เคนตะกลับเข้ามาถึงห้องด้วยเนื้อตัวที่ไม่มีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย โชหันไปมองก่อนจะถือหม้อซุปมาวางไว้บนโต๊ะไม้เก่าๆ เพื่อตักแบ่งกันกินเป็นอาหารเย็น เคนตะเอ่ยบอกข่าวดีว่าต่อไปนี้เขาจะไปทำงานเป็นคนควบคุมความเรียบร้อยของหอนางโลมแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักตรงนี้มากนัก โชเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจพลางเอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้งานนี้ เคนตะจึงเล่าให้ฟังว่าหลังจากการต่อสู้เมื่อตอนเย็น จู่ๆ ก็มีโอก้าซัง* (แม่เล้า) คนหนึ่งบังเอิญเห็นฝีมือการต่อสู้ของเขาจึงเข้ามาทาบทามถามไถ่และได้ขอให้เขาไปทำงานด้วย ส่วนค่าแรงนั้นย่อมได้มากกว่างานส่งของไปวันๆ เช่นนี้อยู่แล้ว ถือเป็นโอกาสดีที่ทั้งสองจะได้มีเงินทองพอซื้อของที่อยากได้บ้าง โชยิ้มดีใจกับโอกาสนี้ที่เคนตะได้รับ เคนตะมองใบหน้าสวยที่ละม้ายคล้ายกับคิโยชิคนรักของเขาก่อนจะเอ่ยด้วยความเป็นห่วงว่าต่อไปนี้เขาจะต้องทำงานช่วงกลางคืน ดังนั้นโชจะต้องอยู่ที่นี่เพียงลำพัง อย่างไรเสียก็จะต้องดูแลตัวเองให้ดี แต่พวกอันธพาลพวกนั้นคงไม่กล้ามายุ่งอีกแล้ว โชพยักหน้าหงึกหงักด้วยแววตาที่มีความสุขขึ้นหลังจากที่ผ่านเรื่องร้ายๆ มานับไม่ถ้วน
การทำงานของเคนตะเริ่มขึ้นในคืนถัดมาหลังจากการทาบทามตัว โชต้องเริ่มปรับเปลี่ยนเวลาการทำอาหารโดยจะเน้นไปที่อาหารเย็นและแยกอาหารส่วนหนึ่งใส่กล่องให้กับเคนตะเพื่อให้เขานำไปทานระหว่างช่วงพักของการทำงาน การกินการนอนของโชและเคนตะเริ่มสลับเปลี่ยนกันโดยที่เคนตะนั้นจะกลับมานอนในช่วงสายของวัน ส่วนโชจะนอนในตอนกลางคืนระหว่างที่เคนตะออกไปทำงาน ดังนั้นตอนกลางวันโชจะออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตาก่อนจะรีบกลับมาทำกับข้าวในตอนเย็น
และในวันนี้ก็เช่นเดียวกัน โชที่กำลังเดินเล่นอยู่บริเวณริมคลองที่ตัดผ่านใจกลางเมืองอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูอายุห่างจากเขาไม่มากกำลังยืนเลือกซื้อผ้าอยู่ด้วยสีหน้าที่หนักใจ ใบหน้าของชายผู้นั้นสวยงามไร้ที่ติ ผิวพรรณขาวใสสะอาดสะอ้านดูน่าสัมผัส ชุดที่สวมใส่ก็ดูหรูหราและใช้ผ้าที่มีราคาแพงในการตัดเย็บ โชสังเกตดูชายคนนั้นด้วยความอยากรู้ แต่ทันใดนั้นเอง มือขาวของชายหนุ่มที่จะจับเลือกผ้าสีม่วงก็ทำให้โชเผลอร้องห้ามออกมาด้วยความลืมตัว
"อ๊ะ!" ชายหนุ่มชะงักกึกแล้วหันมามองตามเสียงก่อนจะเจอเข้ากับเด็กชายที่กำลังยืนอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ไม่ไกลนัก เขากะพริบตาปริบราวกับสังสัยว่าคนตรงหน้ามีอะไรหรือเปล่าถึงได้ร้องออกมา โชเห็นดังนั้นก็เอ่ยขึ้นในทันที
"ขออภัยขอรับ แต่ข้าคิดว่าท่านเหมาะกับผ้าสีเหลืองทองอันนั้นมากกว่า" ชายหนุ่มหันไปมองตามนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังผ้าอีกกองที่วางอยู่บริเวณนั้น เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันขึ้นมาพินิจราวกับชั่งใจ เขาหันมาหาเด็กชายที่ถึงแม้เนื้อตัวจะดูมอมแมมแต่ใบหน้านั้นก็ยังสวยหวานน่าดูชม หากนำไปขัดสีฉวีววรรณอีกสักหน่อยคงจะมีแต่คนเฝ้ามองหาไม่เว้นแต่ละวัน ชายหนุ่มปริศนายิ้มบาง ลักยิ้มที่บุ๋มลงไปตรงแก้มด้านหนึ่งทำให้เขาดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอมขึ้นมาในทันที เขาเอ่ยบอกกับเจ้าของร้านว่าตกลงจะเอาผืนนี้ตามที่โชบอก โชได้ยินดังนั้นก็ยิ้มขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกดีที่โดนไว้เนื้อเชื่อใจเช่นนี้มานานมากแล้ว ชายหนุ่มหันมาหาเขา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นแล้วเอ่ยถาม
"เจ้ารู้ได้เช่นไรว่าสีเหลืองทองจะเหมาะกับข้า" โชกะพริบตาปริบ เขาเอ่ยบอกด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์
"เพราะดวงตาของท่านเป็นสีนิลแกมน้ำตาลอ่อน พอต้องกับแสงของดวงอาทิตย์ในยามบ่ายเช่นนี้ก็ทำให้ข้านึกถึงคนที่เคยรู้จัก… ท่านผู้นั้นดูดีมากเวลาใส่ชุดสีเหลืองทองขอรับ" ชายหนุ่มดูจะอึ้งไปกับการสังเกตที่ลึกซึ้งของเด็กน้อยสามัญชนธรรมดาที่ดูจะมีความคิดความอ่านอย่างไม่น่าเชื่อ โชที่เอ่ยออกไปเช่นนั้นตามความรู้สึกทำให้ภาพของคิโยชิผู้เป็นพี่ชายปรากฏขึ้นมาจนแจ่มชัดในดวงใจ หัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบขึ้นมาในทันทีราวกับโดนมีดแหลมคมแทงซ้ำลงตรงที่แผลเก่า ขอบตาสวยวาบขึ้นจนรู้สึกร้อนไปหมดทั้งใบหน้า ชายหนุ่มปริศนาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"อายุเท่าไหร่แล้วล่ะเรา" โชพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ก่อนจะเอ่ยตอบ
"สิบสองปี กำลังจะสิบสามขอรับ" ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ในหัวของเขาคิดอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ เสียงเรียกของเจ้าของร้านที่เอ่ยบอกว่าจัดการเตรียมเสร็จแล้วทำให้เขาหันไปมองตามเสียงก่อนจะหยิบเงินออกไปจ่ายด้วยความรวดเร็ว มือบางรับห่อผ้าที่ถูกมัดไว้อย่างสวยงามมาถือไว้ในมือ เขาหันไปหวังจะพูดคุยกับเด็กน้อยคนเมื่อครู่ต่อแต่ก็พบกับความว่างเปล่า เด็กชายปริศนาได้หายไปจากตรงนั้นเสียแล้ว โชเดินกลับออกมาด้วยน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้า ชายหนุ่มรูปงามที่ทำให้เขาหวนนึกถึงพี่ชายที่อ่อนโยนของตนทำให้หัวใจบีบรัดแน่นจนปวดหนึบ เขาไม่อาจทนมองชายผู้นั้นได้อีกต่อไปเนื่องด้วยความเจ็บปวดที่ตีรั้งเข้ามาถาโถมไม่หยุด เขากลับไปเตรียมอาหารเย็นให้กับเคนตะด้วยแววตาที่ดูเศร้าลงเล็กน้อย
นิยายอัพเป็นประจำทุกวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ค่ะ