ตอนที่ 10: เด็กน้อย
“ พวกนี้เป็สมุนไพรที่มีค่าอย่างมากแต่โถงเถียจะหามันมาให้ ” เย่หลุนยิ้มออกมา “ ข้าสงสัยว่าท่าน้าอะไรอย่างอื่นอีกรึไม่? ”
“ ข้า้าเงินสดที่เหลือจากการซื้อสมุนไพร เ้าไม่จำเป็ต้องให้บัตรกับข้า สำหรับของอย่างอื่นนั้นข้ายังไม่้าหากข้ามีโอกาสในอนาคตข้าจะมาที่โถงเถีย ข้าจะมาหาเ้าเป็คนแรก ” หยางเฉินยื่นมือและพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“ ข้าเองก็หวังจะพบท่านอีกเช่นกันข้าหวังว่าท่านจะกลับมาพร้อมกับของดีๆ ” เย่หลุนยิ้มและจับมือกับหยางเฉินสายตาที่เขามองหยางเฉินทำให้หยางเฉินขนลุกชายแก่คนนี้คงไม่ได้คิดอะไรอย่างอื่นหรอกนะ?
หลังจากนั้นไม่นานของทุกอย่างที่หยางเฉิน้าก็ถูกจัดจนเสร็จห่อไว้ในห่อเรียบร้อยหลังจากที่ตรวจสอบของแล้วหยางเฉินก็ได้เดินทางออกจากโถงเถียแต่เขาไม่ได้กลับไปที่บ้านเขากลับไปที่ป่าบนูเาวูชานแทน
ในป่านั้นหยางเฉินได้ถอดหน้ากากออกแล้วกลับไปหน้าตาดังเดิมเขานั่งอยู่ใต้ต้นไม้แล้วเปิดห่อออกดูด้านในนั้นมีกล่องสีม่วงอยู่ของในกล่องนั้นคือพู่กันที่เขาได้มา
เมื่อเอาพู่กันออกมาดูหยางเฉินก็ยกมันขึ้นและนำไปแตะที่หน้าผากอยู่ๆเขาก็คิ้วขมวดแรงดึงดูดจากพู่กันนั้นกลับหายไปมันเกิดอะไรขึ้นกัน?
“ มันราคาตั้ง 450,000 เหรียญกว่าจะซื้อมันมาได้อย่าบอกนะว่ามันเป็แค่ขยะ? ” หยางเฉินมองไปที่พู่กันด้วยสายตาไม่พอใจเขาโยนพู่กันลงไปกับพื้นอย่างแรงเขาถึงกับใช้ปากกัดแต่พู่กันก็ไม่ได้มีท่าทีตอบสนองใดๆ
หยางเฉินไม่รู้ว่าจะด่าใครเขาคิดว่ามันเป็ของดีแต่ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ซื้อมันมาแล้วมันกลับไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อยเขาคงไม่อาจจะฝึกเขียนตัวหนังสือต่างๆแล้วเป็นักเขียนได้ไม่ใช่รึ?
หยางเฉินกดความแค้นที่อยากจะโยนมันทิ้งไว้ในใจแล้วเก็บพู่กันใส่เข้าไปในห่อจากนั้นเขาก็เอาสมุนไพรออกมาเมื่อรวมกับสมุนไพรที่เขาขโมยชายแก่ขี้เมามามันก็เพียงพอที่จะปรุงยาชำระล้างร่างกายแน่นอนว่าต้องใช้เงินหลายหมื่นเหรียญสำหรับการปรุงยา
‘ ก่อนอื่นต้องทำการปรุงยาแล้วศึกษาพู่กันนี่ข้าไม่รู้ว่ายาบัดซบนี่จะช่วยเร่งความเร็วในการบ่มเพาะได้จริงๆรึไม่ ’ หยางเฉินเอาเตายาออกมาจากแหวนมิติเตรียมที่จะเริ่มทำการปรุงยา
เมื่อวางเตายาลงบนพื้นหยางเฉินก็ได้โยนสมุนไพรทั้งหมดลงไปในเตายาจากนั้นเขาก็เอาเงินกว่า30,000 เหรียญออกมาจากห่อ เขามองเงินในมือแล้วกลืนน้ำลาย เงินนี่หากเขาใช้มันเสียเปล่าหากการปรุงยาล้มเหลวงั้นเขาก็คงขาดทุนอย่างมาก
หยางเฉินที่สนใจแต่การปรุงยานั้นไม่รู้เลยว่าพู่กันในห่อนั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อย เงินในห่อที่เหลือลอยเข้าไปในพู่กันตอนที่เหรียญปราณลอยเข้าไปหาพู่กันนั้น มันกลับแตกออกและโดนดูดเข้าไปในพู่กัน
1,2,3....โชคดีที่หยางเฉินหันหลังให้กับห่อนั้นหากเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเดาว่าเขาคงร้องไห้แน่ๆเขาได้เงินมาอย่างยากลำบากแต่เงินส่วนมากกับต้องเสียไปกับพู่กันนี่
เมื่อพู่กันดูดเงินเข้าไป หยางเฉินก็เริ่มทำการปรุงยาเขาได้โยนเงินเข้าไปในเตาะแล้วปิดฝาเตาเขารออยู่2-3 นาที ก่อนจะต้องตะลึงเมื่อพบว่าไม่มีการตอบโต้ใดๆเขากัดฟันและกำหมัดแน่น เขาอดใจไม่ให้ตัวเองทุบเตายานี่ทิ้ง
ครึก.....สุดท้ายเตายาก็มีการตอบสนองควันได้ลอยออกมาจากรูบนฝาเตาจากนั้นมันก็มีไอน้ำพ่นออกมาหลังจากนั้นสักพักก็มีไฟพุ่งออกมา
อุณหภูมิโดยรอบเตาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนหยางเฉินต้องถอยกลับไป 2 ก้าว ถึงรู้สึกสบายขึ้นกว่าเก่าเตายาสั่นไหวเล็กน้อยพลังด้านในนั้นรุนแรงอย่างมากหยางเฉินต้องปิดจมูกและเผยรอยยิ้มออกมา ‘ สุดท้ายก็สำเร็จข้าหวังว่ามันจะเร่งความเร็วในการดูดซับปราณของข้าได้จริงๆ’
“ ไม่คิดเลยว่าเด็กน้อยอย่างเ้าจะมีสมบัติแบนี้อยู่เ้ากลับปรุงยาขึ้นเองได้ ดูเหมือนว่าข้าจะเลือกคนไม่ผิด ” ตอนที่หยางเฉินดีใจอยู่นั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังเขาจนทำให้หยางเฉินต้องสะดุ้งและลุกขึ้นยืน
เมื่อหันกลับไปมองหยางเฉินก็พบกับคนที่พูดเขา หากเขาไม่เห็นที่พูดคงนึกว่าคงเป็ผีชัดๆ!
คนที่พูดนั้นกลับเป็เด็กน้อยอายุประมาณ 5 ปีใส่ชุดสีชมพูปักรูปดอกไม้เอาไว้ผมนั้นถูกมัดแล้วปักด้วยปิ่นสีแดงมันทำให้เขาดูเหมือนกับนักบวช
เด็กนี่มีใบหน้ากลมอวบอั๋นน่ารักดั่งตุ๊กตาแต่โชคร้ายที่นี่เป็แค่ภาพลวงตา จริงๆแล้วเขานั่งอยู่บนพู่กันพู่กันยาวกว่า1ม.ไม่แปลกเลยที่หยางเฉินจะบอกว่าอีกฝ่ายเป็ผีเขาเกือบเรียกอีกฝ่ายว่าเป็หมอผี!
“ เ้าเป็ใคร ? ” หยางเฉินสงบสติอารมณ์แล้วถอยกลับมาอีกก้าวเขามองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยท่าทีระวังตัว
“ เด็กน้อยเมื่อเ้าถามชื่อใครเ้าก็ควรบอกชื่อตัวเองก่อน มันเรียกว่ามารยาทเข้าใจรึไม่? ดูเหมือนว่าเ้าจะไม่ได้รับการสั่งสอนมาเลยสินะ? ” เด็กน้อยพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
หยางเฉินไม่รู้ว่าจะหัวเราะรึร้องไห้ดี เขากลับถูกมองว่าเป็เด็กน้อย ที่สำคัญกว่านั้นคนที่เรียกเขาว่าเด็กน้อยกลับเป็เด็กอายุประมาณ 5 ปีเท่านั้น หากเขาสั่งสอนเด็กนี่งั้นคนอื่นคงหาว่าเขารังแกเด็ก
“ เด็กน้อยข้าชื่อหยางเฉินเ้าบอกชื่อเ้าได้รึยัง ? ” หยางเฉินกดความหงุดหงิดในใจไม่ให้อัดเด็กนี่และตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“ ใครเป็เด็กน้อยของเ้า ? เ้ารู้รึไม่ว่าข้าอายุ130 ปีแล้ว ? ” เด็กน้อยเม้มปากพองแก้มด้วยท่าทีไม่พอใจ
“ 130 ปีรึ ? ”หยางเฉินอึ้ง ” เ้าอายุ 130 ปีจริงๆรึ? ”
“ ข้าไม่เคยโกหกเ้าควรเรียกข้าว่าเถาเถา ”
“ เถาเถารึ ? ”
เมื่อได้ยินที่เด็กน้อยบอกหยางเฉินก็อดได้ที่จะหัวเราะออกมา “ เ้ากลับใช้ชื่อเช่นนี้เ้าทำข้าขำแทบตายฮาฮา...”
เถาเถาหน้าแดงขึ้นมาเขาเกาหัวด้วยท่าทีเขินอาย ” เ้านายข้าตั้งชื่อให้กับข้า เฮ้อตอนที่เขาสร้างข้าขึ้นมานั้นเพื่อจะทำให้ภรรยาเขาพอใจเขาจึงตั้งชื่อนี้ให้กับข้า ”
“ สร้างเ้ารึ ? ”หยางเฉินมองไปที่พู่กันด้านล่างเถาเถาก่อนจะถามขึ้นมาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ” เ้าคงไม่ใช่พู่กันนี่หรอกนะ ? ”
“ ถูกต้องข้าคือจิตของพู่กัน แม้ว่าจะเป็ดาบที่คมที่สุดในโลกเมื่อพบกับข้าแล้วก็ต้องลดความคมของตัวเองลง” เถาเถาเผยท่าทีหยิ่งทะนงและมั่นใจออกมา
“ จิตรึ ? ”สีหน้าของหยางเฉินเต็มไปด้วยความสงสัยเขาลูบจมูกด้วยท่าทีอายก่อนจะยิ้มแล้วถามขึ้นมา” เถาเถาข้าถามอะไรเ้าทีอะไรคือจิตอาวุธรึ ? ”
เถาเถาแทบจะทรุดลงกับพื้นเขามองไปที่หยางเฉินราวกับมองคนโง่สายตาเขาเต็มไปด้วยความดูถูก” เ้าไม่รู้รึไงว่าจิตอาวุธคืออะไร ? หากจะเป็อาวุธจิตระดับสูงเ้าก็ต้องมีจิตอาวุธหากไม่มีจิตอาวุธแล้วเ้าก็เป็ได้แค่อาวุธทั่วไป ”
หยางเฉินมองไปที่เถาเถาด้วยท่าทีสงสัย ” เ้ากำลังชมตัวเองอยู่รึ ? ถึงเ้ายังเด็กแต่ก็หน้าด้านพอตัว ”
“ ชิที่ข้าพูดมาน่ะเป็ความจริง ข้าไม่เคยโกหก ” เถาเถาพูดขึ้นมาด้วยท่าทีภูมิใจ “ ข้าคิดถึงตอนที่ข้าอยู่กับนายท่านเฮ้อฉากตอนนั้นช่างงดงามเสียกระไรเมื่อคนอื่นเห็นข้า พวกนั้นต่างก็แสดงท่าทีเคารพและเรียกข้าว่าลอร์ดเถาเถา ”
“ เ้าแกร่งขนาดนั้นเลยรึ ? ”หยางเฉินตาเป็ประกายขึ้นมามันเท่ากับมียอดฝีมืออยู่ข้างกายในตอนที่บ่มเพาะในอนาคตเขาก็สามารถทำบางอย่างเช่นฆ่าคนรึแย่งชิงของใครมาก็ได้ เขาไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดเลยแม้แต่น้อยเมื่อคิดแบบนั้นเขาก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา
“ แน่นอนว่าข้าแข็งแกร่ง ” พูดไปแล้วเถาเถาก็ยิ้มออกมาด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน ” โชคร้ายที่นายท่านกับข้านั้นโดนล้อมโดยศัตรูที่แข็งแกร่งนายท่านตายไป ข้าก็เสียหายอย่างหนักตอนนี้ข้าไม่ได้แข็งแกร่งได้ดังเดิม ”
หยางเฉินคิ้วขมวดเขาแอบหวังในใจนิดๆแล้วถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ” ที่ว่าแข็งแกร่งนั้นคือระดับไหนกัน? ”
เถาเถาลูบจมูกด้วยท่าทีกระอักกระอ่วนเขาลังเลอยู่สักพักแล้วพูดขึ้น ” เดาว่าอาจจะเป็ขอบเขตธุลีขั้น9 ”
‘ ข้าโดนหลอก ข้าเสียเงินกว่า450,000 เหรียญเพื่อซื้อไอ้เด็กขี้โม้นี่มา ’ หยางเฉินเกือบจะด่าแม่เถาเถาแต่ก็ห้ามใจไว้ได้ทันเขาได้ถามขึ้นมา“ เถาเถาเ้ามีดีอะไรอีกนอกจากพูดคุยโว? ”
“ คุยโวรึ ? ”เถาเถาหน้าซีดไปก่อนจะด่าออกมาด้วยความโกรธ “ ไอ้เด็กตัวเหม็นเ้าไม่เชื่อที่ข้าพูดได้ยังไงกันข้าเถาเถาไม่ยอมให้ใครมาดูถูกเ้าต้องขอโทษข้า! ”
“ เ้าคงไม่คิดจริงจังหรอกนะ ? ” หยางเฉินไม่คิดว่าเถาเถาจะโกรธเขาพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม” อย่าใส่ใจเลยเ้าก็เป็ผู้ชายทำไมต้องคิดมากด้วย ”
“ เ้ามีความคิดที่ดี เมื่อข้าาุโกว่างั้นข้าจะไม่ถือสาเ้า ” เถาเถาพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะมองไปที่เตาาาะ“ เตาของเ้านี่แปลกจริงๆเ้ากลับปรุงยาขึ้นเองได้ หากคนอื่นเห็นมันเข้า แม้ว่าเ้าจะมีสัก 10 ชีวิตก็คงไม่เพียงพอ”
“ แน่นอนข้ารู้ว่าเ้าน่ะโง่ แต่เตายานี่ไม่ได้ดีแบบที่เ้าคิดหรอก มันปรุงได้แต่ยาที่มีในบันทึกในตัวเตาได้เท่านั้นเมื่อปรุงยาสูตรอื่นๆมันจะะเิทันทีที่ปรุงขึ้นมา ” หยางเฉินเดินไปที่เตายาและตรวจสอบยาที่กำลังปรุงอยู่
“ แค่นี้เ้ายังไม่พอใจอีกจากมุมมองของข้าแล้วการที่ปรุงยาจากเตาได้นี้ ในโลกนี้คงไม่มีสมบัติไหนที่ทำได้” เถาเถาลูบคางแล้วมองไปที่เตาะ
“ ขนาดนั้นเลยรึ ? ” หยางเฉินตาเป็ประกายขึ้นมาแต่เขาก็ต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง“ โชคร้ายที่การปรุงยานั้นต้องใช้เงินเยอะมันใช้เงินอย่างน้อยหลักหมื่นเหรียญเพื่อจะปรุงยาขึ้นมา”
“ แค่หมื่นเหรีญเองรึ ? น้อยจริงๆ! ” เถาเถาพูดราวกับไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
‘ น้อยรึ? เ้าคงล้อข้าเล่นสินะ ? ‘ หยางเฉินแอบด่าในใจเด็กน้อยนี่เริ่มโม้อีกแล้ว
เถาเถาหันกลับไปมองหยางเฉินและเห็นว่าหยางเฉินไม่พอใจ “ แม้ว่าเงินมันจะน้อยแต่ก็คงมากสำหรับเ้าตอนที่ข้าติดตามนายท่านนั้นเราไม่จำเป็ต้องคิดมากเื่เงิน มันจะมีคนหามาให้และขอให้เรารับเงินเอาไว้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราอารมณ์ดีเราอาจจะรับมันไว้หากเราอารมณ์ไม่ดีถึงคนอื่นๆจะขอร้องแต่เราก็ไม่มีทางรับมันไว้! ”
หยางเฉินอึ้งทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้นเ้านายเถาเถาเป็นักรีดไถรึไง ?