ยามที่ทำการค้าก็เด็ดขาดเฉียบคมรอบคอบรัดกุม ยามที่ปฏิบัติต่อคู่ค้าก็ใจกว้าง พร้อมที่จะเสียสละผลประโยชน์ส่วนตนบุคคลเช่นนี้หากได้มาเป็นบุตรเขยของเขาจริงๆ ละก็เขาคงไม่ต้องกังวลไปทั้งชาติแล้ว!
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ซูอี้โจวก็ขยับถอยหลังอย่างแนบเนียน เว้นระยะห่างจากหงเต๋อฝู่เกรงว่าท่านอาผู้นี้จะเกิดอารมณ์พลุ่งพล่านแล้วทำอะไรเขาเข้าให้
แต่โชคดีที่หงเต๋อฝู่ไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้เขาต้องตื่นตระหนกเพียงแต่ส่งสายตาให้ผู้จัดการร้าน
ผู้จัดการร้านเข้าใจในสิ่งที่ควรทำทันทีเดินไปที่โต๊ะเพื่อหยิบกระดาษและพู่กัน นำทุกคนกลับไปยังห้องส่วนตัว
หงเต๋อฝู่ลงมือร่างสัญญาด้วยตนเองแล้วส่งให้ซูอี้โจว
เมื่อตรวจสอบแล้วว่าไม่มีปัญหาซูอี้โจวจึงมองไปยังน้องสาว "หว่านหว่านเขียนสูตรออกมาแล้วส่งให้ท่านอาหง"
ซูอี้หว่านพยักหน้ากำลังจะยกพู่กันขึ้นเขียนสูตร แต่เมื่อยกพู่กันขึ้นก็ชะงักไป
นางพลันตระหนักได้ว่าถึงแม้ตนจะอ่านอักษรจีนตัวเต็มออกแต่เพราะพวกนางข้ามภพมา อักษรที่ใช้เขียนจึงเป็นเพียงอักษรจีนตัวย่อสิ่งที่เขียนออกมาจึงไร้ประโยชน์สิ้นดี
ในขณะที่กำลังลำบากใจนั้นก็เห็นเซียวจวิ้นอันที่อยู่ด้านข้างยื่นมือรับพู่กันไปอย่างรู้ความ
"เจ้าว่ามา ข้าจะเขียนให้"
"ดีเลย"
ซูอี้หว่านได้ยินดังนั้นก็ผ่อนคลายลงทันทีอดไม่ได้ที่จะมองเซียวจวิ้นอันอีกครั้ง
เพียงเห็นลายมือของเขาก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนช้อยทุกคราที่พู่กันจรดลงบนกระดาษ กลับเผยให้เห็นถึงความเด็ดขาดที่ยากจะอธิบาย
หงเต๋อฝู่ที่มองเซียวจวิ้นอันจรดพู่กันอยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวชมพลันรู้สึกว่าครอบครัวนี้ยิ่งไม่ธรรมดามากขึ้นกว่าเเดิม
"ถึงแม้ข้าจะไม่ใช่คนมีการศึกษา แต่ก็ดูออกว่าลายมือเช่นนี้ไม่ธรรมดาหากไม่ได้ฝึกฝนอย่างหนักมาเป็นสิบปีคงไม่มีทางมีฝีมือเช่นนี้ได้!"
เซียวจวิ้นอันได้ยินคำกล่าวชมเชยของหงเต๋อฝู่และผู้จัดการร้านสีหน้าไม่เปลี่ยนแปร
เมื่อแน่ใจว่าเนื้อหาของสูตรทั้งสองแผ่นไม่มีข้อผิดพลาดซูอี้หว่านก็เป่าหมึกให้แห้ง แล้วส่งให้กับมือของหงเต๋อฝู่
หงเต๋อฝู่ก็เป็นคนตรงไปตรงมาสั่งให้ผู้จัดการร้านส่งเงินหนึ่งร้อยตำลึงมาให้ในทันที
ซูอี้หว่านรับเงินหนึ่งร้อยตำลึงมาในใจก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งในที่สุดพวกเขาก็มีหนทางที่จะลงหลักปักฐานในเมืองได้แล้ว!
มิรอช้าพวกเขาไม่รอรี เมื่อออกจากโรงสุราแล้วก็ไปยังศาลากลางโดยทันทีนำเงินไปซื้อสิทธิ์ในการอยู่อาศัยในเมือง
เมื่อมองป้ายปลาในมือที่มีสัญลักษณ์เฉพาะของเมืองอวิ๋นเฉิงเพิ่มขึ้นมาสภาพจิตใจของทั้งสี่ก็ผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง
"ในเมื่อสามารถอยู่ในเมืองได้แล้ว พวกเราก็ไปหาที่พักกันเถอะ!"
ซูอี้หว่านเอ่ยเสนอนางไม่อยากอยู่ในโรงฟืนอีกต่อไปแล้วจริงๆ
ทุกคนเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวและอยากจะหาที่พักโดยเร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกซูไท่ไท่และครอบครัวรบกวนอีก
ซูอี้โจวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตรงไปยังฉู่อี้เพื่อขอความช่วยเหลือในฐานะที่เป็นองครักษ์ประจำตัวของเจ้าเมืองสายสัมพันธ์ของเขาในเมืองนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนเขาย่อมสามารถช่วยพวกเขาหาที่พักที่เหมาะสมได้
ฉู่อี้คาดไม่ถึงว่าครอบครัวซูอี้โจวจะหาเงินได้มากพอที่จะอยู่ในเมืองอวิ๋นเฉิงได้รวดเร็วถึงเพียงนี้จึงอดไม่ได้ที่จะมองครอบครัวนี้ด้วยความชื่นชม
"หาบ้านหรือ? วางใจเถิด ข้าจัดการให้เอง!"
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันบ้านเมืองจะไม่สงบสุขแต่ชาวเมืองอวิ๋นเฉิงก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเป็นอย่างยิ่งไม่นานฉู่อี้ก็ช่วยพวกเขาหาบ้านได้หลังหนึ่ง เป็นเรือนที่มีสามห้องนอนหนึ่งห้องครัว และมีลานเล็กๆ อยู่ด้านหน้าเรือน
ตัวเรือนไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็เพียงพอสำหรับครอบครัวตระกูลซูที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้
"ท่านพี่ฉู่ ท่านว่าเรือนหลังนี้ขายหรือไม่?"
ซูอี้โจวเมื่อดูบ้านแล้วก็อยากจะซื้อไว้เป็นของตนเองให้เป็นที่มั่นของพวกเขาในเมืองอวิ๋นเฉิง
ฉู่อี้คาดไม่ถึงว่าซูอี้โจวจะร่ำรวยถึงเพียงนี้เอ่ยปากว่าจะซื้อบ้านในทันที อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
"ข้าจะไปสอบถามดู"
รอจนกระทั่งฉู่อี้ไปเจรจากับเจ้าของเรือนเซียวจวิ้นอันก็เอ่ยปากขึ้นมาทันที
"พี่โจว ข้าคิดว่าการทำเช่นนี้ไม่สมควร"
ซูอี้โจวได้ยินเซียวจวิ้นอันพูดเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วนี่เป็นครั้งแรกหลังจากที่พวกเขารู้จักกันที่เซียวจวิ้นอันได้แสดงความคิดเห็นที่ตรงกันข้ามกับตน
เขาก็อดไม่ได้ที่จะสนใจมองไปยังเซียวจวิ้นอันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ในปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองไม่มั่นคงเมืองอวิ๋นเฉิงในตอนนี้ถึงแม้จะนับว่าสงบสุขแต่ก็ไม่แน่ว่าสงครามจะเกิดขึ้นเมื่อใดถึงตอนนั้นที่นี่ก็อาจถูกดึงเข้าไปในสงครามด้วย"
“กันไว้ดีกว่าแก้ ระวังไว้ก่อนดีที่สุด…”
เซียวจวิ้นอันเกรงว่าฉู่อี้จะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงจึงกดเสียงให้ต่ำลง
แต่ความหมายของเขาก็ชัดเจนอยู่แล้ว
ในช่วงเวลาสั้นๆพวกเขาใช้เมืองอวิ๋นเฉิงเป็นที่มั่นนั้นไม่มีปัญหาแต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่สามารถอยู่อาศัยได้ในระยะยาว
ซูอี้หว่านได้ยินดังนั้นก็เห็นด้วยกับความหมายของเซียวจวิ้นอันจึงพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้างๆ
"ใช่แล้ว ข้าก็คิดว่าการซื้อเรือนหลังนี้ทันทีนั้นไม่สมควรท่านพี่อย่าลืมกลุ่มทหารที่มาเกณฑ์ทหารก่อนหน้านี้นะเจ้าคะ"
หลังจากที่ซูอี้หว่านเตือนสติซูอี้โจวก็คิดถึงตอนนั้น หากไม่ใช่เซียวจวิ้นอันที่เตือนสติในเวลาที่เหมาะสมเขาอาจจะถูกทหารเหล่านั้นจับตัวไปแล้วก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็คิดว่าไม่ควรซื้อเรือนหลังนี้ในทันทีอย่ามองแค่ว่าตอนนี้เมืองอวิ๋นเฉิงยังนับว่าสงบสุขใครจะรู้ว่าวันใดไฟสงครามจะลุกลามมาถึงที่แห่งนี้
ความสงบในปัจจุบันเป็นเพียงภาพลวงตาเว้นแต่ว่าแคว้นนี้จะสามารถกวาดล้างการรบกวนจากศัตรูภายนอกและสงบสุขได้อย่างแท้จริง
"พูดถึงเรื่องนี้ ทำไมถึงเกิดสงครามอย่างต่อเนื่องในปัจจุบันได้เล่า?"
ซูอี้หว่านอยากจะถามคำถามนี้มาตลอดเพียงแต่ก่อนหน้านี้พวกเขายังต้องกังวลเรื่องอาหารการกินแต่ละวันจะมีเวลาที่ไหนไปสนใจเรื่องราวของบ้านเมือง
ตอนนี้ในที่สุดก็มีสถานที่ที่ค่อนข้างจะสงบสุขนางจึงมีโอกาสที่จะถามเรื่องนี้ให้กระจ่าง
"ที่จริงแล้ว..."
เซียวจวิ้นอันได้ยินดังนั้นกำลังจะอธิบายก็เห็นฉู่อี้คุยกับเจ้าของเรือนเสร็จแล้วเดินกลับมาพอดี
"ขออภัย พวกเราไม่ขายเรือนหลังนี้ แต่หากพวกท่านต้องการก็สามารถเช่าในระยะยาวได้ ค่าเช่ารายเดือนสามสิบอีแปะ พวกท่านคิดเห็นเช่นไร?"
เมื่อได้ยินเจ้าของบ้านพูดเช่นนั้นทุกคนก็มองหน้ากัน ไม่มีใครคัดค้าน
ซูอี้โจวจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าครึ่งปีอย่างไม่ลังเลพวกเขาขอบคุณฉู่อี้ ก่อนส่งเขากลับไป หลังจากนั้นก็แบ่งห้องกันสุดท้ายก็กำหนดให้จางอ้ายหลินและซูอี้หว่านอยู่ห้องเดียวกันสองหนุ่มอยู่ห้องใครห้องมันทั้งสี่จึงมีสถานที่ในเมืองที่สามารถคุ้มแดดคุ้มฝนได้ในที่สุด
เมื่อปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยได้รับการแก้ไขทุกคนก็ออกไปจับจ่ายซื้อของด้วยกัน
ในเมื่อจะตั้งรกรากในเมืองอวิ๋นเฉิงไม่ว่าจะเป็นหม้อไหจานชาม หรือผ้าห่มเสื้อผ้าก็ล้วนแต่จำเป็น
เซียวจวิ้นอันไม่พูดอะไรสักคำเดินตามซูอี้หว่าน ช่วยถือของตลอดทาง ดูเหมือนคนเงียบๆที่ไม่คิดจะปริปากบ่นแม้แต่น้อย
"หลังจากนี้พวกเราควรทำอะไรต่อ?"
จางอ้ายหลินเดินอยู่ด้านหน้าพลางถามความคิดเห็นของลูกๆทั้งสอง
อาจเป็นเพราะมาจากยุคสิ้นโลกพวกเขาจึงมีความตระหนักถึงอันตรายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของเซียวจวิ้นอันแล้วนางก็ตระหนักว่าถึงแม้ว่าในตอนนี้พวกเขามีเงินติดตัวอยู่จำนวนหนึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขตลอดไป
พวกนางไม่อาจปล่อยให้ตนเองจมปลักอยู่แต่ในมุมเล็กๆเช่นนี้ ปล่อยให้ทรัพย์สินร่อยหรอไปวันๆ!
"ข้าว่าเมืองอวิ๋นเฉิงไม่เลว ควรจะพักอาศัยอยู่ที่นี่ไปก่อนเก็บสะสมเงินทองเอาไว้ แล้วค่อยดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรจากนั้นก็ค่อยวางแผนกันอีกที" ซูอี้โจวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดความคิดเห็นของตนออกมา
ในปัจจุบันแคว้นเยว่เกิดสงครามอย่างต่อเนื่องพวกเขาไม่อาจหยั่งรู้ถึงสถานการณ์ภายนอกแทนที่จะกังวลว่าเมื่อใดไฟสงครามจะลามมาถึง จนทำอะไรไม่ได้สู้สะสมความมั่งคั่งไว้ก่อนจะเป็นไร
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็เห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกันไม่ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร พวกเขาต้องใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีเสียก่อน