บทที่ 3
“…คุณท่านฝากเอามาให้ครับ ท่านฝากข้อความมาบอกดังนั้นนี่ครับ ทรัพย์สินจำนวนนี้เป็นสินทรัพย์ที่เป็นค่าดูแลที่ท่านไม่มีโอกาสได้ดูแลมาทั้งชีวิตครับ และถ้าหากคุณหนูยังไม่ให้อภัยท่าน ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไร เพียงแต่..ขอแค่คุณหนูรับเงินจำนวนนี้เอาไว้ แต่ถ้าคุณหนูปฏิเสธมันท่านจะโอนทรัพย์สินให้เป็นของคุณหนูเพิ่มเติมครับ..” กิตติกล่าวตามคำสั่ง “ไล่แล้วยังไม่ไปอีก! ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับนำนิ้วชี้แคะขี้หูออกมาเป่า เขาไม่ต้องการฟัง หรืออยากจะยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้อีกเลยทั้งชีวิต“เงินจำนวน 250,000 ล้านบาทในวันพรุ่งนี้เช้า และรถเบนซ์ SLK200 จะถูกโอนเป็นทรัพย์สินของคุณหนูภายในวันพรุ่งนี้ครับ” กิตติกล่าวออกมาอย่างใจเย็น โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ“จะต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่าฉันไม่ต้องการของจากตาแก่นั่น..”โอ๊ตกล่าว“คุณหนูเพียงแค่รับเอาไว้ หลังจากนั้นคุณหนูจะเอาไปทิ้งหรือทำบุญหรืออะไรยังไงก็สุดแล้วแต่คุณหนูครับ... แต่ตอนนี้มีคำสั่งให้โอนบริษัท ‘Dragon999’ ที่มาเก๊าให้กับคุณหนูครับ” กิตติยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเสมอ และมันเล่นเอาโอ๊ตถึงกับปวดหัวกันเลยทีเดียว เพราะเท่าที่เขารู้มันเป็นเว็บพนันที่ผิดกฏหมายในประเทศไทย และเขาไม่ต้องการมันให้ย้อนกลับมาแทงตัวเองในภายหลัง“จะโอนอะไรให้ก็คิดกันหน่อยสิโว๊ย ไม่เอาแล้วยังจะมายัดเยียดอะไรที่ผิดกฎหมายให้อีก.. เอาคืนไปเลยนะ..” โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างร้อนรน เขากลัวว่าตำรวจอาจจะได้ยินแล้วเข้ามาจับเขาในตอนนี้เลย“ดูเหมือนว่าคุณท่านจะตัดสินใจได้ยากว่าจะยกอะไรให้กับคุณหนูดี ท่านก็เลยเอาชื่อของบริษัทเข้าไปหมุนกาชาให้คุณน่ะครับคุณหนู ตอนนี้ท่านกำลังหมุนได้ กิจการโรงแรม ‘แกรนด์โฮเทล’ที่พัทยาแล้วครับ มันจะถูกโอนเป็นชื่อของคุณหนูภายในวันพรุ่งนี้ครับ..” กิตติกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม“โอเค! พอได้แล้ว ฉันจะทำอะไรกับมันก็ได้อย่างนั้นสินะ จะรับเอาไว้ก็แล้วกัน..ทีนี้ก็หลีกทางไปได้แล้ว” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับโบกมือไล่อย่างจนใจ หลังจากนี้เขาก็แค่ปล่อยให้มันเจ๊งๆไป ไม่เห็นต้องทำอะไร ส่วนเงินในบัญชีอะไรนั่นก็แค่ไม่ต้องใช้มันก็เท่านั้นเอง“ทราบแล้วครับคุณหนู..” กิตติกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้กับทายาทตระกูลที่เขานั้นรับใช้ จากนั้นพวกเขาก็ขึ้นรถกลับไปในทันที โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเข็นรถอาหารของเขาไปจอดยังที่ประจำข้างๆหอพัก ใช่แล้วเขาพักอาศัยหอพักเก่าๆในราคาเดือนละ 1,500 บาทเท่านั้น แน่นอนว่าไม่ต้องถามหาความสะดวกสบายใดๆ เพราะมันไม่มีในห้องนี้ โทรทัศน์ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น ในห้องพักไม่มีอะไรที่แถมมากับห้องทั้งนั้น จะมีก็แต่ห้องโล่งๆว่างเปล่าในตอนแรก โอ๊ตที่สูญเสียพ่อกับแม่ไปในวัยเพียง 12 ปี เขาต้องใช้ชีวิตยังไงให้มันผ่านไปในแต่ละวัน“ตาโอ๊ต.. แกไปยืมเงินใครมาหรือเปล่าน่ะ เห็นพวกนั้นมาดักรอแกตั้งแต่บ่ายสามได้แล้ว..” ป้า ‘เพ็ญ’ แกเป็นเจ้าของหอพักเก่าๆแห่งนี้ ถึงแกจะพูดห้าวๆปากไม่ดี ท่าทางดูไม่ค่อยจะเป็นมิตร แต่สำหรับโอ๊ตแล้ว แกนับว่าเป็นคนดี มีน้ำใจคนหนึ่งเลยทีเดียว“..ใช่ครับป้าเพ็ญ พอดียืมมาจ่ายค่าเทอมก่อนน่ะครับ.. ผมก็บอกพวกมันไปแล้วนะ ว่าหลังจากขายของเสร็จจะไปจ่ายให้ สงสัยพวกมันจะไม่เชื่อผม ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ เคลียร์หนี้กันจบไปแล้ว..” โอ๊ตที่เห็นว่าเรื่องที่ป้าแกถามมันเข้าทางพอดีเข้าก็เลยสวมรอยให้เลย“ก็ดีแล้ว ฉันไม่อยากให้หอพักของฉันไม่ปลอดภัย มันจะดูไม่ดีในสายตาผู้เช่าคนอื่น” ป้าเพ็ญกล่าวออกมามันเล่นเอาโอ๊ตถึงกับมองบนไปเลยในทันที มันเป็นเพราะว่าผู้เช่าหอพักนี้มีเพียงแค่ 4 ห้องเท่านั้นจากทั้งหมด 8 ห้อง หนึ่งห้องของเขา สองคือคุณลุงที่ขายไอศกรีมรถเข็น อีกสองห้องเป็นคนงานต่างด้าว“ครับ ผมเข้าใจแล้วครับป้าเพ็ญ” โอ๊ตไม่มีทางเลือก เขาก็ได้แต่ตอบรับคำขอที่เหมือนเป็นแกมบังคับนี้ไปเท่านั้น จากนั้นเขาก็เข็นรถอาหารของเขาเข้าไปจอดที่ประจำ แล้วเข้าห้องพักของเขาในเวลาต่อมา โอ๊ตอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายของตัวเอง ก่อนจะเดินมายังตู้เสื้อผ้าที่มีอยู่ไม่กี่ชุด“เฮ้อออ.. ต้องกลับมาสู่โลกความเป็นจริงแล้วสินะ พ่อครับแม่ครับ..ให้ตายยังไง ผมก็จะยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ผมจะไม่พึ่งตาแก่นั่นเด็ดขาด” โอ๊ตมองไปยังรูปภาพของพ่อแม่ที่ติดอยู่ตรงตู้ก่อนจะกล่าวให้คำมั่นสัญญา และสุดท้ายเขาก็มองไปยังผ้าที่มันเต็มตะกร้าแล้ว และแน่นอนว่ามันถึงเวลาที่ต้องนำไปซักแล้ว แต่ทว่าในระหว่างที่เขาหยอดเหรียญเครื่องซักผ้าอัตโนมัติหน้าหอพักอยู่นั้นเอง ความคิดหนึ่งของเขาก็แวบขึ้นมา เขานึกถึงแพนเค้กที่เขาทำ สิ่งที่เขาคิดว่ามันเป็นฝันที่ดูสมจริงเกินไป และด้วยความสงสัยนั้นเองเขาจึงคิดจะทำมันขึ้นมาลองทานเองเพื่อพิสูจน์ความคิดของเขา“ยังไงวันนี้แป้งก็เหลือเยอะอยู่แล้ว อาหารเย็นคงไม่พ้นมันอยู่ดี..” โอ๊ตเมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็มุ่งตรงไปยังรถเข็นอาหารของเขาทันทีหลังจากโยนผ้าลงเครื่องเสร็จ เครื่องครัวอุปกรณ์การทำถูกจัดเตรียมขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่โอ๊ตจะเริ่มลงมือทำมันอย่างเชี่ยวชาญ แม้แต่เขาเองก็ยังนึกแปลกใจไม่น้อยที่ตัวเองสามารถทำมันออกมาดูดีขนาดนี้ ทั้งๆที่แค่ทำมันผ่านๆไม่ได้ตั้งใจเหมือนตอนที่ขาย แต่ทำไมมันออกมาช่างน่ากินอย่างนี้ ซึ่งเหมือนว่าโอ๊ตจะรู้ถึงขึ้นตอนการทำแพนเค้กนั้นดีพอแล้ว ตั้งแต่อุณหภูมิของกระทะที่มันร้อนได้ที่แล้ว และเขารู้ว่าต้องลงแป้งแพนเค้กเวลาไหน พลิกกลับมันตอนไหน ทุกอย่างดูไม่สมเหตุสมผลเลย ทั้งๆที่เมื่อวานยังมีบางชิ้นที่ไหม้จนต้องทิ้งมันไปเลยก็มี แต่วันนี้สิบชิ้นที่เขาทำออกมา ไม่มีชิ้นไหนเลยที่เรียกว่าไม่สมบูรณ์เลยสักชิ้น“นี่คือฝีมือเราจริงๆเหรอเนี่ย.. ลองชิมดูก็รู้เอง” โอ๊ตกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อในฝีมือของตัวเอง แต่ในขณะที่แพนเค้กชิ้นแรกกำลังจะถูกโยนเข้าไปในปาก เสียงรถเข็นอีกคันก็มุ่งตรงมาใกล้กับเขาพร้อมกับเสียงเรียกที่เป็นเอกลักษณ์“โอ้.. เจ้าโอ๊ต ทำอะไรน่ะหอมมากเชียวนะ..” ลุงเจ้าของร้านไอศกรีมรถเข็นที่เห็นได้ตามทั่วไปในประเทศไทยเอ่ยทักกับเขา แน่นอนว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้เช่าห้องพักนี้ แกมีชื่อว่า ‘ลุงเกษม’“สวัสดีตอนเย็นครับลุงเกษม.. จะอะไรซะอีกล่ะครับ ก็แพนเค้กนี่แหละ ช่วงนี้ขายไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร ลุงสนใจสักชิ้นไหม กำลังร้อนๆเลย.. แน่นอนว่าฟรี” โอ๊ตกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง สำหรับคนที่อยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนบ้านกันนับปีๆ สนิทกันมันก็เป็นเรื่องธรรมดา“เออ.. ถ้าอย่างนั้นลุงขอสักชิ้นก็แล้วกัน..” ลุงเกษมกล่าว แม้ว่าเขาจะรู้รสชาติของมันดี แต่เศรษฐกิจอย่างนี้ผลกำไรที่ได้มันช่างน้อยแสนจะน้อยนิดจริงๆ มีของฟรีมาให้กินให้พออยู่ได้มีหรือที่เขาจะปฏิเสธมัน อีกอย่างกลิ่นหอมของมันช่างแตกต่างไปจากทุกๆที“เชิญเลยครับลุง..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยื่นแพนเค้กชิ้นหนึ่งในกับลุงแกไป จากนั้นเขาก็หันกลับมาสนใจแพนเค้กที่ต้องการจะโยนมันเข้าปากอีกครั้ง ภาพที่เกิดขึ้นมันเหมือนกับเป็นภาพสโลว์โมชั่น แพนเค้กที่ดูแสนอร่อยกำลังหลุดลอยเข้าไปที่ปากของผู้กิน ฟันที่เรียงสวยงามกัดมันเน้นๆพร้อมกับน้ำลายภายในปากจะกระเด็นออกมาเป็นหยดๆ ฟันกรามที่ค่อยๆขบเคี้ยวมันลงไปเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รสชาติจากแพนเค้กค่อยๆกระจายไปทั่วปาก ลิ้นที่รับรสชาติต่างก็รับรสชาติของมันได้อย่างเต็มที่ และมันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับโอ๊ตเอามากๆ‘นี่มันอะไรกัน.. แป้งก็ตัวเดียวกับเมื่อวาน ทำไม..รสชาติถึงได้แตกต่างกันอย่างนี้ล่ะ’ โอ๊ตคิดในใจอย่างสับสน แป้งก็ตัวเดียวกับเมื่อวานยังไม่ทันได้เปลี่ยนเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่เมื่อวานเย็นเขาก็ทานเจ้าแพนเค้กนี้เป็นอาหารเย็นเช่นกัน หรือว่ามันจะต้องทิ้งแป้งเอาไว้ให้ได้ที่ก่อน “โอ้.. เจ้าโอ๊ต แกก็มีพัฒนาการเหมือนกันนี่หว่า.. เมื่ออาทิตย์ที่แล้วยังแข็งเป็นก้อนหินอยู่เลย ฮ่าๆ.. ยังไงลุงขออีกชิ้นได้ไหม.” ลุงเกษมกล่าวพร้อมกับหัวเราะลั่นเสียงดัง โอ๊ตที่กำลังอึ้งๆอยู่นั้นเองก็ได้แต่พยักหน้ารับแบบงงๆ“ได้สิครับลุง.. ยังไงแป้งมันก็เก็บเอาไว้ไม่ได้แล้วในวันนี้ ลุงจะทานเท่าไรก็ได้ครับ..” โอ๊ตกล่าว“อย่างนั้นเหรอ งั้นลุงไม่เกรงใจละนะ.. จริงสิ! ลุงมีความคิดดีๆแล้ว ลองทานกับไอติมของลุงน่าจะเข้ากันได้ไม่น้อย ไม่ต้องห่วงกินฟรีเช่นกัน..ฮ่าๆ”ลุงเกษมกล่าว ไอศกรีมของเขาเก็บยังไงก็เก็บได้ไม่ถึงเที่ยงคืนของวันนี้แน่นอน มันเป็นเพราะว่าอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการกักเก็บ หรืออุปกรณ์ทำความเย็นของลุงแกมีไม่เพียงพอ จะพอก็แต่สำหรับทำใหม่ที่จะนำไปขายในวันพรุ่งนี้เท่านั้นเอง