ยามพิธีเริ่มขึ้น แสงทองสาดส่อง
ต่างหมายปอง ศิษย์มากพร์
ทว่าใจพิธากับสั่น ไม่้า
หวังเพียงความสงบ สุขสำราญ...บนยอดเขา
พิธาเดินไปเรื่อย ๆแสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาต้องใบหน้าของเขาทำให้ดูราวกับเทพเซียนที่ก้าวลงมาจากสรวง์หากแต่เทพเซียนองค์นี้กลับเดินเท้าเปล่าลงจากเขาอย่างช้าๆ
‘บางทีระบบก็ชอบแกล้งข้าเหมือนกันนะ’ พิธาคิดในใจพลางนึกถึงภารกิจประหลาดๆที่เคยได้รับเมื่อหลายปีก่อน
‘ครั้งหนึ่ง ระบบเคยสั่งให้ข้าไป‘เก็บขยะ’ รอบยอดเขาให้สะอาดเอี่ยมอ่อง ข้าก็ทำตามอย่างว่าง่ายเพราะรู้ว่ายิ่งทำได้ดีเท่าไหร่ รางวัลก็จะยิ่งงดงามเท่านั้น’
‘แต่แล้ว เมื่อข้าทำภารกิจสำเร็จระบบกลับให้รางวัลเป็ ‘พลังบำเพ็ญตบะเพิ่มขึ้น 10 ปี’พร้อมกับ ‘ชุดผ้าขี้ริ้ววิเศษ’ ที่บอกว่า ‘ยิ่งสกปรก ยิ่งทรงพลัง’ข้าถึงกับกุมขมับไปหลายวัน’
พิธาส่ายหน้าเล็กน้อยกับความทรงจำนั้น‘ใครจะไปกล้าใส่ชุดผ้าขี้ริ้ววิเศษที่ยิ่งสกปรกยิ่งทรงพลังกันเล่า? แค่คิดก็ขนลุกแล้ว’
เขาถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ‘แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยก็ได้พลังบำเพ็ญตบะเพิ่มขึ้นมาตั้ง 10 ปี ถือว่าคุ้มค่าแล้ว’
‘ความพยายามอยู่ที่คนความสำเร็จอยู่ที่ฟ้า;’ พิธาพึมพำบทกลอนที่เขาเคยอ่านเจอ‘แต่สำหรับข้าแล้ว ความพยายามอยู่ที่คน ความสำเร็จอยู่ที่ระบบต่างหาก’
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย‘ก็อย่างที่ระบบบอกนั่นแหละ ตราบใดที่แข็งแกร่งขึ้น มีชีวิตรอดจะ้าอิสระไปทำไม?’
พิธาเดินต่อไปอย่างไม่รีบร้อนปล่อยให้ความคิดต่างๆ ไหลเวียนอยู่ในหัวของเขาอย่างอิสระเขารู้ดีว่าชีวิตของเขาในโลกนี้ยังคงมีเื่ราวอีกมากมายที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าแต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ด้วย ‘เต๋ามนุษย์์’ และ‘ระบบมนุษย์์’ ที่อยู่เคียงข้างเขาเสมอ
ณลานชุมนุมอันกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักจันทร์กระจ่างแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาต้องหลังคากระเบื้องสีเขียวมรกตของตำหนักใหญ่ให้ความรู้สึกขรึมขลังและศักดิ์สิทธิ์เบื้องหน้าเวทีสูงตระหง่านที่ประดับประดาด้วยผ้าแพรไหมสีแดงเืหมูและธงทิวโบกสะบัดผู้คนนับพันยืนเรียงรายอย่างเป็ระเบียบเสียงกระซิบกระซาบดังอื้ออึงราวกับฝูงผึ้งแตกรังก่อนจะเงียบสงบลงเมื่อร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีทองอร่ามก้าวขึ้นสู่เวที
นั่นคือ เ้าสำนักสิงหราชแห่งสำนักจันทร์กระจ่าง ใบหน้าของเขายิ้มแย้มทว่าแฝงไว้ซึ่งความเคร่งขรึมดวงตาคมกวาดมองไปทั่วลานพิธี ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงกังวานที่สะท้อนไปทั่วบริเวณ"ศิษย์ทั้งหลาย! ยินดีต้อนรับสู่พิธีคัดเลือกศิษย์ประจำปีของสำนักจันทร์กระจ่าง!"
เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวบรรดาเ้าของยอดเขาคนอื่นๆที่นั่งประจำที่อยู่บนแท่นเกียรติยศต่างพยักหน้าอย่างพึงพอใจปีนี้มีศิษย์ใหม่ที่มีแววโดดเด่นไม่น้อยทว่าในใจของพวกเขา...กลับมีความโล่งอกแฝงอยู่
"เฮ้อ... โชคดีจริง ๆที่ปีนี้ศิษย์หลานพิธาเป็ตัวแทนของยอดเขาหยกมรกต ไม่ใช่อาจารย์ของเขา"เ้ายอดเขาเมฆาคล้อยนามว่า "อาจารย์บุญส่ง" กระซิบกับเ้ายอดเขาวารีใส
"อาจารย์พัชราภา"ของยอดเขาหยกมรกตน่ะหรือ?หึ! แค่คิดถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาก็ขนลุกแล้วขนาดเ้าสำนักยังต้องเกรงใจ ขนาดศิษย์เอกอย่างพิธายังต้องคอยเอาใจ...
"นั่นสิ"เ้าของยอดเขาวารีใส "อาจารย์สมศรี" พยักหน้าหงึกหงัก "ศิษย์หลานพิธาก็รูปงามอยู่หรอกแต่เื่พร์น่ะ... ฮึ่ม! ไม่สมกับเป็ศิษย์เอกของอาจารย์พัชราภาเลยสักนิด"
ใบหน้าของอาจารย์บุญส่งและอาจารย์สมศรีฉายแววโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดพวกเขารู้สึกว่าการที่พิธามาแทนอาจารย์ของเขาทำให้การคัดเลือกศิษย์ในปีนี้เป็ไปอย่างยุติธรรมมากขึ้นเพราะคงไม่มีใครกล้าแย่งศิษย์ดีๆ ไปจากอาจารย์พัชราภาได้แน่ ๆ
---
ขณะที่เ้าสำนักสิงหราชกำลังกล่าวเปิดพิธีอย่างเป็ทางการอยู่นั้นเองท่ามกลางสายตาของผู้คนนับพันร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมสีเงินปักลายเมฆาอันวิจิตรก็ก้าวเดินเข้ามาในลานพิธีอย่างไม่รีบร้อนใบหน้าหล่อเหลาราวเทพเซียนที่สลักเสลามาอย่างประณีต ดึงดูดทุกสายตาให้หันไปมองโดยพร้อมเพรียงกัน
นี่คือ พิธา ศิษย์เอกของยอดเขาหยกมรกตผู้ที่ถูกขนานนามว่า "เทพบุตรไร้พร์" แห่งสำนักจันทร์กระจ่าง
พิธาเดินทอดน่องมาอย่างสง่างามราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านไม่ได้สนใจสายตาชื่นชมปนสงสัยจากบรรดาศิษย์ใหม่หรือสายตาประเมินค่าจากเหล่าเ้ายอดเขาอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อยใบหน้าเรียบเฉยทว่าแฝงไว้ด้วยรังสีของความสูงส่งทำให้เหล่าศิษย์ใหม่หลายคนถึงกับเผลอกลืนน้ำลายเอื๊อก
"โอ้โห...หล่ออะไรเบอร์นั้น!" ศิษย์หญิงคนหนึ่งอุทานเบาๆ ใบหน้าแดงก่ำ
"นี่หรือคือศิษย์ลุงพิธาที่ร่ำลือกัน?ช่างงดงามราวภาพวาด!" อีกคนเสริม
พิธาเหลือบมองไปยังที่นั่งว่างข้างเ้าสำนักสิงหราชก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่อย่างไม่สะทกสะท้าน แม้จะมาสายไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยทักท้วง เพราะทุกคนรู้ดีว่าเื้ัชายหนุ่มผู้นี้คือ"อาจารย์พัชราภา" ผู้ที่แม้แต่เ้าสำนักยังต้องเกรงใจ
ทันทีที่ก้นหย่อนลงบนเก้าอี้บุไหมอย่างนุ่มนวลพิธาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ในใจพลางคิดว่า 'เฮ้อ... พิธีอะไรกันนี่น่ารำคาญชะมัด' เขาเหลือบมองไปยังเ้าสำนักสิงหราชที่กำลังสาธยายถึงความยิ่งใหญ่ของสำนักอย่างออกรสต้องเหล่ตามองเล็กน้อย
'ระบบบ้า ๆ นั่นก็บอกให้ข้ารักษาภาพลักษณ์คนธรรมดาไว้แต่ก็ดันส่งข้ามางานใหญ่แบบนี้ เฮ้อ เกิดเป็ศิษย์เอกของยอดเขาหยกมรกตที่มีอาจารย์...' พิธาคิดในใจพลางเหลือบมองไปยังตำแหน่งที่นั่งของอาจารย์พัชราภาที่ว่างเปล่า'จะให้ข้ารับศิษย์ใหม่ได้ยังไงกัน? ถ้าศิษย์คนนั้นดันเป็คนไม่ดีคิดมิดีมิร้ายกับอาจารย์ของข้าล่ะ ความสวยของนางยิ่งเลิศล้ำ หากเจอคนจิตใจไม่ดี หรือมาสร้างความวุ่นวายบนยอดเขาหยกมรกตที่แสนสงบสุขของข้าล่ะก็...ชีวิตที่แสนจะเรียบง่ายของข้าคงพังทลายเป็แน่'
เขาตัดสินใจแล้ว!จะไม่รับศิษย์คนไหนทั้งนั้น! ไม่ว่าศิษย์ใหม่คนนั้นจะมีพร์สูงส่งเพียงใดก็ตาม!
---
พิธีคัดเลือกศิษย์ดำเนินไปอย่างเข้มข้นเหล่าเ้าของยอดเขาต่างแข่งขันกันแย่งชิงศิษย์ที่มีพร์โดดเด่นเพื่อเข้าสังกัดของตนเองเสียงะโเรียกชื่อศิษย์ดังระงมไปทั่วลานพิธี
"ข้า! ยอดเขาเมฆาคล้อยขอรับศิษย์ สุชาติ เข้าสังกัด!"
"ข้า! ยอดเขาวารีใสขอรับศิษย์ สมหญิง เข้าสังกัด!"
พิธาเพียงนั่งมองด้วยใบหน้าเรียบเฉยบางครั้งก็แอบหาวเบาๆ ด้วยความเบื่อหน่าย จนเ้าสำนักสิงหราชที่นั่งข้างๆถึงกับต้องแอบกระแอมไอเตือนสติ
'เฮ้อ... พวกนี้ก็แย่งกันไปเถอะ ข้าไม่สนหรอก'พิธาคิดในใจ 'ขอแค่ยอดเขาหยกมรกตยังคงความสงบสุขก็พอ'
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วศิษย์ที่มีพร์ส่วนใหญ่ถูกเลือกไปจนหมดแล้ว เหลือเพียงกลุ่มศิษย์ ไม่กี่คนที่ยังยืนรออย่างใจจดใจจ่อใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกังวลและหวังเล็กๆ ว่าจะมีใครสักคนมองเห็นคุณค่า
สายตาของพิธากวาดมองไปทั่วกลุ่มศิษย์ที่เหลืออยู่และแล้ว... สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับร่างเล็กๆ ร่างหนึ่ง
เด็กสาวผู้นั้นมีใบหน้างดงามราวกับดอกเหมยแรกแย้มผิวขาวผ่องราวหิมะ ดวงตากลมโตเป็ประกายทว่าใบหน้าของเธอกลับฉายแววเศร้าสร้อยและสิ้นหวัง เธอคือ อรุณรัศมี
พิธาหรี่ตาลงเล็กน้อย พลางคิดในใจ 'เด็กคนนี้น่าสนใจ...'
เ้าสำนักสิงหราชที่สังเกตเห็นสายตาของพิธาจึงหันมาถามด้วยรอยยิ้ม "ศิษย์หลานพิธา สนใจเด็กคนนั้นหรือ?"
พิธาพยักหน้าเล็กน้อย "นางชื่ออะไรรึขอรับ?"
"นางชื่ออรุณรัศมี"เ้าสำนักสิงหราชตอบพลางถอนหายใจเบาๆ"น่าเสียดายที่นางมีพร์ด้านการบำเพ็ญเพียรที่ต่ำมากแม้จะพยายามอย่างหนักเพียงใด ก็ไม่อาจก้าวถึงขอบเขตรวมิญญาได้แน่"
"ไม่อาจไปถึงขอบเขตรวมิญญารึ?"พิธาทวนคำ ดวงตาเป็ประกายวาววับ
"ใช่"เ้าสำนักสิงหราชพยักหน้า "พร์ของนางต่ำเตี้ยช่วยไม่ได้จริง ๆ"
ใบหน้าของเ้าสำนักสิงหราชฉายแววสงสารอย่างเห็นได้ชัดเขามองว่าอรุณรัศมีเป็เด็กที่น่าสงสาร แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะสำนักจันทร์กระจ่างให้ความสำคัญกับพร์เป็อันดับแรก
ทว่า... ในสายตาของพิธา คำว่า"ไร้พร์" และ "ไม่อาจไปถึงขอบเขตรวมิญญา"กลับเป็เหมือนเสียง์ที่ดังกระหึ่มอยู่ในใจ!
'ไร้พร์!แถมยังเป็ผู้หญิงอีก! แบบนี้ไม่ยอดเยี่ยมไปเลยเหรอ!'
ความคิดที่สวนทางกับคนทั้งสำนักผุดขึ้นมาในหัวของพิธาอย่างรวดเร็วใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยพลันปรากฏรอยยิ้มบางๆ ที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น
อรุณรัศมี... เด็กสาวผู้นี้ช่าง"สมบูรณ์แบบ" ในความคิดของเขา! เธอไร้พิษสง ไร้ภัยคุกคามไม่น่าจะมาสร้างความวุ่นวายบนยอดเขาหยกมรกตของเขาได้ และที่สำคัญ... เธอจะไม่อาจมาสร้างปัญหาให้กับอาจารย์ของเขาในภายหน้าได้อย่างแน่นอน
พิธาหันไปมองเ้าสำนักสิงหราชด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
"เ้าสำนัก"พิธาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ข้า... ขอรับอรุณรัศมีเป็ศิษย์!"
คำประกาศของพิธาดังราวกับฟ้าผ่าลงบนแท่นสูงของเหล่าคนระดับสูง!ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่เขาด้วยความตกตะลึง! เ้าสำนักสิงหราชถึงกับอ้าปากค้างใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างที่สุด!
'อะไรกันนี่? ศิษย์หลานพิธาที่เคยบอกว่าจะไม่รับศิษย์คนไหนดันไปรับเด็กสาวที่ไร้พร์ที่สุดในบรรดาผู้สมัครทั้งหมดมาเป็ศิษย์เนี่ยนะ?!'เ้าสำนักสิงหราชคิดในใจ พลางมองอรุณรัศมีที่ยืนหน้าเศร้าอยู่ไกล ๆ
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่นั้นพิธากลับยิ้มอย่างพึงพอใจในใจ 'ฮ่าๆๆๆ ในที่สุดข้าก็ได้ศิษย์ที่สมบูรณ์แบบมาแล้ว!ชีวิตที่สงบสุขของข้า... จงคงอยู่ตลอดไป!'
และนี่คือจุดเริ่มต้นของเื่ราววุ่นๆบนยอดเขาหยกมรกต ที่มีศิษย์เอกผู้หล่อเหลาราวเทพเซียนแต่กลับมีหัวคิดที่สวนทางกับคนทั้งโลกและศิษย์สาวผู้ไร้พร์แต่กลับต้องมาพัวพันกับเื่ราวเหนือความคาดหมาย...
---