รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนเมืองิญญาเทวะอีกครั้ง แต่สำหรับหลินเย่แล้ว มันคือรุ่งอรุณของชีวิตใหม่โดยสมบูรณ์
เขาลืมตาขึ้นบนเตียงไม้ที่แข็งกระด้าง ความอ่อนเพลียจากการใช้พลังิญญาจนหมดสิ้นเมื่อวานนี้ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ที่เด่นชัดกว่านั้นคือความรู้สึกเชื่อมโยงที่มองไม่เห็นแต่ััได้จริงกับลูกแก้วิญญาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง มันคือความผูกพันระหว่างผู้อัญเชิญและอสูรคู่หู
เขาลุกขึ้นนั่งและหยิบลูกแก้วของเสี่ยวหลิวขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นด้วยความยินดี
หน่ออ่อนสีเขียวเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นเมื่อวานนี้ บัดนี้ได้เติบโตขึ้นเล็กน้อยและดูแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แสงสีเขียวภายในลูกแก้วก็ดูสว่างและมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิม แม้จะยังคงริบหรี่เมื่อเทียบกับอสูรตนอื่น แต่มันก็เป็พัฒนาการที่พิสูจน์ได้ว่าเส้นทางที่เขาเลือกนั้นถูกต้อง
"ดีมาก... ดีมากเลย เสี่ยวหลิว" เขาลูบไล้ผิวที่เรียบเนียนของลูกแก้วเบาๆ "ค่อยๆ เป็ ค่อยๆ ไปนะ เรายังมีเวลาอีกเยอะ"
เสี่ยวหลิวสั่นไหวเบาๆ ในมือของเขา ตอบรับด้วยความรู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจ
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ่เวลาอันเงียบสงบของพวกเขา หลินเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเก็บเสี่ยวหลิวเข้าไว้ในอกเสื้ออย่างระมัดระวังแล้วเดินไปเปิดประตู
ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูคือชายในชุดเครื่องแบบของสถานศึกษา เขามองหลินเย่ด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะยื่นม้วนกระดาษสีทองที่ประทับตราสถานศึกษาให้ "เ้าคือหลินเย่ใช่หรือไม่? นี่คือจดหมายตอบรับและกำหนดการสำหรับนักศึกษาใหม่ จงไปรายงานตัวที่หอลงทะเบียนก่อนเที่ยงวันนี้"
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปทันทีโดยไม่รอคำตอบใดๆ ทิ้งให้หลินเย่ยืนถือม้วนกระดาษอยู่เพียงลำพัง
เขาคลี่ม้วนกระดาษออกอ่าน เนื้อหาส่วนใหญ่เป็การแสดงความยินดีและแจ้งกฎระเบียบพื้นฐาน แต่สิ่งที่ทำให้สายตาของเขาหยุดนิ่งคือตารางการจัดสรรทรัพยากรสำหรับนักศึกษาใหม่... นักศึกษาแต่ละคนจะได้รับชุดเครื่องแบบ, ตำราเรียน, และ "หินิญญาระดับต่ำ" จำนวนสิบก้อนต่อเดือนเพื่อใช้ในการบำเพ็ญเพียร
หินิญญา!
มันคือผลึกพลังงานที่จำเป็อย่างยิ่งสำหรับการฝึกฝนของผู้อัญเชิญ สำหรับหลินเย่ที่ไม่มีทรัพยากรใดๆ เลย นี่เปรียบเสมือนฝนทิพย์ที่ตกลงมากลางทะเลทราย!
เขาไม่รอช้า เก็บข้าวของทั้งหมดซึ่งมีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ สองสามชุดและเหรียญทองแดงที่เหลืออยู่ไม่กี่เหรียญใส่ลงในห่อผ้าเล็กๆ จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังสถานศึกษาิญญาเทวะอีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นชีวิตในฐานะนักศึกษาอย่างเป็ทางการ
บรรยากาศที่หอลงทะเบียนในวันนี้วุ่นวายยิ่งกว่าวันสอบเสียอีก เหล่านักศึกษาใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกต่างมารวมตัวกันเพื่อรับของและลงทะเบียนเข้าหอพัก ความแตกต่างทางชนชั้นปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน กลุ่มของจินฮุยและเหล่าทายาทตระกูลใหญ่มีผู้ติดตามคอยจัดการเื่ต่างๆ ให้ทั้งหมด พวกเขาเพียงแค่ยืนรออย่างสบายๆ ในขณะที่นักศึกษาจากตระกูลเล็กหรือสามัญชนต้องต่อแถวยาวเหยียดด้วยตนเอง
"สหาย! ในที่สุดก็เจอเ้า!" เสียงคุ้นเคยของหวังปังดังขึ้น เขาเบียดฝูงชนเข้ามาหาหลินเย่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม "ข้ากำลังจะไปลงทะเบียนหอพักพอดี ไปด้วยกันสิ!"
หลินเย่พยักหน้า การมีคนที่พอจะรู้จักอยู่บ้างก็ไม่ใช่เื่เลวร้าย
"เ้าได้ยินเื่การจัดสรรหอพักรึยัง?" หวังปังชวนคุยขณะที่พวกเขากำลังต่อแถว "สถานศึกษาของเรามีหอพักอยู่สี่ทิศ เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ว่ากันว่าหอพักทิศตะวันออกนั้นดีที่สุด พลังิญญาหนาแน่นและอยู่ใกล้กับห้องบรรยาย ส่วนหอพักทิศใต้นั้น... เอ่อ... ค่อนข้างจะเก่าและอยู่ไกลที่สุด"
"แล้วเขาจัดสรรกันยังไง?" หลินเย่ถาม
"ก็ตามลำดับคะแนนสอบน่ะสิ!" หวังปังถอนหายใจ "พวกที่ได้คะแนนสูงสุดร้อยอันดับแรกจะได้อยู่หอทิศตะวันออกทั้งหมด ส่วนที่เหลือก็จะถูกกระจายกันไปตามลำดับ พวกเราที่คะแนนอยู่ท้ายๆ ก็คงต้องทำใจ..."
ในที่สุดก็ถึงคิวของพวกเขา อาจารย์ที่โต๊ะลงทะเบียนเงยหน้าขึ้นมองหวังปัง "หวังปัง... คะแนนรวม 68... หอพักทิศตะวันตก ลานไผ่เขียว ห้อง 207"
หวังปังรับป้ายไม้ประจำห้องมาด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างพอใจ อย่างน้อยก็ไม่ใช่หอที่แย่ที่สุด
จากนั้นอาจารย์คนนั้นก็หันมามองหลินเย่ด้วยสายตาที่แฝงไว้ด้วยความดูถูกเล็กน้อย "หลินเย่... ผู้ที่ได้คะแนนภาคปฏิบัติ 15 คะแนนสินะ" เขากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะหยิบป้ายไม้ที่ดูเก่ากว่าอันอื่นขึ้นมาโยนให้ "หอพักทิศใต้ ลานพฤกษาใต้ ห้อง 414"
หวังปังหน้าเสียไปเล็กน้อย "ลานพฤกษาใต้... นั่นมันหอพักที่เก่าที่สุดเลยนี่นา"
หลินเย่กลับไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เขาหยิบป้ายไม้ขึ้นมาแล้วกล่าวขอบคุณอาจารย์คนนั้นอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับหวังปัง
หลังจากรับชุดเครื่องแบบและทรัพยากรเริ่มต้นแล้ว พวกเขาก็ต้องแยกย้ายกันไปยังหอพักของตนเอง "ไว้ข้าจะไปเยี่ยมเ้านะหลินเย่!" หวังปังโบกมือลา
หลินเย่เดินตามแผนที่ไปยังหอพักทิศใต้ตามลำพัง ยิ่งเดินไปไกลเท่าไหร่ จำนวนนักศึกษาก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น เส้นทางที่ปูด้วยหินอย่างดีเริ่มกลายเป็ทางเดินดินที่มีหญ้าขึ้นแซมอยู่ประปราย และในที่สุดเขาก็มาถึงจุดหมาย...
ลานพฤกษาใต้ คือกลุ่มอาคารไม้สองชั้นที่ดูเหมือนถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา สีของไม้ซีดจางและมีไม้เลื้อยเกาะอยู่ตามเสาและชายคา บรรยากาศรอบๆ เงียบสงัดจนน่าประหลาด ได้ยินเพียงเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้เท่านั้น
เขาเดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อหาห้องของตนเอง "ห้อง 414" เมื่อเขาใช้ป้ายไม้แตะไปที่ประตู มันก็เปิดออกพร้อมกับเสียงบานพับที่ฝืดเคือง
ภายในห้องมีขนาดเล็กและเรียบง่าย มีเพียงเตียงไม้หนึ่งหลัง โต๊ะเขียนหนังสือที่ขาโงนเงนหนึ่งตัว และตู้เสื้อผ้าเก่าๆ หนึ่งใบ ฝุ่นจับอยู่หนาเตอะบนทุกพื้นผิว และมีกลิ่นอับชื้นจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ
นี่คือที่พักของเขาสำหรับชีวิตในสถานศึกษาแห่งนี้...
หากเป็เด็กหนุ่มคนอื่นอาจจะรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังกับสภาพที่เห็น แต่สำหรับหลินเย่แล้ว เขากลับรู้สึกพึงพอใจอย่างประหลาด
เขาเดินไปเปิดหน้าต่างออกจนสุด รับลมเย็นๆ ที่พัดเข้ามาในห้อง ที่นี่อาจจะเก่าและอยู่ห่างไกล แต่ในทางกลับกัน... มันก็เงียบสงบและไม่มีใครมารบกวน
ความเงียบสงบ... คือสิ่งที่ข้า้ามากที่สุดในตอนนี้
เขาไม่จำเป็ต้องมีห้องที่หรูหราหรือพลังิญญาที่หนาแน่น เพราะแหล่งพลังงานที่แท้จริงของเขาไม่ได้มาจากภายนอก แต่มาจากความสามารถในการ "หลอมสร้างิญญา" และการเติบโตไปพร้อมกับเสี่ยวหลิว การอยู่ในที่ห่างไกลเช่นนี้จะทำให้เขาสามารถฝึกฝนและซ่อมแซมิญญาของเสี่ยวหลิวได้อย่างเป็ส่วนตัวโดยไม่มีใครสงสัย
เขาใช้เวลา่บ่ายทำความสะอาดห้องจนเอี่ยมอ่อง จัดวางข้าวของเพียงไม่กี่ชิ้นของเขาอย่างเป็ระเบียบ เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว เขาก็นั่งลงบนเตียงและหยิบเสี่ยวหลิวออกมาอีกครั้ง
"เอาล่ะ เสี่ยวหลิว ถึงเวลาฝึกฝนรอบที่สองของเราแล้วนะ"
เขาหยิบหินิญญาระดับต่ำออกมาหนึ่งก้อน มันคือผลึกสีขาวขุ่นที่ส่องแสงเรืองรองจางๆ เขากำมันไว้ในมือซ้าย ในขณะที่มือขวาประคองลูกแก้วิญญาของเสี่ยวหลิวไว้
เขาหลับตาลง...
พลังิญญาบริสุทธิ์เริ่มไหลออกจากหินิญญาเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างช้าๆ เติมเต็มพลังที่เขาใช้ไปจนเกือบหมดเมื่อวานนี้ แต่แทนที่เขาจะเก็บพลังนั้นไว้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเอง เขากลับถ่ายทอดพลังิญญาที่บริสุทธิ์นั้นไปยังเสี่ยวหลิวอย่างไม่ลังเล
ภายในโลกแห่งิญญาของเสี่ยวหลิว เส้นด้ายสีทองของหลินเย่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันส่องสว่างและแข็งแกร่งกว่าเดิมมากด้วยการสนับสนุนจากหินิญญา เขาเริ่มลงมือซ่อมแซมรอยรั่วเล็กๆ จุดอื่นๆ บนตาข่ายิญญาที่ขาดวิ่นอย่างใจเย็นและมั่นคง
แสงสีเขียวมรกตภายในโลกิญญาค่อยๆ สว่างขึ้นทีละน้อย... ช้าๆ... แต่มั่นคง
ภายนอกห้องพักที่เงียบสงบ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ณ มุมที่ถูกลืมเลือนที่สุดของสถานศึกษาแห่งนี้ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่ล่มสลายกำลังเริ่มต้นการเดินทางแห่งการท้าทาย์อย่างเงียบๆ พร้อมกับคู่หูที่คนทั้งโลกมองว่าเป็ขยะ
การเดินทางที่แท้จริงของพวกเขา... ได้ดำเนินต่อไปในความเงียบแล้ว