตนเอง
หลินเสวี่ยเองก็ใจนใจเต้นแรง
หลงซิงเฉิน… กล้าพูดกับจ้าวเหิงเช่นนี้ต่อหน้าทุกคน?
จ้าวเหิงชะงัก ก่อนเสียงหัวเราะของเขาจะดังขึ้นลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ! สวะก็คือสวะ ต่อให้รอดตายก็ยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
เขาสะบัดแขนเสื้อ กดพลังปราณออกมาจนเกิดลมพัดรอบกาย
“ดี! เช่นนั้นข้าจะให้เ้าได้รู้ ว่าคนอย่างเ้าต่อให้คลานกลับจากนรก ก็ยังเป็มดปลวกอยู่วันยังค่ำ!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างของเขาพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว หมัดขวาอัดตรงเข้าหาหน้าอกหลงซิงเฉินโดยไม่เหลือปราณี
หมัดนี้เร็วกว่าที่เขาใช้เมื่อวันก่อนหลายส่วน เห็นได้ชัดว่าเมื่อวานเขายังมิได้ใช้กำลังเต็มที่
ผู้คนรอบข้างร้องใ
หลินเสวี่ยหน้าเสีย “ระวัง!”
แต่หลงซิงเฉินกลับมิได้ขยับหลบในทันที
เขายืนอยู่ที่เดิม ดวงตาจ้องการเคลื่อนไหวของจ้าวเหิงอย่างเย็นเยียบ ราวกับกำลังมองการโจมตีที่เชื่องช้าเกินทน
ก่อนหมัดจะถึงตัวเพียงหนึ่ง่แขน..
วูบ!
เงาร่างของเขาพลันพร่าเลือน
จ้าวเหิงต่อยทะลุร่างนั้นไปอย่างไร้สิ่งกีดขวาง สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันทีเพราะรู้สึกได้ชัดว่าไม่ได้ััเนื้อหนังแม้แต่น้อย
“อะไร..”
ยังไม่ทันสิ้นคำ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านข้าง
“เ้า… ช้าเกินไป”
จ้าวเหิงหันขวับ
แต่ช้าไป
ป้าบ!!
ฝ่ามือของหลงซิงเฉินฟาดใส่ใบหน้าเขาเต็มแรง เสียงดังลั่นจนคนรอบข้างสะดุ้ง ร่างจ้าวเหิงหมุนคว้างไปสองรอบก่อนจะกระเด็นล้มลงกับพื้น เืพุ่งออกจากมุมปาก ฟันสองซี่กระเด็นหลุดตามแรงตบ..!!
ทั้งลานเงียบกริบในพริบตา
ไม่มีใครคาดคิด
ไม่มีใครมองทันด้วยซ้ำ
พวกเขาเห็นเพียงร่างของหลงซิงเฉินยังยืนอยู่ตรงเดิมครู่หนึ่ง จากนั้นเขากลับไปโผล่อีกด้านแล้วตบจ้าวเหิงจนล้มกลิ้ง
นี่มันความเร็วแบบใดกัน?
หลินเสวี่ยถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรง ความใในใจนางรุนแรงจนแทบพูดไม่ออก
คนที่เคยถูกชกจนยืนไม่อยู่
คนที่เคยโดนผลักล้มต่อหน้าทุกคน
บัดนี้กลับตบจ้าวเหิงจนอีกฝ่ายไม่ทันเห็นเงา
จ้าวเหิงเองก็นอนอึ้งอยู่กับพื้นครู่หนึ่ง สติแทบตามไม่ทันสิ่งที่เกิดขึ้น ใบหน้าด้านซ้ายบวมแดงในทันที เืคละน้ำลายไหลเต็มคาง
“อะ…ไอ้สารเลว!”
เขาคำรามพลางลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ดวงตาแดงก่ำด้วยความอับอาย
ต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน เขาถูกสวะที่ตนเคยเหยียบย่ำตบจนล้ม!
นี่ไม่ต่างจากมีดคมกริดเฉือนศักดิ์ศรีทั้งชีวิตของเขาตรงหน้า!
“ข้าจะฆ่าเ้า!”
จ้าวเหิงะเิพลังปราณทั้งหมดออกมา คราวนี้ไม่คิดรักษาหน้าอีกแล้ว เขากระแทกพื้นพุ่งใส่หลงซิงเฉินพร้อมกันทั้งสองหมัด คลื่นลมจากแรงพุ่งทำเอาฝุ่นบนพื้นฟุ้งกระจาย
ชาวบ้านหลายคนถอยหนีด้วยความใ
แต่หลงซิงเฉินยังคงสงบนิ่ง
เขาเพียงก้าวหนึ่งก้าว
วูบ!
ร่างจริงหายไปจากตำแหน่งเดิม ร่างเงาอัศนีปรากฏขึ้นแทนชั่วพริบตา จ้าวเหิงชกใส่ร่างเงานั้นอย่างเต็มแรงจนมันสลายไปเป็ละอองสายฟ้า
ความรู้สึกผิดปกติทำให้เขาใจเย็นวาบ
“อีกแล้ว?!”
“ข้างหลัง”
เสียงเย็นเรียบดังขึ้นจากหลังไหล่
จ้าวเหิงยังไม่ทันหันกลับ ศอกของหลงซิงเฉินก็พุ่งเข้ากระแทกกลางแผ่นหลังอย่างหนักหน่วง
ตูม!
ร่างของจ้าวเหิงพุ่งกระแทกพื้นจนทรุดเป็หลุมเล็ก เืสดทะลักออกจากปากอีกครั้ง ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บ เขาพยายามลุก แต่ทันใดนั้นเท้าข้างหนึ่งก็เหยียบลงบนแผ่นหลังเขาอย่างแรง
เป็เท้าของหลงซิงเฉิน
เด็กหนุ่มก้มมองเขา ดวงตาเย็นดั่งน้ำแข็ง
“เมื่อคืน เ้าถีบข้าตกโพลงมรณะ”
“วันนี้ ข้าเพียงเหยียบเ้าไว้บนพื้น”
“นับว่ายังเมตตาเกินไปแล้ว”
จ้าวเหิงทั้งอายทั้งแค้นจนแทบคลั่ง เขาดิ้นรนจะลุก แต่ยิ่งดิ้น แรงเหยียบนั้นกลับยิ่งหนักขึ้น ราวกับูเาทั้งลูกกดทับอยู่บนแผ่นหลัง
เขาเบิกตากว้างด้วยความใ
พลังของหลงซิงเฉิน… ทำไมถึงมากถึงเพียงนี้?!
นี่ไม่ใช่แค่เื่ความเร็วอีกแล้ว
พละกำลังและแรงกดดันจากอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง..
ข้าง ๆ กันนั้น หลินเสวี่ยมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะ ใบหน้าขาวผ่องขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
หลงซิงเฉินในเวลานี้ต่างจากคนเดิมจนแทบเป็คนละคน
เขายังเป็เด็กหนุ่มเงียบขรึมคนนั้น
แต่กลับมีบางอย่างเพิ่มขึ้นมา ความคมกริบ ความเย็นเฉียบ และอำนาจกดข่มที่ทำให้คนยากละสายตา
ผู้คนทั้งหมู่บ้านตกอยู่ในความเงียบงัน
พวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลงซิงเฉินกันแน่
ไม่เข้าใจว่าเหตุใดคนที่ไม่มีแม้แต่ปราณเมื่อวาน จึงกลับมาเหยียบย่ำจ้าวเหิงในวันนี้ได้
ความไม่เข้าใจนั้นค่อย ๆ แปรเป็ความหวาดหวั่นอย่างช้า ๆ
ผู้ที่เคยหัวเราะเยาะหลงซิงเฉินในอดีต หลายคนเริ่มหน้าซีดลงทีละน้อย
จ้าวเหิงกัดฟันจนเหงือกแทบแตก ก่อนะโอย่างเสียสติ
“พ่อ! ช่วยข้า!”
เสียงนั้นเพิ่งดังจบ ลมแรงสายหนึ่งพลันกวาดเข้ามาจากปลายถนน ร่างชายวัยกลางคนผู้หนึ่งพุ่งมาด้วยความเร็วสูง สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะ เขาคือ
จ้าวเฉิงหู่..
บิดาของจ้าวเหิง และเป็หนึ่งในนักล่าฝีมือดีที่สุดของหมู่บ้านหลง มีพลังอยู่ในขั้นชำระลมปราณระดับสูง ใกล้ก้าวสู่หลอมกายโลหิต
สำหรับหมู่บ้านเล็ก ๆ เช่นนี้ เขานับเป็ผู้แข็งแกร่งลำดับต้น ๆ แล้ว
เมื่อเห็นบุตรชายถูกเหยียบอยู่กับพื้น ใบหน้าของจ้าวเฉิงหู่พลันบิดเบี้ยว
“ไอ้เด็กชั่ว! ปล่อยลูกข้า!”
พูดจบ เขายกฝ่ามือขึ้นแล้วพุ่งเข้ามาทันที พลังปราณอัดแน่นรอบแขนขวา เสียงลมคำรามดังสะท้อนชัดกว่าหมัดของจ้าวเหิงหลายเท่า
ชาวบ้านโดยรอบส่งเสียงใ
หากฝ่ามือนี้ฟาดโดนหลงซิงเฉินจริง ต่อให้เขาเปลี่ยนไปเพียงใด เกรงว่าก็ต้องกระอักเืหนักแน่
หลงเยวี่ยซานหน้าเปลี่ยนสีในทันที
“หยุดนะ!”
แต่จ้าวเฉิงหู่ไม่คิดหยุด
ในสายตาของเขา เด็กสวะคนหนึ่งกล้าเหยียบลูกชายตนต่อหน้าทุกคน เช่นนั้นก็สมควรถูกทุบจนพิการเสียตรงนี้!
ทว่าในเสี้ยววินาทีก่อนฝ่ามือจะถึงตัว
หลงซิงเฉินกลับหรี่ตาลงเล็กน้อย
เขามิได้ถอยหนี
เขามิได้แตกตื่น
ตรงกันข้าม มุมปากของเขากลับยกขึ้นเย็นเยียบราวกับกำลังรอสิ่งนี้อยู่
ปราณอัศนีในตันเถียนหมุนวาบ
จุดลมปราณที่ฝ่าเท้า เอว และสันหลังประสานกัน
ท่าเท้าอัศนีปาฏิหาริย์ถูกกระตุ้นขึ้นในพริบตา
วูบ!
ร่างของเขาพร่าเลือนอีกครั้ง
ฝ่ามือของจ้าวเฉิงหู่ฟาดทะลุร่างเงาไปเต็มแรง ก่อนสีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็ช็อกสุดขีด
เพราะหลงซิงเฉินตัวจริงกลับไปโผล่อีกฟากหนึ่งแล้ว
พร้อมกันนั้น ฝ่ามือของเด็กหนุ่มพลันยกขึ้น
ประกายสายฟ้าสีครามม่วงแลบวาบรอบปลายนิ้ว
เปรี๊ยะ!
บรรยากาศทั้งบริเวณเย็นวาบในทันที
หลงซิงเฉินมิได้ซัดฝ่ามือสวนเข้าใส่จ้าวเฉิงหู่
เขาเพียงชี้นิ้วไปข้างกาย
สายฟ้าเส้นหนึ่งพลันพุ่งออกจากปลายนิ้ว ฟาดลงบนก้อนหินใหญ่ข้างทางจนมันะเิแตกเป็ผุยผง!
ตูม!!
เสียงะเิดังลั่นไปทั่วหมู่บ้าน
ทุกคนแข็งค้าง
แม้แต่จ้าวเฉิงหู่ยังหยุดฝีเท้าในทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
การโจมตีเมื่อครู่นี้… คือพลังของสายฟ้าแท้จริง?
เด็กหนุ่มที่เคยไม่มีปราณแม้แต่น้อย กลับปล่อยพลังเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร?!
หลงซิงเฉินมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ
“ข้าจะพูดเพียงครั้งเดียว”
น้ำเสียงของเขาไม่ดัง แต่กลับกดทุกคนจนแทบหายใจไม่ออก
“เื่ระหว่างคนรุ่นเยาว์ หากผู้ใหญ่ยื่นมือเข้ามา ข้าจะไม่ไว้หน้าอีก”
จ้าวเฉิงหู่กำหมัดแน่น เส้นเอ็นบนขมับกระตุกไม่หยุด
เขาอยากลงมืออย่างยิ่ง
แต่อีกด้านหนึ่ง ความกลัวลึก ๆ กลับเริ่มก่อตัวขึ้น
สายฟ้า… วิชาประหลาด… ความเร็วที่มองไม่ทัน…
เด็กคนนี้กลับมาจากโพลงมรณะพร้อมกับบางสิ่งที่เกินกว่าหมู่บ้านเล็ก ๆ จะเข้าใจแล้ว
ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าม้าหลายตัวพลันดังขึ้นจากทางเข้าหมู่บ้าน
ตึก! ตึก! ตึก!
ทุกคนหันมองพร้อมกัน
บนถนนดิน มีขบวนม้าสีดำหกตัวหยุดลงพร้อมกัน บุรุษชุดเทาเงินสามคนะโลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว บนหน้าอกของพวกเขามีตรากระบี่เมฆาขาวสลักอยู่ชัดเจน
ผู้คนทั้งหมู่บ้านตะลึงทันที
“สำนักกระบี่เมฆา!”
“คนของสำนักมาแล้วจริง ๆ!”
หัวใจของจ้าวเฉิงหู่กระตุกวาบ เขารีบเก็บโทสะลงทันที ขณะเดียวกันจ้าวเหิงที่ยังนอนอยู่กับพื้นก็พยายามกัดฟันลุกขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความอับอายปนตื่นตระหนก
บุรุษวัยกลางคนผู้เป็หัวหน้าขบวนกวาดตามองไปรอบ ๆ สายตาคมกริบหยุดอยู่ตรงลานหน้ากระท่อมซึ่งมีสภาพราวเพิ่งผ่านการต่อสู้
สายตาของเขาเลื่อนไปที่ก้อนหินซึ่งะเิแหลก จากนั้นเลื่อนไปยังจ้าวเหิงผู้าเ็ แล้วสุดท้ายก็มาหยุดที่หลงซิงเฉิน
ประกายประหลาดวาบผ่านในดวงตาของชายผู้นั้น
“ที่นี่เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงของเขาหนักแน่น แฝงอำนาจจนคนทั่วไปไม่กล้าหายใจแรง
ชั่วขณะนั้น คนทั้งหมู่บ้านต่างรู้สึกพร้อมกันว่า
วันนี้… จะไม่จบลงง่าย ๆ แน่
และหลงซิงเฉินเอง เมื่อเห็นตราของสำนักกระบี่เมฆา ดวงตาก็ค่อย ๆ เย็นลึกขึ้นอีกหนึ่งส่วน
เพราะเขารู้ดีว่า
นี่เป็เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
ศัตรูในหมู่บ้าน เขาสามารถเหยียบมันลงได้
แต่โลกภายนอก…
คือสมรภูมิจริงที่เขาต้องก้าวเข้าไป
และจากวินาทีนี้เป็ต้นไป ชื่อของ “สวะหลงซิงเฉิน” จะเริ่มเปลี่ยนเป็สิ่งที่ผู้คนยากจะลืมเลือน..