บทที่ 12 พี่ใหญ่ถูกถอนหมั้น
ใต้ผืนผ้าขาวปรากฏร่างชายหนุ่มนอนหงายหน้า คอมีรอยบาดหนึ่งเส้น
ซูซีหัวแตะดูแล้วเหลือบตาไปยังที่อื่น หลังดูรายงานเวลาตายแล้ว จึงหันกลับมาเพ่งมองยังรอยบาดบนคอนั้นอีกครั้ง
ไม่มีร่องรอยยาพิษ ไม่มีรอยาเ็ภายนอก ทั่วร่างมีเพียงรอยบาดเส้นเดียวบนคอ รอยบาดนั้นไม่ถือว่าบางนักแต่ก็ไม่หนักหนาเกินไป เมื่อซูซีหัวสังเกตดู สองสิ่งก็ปรากฏในใจทันที ‘กระดาษขาวและเส้นด้าย’
ภายใต้การเคลื่อนที่ที่รวดเร็วมากพอ เส้นด้ายที่ตึงอยู่กลางอากาศสามารถตัดศีรษะคนได้โดยตรง และกระดาษขาวก็สามารถกลายเป็อาวุธได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ
“...ที่เกิดเหตุมีสิ่งของตกหล่นหรือไม่?”
เซียวฝานไม่ตอบ แต่เรียกคนที่รับผิดชอบคดีนี้มาทันที
“นี่จางไฉ ถามเขา”
ซูซีหัวนิ่งไปก่อนเอ่ยถามคำถามเมื่อครู่ซ้ำอีกครั้ง
“สิ่งของตกหล่นหรือครับ?” จางไฉพยายามหวนระลึก
“ใช่ อย่างพวกกระดาษจำนวนมากหรือเส้นด้ายบาง ๆ อะไรเช่นนั้น” หยุดไปครู่หนึ่ง ซูซีหัวเสริมว่า “และคัมภีร์ด้วย”
คำถามของนางชัดเจน จางไฉจึงคิดไปพลางพูด “ไม่มีกระดาษหรือเส้นด้ายบาง แต่ศพถูกพบในห้องคัมภีร์”
ห้องคัมภีร์!
ดวงตาของซูซีหัวสว่างวาบ
“แล้วมีคนเฝ้าห้องคัมภีร์หรือไม่?”
“มีครับ"
จางไฉพยักหน้า ผู้ตายเป็จอหงวน*[1] จากการสอบขุนนางปีก่อน เหตุการณ์ตายแปลกประหลาดกรมอาญาจึงได้ส่งคนมาควบคุมสถานที่เกิดเหตุ
เขาพูดถึงเื่นี้ ซูซีหัวจึงหัวเราะพลางกล่าว “ควบคุมได้ดีนัก ตอนนี้เ้าจงส่งคนไปค้นหาคัมภีร์ที่มีรอยเืติดขอบ”
หากไม่มีคนควบคุม คงมีการนำหลักฐานที่อาวุธสังหารไปแล้ว สถานการณ์เช่นนี้ดีแท้
จางไฉงุนงง “นี่...คัมภีร์จะเป็อาวุธสังหารได้เยี่ยงไรกัน?”
“เ้าค้นพบก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
เซียวฝานไม่มีท่าทีใด จางไฉจึงกัดฟันตอบรับ “ขอรับ”
เพียงแค่ค้นหาคัมภีร์เล่มหนึ่ง คงไม่ต้องใช้ระยะเวลานานนัก
จางไฉพาคนไปทันที ครึ่งชั่วยามต่อมาเขากลับมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ ที่มือถือคัมภีร์ที่มีรอยเืติดมาด้วย
ขณะนั้น ซูซีหัวได้จากไปแล้ว เซียวฝานเหลือบเห็นคัมภีร์ที่เขานำกลับมา จึงเลิกคิ้ว “ค้นพบจริงหรือ?”
จางไฉพยักหน้างุนงง “ขอ...ขอรับ”
คัมภีร์เล่มนั้นเป็คัมภีร์หลุนอวี่*[2] ขอบกลางมีรอยสีเข้มติดอยู่ ยังมีกลิ่นเือ่อน ๆ
เซียวฝานรับมา นิ้วลากผ่านขอบคัมภีร์ นึกถึงสิ่งที่ซูซีหัวได้สาธิตก่อนจากไป
‘ท่านพับคัมภีร์เช่นนี้แล้วเปรียบเทียบ หากตรงกัน มันก็คืออาวุธสังหาร’
คำกล่าวมั่นใจนั่นดังก้องในหู เซียวฝานค่อย ๆ งอสองมือ เดินไปข้างศพชายทำการเปรียบเทียบ รอยพอดิบพอดีกับรอยบนศพ
เซียวฝานถามด้วยความสงสัย “นี่นาง… เป็ผู้ใดกันแน่?”
ในขณะที่กรมอาญาไม่มีวี่แววจะจับคนร้ายได้ แต่นางกลับสามารถระบุอาวุธสังหารได้ทันที
กระดาษ เส้นด้าย และคัมภีร์
สามสิ่งนี้ในชีวิตประจำวัน ผู้ใดเล่าจะคาดคิดว่าจะนำมาสังหารชีพผู้อื่นได้?
เซียวฝานหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะโยนคัมภีร์ให้จางไฉ “เมื่อพบอาวุธสังหารแล้ว ก็รีบจับคนร้ายโดยเร็ว อย่ามัวแต่เอ่ยวาจาเปล่าประโยชน์อยู่เลย”
น่าสนใจจริง ๆ เขามีความสนใจซูซีหัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ขอรับ!”
ในขณะเดียวกัน ซูซีหัวกำลังเดินทางกลับไปยังจวนสกุลซู หลังจากออกมาจากคุกแล้ว นางจึงนึกได้ว่าตนยังไม่ได้คำนับลาฮูหยินใหญ่ก่อนออกมา นางคิดว่าเื่ที่กรมอาญาคงไม่เร่งด่วนนักจึงแค่บอกไปเท่านั้นก่อนจะจากมา
เมื่อกลับมาถึงสกุลซู ยามนางก้าวเข้ามาในประตู บ่าวรับใช้ก็รีบก้าวมาแจ้ง “ฮูหยินใหญ่กำลังนั่งอยู่ในห้องโถง ดูท่าทางไม่ค่อยสบายใจนัก”
ซูซีหัวชะงักฝีเท้าชั่วขณะ ฮูหยินใหญ่ไม่สบายใจหรือ เป็เพราะเื่ของเซียวฝานหรือไหมนะ?
ด้วยความสงสัย ซูซีหัวก็เดินเข้าไปในห้องโถง “ฮูหยินใหญ่”
ได้ยินเสียงทักทาย ฮูหยินใหญ่จึงเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเป็ซูซีหัว จึงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถาม “เ้าไปไหนมา?”
“กรมอาญาเ้าค่ะ”
ซูซีหัวตอบตามตรง แล้วมองไปยังฮูหยินใหญ่ นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถาม “ฮูหยินใหญ่ ในจวนมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นหรือเ้าคะ?”
ฮูหยินใหญ่ก้มหน้าลง ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะกล่าว “เ้าสังเกตเห็นแล้วหรือ? มันชัดเจนถึงเพียงนั้นเลยหรือ?”
ซูซีหัวหลบเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ แต่ถามกลับ “เกิดเื่อันใดขึ้นหรือเ้าคะ?”
“ยังมีอันใดอีกนอกเหนือจากเื่ของอารองเ้า” ฮูหยินใหญ่ขมวดคิ้วแล้วส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้ซูซีหัว “นี่คือใบสั่งยาของอารอง”
“มิใช่เพราะใบสั่งยานี้กระมัง?” ซูซีหัวรับมาแต่ไม่ได้อ่าน
ใบสั่งยาเพียงแผ่นเดียว ฮูหยินใหญ่ไม่จำเป็ต้องวิตกกังวลเลย
“...เป็เื่ของพี่หญิงใหญ่เ้า”
พี่สาว? ซูซีหัวนึกได้ว่าฮูหยินใหญ่หมายถึงบุตรสาวคนโตของซูชิ่งเฉิง ซูเยว่
“เกิดเื่อันใดขึ้นกับพี่หญิงใหญ่หรือเ้าคะ?”
หากนางจำไม่ผิด ซูเยว่มีกำหนดการแต่งงานแล้ว จะมีปัญหาอันใดได้อีกเล่า?
ฮูหยินใหญ่ลังเลไม่กล้าเอ่ย
ซูซีหัวมองดูแล้วคิดได้ทันทีถึงเื่การถอนหมั้นของสกุลว่าน จึงถามเสียงเบา “พี่สาวถูกถอนหมั้นแล้วหรือ?”
ฮูหยินใหญ่กัดฟันพูด “ก่อนที่เ้าจะกลับมา พี่สาวของเ้าถูกสกุลหวังถอนหมั้นแล้ว”
คุณชายสองสกุลหวัง คือสามีที่ซูเยว่ได้รับการวางตัวไว้ ลมหายใจซูซีหัวพลันขาดห้วง “พวกเขากำหนดวันแต่งงานกันแล้วมิใช่หรือเ้าคะ ฮูหยินใหญ่?”
สกุลว่านถอนหมั้นยังพอกล่าวได้ว่าเป็การถอนการหมั้น แต่ซูเยว่ต่างออกไป นางกำหนดวันแต่งงานไว้แล้ว
“สกุลหวังจะทำเยี่ยงนี้ได้เช่นไรกัน?”
ฮูหยินใหญ่หัวเราะขื่นขม “ทำไมจะไม่ได้เล่า? สกุลซูในยามนี้สูญเสียอำนาจและบารมีไปหมดสิ้นแล้ว”
ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือในยามคับขันมักจะมีน้อยนิด แค่พวกเขาไม่ได้เหยียบย่ำสกุลซูในสภาพปัจจุบันนี้ ก็ถือว่าพวกเขามีความเมตตามากพอแล้ว
สิ่งเหล่านี้ซูซีหัวตระหนักได้ดี แต่เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ นางก็ยังรู้สึกคับแค้นใจอยู่ดี
“พี่หญิงใหญ่เป็เช่นไรบ้างเ้าคะ?”
ไม่ว่าสกุลหวังจะเป็เช่นไรนางไม่สน แต่ซูเยว่ต้องปลอดภัย
พูดถึงเื่นี้ฮูหยินใหญ่ก็ทำโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย “วันนี้นางมิได้อยู่ในจวน”
ซูซีหัวถอนหายใจโล่งอก “ข้าจะปิดบังข่าวนี้จากพี่หญิงใหญ่ไว้ก่อน ข้า…”
“มีเื่อันใดที่ต้องปิดบังจากข้างั้นหรือ?”
คำถามที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้สองคนในห้องนั้นใ ซูซีหัวหันกลับไปก็พบซูเยว่ยืนอยู่ที่ประตู จ้องมองพวกนางด้วยสีหน้าสงสัย
ความเงียบเข้าครอบงำ
ไม่มีใครคาดคิดว่าซูเยว่จะกลับมาในยามนี้ แม้แต่ซูซีหัวเองก็ใ แต่นางยังรวบรวมสติได้อย่างรวดเร็ว เดินไปหาด้วยรอยยิ้ม
“พี่หญิงใหญ่”
ซูซีหัวเรียกนางแล้วโอบกอดแขนของซูเยว่ไว้ “ฮูหยินใหญ่พูดถึงเื่ที่ข้าจะถอนหมั้นเอง”
“ถอนหมั้น?”
“ใช่แล้ว” ซูซีหัวพยักหน้ารับโดยไม่กระพริบตา นางรับเอาเื่ทั้งหมดไว้กับตนเอง “ฮูหยินใหญ่กลัวว่าพี่ใหญ่จะเป็ห่วง จึงสั่งให้ข้าปิดบังไว้ก่อน”
สายตาของซูเยว่เคลื่อนไปมา นางมิใช่คนโง่ที่จะดูอันใดไม่ออกจึงมีความรู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึก ๆ เื่ราวที่ฮูหยินใหญ่กับซูซีหัวกล่าวกันก่อนหน้าย่อมไม่ใช่สิ่งที่ซูซีหัวกล่าวออกมาอย่างแน่นอน
และย่อมต้องเป็บางสิ่งบางอย่างที่มันเกี่ยวข้องกับนางแน่!
เมื่อมีความเข้าใจนี้ ซูเยว่ค่อย ๆ ขัยบกายซูซีหัวออกจากตน และกล่าวอย่างสงบนิ่ง “ข้าถูกถอนหมั้นเช่นนั้นหรือ?”
ซูซีหัวใจนกว่าอันใดไม่ถูก
ซูเยว่เดาได้อย่างแม่นยำนัก
ฮูหยินใหญ่กำมือแน่น “เยว่เอ๋อร์ อย่าคิดมากเลย”
“ข้าถูกถอนหมั้นจริง ๆ ใช่หรือไม่เล่า?”
ซูเยว่กัดริมฝีปาก ใบหน้าซีดเผือด นางถูกถอนหมั้นจริง ๆ
“พี่หญิงใหญ่!” ซูซีหัวกล่าวขึ้นมาทันใด เมื่อซูเยว่มองมายังนาง จึงถามว่า “ท่านเชื่อข้าหรือไม่”
เชื่อน้องสาวผู้นี้?
ซูเยว่คล้อยตาม “ข้า ข้า…”
ซูซีหัวจับมือซูเยว่ และกล่าว “หากพี่หญิงใหญ่เชื่อข้า ก็รอข้าระยะนึง”
“รอระยะนึงหรือ?”
ซูเยว่เหมือนตุ๊กตาที่ตอนนี้ดูไร้ชีวิต ทำได้เพียงแค่ทวนคำของซูซีหัว
“ใช่ รอระยะนึง” ดวงตาของซูซีหัวสว่างไสว “หลังจากนั้น ข้าจะหาคู่ครองที่ดีกว่านี้ให้พี่หญิงใหญ่ ให้ดียิ่งกว่าสกุลหวัง!”
[1] จอหงวน : เป็ตำแหน่งราชบัณฑิตซึ่งได้คะแนนอันดับหนึ่งในการสอบขุนนางของประเทศจีนสมัยโบราณ
[2] คัมภีร์หลุนอวี่ : เป็คัมภีร์พื้นฐานของสำนักปรัชญาขงจื่อ เป็คัมภีร์รวมบทสนทนาที่เหล่าศิษย์สำนักขงจื่อได้รวบรวมขึ้นหลังการเสียชีวิตของขงจื่อ ฉบับปัจจุบันแบ่งออกเป็ 20 เล่ม (แต่ละเล่มแบ่งออกเป็บทย่อย ๆ หลายบท) ชื่อของแต่ละเล่มเรียกตามอักษรสองหรือสามตัวเแรกของบทที่หนึ่งในเล่มนั้น ๆ