Druw 011.5 Rinka of Bluefairy
ในอาณาจักรควาเซ หากจะพูดถึงบุคคลที่รักษาโรคได้ทุกโรคให้หายขาดแล้วล่ะก็...คงจะหนีไม่พ้นตระกูลผู้เลี้ยงัแห่งควาเซนครฝั่งใต้ ตระกูลที่ถูกเล่าขานมาปากต่อปากว่าเป็ตระกูลคู่บ้านคู่เมืองของนครฝั่งใต้เลยก็ว่าได้
นั่นก็คงจะหนีไม่พ้น...ตระกูลมิลเลต
ตระกูลที่รักษาได้ทุกโรคราวกับหมอเทวดา!
แต่ก็...นั่นล่ะ อย่างที่ใครๆ ก็พูดกันเอาไว้ว่า ‘เวลาเปลี่ยน อะไรๆ ก็เปลี่ยน’ ตระกูลมิลเลตก็เช่นกัน จากเดิมที่พวกเขาเป็คนของนครฝั่งใต้...ที่ถูกเล่าต่อๆ กันมาด้วยชื่อ ‘จุดกำเนิดแห่งจักรพรรดิ’ พวกเขาได้กลายมาเป็ส่วนหนึ่งของรากฐานอันมั่นคงของนครฝั่งเหนือ กลายเป็คนของ ‘ตระกูลซาบรีย์’ เพราะรัชทายาทหญิง ‘ดาฟเน่ ลาเบียร์’ ทายาทเพียงหนึ่งของกษัตริย์ลาเบียร์แห่งควาเซนครฝั่งใต้ได้แต่งงานกับกษัตริย์ซาบรีย์คนปัจจุบัน มีทายาทด้วยกันคือ ‘ดารีเซญ์ ซาบรีย์’ นั่นทำให้ฐานอำนาจของนครฝั่งใต้ได้รวมเป็หนึ่งกับนครฝั่งเหนืออย่างสมบูรณ์ หรือจะพูดให้ถูกต้องที่สุด…มันกลายเป็ของดารีเซญ์ ทายาทผู้ถือกำเนิดจากสายเืของลาเบียร์
แต่คิดหรือว่าเื่มันเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เช่นนั้น? แน่นอนว่าไม่ มันมีอะไรที่ลึกลับซับซ้อนมากกว่านั้น สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็สิ่งที่ใครๆ ก็รู้ ทว่าเื่จริง...มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่รู้
นครฝั่งใต้ล่มสลายเพราะโทษสมรู้ร่วมคิดให้รัชทายาทหญิงของตนคบชู้จนมีทายาทด้วยกัน ถือเป็การทรยศที่ตบหน้าตระกูลซาบรีย์อย่างแรง บางคนในนครฝั่งใต้ถูกคุมขังในคุกมืดเพราะแข็งแกร่งเกินไปจนไม่อาจปลิดชีพอีกฝ่ายได้ ที่เหลือ…ถูกฆ่าตายทั้งหมด ดังนั้นนครฝั่งใต้ในตอนนี้จึงถูกเรียกว่าเป็ ‘ดินแดนของฏและผู้ทรยศ’
มีเพียงแค่สี่ตระกูลเท่านั้นที่รอดตาย ส่วนหนึ่งเป็เพราะพวกเขาคือ ‘สี่องครักษ์ัราชันย์’ ผู้อยู่เคียงข้างตระกูลลาเบียร์มาหลายรุ่น ทว่าหลังจากงานแต่งงาน พวกเขาแทบจะไม่มีเวลาอยู่เคียงข้างเ้าชีวิตของตนเพราะต้องคอยทำงานให้นครฝั่งเหนือ นี่เป็หลักฐานในเื่เวลาว่าพวกเขาไม่รู้เห็นเื่ที่ดาฟเน่ทรยศ
นี่คือเื่ที่ทุกคนรู้
มีเพียงแค่คนจากนครฝั่งใต้ที่ยังมีชีวิตอยู่และสี่ตระกูลในรุ่นนั้นเท่านั้นที่รู้ความจริง ว่าที่พวกเขารอดตายนั้นเป็เพราะพวกเขายืนอยู่ข้างเดียวกับเชรีม่า มารดาของดราโก้ หญิงผู้ขึ้นแท่นราชินีแห่งซาบรีย์แทนดาฟเน่ต่างหาก คนรุ่นหลังที่เกิดหลังจากเหตุการณ์นี้ต่างถูกปิดหูปิดตาทั้งสิ้น
เื่บางเื่ ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า
แน่นอนว่า ‘รินกะ มิลเลต’ เองก็เป็หนึ่งในนั้น จนถึงตอนนี้ หญิงสาวที่น่าสงสารผู้นี้ก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อกษัตริย์ซาบรีย์และราชินีองค์ปัจจุบันอย่างไม่รู้เื่รู้ราว เป็ได้เพียงแค่หนึ่งใน ‘หมาก’ ของหญิงคนนั้นเท่านั้น
เสียงก้าวเดินของร่างเล็กดังไปทั่วโถงทางเดินที่ไม่มีใครอยู่ เด็กหญิงตัวน้อยผมสีฟ้ายาวคลุมบ่าเดินไปตามทางที่ทอดยาวของโถงทางเดิน ดวงตากลมโตสีเทาอมฟ้าก็มองแผนที่ที่ถูกเขียนอย่างลวกๆ ในมือสลับกับมองทางที่ตนกำลังเดินอยู่
เธอคือรินกะ มิลเลตในวัยหกขวบ เด็กน้อยผู้ได้เป็หกองครักษ์ัราชันย์ด้วยวัยอันน้อยนิด
เด็กน้อยเดินไปตามทางเพื่อที่จะหาบ้านพักของซันโดร หัวหน้าหกองครักษ์ัราชันย์ผู้แข็งแกร่ง สง่างาม และคงความเยาว์วัยเอาไว้ราวกับหนุ่มอายุยี่สิบห้าแม้วัยจะเลยเลขนั้นไปหลายสิบ ที่เธอต้องตามหาซันโดรนั้นเนื่องมาจากวันนี้ฮิวโก้ไม่สบายจึงได้วานให้เธอนำเอกสารไปให้ซันโดรที่จู่ๆ ก็ขอลาหยุดโดยที่ไม่มีเหตุผลที่บ้านพักของชายหนุ่ม
จวบจนกระทั้งเด็กน้อยเดินมาสุดปลายโถงเดินร่างเล็กหยุดอยู่ที่สวนแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้แปลกตามากมายทว่ากลับถูกจัดเอาไว้อย่างสวยงามจนให้ความรู้สึกราวกับหลุดไปยังสรวง์อย่างไรอย่างนั้น ดวงตากลมโตสีเทาอมฟ้าเบิกกว้างเมื่อเห็นร่างเล็กของเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งหันหลังให้กับเธอ
ผมสีขาวบริสุทธิ์หยิกฟูยาวคลุมบ่าเล็กน้อยปลิวไหวไปตามแรงลมอ่อนๆ ที่ผัดผ่าน ชุดสีขาวที่เก่าจนขึ้นสีดูเหมือนชุดของนักโทษอย่างไรพิกล ผิวสีขาวนวลออกสีชมพูระเรื่อ เธอนั่งอยู่ตรงขอบศาลาที่ตั้งอยู่กลางสวนสวยแห่งนี้
รินกะน้อยคิดว่าตัวเองตอนนี้กำลังมองเทพธิดาตัวน้อยอยู่…หากเธอไม่ได้กลิ่นคาวเืลอยออกมาจากร่างนั้น พอเธอขยับตัวอีกครั้ง ลมที่พัดอ่อนๆ ก็ทวีความแรงขึ้นจนกลีบดอกไม้ปลิววนรอบสวนเป็วงกลมคล้ายกับโดนพายุจนรินกะน้อยต้องหลับตาแน่น เมื่อกระแสลมที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นอย่างน่าประหลาดหายไป ร่างของเด็กน้อยที่รินกะคิดว่าเป็เทพธิดาตัวน้อยก็หายไปด้วย รินกะครางออกมาอย่างแสนเสียดาย เธอยังไม่ได้มีโอกาสเห็นใบหน้าของเด็กคนนั้นเลยนะ!
แรงหนักของมือหนาถูกวางอยู่บนไหล่ของเด็กน้อย รินกะสะดุ้งโหยงก่อนที่จะหันกลับไปมอง และเธอก็ได้พบกับใบหน้าของหนุ่มอายุยี่สิบห้า ที่กำลังก้มมองเธอด้วยแววตาสงสัย แล้วซันโดรก็เอ่ยถามรินกะด้วยความเป็ห่วง
“เกิดเื่อะไรขึ้นหรือรินกะ ทำไมต้องใด้วย”
“เออะ...เอ่อ...คือ เปล่าค่ะ คือพอดีเมื่อครู่ข้าเหม่อไปหน่อย” กล่าวพลางหัวเราะแห้งๆ แล้วใบหน้าก็ขึ้นสีระเรื่อจนดูน่ารัก แล้วเธอก็เริ่มสังเกตเห็นเด็กชายคนหนึ่งที่หลบอยู่หลังซันโดร “ใครหรือคะ?” รินกะถามพลางมอไปยังเด็กชายคนนั้น เด็กชายสะดุ้ง
ซันโดรยิ้มก่อนจะดึงให้เด็กชายคนนั้นให้เดินออกมาประจันหน้ากับเด็กสาว “เด็กคนนี้เป็หลานของลุงเอง ชื่อไรเซอร์ ที่ลุงขอลาหยุดไปหลายวันโดยไม่บอกเหตุผลเพราะลุงไปรับตัวกลับมาจากโรงเรียนประจำนั่นแหละ” ซันโดรก้มลงมองหลานชายของตน “ซันโดร เด็กคนนี้คือรินกะ ถึงจะเห็นเป็เด็กแบบนี้ก็เถอะ แต่เด็กคนนี้ก็เป็ถึงหกองครักษ์ัราชันย์เลยนะ”
“ยะ...ยินดีที่ได้รู้จัก” ไรเซอร์พูดทั้งๆ ที่ก้มหน้าจนคางติดอกเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำของตน ก็ั้แ่เล็กจนหกขวบแล้วเขาเพิ่งจะเคยได้คุยกับเด็กผู้หญิงก็วันนี้แหละ!
“อื้อ! ยินดีที่ได้รู้จัก” รินกะว่าพร้อมกับส่งยิ้มร่าเริงให้ ไรเซอร์มองรอยยิ้มนั้นแล้วก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้ ก่อนที่รินกะจะหันมาสนใจซันโดรต่อ “ท่านลุงคะ ท่านลุงฮิวโก้ให้เอาเอกสารมาให้ค่ะ” ว่าพลางยื่นซองเอกสารให้ ชายหนุ่มรับไป
“ถ้าอย่างนั้นพวกเ้าก็เล่นกันไปก่อนก็แล้วกัน ไรเซอร์อยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวถึงกลางวันลุงจะมารับไปกินข้าวด้วยกัน”
“...ครับ” ไรเซอร์รับคำอย่างเสียมิได้ แต่เนื่องด้วยรู้ว่าท่านลุงของเขามีงานเข้ามาจึงต้องรีบไปทำ เขาเลยต้องตอบให้ท่านลุงของเขาสบายใจ
“ลุงฝากหลานชายด้วยนะรินกะ”
“ค่ะ! เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนค่ะท่านลุง”
“หืม?”
“ที่นี่มีเด็กผู้หญิงอาศัยอยู่ด้วยหรือคะ”
คำถามของรินกะทำให้ซันโดรขมวดคิ้ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะลองนึกดู แต่... “ก็ไม่มีนี่ ทำไมหรือ”
“ถ้าไม่มี...แล้วเทพธิดาล่ะคะ”
นั่นทำให้ซันโดรหลุดหัวเราะออกมา เด็กหญิงตัวน้อยเริ่มหน้าแดงขึ้นมา...เธอถามอะไรผิดหรือ? “นั่นยิ่งไม่มีใหญ่เลย ลุงไปทำงานก่อนก็แล้วกัน ขอบใจที่เอาเอกสารมาให้นะ”
เมื่อร่างสูงเดินจากไป รินกะก็ค่อยๆ หันไปทางไรเซอร์ด้วยใบหน้าที่ยังคงเด็กก่ำ “เ้าคงไม่หัวเราะข้าด้วยใช่ไหม”
“ไม่นี่ ข้าเองก็เคยคิดเหมือนกัน” ไรเซอร์ยิ้มให้เด็กหญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา อันที่จริง...ในวันหยุดครั้งที่แล้วที่เขากลับมาหาท่านลุง เขาก็เคยเจอ เพียงแวบเดียวร่างนั้นก็หายไปราวกับเป็เพียงแค่ภาพลวงตา ทว่าเขาไม่ได้บอกใครแม้แต่ท่านลุงของตัวเอง มิเช่นนั้น...เขาจะเหมือนกับรินกะเมื่อครู่อย่างไรล่ะ ไม่มีใครเชื่อ!
หลังจากนั้น เวลาผ่านไปเดือนกว่าๆ ข่าวลือเื่ที่ตระกูลซาบรีย์เลี้ยงปีศาจร้ายเอาไว้เพื่อล่าอาณานิคมและทำลายอาณาจักรบนโลกด้านล่างก็แพร่สะพัดไปทั่ว ข่าวลือพวกนั้นต่างก็พูดตรงกันว่าปีศาจร้ายเป็เด็กผู้หญิงที่มีเรือนผมสีขาวและอยู่ในชุดขาว แต่ด้วยวัยเพียงแค่นั้นไม่อาจตัดสินฝีมือของมันได้ เพราะตอนนี้ปีศาจร้ายตนนั้นได้กระทำการลบอาณาจักรออกไปจากแผนที่โลกแล้วถึงหนึ่งในสามของทวีปตะวันออกที่อยู่เบื้องล่าง!
รินกะคิดว่าปีศาจร้ายที่ทุกคนพูดถึงกันนั้นคือเด็กผู้หญิงที่เธอได้เห็นเมื่อตอนนั้น...แต่ทำไมตอนนั้นเธอถึงไม่รู้สึกว่าเด็กคนนั้นเป็ปีศาจเลยล่ะ? ไม่สิเพราะเธอได้กลิ่นเืในตอนนั้นไม่ใช่หรือถึงได้กล้าที่จะเชื่อว่าคนคนนั้นก็คือปีศาจร้าย
เวลาผ่านไปอีกไม่กี่วันก็เกิดข่าวลือที่ว่าปีศาจร้ายตนนั้นได้ตายไปแล้ว นั่นทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ แต่รินกะกลับสงสัย คนที่ได้ชื่อว่าเป็ปีศาจจะตายง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?
และหลังจากนั้นไม่นาน...ดราโก้ องค์ชายลำดับที่สองแห่งควาเซก็ได้พาเด็กคนหนึ่งมาที่บ้านใหญ่ของตระกูลซาบรีย์ ในฐานะ...น้องสาวที่หายตัวไปเมื่อนานมาแล้ว
เด็กผู้มีดวงตาและเรือนผมสีน้ำตาลแดง
ดารูว์ ซาบรีย์
ในตอนนั้นเองที่ทำให้เธอได้รู้จักกับดารูว์หรือดรูว์ แม้จะเพิ่งได้พบกันเป็ครั้งแรก แต่เธอก็สังเกตเห็น...ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะยิ้ม หัวเราะ หรือไม่ว่าจะแสดงกิริยาอาการใดๆ ทว่าการสบตาในแต่ละครั้งรินกะก็สามารถรับรู้ได้
สิ่งที่ดารูว์แสดงออกมาทั้งหมด...เป็ของปลอม เป็เพียงแค่สิ่งที่เด็กคนนั้นปั้นแต่งขึ้นมาเท่านั้น!
แม้รินกะจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเด็กที่มีอายุเพียงแค่สี่ขวบถึงได้แสดงทุกอย่างออกมาแบบนั้น ทำไมการแสดงอารมณ์แต่ละครั้งของเด็กคนนั้นถึงได้เป็ของปลอม แต่รินกะก็พยายามที่จะผูกสัมพันธ์ด้วย เื่ที่ดราโก้รับดารูว์เข้ามามีเพียงแค่เธอกับซันโดรเท่านั้นที่รู้ใน่แรก ก่อนที่ข่าวลือจะกระจายไปทั่ว...เพราะผู้คนมักจะเห็นเด็กคนนี้อยู่กับดราโก้บ่อยๆ แต่ถึงจะพูดว่ารับเข้ามา แต่จริงๆ แล้วดารูว์ก็แค่ได้หลุดพ้นออกมาจากคุกมืดใต้ดินของฏที่อยู่ทางฝั่งใต้เท่านั้น ซึ่งเื่นี้เป็เื่ที่รินกะหรือใครๆ ก็ไม่รู้...นอกจากซันโดรและดราโก้
อยู่ในนั้น...มาตลอดั้แ่เกิด
ถึงรินกะจะไม่ได้เจอดารูว์บ่อยครั้งนัก เจอกันก็แค่ตอนที่ตรวจสุขภาพให้อีกฝ่าย แต่สิ่งหนึ่งที่รินกะรับรู้ได้...เพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่รินกะเห็นว่าไม่ใช่ของปลอม ไม่ใช่สิ่งที่ดารูว์สร้างมันขึ้นมา มันคือประกายตาที่ทอแววเ็าไร้ความรู้สึกที่เด็กคนนั้นแสดงออกมาเป็บางครั้ง!
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครได้สังเกตในเื่นี้เหมือนเธอเลยสักคน แม้แต่วอเรนที่เป็คู่หูัของเธอก็เช่นกัน
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน...
รินกะรับรู้ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างดารูว์และดราโก้นั้นไม่ธรรมดา ยิ่งกับซันโดร รินกะก็ยิ่งเห็นว่ามันมีอะไรแปลกๆ ทั้งสองคนมักจะมองดารูว์ด้วยสายตาเ็ป โดยเฉพาะซันโดรที่ดูเหมือนว่าจะเ็ปยิ่งกว่าดราโก้ผู้เป็พี่ชายของดรูว์เสียอีก อีกทั้ง...ยังมีความรู้สึกผิด
เกิดเื่อะไรขึ้น?
และแน่นอนว่ารินกะก็ทำได้เพียงแค่สงสัยกับตัวเองอยู่ต่อไป ่เวลาผ่านไปเดือนกว่าๆ แล้วนับั้แ่ที่เธอได้รู้จักกับดารูว์ เื่ที่ไม่มีใครคาดฝันมาก่อนก็เกิดขึ้น
าาัทมิฬที่มีอายุมากว่าพันปีเกิดการคลุ้มคลั่งและอาละวาดขึ้นกลางตลาด...โชคดีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีผู้าเ็เพียงแค่สองคนจากการถูกซากอาคารที่ัทมิฬทำลายหล่นทับ แต่...มีคนตายอยู่คนหนึ่ง ซึ่งคนคนนั้นก็คือ...
ดารูว์...
คนที่รับไม่ได้มากกว่าใครเห็นจะเป็ดราโก้ที่ในตอนนั้นอยู่กับดารูว์ เขามักจะโทษตัวเองที่ทำให้ดารูว์ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของกรงเล็บาาัทมิฬก็คือเขา แต่ดารูว์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เขากลับเป็คนโดนกรงเล็บนั่นแทน
ไม่เคยมีใครรอดพ้นจากกรงเล็บของัทมิฬแม้จะเป็ชายฉกรรจ์ผู้เก่งกาจและแข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม ยิ่งนั่นเป็กรงเล็บของัทมิฬระดับาา...ยิ่งไม่ต้องพูดถึง กรงเล็บของพวกมันเต็มไปด้วยพิษ แถมคนที่รับกรงเล็บนั่นไปยังเป็เพียงแค่เด็กผู้หญิงอายุแค่สี่ขวบ!
กว่าจะนำร่างของเด็กหญิงคนนั้นมา...ร่างนั้นก็หมดลมหายใจไปแล้ว
ไม่มีการหายใจ ไม่มีแม้แต่ชีพจร ดราโก้เฝ้ามองด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเจียนแหลกสลาย ไดรกอนเกาะแขนดรูว์ไม่ยอมปล่อยแล้วร้องไห้ตลอดเวลา...เป็เวลาห้าวัน
ใช่...ห้าวัน หลังจากนั้นห้าวันดารูว์ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ยกเว้น...ดวงตาที่เดิมทีเป็สีน้ำตาลแดงแปรเปลี่ยนเป็สีฟ้าเข้ม
หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างรินกะไม่รู้ เธอรู้แต่เพียงว่าดารูว์ถูกส่งไปอยู่ที่ไหนสักแห่งด้วยคำสั่งของดราโก้ พร้อมด้วยข่าวลือที่ว่าแท้จริงแล้วนั้นดารูว์อยู่เื้ัของการคลุ้มคลั่งของาาัทมิฬ แต่กลับกลายเป็ว่าตัวเองโดนลูกหลงเอง ดังนั้นเด็กคนนั้นจึงต้องโทษเป็ฏ แต่เนื่องจากดารูว์ในตอนนั้นเป็เพียงแค่เด็กอายุสี่ขวบจึงได้รับโทษให้ถูกเนรเทศออกไปนอกควาเซ ห้ามกลับมาอีกเป็เวลาหกปี
ไม่มีใครได้เห็นดารูว์คนนั้นอีก...
ต่อให้หลังจากนั้นหกปี ดราโก้พยายามสั่งคนไปรับกลับมามากมายแค่ไหน ก็หาเด็กคนนั้นไม่เจอ
ไม่มีร่องรอย ไม่มีข่าวคราว ไม่มีกระทั้งคนเคยเห็น
และแล้วเธอก็ได้หายสาบสูญไป...เหมือนไม่เคยมีอยู่บนโลกใบนี้!
ทว่ารินกะทำใจให้เชื่อข่าวลือพวกนั้นไม่ลง เด็กน้อยที่ติดพี่คนนั้นน่ะหรือ? แม้ว่าบางครั้งเธอจะแสดงท่าทางราวกับไม่รู้สึกอะไร แต่นั่นก็เป็เพียงแค่บางครั้งในตอนที่ไม่รู้ตัวไม่ใช่หรือ?
เด็กหญิงเริ่มคิด...ั้แ่ชีวิตของเธอที่ผันแปรไป มันเป็เื่ราวั้แ่ตอนนั้น ตอนที่เธอต้องทำหน้าที่ในฐานะ ‘มิลเลต’
หน้าที่ของตระกูลมิลเลตคือการรักษา แนวทางการรักษาในแต่ละโรคของตระกูลมีลเลตนั้นไม่ซ้ำใคร พวกเขาทำงานได้ดีในฐานะหมอ ทายาทแต่ละคนแต่ละรุ่นของตระกูลมิลเลตนั้นล้วนเป็หมอและรับสืบทอดวิชาประจำตระกูลมาทั้งสิ้น และแน่นอนที่สุด รินกะ มิลเลต ทายาทคนเล็กผู้มีพร์ด้านนี้อย่างไม่มีใครในตระกูลเทียบได้เองก็เป็หนึ่งในนั้นเช่นกัน
ดังนั้นไม่แปลกเลยหากเธอจะได้รับการยอมรับจากตระกูลซาบรีย์ด้วยวัยอันน้อยนิดจนแม้แต่ผู้ชำนาญการยังต้องยกธงขาว เมื่อเธอได้กลายมาเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลซาบรีย์ในฐานะหกองครักษ์ัราชัน าาัวารี ในตอนนั้นเธอก็ได้พบกับ ‘เทพธิดาแห่งา’ หรือก็คือ ‘ปีศาจร้าย’ อาวุธลับของตระกูลซาบรีย์โดยบังเอิญ ทว่านั่นก็เป็เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นไม่นาน เธอก็มีหน้าที่คอยดูแลตรวจสอบสุขภาพของ ‘น้องสาวขององค์ชายดราโก้’ ซึ่งเป็บุตรเพียงผู้เดียวของกษัตริย์ซาบรีย์กับราชินีองค์ปัจจุบันเพียงไม่กี่ครั้ง
หลังจากไม่กี่ครั้งที่เจอกัน เธอก็ไม่ได้เจอกับเด็กหญิงคนนั้นกับัแสงของเธออีกเลย
รินกะไม่รู้ว่าเื่ทั้งหมดมันเป็เพราะอะไร เธอรู้แค่ว่าเด็กคนนั้นถูกเนรเทศด้วยความผิดบางอย่างที่ไม่อาจอภัยได้ แน่นอนว่าเธอไม่เชื่อข่าวลือที่ลือกันหนาหูพวกนั้น เธอ้าคำตอบ และคนเดียวที่สามารถให้คำตอบกับเธอได้คือดราโก้ ผู้ที่เนรเทศเด็กคนนั้นไป
วันหนึ่งเธอทำภารกิจในหน้าที่หกองครักษ์ัราชันย์สำเร็จ และเดินไปหาเ้าชายลำดับสองผู้นั้นที่ห้องของเขา ทว่าสิ่งที่เธอได้เห็นและได้ยินกลับเป็เื่ที่ตัวเธอนั่นไม่เคยคาดคิด และไม่เคยรับรู้มาก่อน
ไม่แน่ว่า...เื่นี้ไม่ว่าใครก็คาดไม่ถึง
‘ทำไมเ้าถึงได้ไล่นางไป? นางเป็น้องสาวเพียงคนเดียวของข้า ข้าเคยสัญญากับนางว่าจะหาวิธีช่วยนางออกมา แต่พวกเ้าสองแม่ลูกทำอะไร? พวกเ้าฉวยโอกาสในตอนที่นางจำเื่อะไรไม่ได้เอาตัวนางไป! น้องสาวของเ้าอย่างนั้นรึ? อย่าพูดให้น่าขำไปหน่อยเลย!’
น้องสาวเพียงคนเดียวขององค์ดารีเซญ์? จำอะไรไม่ได้!? ตกลงแล้วนี่มันเื่อะไร อีกทั้งยังมีองค์ราชินีเกี่ยวข้องด้วย!
คำพูดขององค์ชายลำดับหนึ่งทำให้รินกะนึกถึงข่าวลือเมื่อนานมาแล้ว ที่เชรีม่าเป็ราชินีในปัจจุบันก็เพราะดาฟเน่ทรยศ มีลูกกับชู้คนหนึ่งแล้วถูกจับได้
ไม่คาดว่าเด็กคนนั้นคือดารูว์ มิน่า...ข้าถึงคิดมาตลอดว่าดารูว์เหมือนใคร ที่แท้ก็เหมือนองค์ดารีเซญ์ เหมือนกันราวกับเคาะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน!
แล้วทำไมองค์ดราโก้ถึงรับมาเป็น้องสาว? ไม่มีสายเืเดียวกันเลยไม่ใช่หรือ? หรือว่า...เพื่อทรมานองค์ดารีเซญ์?
รินกะหลบอยู่หน้าประตู ไม่กล้าแม้แต่จะยื่นหน้าเข้าไปในห้อง ไม่รู้ว่าโชคร้ายหรือโชคดีกันแน่ที่ประตูห้องปิดไม่สนิท มันถึงทำให้รินกะต้องมาพบความลับที่ดำมืดขนาดนี้!
เธอแค่มาถามความจริงเื่ดารูว์นะ! เป็อย่างไรล่ะรินกะ? มารู้ความลับจริงๆ เสียขนาดนี้ ดีใจหรือไม่? นี่แหละความจริงที่เธอ้า เื่มันไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่เธอคิด
‘หึ น้องสาวของท่าน? พูดอะไรน่าขำยิ่งนัก ั้แ่นางเกิดท่านก็ไม่เคยรับรู้ถึงการมีตัวตนของนาง พอรู้ว่าตนเองมีน้องสาว เืพี่ชายก็ทำงานเลยหรือ?’
‘นั่นมันไม่ใช่เพราะแม่ของเ้าหรือที่กล่าวหาว่านางเป็ลูกชู้! ใส่ร้ายจนแม่ของข้าตรอมใจตาย กักขังน้องสาวข้าั้แ่นางเกิดจนนางไม่เคยได้รับอิสระ หากในวันนั้นข้าไม่เข้าไปในคุกหลวงเพราะได้ยินข่าวลือจากนางกำนัลที่เดินผ่าน ข้าจะรู้ไหมว่าน้องสาวของข้ายังอยู่ที่นี่ ข้าจะรู้ไหมว่าตลอดมาพวกเ้าสองแม่ลูกไม่ได้ปล่อยนางไป แต่กลับใช้ประโยชน์จากนาง!’
ขังในคุกหลวง? ดูท่าจะไม่ได้ลำบากมากกว่าที่คิด แต่ว่า...ใช้ประโยชน์? องค์ราชินีกับองค์ดราโก้กำลังทำอะไร?
‘นี่ท่านตามหานางมาตลอด? น่าเศร้าเนอะ นางอยู่ใกล้ภายใต้เงาของท่านแท้ๆ แต่กลับไม่เคยเอะใจ’ ดราโก้แสยะยิ้มหยันให้พี่ชายต่างแม่ของตน สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ...คนคนนี้รู้ว่าตัวเองมีน้องสาวมาตลอด ทั้งยังตามหานางมาตลอดด้วย?
ดราโก้คงไม่รู้ว่าคำพูดนี้ได้จี้ใจดำพี่ชายต่างแม่ของตัวเองขนาดไหน เพราะทันทีที่เขาพูดจบ ร่างของเขาก็กระเด็นออกไปทันที!
เปรี้ยง! เสียงหมัดปะทะใบหน้าดังลั่นห้อง ทำเอาเด็กหญิงผมฟ้าที่แอบดูเหตุการณ์อยู่หน้าห้องต้องรีบปิดปากเพื่อไม่ให้ตนเองเผลอร้องออกไป...โดยเฉพาะตอนที่เห็นใบหน้าโกรธเกรี้ยวของดารีเซญ์เป็ครั้งแรก มันน่ากลัวยิ่งกว่าองค์าาเสียอีก!
ร่างของดราโก้กระเด็นไปกระแทกกำแพงอีกด้านอย่างแรงเพราะแรงหมัดที่ไม่ธรรมดาของดารีเซญ์ องค์ชายตัวน้อยหอบหายใจถี่รัว พยายามยับยั้งไม่ให้ตนเองลงมือสังหารน้องชายต่างแม่คนนี้ าาัทองซึ่งเป็คู่หูของดราโก้พุ่งเข้าใส่ดารีเซญ์เพราะความโกรธที่คู่หูของตนถูกเด็กชายผู้นี้ทำร้าย ทว่าร่างของมันกลับต้องทรุดลงกับพื้นกลางทางเมื่อถูกาาัเมฆาซึ่งเป็ัคู่หูของดารีเซญ์ะโทับ ใบหน้าของัทองถูกัเมฆาเหยียบแนบไปกับพื้นอย่างหมดท่า
‘เ้าจะทำอะไรไอ้ลูกกิ้งก่า? ไม่เห็นหัวข้า? ัปฐีเช่นเ้ากลับกล้ามีเื่กับหนึ่งในาาั์เช่นข้า?’ ไม่ว่าเปล่า เท้ายังขยี้หัวจนใบหน้าของัทองแนบไปกับพื้นมากกว่าเดิม
‘คุโรว พอเถอะ’ ซารีเซญ์ส่ายหน้า ัเมฆาแค่นเสียงในลำคออย่างไม่จำยอมก่อนที่จะเตะร่างของัทองจนอีกฝ่ายกลิ้งไปกระแทกกับผนังอีกด้านอย่างแรง ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องดราโก้ด้วยความโกรธ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็ช่างเด็ดขาดยิ่งนัก ‘เมื่อก่อนข้าไม่ได้คิดอะไรมากกับตัวตนของเ้า ทว่าจากเหตุการณ์ครั้งนี้...มันทำให้ข้าเกลียดเ้าเสียจนอยากจะฆ่าให้ตาย ในเมื่อเ้าหาว่านางเป็น้องสาวต่างพ่อของข้าและยังกระทำกับนางเช่นนี้ พวกเราขาดกัน!’
นับั้แ่นั้นมา องค์ชายลำดับหนึ่งและองค์ชายลำดับสองก็มองหน้ากันไม่ติดอีกเลย ไม่มีใครรู้ต้นเหตุของเื่ที่เกิดขึ้น รินกะที่ในตอนนั้นแอบดูเื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ไม่กล้าบอกใครแม้กระทั่งวอเรน ัคู่หูของตนที่ตอนนั้นไม่ได้อยู่ด้วยกัน เธอก็ไม่กล้าบอก โดยเฉพาะเื่ที่แท้จริงที่เด็กคนนั้นคือน้องสาวแท้ๆ ของดารีเซญ์ องค์ชายผู้อ่อนโยนแต่เื้ัโเี้ผู้นั้น และเธอก็ไม่กล้า...ที่จะถามถึงเื่ของดารูว์อีก
เธอยังไม่อยากถูกองค์ชายคนนั้นกับคุโรวฆ่าตายหรอกนะ...
วันเวลาผ่านไปสิบแปดปี รินกะได้เลือกหนทางที่จะฝึกปรือความสามารถและพร์ของตนเองให้เหนือกว่าผู้ใด เธอได้ทำเื่ออกไปศึกษาที่อาณาจักรอื่นที่อยู่ห่างไกลจากควาเซ และที่นั่นก็คือ...
อาณาจักรมอลโนวา
และนั่นก็ทำให้เธอได้พบกับดารูว์อีกครั้ง! แต่เด็กคนนั้นกลับเปลี่ยนชื่อใหม่เสียนี่ ทั้งยังแววตาที่มองเธอราวกับเป็ศัตรู
...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เธอต้องรู้ให้ได้!
แต่เธอต้องทำอย่างลับๆ เพราะคุโรวมีหูตาเยอะไปหมด หากเื่นี้ถึงหูดารีเซญ์ เธอไม่รอดแน่
นับั้แ่วันนั้น ดารีเซญ์เป็ศัตรูกับดราโก้ชัดเจน เหล่าลูกหลานของขุนนางที่สนับสนุนดราโก้ถูกทุบตีเป็ว่าเล่น พวกเขาต่างก็ทำอะไรไม่ได้เพราะองค์าาหลับตาข้าง ไม่สนใจว่าดารีเซญ์จะทำอะไร ทั้งยังปกป้ององค์ชายคนนี้จนขุนนางไม่กล้าแตะต้อง
รินกะเองก็เกือบจะกลายเป็เหยื่อขององค์ชายโฉดผู้นั้น หากเธอไม่เสี่ยงพูดเื่ของดารูว์ใน่ที่เธอคอยดูแลขึ้นมา
การเดิมพันครั้งนี้สำเร็จ เพราะดารีเซญ์นิ่งรอให้เธอพูดเื่น้องสาวคนนั้น เธอจึงกลายเป็คนเดียวที่รอดพ้นจากการทารุณของชายคนนั้น และที่คาดไม่ถึง...เขายังแอบช่วยเธออย่างลับๆ หลายเื่
เื่ขออนุญาตมาที่นี่ เขาก็เป็คนบอกให้องค์าาอนุมัติ ไม่อย่างนั้น เธอคงต้องยังอยู่ที่ควาเซต่อไป
นั่นทำให้รินกะรู้ว่าองค์ชายคนนี้รักน้องสาวมากแค่ไหน
“เ้าเป็อะไรน่ะรินกะ?” อินที่มองรินกะนอนไป ยิ้มไป หัวเราะไปอยู่นานร้องทักขึ้นอย่างเป็ห่วง
ตอนนี้พวกเธอได้กลับมาอยู่หอนอร์ธแล้ว ถึงจะผ่านไปแค่สาม...สี่วันก็เถอะ เนื่องจากหอนอร์ธและหอเซาท์ปีนี้สามารถสร้างสัมพันธ์กันได้เร็วมากกว่าปีอื่นๆ จากเหตุการณ์ที่เหวปากนรก ทำให้พวกเธอกลายเป็ศัตรูของทั้งสองหอ ตอนนี้พวกเธอกำลังอยู่ในห้องพักของตนเองที่หอนอร์ธ ทุกอย่างยังคงปกติสุขดี หากแต่คู่หูของเธอกลับเปลี่ยนไปนี่สิ!
เพราะอินทะเลาะกับดรูว์ที่เหวนั่น ทำให้สมาชิกหอเซาท์ไม่ต้อนรับพวกเธออีกต่อไป อินรู้มาบ้างว่าพวกเขาไม่ชอบั้แ่ที่รินกะมีเื่กับดรูว์ที่โรงอาหารแล้ว และพอเธอเริ่มเอาแต่ใจใส่ดรูว์ พวกเขาจึงไม่ต้อนรับเธออีก ซาเมลเห็นแบบนั้นจึงส่งพวกเธอกลับมา ในขณะที่คนอื่นๆ อยู่ต่อ
ส่งกลับมาน่ะถูกแล้ว อินเห็นด้วยกับเื่นี้ แม้ตะถูกส่งกลับมาแต่บางวันก็ต้องไป แม้จะเดินไกลหน่อยก็ไม่เป็ไร เพราะถ้ายังอยู่ คุณชายคนนั้นเก็บพวกเธอแน่ แค่นี้ก็รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวมากพอแล้ว!
เธอไม่ได้โง่ที่จะดูไม่ออกว่าคนหอเซาท์ให้ความสำคัญกับดรูว์มากแค่ไหน ไม่อย่างนั้นตอนที่รินกะมีเื่ พวกเธอจะถูกคนเ่าั้คอยจับตามองแบบนี้หรือ
“เปล่าสักหน่อย ข้าสบายดี” พูดจบก็ทำท่าทางเขินอายกับตัวเองต่อไป
อินจ้องมองคู่หูของตนอย่างไม่เชื่อในคำพูดของหญิงสาว ก่อนที่อินจะเบิกตากว้างเมื่อไปนึกถึงเื่ที่รินกะได้กระทำลงไปเมื่อวันก่อน
“นี่อย่าบอกนะว่า...เ้ากำลังเพ้อหาดรูว์แห่งหอเซาท์อยู่น่ะ!!”
รินกะชะงักก่อนที่จะเอียงอายกับคำตอบนั้น อินอ้าปากค้าง นี่เสน่ห์ของดรูว์รุนแรงได้ถึงขนาดนี้เลยหรือนี่!
ปีศาจ...เ้านั่นมันปีศาจชัดๆ!!
เหตุที่ทำให้รินกะะโบอกรักดรูว์ออกไปเมื่อตอนนั้นเป็เพราะถึงแม้ว่าไม่ว่าจะเป็เมื่อก่อนหรือตอนนี้ดรูว์ก็ยังเ็ากับเธออยู่เหมือนเดิม หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น...ดรูว์กลับเป็เพียงแค่คนเดียวที่ะโท้าเหวไร้ก้นเพื่อมาช่วยเธอจากตัวประหลาดน่าขยะแขยงที่เธอไม่รู้จักและหวาดกลัวมัน
มันคือความประทับใจที่ทำให้เธอใจสั่นเหมือนสาวน้อยยามได้มองหนุ่มในฝัน ทั้งที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นก็เป็ผู้หญิงเหมือนอย่างเธอ
...ถึงจะแบนเรียบแถมยังไร้ส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างกับแผ่นไม้ฝาปะผนังไซส์มินิก็เถอะ
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดรูว์เป็เด็กที่มีใบหน้าหล่อเหลาน่าลัก (หลับ) จนแทบจะทนไม่ไหวเลยก็เถอะ!
"ข้าอยากจะถามมาหลายวันแล้ว พวกเ้าเป็คนอาณาจักรเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมดรูว์ถึงได้จะกินหัวเ้าทุกครั้งที่เจอหน้า?"
เมื่อคำพูดมาถึงปาก รินกะก็พูดไม่ออก เมื่อภาพการทารุณกรรมคนในตระกูลเธอขององค์ชายโฉดวาบเข้ามาในหัวอย่างกะทันหัน
เมื่อคิดถึงองค์ชายผู้นั้น หัวใจสาวน้อยที่เกิดมาได้ไม่ถึงวันถูกดีดกระเด็นออกไปนอกโลกทันที หากดารีเซญ์รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ เขาไม่ปล่อยเธอไว้แน่
ก่อนที่รินกะจะได้ปฏิเสธที่จะพูดเื่ดรูว์ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นกระแทกความความกลัวที่มีต่อองค์ชายคนนั้นของรินกะจนกระเด็นไปไกลลิบ สองสาวมองหน้ากันก่อนที่รินกะจะเป็คนเดินไปเปิดประตู แล้วหญิงสาวก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือน...ชายชราผู้เป็เ้าของตำแหน่งหัวหน้าแพทย์หลวงประจำส่วนกลางผู้มีวิชาและความสามารถมากที่สุดในมอลโนวา!
“ท่านมาถึงที่นี่ มีอะไรให้ข้าทำหรือเปล่าคะ”
“มี...” ดวงตาฝ้าฟางนั้นปรากฏรอยกังวลใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน “ตามข้ามา...” ชายชราเดินจากไป โดยไม่ยอมอธิบายอะไรทั้งสิ้น
รินกะยอมเดินตามไปง่ายๆ จนเธอเดินออกมานอกหอและเดินเข้าไปในส่วนกลางในส่วนที่เป็อาณาเขตส่วนตัวของเหล่าราชนิกุลแล้ว รินกะมองชายชราที่เดินนำทางอยู่ด้วยประกายตาสงสัย และเธอก็ต้องสงสัยมากกว่าเดิมเมื่อชายชราเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องบานหนึ่งที่สูงตระหง่าน ลวดลายที่ถูกแกะสลักเอาไว้บนประตูนั้นให้ความรู้สึกอ่อนหวานทว่าน่าเกรงขามอยู่ในที...คงจะเป็ห้องของเ้าหญิงองค์ใดสักองค์
ว่าแต่ ที่อาณาจักรมอลโนวามีองค์หญิงด้วยหรือ? เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
มือเหี่ยวย่นออกแรงผลักประตูเข้าไป เขาเดินนำรินกะมาหยุดอยู่ข้างเตียงที่มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ การหายใจและชีพจรยังคงทำงานได้อย่างปกติอยู่ ทว่ารินกะกลับรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้หลับไม่ตื่นมานานพอสมควรแล้ว
“เอ่อ...” อยากถามอยู่หรอกนะว่าเรียกเธอมาทำอะไร? ทำไมไม่อธิบายอะไรให้รู้เธอบ้างเลย แต่จากสิ่งที่เคยพบในวัยเด็ก ทำให้เธอไม่กล้าถาม ทว่าชายชราก็ไม่ปล่อยให้รินกะสงสัยนานนัก เขาก็เริ่มเข้าเื่
“ท่านผู้นี้คือองค์หญิงชาล็อต องค์หญิงเพียงพระองค์เดียวแห่งราชวงศ์ฟีมอลอาร์ค”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิงคะ”
“เื่เกิดขึ้นั้แ่เมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา...อยู่ๆ องค์หญิงชาล็อตก็เป็ลมหมดสติที่สวนดอกไม้ด้านหลังพระตำหนัก ไม่ว่าพวกเราจะพยายามตรวจสอบอย่างไรพวกดอกไม้เ่าั้ก็ไม่มีพิษ และแน่นอนว่าในกระแสโลหิตขององค์หญิงชาล็อตก็ไม่มีเช่นกัน...พวกเราไม่อาจตรวจหาได้ว่าที่องค์หญิงทรงบรรทมไม่ยอมตื่นขึ้นมาเช่นนี้เป็เพราะเหตุใด” ดวงตาฝ้าฟางหันกลับมามองที่รินกะ “ข้าเลยคิดว่าเ้าที่มาจากอาณาจักรที่อยู่อีกฟากหนึ่งของโลกจะรู้สาเหตุได้ว่าเพราะเหตุใดองค์หญิงชาล็อตจึงเป็เช่นนี้”
รินกะพยักหน้าเข้าใจ เพราะมาจากต่างทวีปเลยหวังว่าเธอจะมีหนทางรักษาสินะ? เธอเดินเข้าไปใกล้เตียงที่องค์หญิงชาล็อตหลับไหลอยู่ ดวงหน้างดงามราวกับเทพธิดานั้นสามารถทำให้ใครต่อใครหลงได้ง่ายๆ แต่กับรินกะนั้นใบหน้างดงามของเ้าหญิงพระองค์นี้กลับไม่มีผลเลยแม้แต่นิด รินกะปราดมองทั่วร่างขององค์หญิง ตรวจชีพจรเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ขอเวลาให้ข้าสักหน่อยได้ไหมคะ ข้าเองก็ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน”
หลังจากทั้งสองได้ตกลงกันนั้นรินกะก็คอยดูอาการของเ้าหญิงแทบจะทุกเวลา จวบจนเวลาผ่านไปวันกว่าๆ องค์หญิงชาล็อตก็ฟื้นขึ้นมาเองราวกับปาฏิหาริย์! ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิดนอกจากตรวจดูอาการ เหล่าหมอหลวงต่างโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจที่พวกเขาได้องค์หญิงผู้เป็ที่รักกลับคืนมา องค์หญิงมองไปรอบห้องของตัวเองด้วยความสงสัย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น พอจะบอกข้าได้หรือไม่?”
“พระองค์ทรงบรรทมมิยอมตื่นมาได้ครึ่งปีกว่าแล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกข้ากระหม่อมต่างก็ห่วงในพระอาการของท่าน แล้วแพทย์หลวงฝึกหัดคนนี้ก็เป็ผู้ถวายการรักษาให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ” แพทย์หลวงเฒ่าประจำราชสำนักผายมือไปยังรินกะที่ยังคงเอ๋อและไปต่อไม่ถูก
เ้าหญิงเผยยิ้มงามให้อย่างขอบคุณ “ข้าขอบใจเ้ามาก”
“มะ...มิได้เ้าค่ะ!” รินกะถอนสายบัวให้อย่างเงอะงะแต่ก็งดงามเพราะถูกฝึกเอาไว้ั้แ่เด็ก
กิริยาท่าทางของรินกะต่างทำให้ทุกคนสงสัย
“เ้าเป็คนจากอาณาจักรอื่นอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงชาล็อตถามด้วยความสงสัย
“เ้าค่ะ”
“มิน่าล่ะ...อืม วิธีการพูดและคำนับของเ้าแปลกมาก เ้าเป็คนของอาณาจักรใดรึ”
“เอ่อ...” รินกะเริ่มยิ้มแห้ง ตายล่ะสิ มีใครเขาเชื่อกันที่ไหนว่าอาณาจักรควาเซมีอยู่จริง แล้วถ้าพูดไป เธอไม่โดนข้อหาทูลความเท็จเบื้องสูงเลยหรือ?
“ว่าอย่างไรล่ะ”
“ควา...”
“ควา?”
“ควาเซ...เ้าค่ะ”
ทุกคนในห้องตาโต เสียงฮือฮาดังไปทั่วห้องจนองค์หญิงชาล็อตต้องรีบยกมือห้ามส่งเสียงเอาไว้อย่างปวดหัวพร้อมกับออกคำสั่ง
“พวกเ้าออกไปก่อน ข้า้าเวลาส่วนตัวกับแพทย์หลวงฝึกหัดคนนี้”
“พ่ะย่ะค่ะ!!” แล้วทั้งหมดก็รีบจรลีหายไปอย่างรวดเร็วจนในห้องนี้เหลือเพียงแค่องค์หญิงผู้เป็เ้าของห้องและรินกะ
องค์หญิงยิ้มให้รินกะอย่างน่ารัก “เ้าอยู่สายพิเศษ B สินะ”
“เ้าค่ะ”
“Bluefairy ภูติในตำนานยุคาของทวีปตะวันตกที่พวกเราต่างก็เชื่อว่าเป็ภูติที่สามารถรักษาให้หายขาดได้จากทุกโรค ตัวอักษรชื่อแรกของภูติตนนี้จึงได้มาเป็ชื่อของสายพิเศษที่จะฝึกปรือผู้คนให้เป็แพทย์ที่มีความสามารถ และเ้าก็ทำให้เรานึกถึงภูติตนนี้” องค์หญิงยิ้ม เธออยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำอย่างไรต่อ
จะพูดความจริง หรือว่าจะสวมรอย
“เอ่อ...ข้าขอทูลถามอะไรบางอย่างได้ไหมเ้าคะ”
“ว่ามาสิ”
“ก่อนที่องค์หญิงจะฟื้นขึ้นมา...องค์หญิงเห็นอะไรมาบ้างเ้าคะ” รินกะรู้สึกว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากล คนปกติที่หลับไปครึ่งปีอยู่ๆ จะฟื้นขึ้นมาเองโดยที่เธอไม่ได้ทำอะไรได้อย่างไร!
“อืม...” องค์หญิงพยายามนึกถึงสิ่งที่เห็นได้เห็นมา แต่... “ข้าไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืด”
“อย่างนั้นหรือเ้าคะ” รินกะลอบถอนหายใจ แม้จะผิดหวัง แต่มันคงไม่มีอะไรเป็พิเศษสินะ
...นี่เธอกำลังคิดอะไรอยู่?
“แต่แล้วข้าก็ได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อายุน่าจะน้อยกว่าข้ามาปรากฏตัวต่อหน้า ท่ามกลางความมืดที่รายล้อมจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใด นางช่างงดงาม...แบบแปลกๆ แต่คำพูดของนางนี่สิ...”
“คำพูด?”
“นางบอกกับข้าว่า ‘เ้าจะขี้เซาไปถึงไหน ตื่นขึ้นมาเสียทีสิ รู้ไหมว่ามีคนรออยู่’ แล้วพอข้ารู้สึกตัวอีกทีก็พบกับพวกเ้านี่ล่ะ”
“แล้วเด็กผู้หญิงคนนั้นมีลักษณะเป็แบบไหนหรือเ้าคะ” รินกะเริ่มรู้สึกทะแม่งๆ กับคำพูดขององค์หญิงตรงหน้า ก็จะมีเด็กที่ไหนเขาพูดแบบนี้กันบ้างล่ะ? ทั้งยังไปปรากฏตัวอยู่ในความฝันอีก
“ผมสีขาวบริสุทธิ์ยาวถึงเอว ชุดสีขาวที่ดูเหมือนนักโทษ...ไม่สิ ชุดกระโปรงแขนยาวถึงศอก มีเชือกป่านผูกตรงเอว ดวงตาสีฟ้าเข้มที่มองมาทางเราอย่างไร้ความรู้สึก ว่างเปล่าเสียจนไม่รับรู้ว่ามีชีวิต”
รินกะชะงัก...ใบหน้าซีดเผือด
ชัดเลย...
ปีศาจร้ายตนนั้นยังไม่ตาย! ทั้งยังอยู่ที่นี่อีกด้วย! แต่ใครกันล่ะ? เธอไม่เคยเห็นใครที่มีผมสีขาวเลยนี่นา
“คือ...องค์หญิงเ้าคะ”
“หืม”
“คนที่ทำให้องค์หญิงฟื้นขึ้นมา...ไม่ใช่ข้าเ้าค่ะ”
องค์หญิงชาล็อตยิ้ม รอยยิ้มนั้นทำให้รินกะรู้สึกว่าตนเองเพิ่งจะข้ามสะพานกลับมาจากความตาย
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่เ้า”
"!!!" รินกะชะงัก รู้แล้วว่าความรู้สึกเมื่อครู่มาจากไหน ที่แท้เธอก็ถูกทดสอบอยู่นี่เอง
สายเืราชวงศ์แต่ละคนน่ากลัวจริงๆ ! ที่เห็นว่าเป็คนธรรมดาและน่าคบ คงจะมีแค่ดรูว์คนเดียวสินะ
รินกะเพิ่งจะเข้าใจว่าดรูว์เป็สายเืราชวงศ์เพียงคนเดียวที่น่าคบ แต่มันคงเป็ไปไม่ได้แล้ว เพราะสมาชิกหอเซาท์แต่ละคนจ้องจะสูบเืเธอหากเธอเข้าไปในอาณาเขตของพวกเขา
“เด็กผู้หญิงที่ท่านเห็น นางมีตัวตนอยู่จริงๆ และถ้าข้าคิดไม่ผิด คนคนนั้นเป็คนที่ทำให้ท่านรู้สึกตัวขึ้นมาเช่นนี้”
คำบอกเล่านั้นเริ่มทำให้องค์หญิงชาล็อตสนใจยิ่งนัก เธอไม่ได้พูดรายละเอียด แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังรู้ นับว่าความสามารถนั้นเป็ของจริง
ในตอนนั้น ที่ที่เธออยู่ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็โลกที่อยู่ในจิตใจของเธอ เป็โลกแห่งดวงิญญา หากไม่ใช่ผู้ใช้พลังิญญาหรือผู้ใช้พลังจิต จะไม่สามารถเข้าไปในนั้นได้ เพราะนั่นคือโลกของเธอ
หลังจากที่พูดประโยคนั้น เด็กคนนั้นใช้พลังจิตดีดดวงจิตของเธอออกมาจากโลกแห่งนั้น
องค์หญิงอยากจะพบหน้าสักครั้ง คนที่ช่วยเธอเอาไว้ หากเด็กคนนั้นไม่ช่วย เธอก็คงจะหลงอยู่ในโลกใบนั้นต่อไปจนตาย
“ใครกันนะ” องค์หญิงนิ่งคิด แต่ในความทรงจำ เธอไม่เคยเจอเด็กที่มีลักษณะเช่นนี้มาก่อน
“ข้าไม่รู้หน้าตาของคนคนนั้นเพราะข้าเคยเห็นแต่จากทางด้านหลังและเคยได้ยินลักษณะเช่นนี้จากคนในตระกูลอีกทีเ้าค่ะ เด็กคนนั้นนั้นถูกเรียกว่าเป็เทพธิดาแห่งา หรืออีกชื่อหนึ่ง...”
“...” องค์หญิงชะงัก ไม่คาดว่าแพทย์หลวงฝึกหัดคนนี้จะเคยเห็นเช่นกัน!
“ปีศาจร้ายแห่งตระกูลซาบรีย์”
รินกะสงสัย จากที่ได้ยินมา ปีศาจตนนั้นไร้หัวใจ แต่ทำไมถึงได้ช่วยองค์หญิงคนนี้