"ทำไมคุณหนูไม่อวยพรให้นางด้วยเสียเลย"กัวเฉาพูดขึ้น
"ไม่จำเป็ในเมื่อนางก็แต่งเช่นกันนางนำดอกคางหน่ายซิงมาย่อมไม่เป็มงคลกับตัวนางเอง ข้าปฏิเสธไม่รับไม่แตะต้องเสียของอัปมงคลนั้นก็ยังเป็นางที่เป็เ้าของ"
"คุณหนูของกัวเฉาฉลาดที่สุด"
"ข้าไม่ได้อยากทำศึกกับนางเอาเวลาไปมีไปคิดเื่ที่ต้องพบเจอจากนี้ไปจะดีกว่า"
จวนจิ่วเยว่อ๋อง
ที่ไม่มีสิ่งใดแสดงถึงวันมงคล รอบๆ ยังคงสภาพเดิมไม่มีริ้วผ้าแพรสีแดง ไม่มี สีแดงที่นับว่าเป็สีมงคลไม่ว่าจะเป็ของใช้หรือห้องหับ ที่ป้ายป้ายคิดว่าน่าจะรวบรวมของมีค่าควรเมืองไว้แต่เปล่าเลย ท่านเก้าผู้สมถะรักสันโดษ ครั้นเมื่อแต่งงานก็ยังรักสันโดษไม่มีคำอวยพรไม่มีงานเฉลิมฉลอง
"คุณหนู อย่าเสียใจไปเลยเ้าค่ะ"กัวเฉาพูดปลอบใจเหมือนกับอ่านความน้อยใจจากสายตาของป้ายป้ายออก
“ข้าไม่ได้รู้สึกอะไรเพียงแค่แปลกใจว่าคนผู้หนึ่ง เหตุใดจึงเร้นกายอยู่ที่นี่ได้รนานแสนนาน
เครื่องเสวย บนโต๊ะถูกวางทิ้งไว้ หามีร่องรอยการแตะต้อง
"พระชายา ท่านอ๋องเชิญท่านด้านใน"ขันทีหนุ่มน้อยใบหน้าสดใสสว่าง แววตาจริงใจ
"ขอบใจ"
"ข้าน้อยติงจงเป็ขันทีข้างกายท่านอ๋องมีสิ่งใดที่พระชายาไม่ไหว เรียกหาติงจงได้ตลอดเวลา"ยิ้มกว้างอย่างนอบน้อม
ป้ายป้ายเองก็ยิ้ม ผายมือเชิญป้ายป้ายด้านใน
หลี่ฟงฉิน นั่งบนรถเข็นไม้ไผ่หันหน้าไปที่หน้าต่างมองจากด้านหลังผึ่งผายท่าทีนิ่งเฉยนั้นยิ่งมีเสน่ห์ อาภรณ์สีแดงเป็เพียงสิ่งเดียวที่ป้ายป้ายรู้สึกว่าเขากับป้ายป้ายร่วมชะตากรรมเดียวกันป้ายป้ายอยากจะเห็นหน้าเขาเสียจริง แต่ไม่อาจเสียมารยาท รอให้เขาหันมาจะดีกว่า
"ท่านอ๋องพระชายามาถึงแล้ว"ติงจงบอกกล่าว ก่อนจะออกจากห้องไปปิดประตูลงอย่างเบามือ
รถเข็นไม้ไผ่ขยับหันตามแรงหมุนของมือเรียวบางดั่งลำเทียน ร่างบนรถเข็นหันมาช้าๆ
ป้ายป้ายอ้าปากค้าง ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพ์ผิวขาวสะอาดหมดจดตัดกับอาภรณ์สีแดงสว่างสดใส
"ฉีป้ายป้ายคารวะท่านอ๋อง"คำพูดที่เตรียมไว้หลุดออกมาจากปากอย่างรวดเร็วทั้งที่ยังตะลึงตาค้าง
"เสียใจหรือไม่ที่ต้องแต่งกับข้า”ทอดเสียงอ่อนโยน ก้มมองขาที่คลุมไว้ด้วยผ้าแพรสีขาว ป้ายป้ายอดที่จะมองตามเสียไม่ได้นี่หรือบุรุษพิการ นี่หรือท่านอ๋องที่ไร้คนเหลียวแล
ส่ายหน้าไปมาเมื่อตาคมจ้องมองไม่วางตา
"ไปพักเสีย ห้องของเ้าอยู่ทางนั้น"
"ข้า ๆ ข้า"
"มาใกล้ๆ "น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่สุด
ป้ายป้ายไม่อาจปฏิเสธเดินไปหยุดตรงหน้า
"ย่อตัวลง เช่นนั้นข้าจะเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าได้อย่างไร"มือขาวซีดเอื้อมออกมาข้าๆ เมื่อป้ายป้ายย่อตัวลงตรงหน้าเปิดผ้าคลุมหน้าสีแดงบางเบาจ้องมอง ที่ใบหน้างดงามของป้ายป้ายตรงหน้า
“ไปนอนเสียเถอะ ให้ติงจงคอยดูแลข้า”ป้ายป้าย ย่อกาย เดินจากไปอย่างว่าง่าย หลายปีมานี้หาเคยได้รับ ความอ่อนโยนทะนุถนอมเช่นนี้จากใครมาก่อนแค่เพียงน้ำเสียงที่ทอดอ่อนโยน ก็ทำให้หัวใจอบอุ่น
“ติงจง”ขอรับ ท่านอ๋อง
“อาภรณ์ของนางช่างน่ารังเกียจนัก พรุ่งเ้านำเงินนี่มอบให้นาง บอกนางว่าข้าให้นางซื้อผ้ามาเสียเต้มเกี้ยว เอาตามแบบที่นางชอบแล้วนี่ของใน มีค่าควรเมืองที่ข้าเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ยกไปไว้ที่ห้องนาง”
“ท่านอ๋อง”
“นางเป็ชายาข้า ข้าอาจให้นางได้ไม่เท่าคนอื่น ทว่าอยากให้นาง”ติงจง ยิ้มเอื้อมมือหยิบเอาหีบใบเล็กก่อนจะออกไป
“คุณหนูทำไมออกมาไวเหลือเกิน”กัวเฉาถามเมื่อเห็นป้ายป้ายเดินกลับออกมา
“ไปที่ห้องพักกัน”
“ได้อย่างไรคุณหนูท่านไม่นอนห้องเดียวกันกับ ท่านอ๋องหรือไร”
“เขาให้ข้ามานอน”
“ไม่มีการร่วมหอ หรือไร”
“กัวเฉาเขาเปิดผ้าคลุมหน้าของข้าแล้วคงจะไม่ ต้องชะตาข้า เ้าก็รู้ข้าวันๆ อยู่แต่ในครัวกับห้องซักล้างมือไม่หยาบกระด้าง แล้วยังใบหน้าที่โดนแสงแดดแผดเผาไม่ได้ขาวผุดผาดเหมือนคนอื่นท่านอ๋องคง...ไม่ถูกใจในหน้าตาของข้าเท่าไหร่”
“คุณหนูคุณงดงามที่สุดแล้ว แม้ไม่ได้เสริมแต่งก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเสียหน่อย”
“ช่างมันเถิด กัวเฉา เขาให้เรามีที่อยู่ที่กินก็ดีแล้วจะบากหน้ากลับไปตระกูลฉี ให้ คนดูถูกและท่านพ่อต้องขายหน้าคนอื่นข้าคงไม่ทำในเมื่อข้ามาแล้วก็ควรจะต้องทำให้ได้และทำให้ดี หากเขายังไม่ไล่เราก็ถือว่าเป็คนของเขา”
“พระชายา ท่านอ๋องให้ข้านำเงินนี่มาให้ท่าน”ป้ายป้าย เลิกคิ้วสูงคิดเองไปไกลว่า เงินนี่คงเป็ค่าจ้างสำหรับ เื่ที่จะถูกหย่าในวันพรุ่งนี้
“เ้าหมายความ อย่างไร”
“ท่านอ๋องให้ท่านพรุ่งนี้ไปซื้อผ้าให้เต็มเกี้ยวเอา ในแบบที่นายหญิงชอบ แล้วนี่ของมีค่าของท่านอ๋องที่มอบให้ท่านเป็เ้าของ”วางหีบเล็กลงบนโต๊ะ ป้ายป้าย ลูบหีบเล็กเบาๆ ั้แ่เกิดมายังไม่เคยมีใคร ดีกับป้ายป้ายถึงเพียงนี้นอกจากมารดา
“ข้าน้อยขอตัว นายหญิงพักเสียพรุ่งนี้จึงไปที่ตลาดเลือกซื้อของ ตามที่นายหญิงประสงค์”ยิ้มบางๆ กัวเฉา รีบเปิดหีบด้วยความตื่นเต้น
“แค่เปิดผ้าคลุมหน้ายัง มอบของกำนัลเพียงหากอุ่นเตียง ท่านอ๋องไม่ยกจวนอ๋องให้คุณหนูเลยหรือไร”ป้ายป้ายเผลอยิ้ม
จ้องมองของมีค่าในหีบเล็กด้วยความรู้สึกขอบคุณ
“ติงจง เปลี่ยนอาภรณ์”ติงจงวิ่งไปคัดเลือกอาภรณ์มา ยืนตรงหน้าหลี่ฟงฉิน ฉับพลันนั้นเองร่างที่นั่งอยู่บนรถเข็น ก็ลุกขึ้นยืนตัวตรงท่าทีสง่างามร่างสูงโปร่ง ไม่มีวี่แววของคนพิการขาอย่างที่ ฉากหน้า้าให้ผู้อื่นพบเห็น กางแขนออกให้ตงจิงเปลี่ยนอาภรณ์ให้ในทันที อาภรณ์สีดำสนิท สำหรับเร้นกาย
“คอยดูแลนาง อย่างให้นางสงสัย”
“ท่านอ๋อง สองวันก่อนฝ่าาส่งคนมาสอดส่อง ท่านอ๋องออกไปครั้งนี้ระวังตัวด้วย”
“ข้ารู้แล้วนางมาอยู่นี่จึงยิ่งต้องระวังตัว ฝ่าาอาจระแคะระคายอะไรบ้างแล้ว อีกทั้งใต้เท้าฉีนับว่าเป็กุนซือสำคัญของฝ่าา บุตรีของใต้เท้าฉีจึงไม่อาจวางใจ แต่ภูมิหลังของนางที่ข้าได้ยินมาจาก ปากของรุ่ยหานน่าเชื่อถือไม่น้อย”
“ท่านอ๋องเชื่อว่ามันคือความจริงหรือ บิดาที่ไหนจะไม่รักบุตรี อีกอย่างนางเป็บุตรีคนโต เหตุใดต้องอยู่ดังสาวใช้”
“ข้าเชื่อดวงตาใสซื่อของนาง ดวงตาของนางมิได้หลอกลวง”
“ข้าน้อยจะจับตามองนาง”ร่างสูง เร้นกายหายไปทันที
ห้องพักของป้ายป้าย
“กัวเฉาเ้าเคยเห็นท่านเก้าหรือไม่”กัวเฉาส่ายหน้า
“ไม่เคยเ้าค่ะ แต่ได้ยินเขาพูดกันว่า ดวงของท่านอ๋องกดดวงชะตาของฝ่าาแต่ เดิมฝ่าาเป็ไท่จือท่านอ๋องก็เพิ่งจะถือกำเนิด แม้อายุจะห่างกันมากแต่พี่ชายอย่างฝ่าาก็มีอำนาจมากมาย”กัวเฉากระซิบเบาๆ
“เขาว่าฝ่าารับสั่ง ให้สังหารท่านอ๋องหลายครั้ง แต่ทุกครั้งมักจะรอดมาได้ทุกที”
“ เ้าจะต้องไม่เชื่อว่าท่านอ๋องมีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพ์”กัวเฉายิ้ม
“คุณหนูต้องตาท่านอ๋องเสียแล้ว”
“เ้าอย่าเย้าข้าเล่นข้าแค่สงสัยว่าทำไมท่านอ๋องถึงมีใบหน้าหล่อเหลาอีกทั้งไม่ได้ป่วยไข้ มีเพียงขาที่พิการนั่งบนรถเข็นไม้ไผ่เท่านั้น”
“เื่ใบหน้าหล่อเหลานี่ก็ไม่แปลกเ้าค่ะ ปาเยว่อ๋องพูดคนล้วนกล่าวขานว่าหล่อเหลาที่สุดในเจ็ดคาบสมุทรท่านอ๋องก็คงหล่อเหลาไม่แพ้กัน พูดไปปานนี้ คุณหนูเล็กป้ายหลิวคงกำลัง ...อิอิ”ป้ายป้ายหน้าแดง
“จริงด้วยนางน่าเอ็นดู ท่านอ๋องแปดคงจะโปรดปรานนาง”
“โถ่คุณหนูอย่าเสียใจไปเลย อย่างไรเสียท่านอ๋องเก้าก็มอบของล้ำค่ามาให้คุณหนูแม้จะไม่ร่วมแท่นนอนก็ตาม ป้ายป้ายถอนหายใจ
จวนอ๋องแปดประดับประดาไปด้วย ริ้วผ้าสีแดงสีแดงและ ทุกอย่างล้วนเป็สีแดง
ป้ายหลิว นั่งรออยู่บนแท่นนอน รอเวลาที่นาเยว่อ๋องจะเข้ามา รอแล้วรอเล่าแต่ก็ไม่ เห็นแม้เงา อีกฟากหนึ่งของ จวนอ๋องแปด
“คิกคิก อิอิ ท่านอ๋องไม่เอา ท่านได้เวลา ไปร่วมหอกับ ชายเอกของท่านแล้ว”
“ชายาเอก 555ชายาเอกหรือจะสู้ ม้าตัวเก่าของข้า เ้างดงามอ่อนหวานอีกทั้งยังรู้ใจข้า ปรนนิบัติข้าจนหนำใจเพียงนี้ ข้าจะถวิลหาชายาที่ไม่ประสาอย่างนางหรือไร”
“อิอิท่านอ๋อง ท่านไม่กลัวว่า ใต้เท้าฉีโมโหหรือไร” นอนหงายลงด้วยอารมณ์ไม่สู้ดีนักเมื่ออีกคนพูดถึงใต้เท้าฉีผู้มีอำนาจล้นมือ
“ข้าไม่ได้อยากแต่งกับนาง กราบทูลฝ่าาไปหลายครั้งแล้ว แต่ฝ่าากลับบอกข้าว่านางจะส่งเสริมข้า”
“อย่างนั้นท่านอ๋องท่านก็ต้องไป หานางเสียหน่อย”
“เ้าทำข้าหมดเรี่ยวแรงอีกทั้งนางยังจืดชืดข้าเช่นไรจะร่วมแท่นนอนกับนางได้อีก”
“ไปก่อนเถิดเ้าค่ะอย่างไรเสียนางก็เป็ถึงบุตรีของใต้เท่าฉีดังที่ฝ่าาว่า”ถอนหายใจลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าเสียใหม่เดิน ออกจากห้องไปอย่างเสียไม่ได้
จวนอ๋องเก้า
ป้ายป้ายนั่งมองดวงจันทราดึกเพียงนี้ยังนอนไม่หลับ ที่ริมหน้าต่างเงาดำไหววูบ หายไปที่ห้องของหลี่ฟงฉิน
“กัวเฉา กัวเฉา” เงียบไร้เสียงตอบ ป้ายป้ายย่องออกจากห้องไปยังห้องของ หลี่ฟงฉิน เปิดประตูเข้าไปง่ายดาย
แสงไฟสลัวมองเห็นไม่ชัด ป้ายป้ายเดินเข้าไปใกล้แท่นนอน หลี่ฟงฉินนอนห่มผ้า บนแท่นนอนหลับใหล
“ไม่มีอะไรเสียหน่อย คงจะตาฝาดไป”ดึงผ้าห่มคลุมร่างสูงของหลี่ฟงฉินให้อีกที มือใหญ่คว้าร่างบาง ดึงให้ล้มลงบนแท่นนอนตาสบตานิ่ง
“เ้าเข้ามาทำไมกัน”
“ท่านเก้า ป้ายป้ายขออภัยป้ายป้ายไม่ได้ตั้งใจเข้ามาในห้องของท่านในยามนี้”ละล่ำละลักด้วยความใ
“ความจริงจะต้องเป็แบบนี้ใช่ไหม เราสองคนจะต้องร่วมหอกัน”
“ไม่เป็ไร หากท่านอ๋องยัง..ยังไม่พร้อม”ไม่มีท่าทีว่าจะพิการขาอย่างที่เห็นในเมื่อท่อนขาแข็งแรงกดตึงขาเรียวของ ป้ายป้ายไว้แน่น
“ข้าพร้อมแล้ว เ้าก็คงไม่ได้รังเกียจข้าใช่ไหม”ป้ายป้ายส่ายหน้า
จูบหวานนุ่มนวล อ่อนหวานอย่างที่สุด ป้ายป้ายใช่เคยต้องมือชาย ตำรากามสูตรที่กัวเฉาคะยั้นคะยอให้อ่านก็ทำให้เขินอายเกินกว่าจะอ่านมันได้ วางทิ้งไว้เสีย แม้กัวเฉาจะขู่ว่าหากท่านอ๋อง้าป้ายป้ายขึ้นมาจะทำตัวไม่ถูก ก็จริงดังกัวเฉาว่าตอนนี้ จะทำตัวเช่นไรในเมื่ออีกคนอ่อนหวานอ่อนโยน มืออุ่นล้วงลึกลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเปลือยเปล่าในร่มผ้า กับริมฝีปากอุ่นที่พรมจูบไปทั่วร่าง ป้ายป้ายกอดร่างใหญ่ไว้แน่น สะโพกกลมกลึงถูกลูบไล้เบามือ หลี่ฟงฉินจูบที่หน้าผากเนียนนี่เขารักนางั้แ่แรกพบเชียวหรือถึงได้อ่อนโยนกับนางเพียงนี้
“ท่านอ๋องจะทำอะไรข้า"
เผลอยิ้มกับความเดียงสาของ ป้ายป้ายที่เขาััได้ ส่วนป้ายป้ายกับรู้สึกว่าคนที่ทาบทับเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนาถึงได้ ทำเอาป้ายป้ายไร้เรี่ยวแรงในอ้อมกอดของเขา
“เราสองคนกำลังจะเป็ผัวเมียกัน”ป้ายป้ายเขินอายจนหน้าแดงมือไม้เกะกะไม่มีที่วางเพียงแต่กอดอีกคนแน่น เหมือนกับยึดร่างใหญ่ไว้เป็ที่พึ่งยามที่ร่างเบาหวิวเหมือนกำลังจะหลุดลอย เสียงลมหนาวหวีดหวิว ด้านอนก แต่ข้างในอบอุ่นอ่อนหวาน ป้ายป้ายเผลอยิ้มอย่างน้อยก็ทันได้เข้าหอก่อนจะถึงวันใหม่ ไม่ได้โดดเดี่ยวในค่ำคืนแต่งงาน
เื่ราวน่าจะสุขสมและจบลงเพียงเท่านี้แต่มันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากเล่า
ป้ายป้ายไม่มีทางรู้เลยว่าเมฆดำทะมึนกำลังก่อตัวสั่งสมเป็พายุร้าย